พิมพ์หน้านี้
|
วันศุกร์ที่ 12 มกราคม
ซึ่งไม่ใช่วิธีการที่ฉลาดสำหรับผู้ที่อาสาเข้ามา "ระงับเหตุ" และ "สร้างความสมานฉันท์" แห่งชาติในยามที่จะต้องการชำระสะสางความสกปรกโสโครกของบ้านเมืองที่ "ระบอบทักษิณ" ได้ทำเอาไว้อย่างร้ายแรง วิธีที่จะได้ผลกว่า ที่จะรักษาความเป็นประชาธิปไตยแห่งสื่อได้มากกว่า คือ การที่ คมช. และรัฐบาลนายกฯ สุรยุทธ์ จุลานนท์ เองจะต้องใช้วิธี "กลยุทธ์ทางรุก" ทางด้านข่าวสารอย่างรวดเร็ว ฉับพลันและมีความน่าเชื่อถือ ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่การ "บริหารด้วยอำนาจ" หรืออ้างมาตรา 11 ของกฎอัยการศึกที่จะให้สื่อรายงานหรือไม่รายงานข่าวตามที่ คมช.ต้องการ ความสำเร็จจะมาจากการ "บริหารด้วยความน่าเชื่อถือ" บนพื้นฐานของความบริสุทธิ์และสุจริต ยิ่งถ้า คมช. และนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าไม่มีความประสงค์จะสืบทอดอำนาจ เพียงแต่ต้องการเข้ามาจัดระบบบ้านเมืองให้เริ่มต้นกันใหม่ในระบอบประชาธิปไตยแล้ว ก็ยิ่งจะต้องแสดงศักยภาพแห่งการทำงานเพื่อมวลชนได้อย่างไม่ต้องเสแสร้งหรือสร้างมายาภาพเหมือนที่ทักษิณ ต้องพยายามทำอยู่ขณะนี้ แต่ความน่าเชื่อถือของ คมช. และรัฐบาลอยู่ที่การสามารถทำสงครามแห่งข่าวสารอย่างเป็นระบบและตรงไปตรงมา...พูดง่ายๆ คือเอาความจริงเข้าเผชิญกับคำกล่าวอ้างและแก้ตัวของทักษิณ และพรรคพวกอย่างทันสถานการณ์ สัจธรรมที่ว่า "อำนาจย่อมไม่เข้าใครออกใคร" นั้น พิสูจน์ว่าเป็นจริงเสมอ และไม่ว่าจะเป็นเผด็จการในคราบประชาธิปไตยหรือนักปฏิวัติ "สุภาพบุรุษ" ก็ตามที เพราะอำนาจทำให้คนเหลิงได้ อำนาจทำให้คนใช้มันไม่รู้จักขีดจำกัดของตัวเอง บ่อยครั้ง อำนาจก็ทำให้ไม่มองความผิดพลาดของตนเอง กลับไปโยนกลองใส่คนอื่น...และในกรณีนี้ คมช.ก็โยนปัญหาที่ตนเผชิญอยู่ให้กับสื่อเมื่อสถานการณ์ไม่ได้เป็นไปอย่างที่พึงหวัง ความจริง ความหงุดหงิดของคนใน คมช. ต่อการที่สื่อนำเอาข้อความ จดหมาย และลายมือของทักษิณ ที่ทั้งท้าทาย และแก้ตัวมาเผยแพร่ให้คนไทยได้อ่าน ฟัง และดู จะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าหาก คมช. และรัฐบาลชั่วคราวชุดนี้ จะทำงานอย่างเด็ดเดี่ยวและชัดเจนตั้งแต่ต้น... ก็เพราะหลังการปฏิวัติวันที่ 19 กันยายนแล้ว คมช. ไม่ดำเนินการกับทักษิณ และลิ่วล้ออย่างจะแจ้งชัดเจนจึงทำให้ทักษิณ เล่นเกมท้าทายด้วยวิธีการที่สร้างความรำคาญ และขุ่นข้องหมองใจให้กับคนไทยจำนวนไม่น้อย...และสื่อที่รับผิดชอบและมีจริยธรรมของไทยเองก็ทำหน้าที่สะท้อนถึงความรู้สึกเช่นนั้นอย่างตรงไปตรงมา ถ้า คมช. และรัฐบาลสั่งยกเลิกหนังสือเดินทางพิเศษของทักษิณ และครอบครัวเสียตั้งแต่แรก จัดการอะไรบางอย่างกับทรัพย์สินที่ต้องสงสัยของผู้ที่เข้าข่ายร่ำรวยเพราะตำแหน่งแห่งหนในรัฐบาลก่อน ติดตาม และเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของเหล่าบรรดามือขวามือซ้ายของทักษิณที่อยู่เบื้องหลัง "คลื่นใต้น้ำ" อย่างชัดเจนและเต็มที่...สื่อมวลชนไทยก็จะไม่มีข่าวจดหมายท้าทาย เสียงวอแว และข้อแก้ตัวน้ำขุ่นๆ จากทักษิณและที่ปรึกษาทางกฎหมาย เพราะทักษิณ จะต้องหยุดความเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อสร้างความสับสนวุ่นวายใส่ประเทศ แต่ควรจะเตรียมตัวมาสู้คดีของตัวเองและครอบครัวเท่านั้น แต่เมื่อทุกอย่างเดินมาอย่างคลุมเครือและ "หน่อมแน้ม" เช่นว่านี้ สื่อที่ทำหน้าที่เป็นกระจกของสังคมก็สะท้อนถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น... หากความเคลื่อนไหวทางด้านการปฏิรูปการเมืองเป็นไปอย่างคึกคัก หากการสอบสวนเรื่องคอร์รัปชัน ของรัฐบาลก่อนเดินหน้าอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด หากมียกเลิกหนังสือเดินทางพิเศษของทักษิณกะทันหัน หากมีการตั้งข้อกล่าวหาโกงกินกันอย่างฉับพลัน หากผู้นำรัฐบาล และ คมช. ออกมาฟาดฟันความเหลวแหลกของรัฐบาลก่อนเป็นฉากๆ หากรัฐบาลกับ คมช. มีทักษะและศิลป์ในการสื่อความหมายกับประชาชนในเรื่องต่างๆ ที่ท่านคิดและทำ ระดมสรรพกำลังของชาติให้มาร่วมมือร่วมใจกันเพื่อสร้างความเป็นชาติไทยที่ "คึกคักและพอเพียง" จดหมายทักษิณ กี่ร้อยฉบับก็ไม่มีความหมาย เพราะในความเป็นจริงนั้น ทักษิณ ได้กลายเป็นประวัติศาสตร์การเมืองบทหนึ่งของประเทศเท่านั้น ถ้า คมช. และรัฐบาลได้เดินหน้าเร่งเครื่องจัดการเรื่องสำคัญๆ เหล่านั้นอย่างเป็นระบบในช่วง 100 วันแรกหลังเหตุการณ์ 19 กันยายน สื่อมวลชนก็จะรายงานความเป็นไปเหล่านั้นอย่างคึกคัก..และจะสะท้อนถึงจังหวะแห่งการ "สร้างสำนึกใหม่" ของสังคมไทยอย่างเร่าร้อน และทักษิณกับ "ระบอบทักษิณ" ก็จะหมดความหมายไปด้วยตัวมันเอง สัจธรรมแห่งข่าวอีกประเด็นหนึ่งคือ "อดีต" ไม่เคยเป็นข่าวต่อเนื่องได้เท่ากับ "ปัจจุบัน" และทักษิณคือ "อดีต" ที่ไม่มี "อนาคต" ขณะที่ คมช. และรัฐบาลสุรยุทธ์คือ "ปัจจุบัน" ที่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าจะสร้าง "อนาคต" ให้กับคนไทยทั้งประเทศได้ คมช. ต้องไม่ใช้หรือขู่ที่จะใช้ "อำนาจกฎอัยการศึก" เพื่อปรามหรือควบคุมการกระจายตัวของข่าวสาร เพราะในยุคดิจิทัลเช่นนี้ อำนาจเช่นนี้ไม่มีความหมายในทางปฏิบัติแต่อย่างไร มีแต่จะทำให้เกิดภาพลักษณ์ทางลบมากขึ้นเท่านั้น หากเป้าหมายการสร้างชาติเหมือนกัน หากการเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างกว้างขวางรอบด้าน เป็นหัวใจของการทำความสะอาดชะล้างบ้านเมืองอย่างจริงจัง คมช. กับสื่อก็จะต้องเห็นตรงกันว่า เสรีภาพแห่งข่าวสารคือกุญแจสู่ความสำเร็จร่วมกัน |
| ในสนามข่าวเราคือตัวจริง | ||
ประมวลภาพงานเปิดตัว "ในสนามข่าวเราคือตัวจริง" |
||
|
View All |
||
| จับชีพจรโลก 11 สิงหาคม 2551 | ||
ศึกรัสเซีย VS จอร์เจียจะเผชิญทางออกได้หรือไม่ ? |
||
|
View All |
||
| << | มกราคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||