วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม 2549
เมื่อไม่ใช่คู่ต่อสู้ทางการเมืองรัฐบาลกับสภาก็ต้องสู้กันเพื่อทางออกที่ยั่งยืน
Posted by
กาแฟดำ
,
ผู้อ่าน : 1089
, 11:42:14 น.
พิมพ์หน้านี้
|
วันเสาร์ที่ 2 ธันวาคม บรรยากาศอย่างที่เห็นในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาเป็นภาพที่หาดูได้ยาก...รัฐบาลเสนอร่างกฎหมายเพียงวันเดียวแล้วขอถอนออก เพราะหลังจากฟังคำอภิปรายแล้วพบว่า ยังไม่มีมาตรการป้องกันเยาวชนไม่ให้เล่นหวยบนดินเพียงพอ และยังไม่มีแผนงบประมาณแน่นอนว่าจะทำให้ชาวบ้านลดละเลิกการเล่นหวยอย่างไร ตามมาด้วยเสียงตบมือดังสนั่นจากสมาชิภสภา ที่แสดงความชื่นชมกับการพร้อมจะปรับเปลี่ยนท่าทีของรัฐบาลเมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์ ความจริงการถกกันอย่างเผ็ดร้อนในสภาเรื่องนี้ เป็นเรื่องควรแก่ความยินดีด้วยซ้ำ เพราะในสภาที่มีพรรคการเมืองใหญ่เพียงพรรคเดียวนั้น ชาวบ้านอย่างเราจะไม่ได้ยินการอภิปรายอย่างตรงไปตรงมาอย่างนี้ เพราะส่วนใหญ่เมื่อแบ่งเส้นฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลกันแล้ว การอภิปรายก็จะเดินตามแนวทางของตนเอง ไม่มีอะไรใหม่ ไม่มีข้อเสนออันใดที่จะทำให้เกิดความคิดที่จะแปรญัตติให้สอดคล้องกับการแก้ปัญหาที่แท้จริงอย่างตรงไปตรงมาได้ หากรัฐบาลกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ไม่มองว่าตนเองเป็น "คู่ต่อสู้ทางการเมือง" แล้วไซร้การถกแถลง การแย้งด้วยเหตุด้วยผล ย่อมเป็นประโยชน์ต่อสังคมเป็นส่วนรวม ความจริง หากฟังการโต้กันในสภา เมื่อวันพฤหัสบดีอย่างไร้อารมณ์โอนเอียง เราจะเห็นว่าวิวาทะรุนแรงในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ระหว่างรองนายกฯ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล และแกนสำคัญของฝ่ายคัดค้านร่าง พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่มีเนื้อหารองรับการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัวในวาระแรกขั้นรับหลักการนั้น เนื้อหาจริงๆ ก็คือ "คนละเรื่องเดียวกัน" ทั้งสองฝ่ายต่างก็ต้องการจะทำลายระบอบทักษิณ ที่ทิ้งมรดกบาปไว้มากมายล่มสลายหายไปอย่างถาวร ต่างกันเพียงแต่ว่าวิ่งเข้าห้องเดียวกันจากคนละประตูขานประโยคเดียวกัน...คนหนึ่งตะโกนจากยอดเขา อีกคนจากน้ำตกข้างล่าง ฟังกันได้ไม่ชัด ต่างกล่าวหาว่าอีกคนหนึ่งเพี้ยนเท่านั้นเอง คุณชาย "อุ๋ย" อ้างว่ากลัวว่าถ้าทอดทิ้งหรือตัดขาด 30 ล้านคนที่เชื่อว่าเล่นหวยเป็นประจำ "ก็เท่ากับหาเสียงให้กับรัฐบาลก่อน" เพราะคน 30 ล้านคนเหล่านี้จะเห็นว่ารัฐบาลก่อนเป็นรัฐบาลเดียวที่เข้าใจความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ แปลว่าที่รัฐบาลเสนอร่างกฎหมายนี้ (คุณชายอุ๋ยอ้างว่า "นี่คือเหตุผลที่ผมเอาตัวเองมาเสี่ยงเข้ามาให้โขกสับ") เพราะกลัวว่าถ้าเลิกหวยบนดินจะทำให้ทักษิณ ได้รับคะแนนนิยมจากชาวบ้านมากขึ้น สมาชิกสภาที่คัดค้านชัดเจน เช่น น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ โจมตีร่าง พ.ร.บ.นี้ ด้วยเหตุผลสั้นๆ ง่ายๆ ว่าหากตีความตามมาตรา 2 ของประมวลกฎหมายอาญาแล้ว หากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบของสนช. สภาแห่งนี้ก็จะถูกประชาชนเข้าใจว่า รัฐบาลชุดนี้ต้องการช่วยเหลือรัฐบาลทักษิณ และพรรคพวกที่กระทำความผิดให้พ้นความผิด ฝ่ายหนึ่งกลัวทักษิณ จะได้ความนิยมจากชาวบ้าน อีกฝ่ายหนึ่งกลัวว่าทักษิณ และพวกจะได้รับนิรโทษกรรมเพราะกฎหมายฉบับนี้ ทั้งสองฝ่ายต้องพิสูจน์ข้อกล่าวอ้างของตัวเอง (คนเล่นหวย 30 ล้านคนจริงหรือ? ถ้าออกกฎหมายนี้มาจะทำให้ทักษิณ และพวกหลุดจากความผิดเรื่องนี้จริงหรือ?) และที่สำคัญกว่านั้นก็คือว่าการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองนั้นคงจะไม่ใช่เพียงแค่มองว่าทำอะไรไปแล้ว จะทำให้รัฐบาลก่อนได้หรือเสียอะไร แต่ต้องเจาะลึกลงไปถึงต้นเหตุแห่งปัญหาเพื่อหาทางแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ถาวร และตรงเป้า เพราะเรื่อง "หวยใต้ดิน" และ "บนดิน" นั้น เป็นประเด็นการถกเถียงกันมาช้านาน แต่ความเห็นของแต่ละฝ่ายล้วนแล้วแต่มองจากมุมของตนเอง ล้วนแต่เป็นความเห็นและการคาดเดา แต่ไม่เคยมีการศึกษา ค้นคว้า และแสวงหาองค์ความรู้ที่เจาะลึก และเข้าถึงชาวบ้านอย่างแท้จริง ด้านหนึ่งบอกว่าไหนๆ ชาวบ้านก็ชอบเล่นหวยแล้ว ก็ควรจะยอมรับความจริง และให้รัฐบาลเป็นเจ้าภาพเสีย...การเมืองแบบฉวยโอกาสของระบอบทักษิณ ก็กระโดดเข้าใส่ทันที ใช้แนวคิดอย่างนั้นมาหาเงิน และใช้เงินเพื่อส่งเสริมความนิยมทางการเมืองของตน เมื่อมีการกล่าวหาว่าการกระทำเช่นนั้นของครม.ทักษิณ กระทำผิดกฎหมาย ที่ฉวยโอกาสเอาเงินไปใช้อย่างนั้น และมากถึง 80 กระทงเท่ากับจำนวนครั้งที่ออกหวยบนดินอย่างนั้น ก็จะต้องจัดการอย่างเข้มข้น และเอาจริงกับการหากินกับอบายมุขที่มอมเมาชาวบ้านอย่างนั้น อีกด้านหนึ่งยืนยันว่า หวยไม่ว่าจะบนดินหรือใต้ดินเป็นเรื่องผิดศีลธรรมและมอมเมาประชาชนให้ติดอยู่กับการด้อยพัฒนา รัฐบาลมีหน้าที่ต้องปราบและจับคนผิดมาลงโทษ ดังนั้น การที่รัฐเข้าไปส่งเสริมเสียเองนั้น ยิ่งผิดหนัก นี่เป็นแนวคิดที่ควรจะเป็น แต่จะต้องมีแผนการทำงานอย่างมุ่งมั่นและยั่งยืนขณะที่ถกกันหน้าดำคร่ำเครียดเรื่องนี้ รัฐมนตรี ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม แห่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็บอกกับนักข่าวว่าจะขอเวลา 1 ถึง 2 สัปดาห์ เพื่อเสนอแผนเพื่อรณรงค์ลดการเล่นพนัน และเล่นหวยโดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และคนยากจนที่ชอบเล่นหวยเป็นประจำ ท่านบอกว่าจะเร่งลงพื้นที่สำรวจว่า แต่ละครอบครัวมีค่าใช้จ่ายในการเล่นหวยเดือนละเท่าไร และจะระดมความเห็นของผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย โดยจะยึดแนวทางเดียวกับการรณรงค์ "ลดละเลิก" เหล้าและบุหรี่ ที่ทำมาแล้วและได้ผลพอสมควร โดยเฉพาะประเด็นเยาวชนกับหวย ส่วนคนติดหวยกับติดบุหรี่ และเหล้า มีความเหมือนความต่างกันอย่างไร เป็นเรื่องท้าทายที่สังคมไทยควรจะต้องทำทุกอย่าง เพื่อให้ลงไปถึงก้นบึ้งของปัญหาเพื่อการแก้ไขอย่างยั่งยืนถาวร...มิใช่ปล่อยให้ชาวบ้านถูกนักการเมืองและนักฉวยโอกาสใช้เป็นเครื่องมือเพื่อให้บ้านเมืองต้องล้าหลัง และเป็นเหยื่อของการปั่นสถานการณ์ตามอำเภอใจได้อย่างที่เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในสภานิติบัญญัติแห่งชาติแห่งนี้อีกต่อไป
|