พิมพ์หน้านี้
|
วันนี้เป็นเส้นตายที่ฝ่ายบริหารของไอทีวีจะต้องจ่ายค่าสัมปทาน 2,000 ล้านบาท ที่ค้างทางการ (ซึ่งก็คือค้างประชาชนอย่างพวกเรานี่แหละ เพราะเขาเอาคลื่นความถี่ที่เป็นของประชาชนไปใช้ทำมาหากิน และยังขายให้ต่างชาติอีกต่างหาก) ทำให้ต้องจับตาดูว่าบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่มีเทมาเซคของสิงคโปร์เป็นผู้ถือหุ้นหลักนั้นจะมี "ลูกเล่น" อะไรมาซื้อเวลาต่ออีก ใครที่ติดตามเรื่องนี้ต้องแยกให้ออกระหว่างฝ่ายเจ้าของไอทีวีกับพนักงานไอทีวีให้ชัดเจน มิฉะนั้นแล้วก็จะหลงประเด็น เพราะเรื่องของเรื่องทั้งหมดนี้คือการที่รัฐบาลในฐานะเป็นตัวแทนของประชาชนคนไทยเอาจริงเอาจังกับการที่ชินคอร์ปสมัยที่ครอบครัวทักษิณ ชินวัตร ซื้อไอทีวีไปเพื่อทำธุรกิจโทรทัศน์แล้วไปแปลงเงื่อนไขสัมปทาน (จากข่าวและสาระร้อยละ 70 ไปเป็นร้อยละ 50) แล้วไปขายต่อให้ต่างด้าวอย่างเทมาเซค และพยายามจะลดค่าสัมปทานลงมาจนกลายเป็นประเด็นถกเถียงกัน ลงท้ายมีคำสั่งศาลปกครองว่าไอทีวีจะต้องจ่ายค่าสัมปทานเหมือนเดิม และยังต้องจ่ายค่าปรับอีกเกือบ 1 แสนล้านบาทอีกด้วย ส่วนพนักงานของไอทีวีโดยเฉพาะที่อยู่ฝ่ายข่าวนั้นไม่ได้เป็นคู่กรณีของรัฐบาลหรือประชาชนที่เป็นเจ้าของความถี่ เป็นผู้ที่ต้องได้รับความยุติธรรมตามกฎหมายแรงงานทุกประการ และใครก็ตามที่ได้ทำหน้าที่เป็นสื่อสารมวลชนอย่างซื่อสัตย์สุจริต ไม่รับใช้ผลประโยชน์ของทักษิณและครอบครัวก็ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรวิชาชีพด้านสื่อมวลชนอย่างเต็มที่มาเสมอ...และจะได้ความรู้สึกที่ดีๆ จากเพื่อนร่วมอาชีพเช่นนี้ต่อไปอีกด้วย จนถึงวันนี้เราก็ยังไม่เห็นเทมาเซคที่เป็นเจ้าของหลักของชินคอร์ปออกมาแสดงจุดยืนหรือความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ ดูเหมือนว่าสิงคโปร์จะปล่อยให้ฝ่ายบริหารที่เป็นลูกจ้างคนไทย และพนักงานฝ่ายต่างๆ ที่เป็นคนไทยเช่นกัน เป็นคนออกมาเรียกร้องความเห็นอกเห็นใจจากสาธารณชนและทางการเท่านั้น เทมาเซคยังไม่มีท่าทีเข้าใจว่าปัญหาที่แท้จริงนั้นอยู่ที่พวกเขา ไม่ได้อยู่ที่พนักงานที่เป็นคนไทยเลยแม้แต่น้อย "ห้าแนวทาง" ที่ฝ่ายบริหารไอทีวีเสนอให้สำนักนายกรัฐมนตรีก็คงจะเป็น "กลยุทธ์การซื้อเวลา" ของฝ่ายเทมาเซคมากกว่าที่จะเป็นของพนักงานคนไทยเอง เพราะไม่ปรากฏว่ามีคนไทยในไอทีวีคนไหนออกมาอธิบายความว่ามีทางออกเพื่อช่วยเหลือคนไทยที่ติดอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ได้อย่างไร การปล่อยข่าวว่ามี "ห้าแนวทาง" ก็ดี หรือที่บอกว่าไม่มีสถานบันการเงินไหนพร้อมจะให้ไอทีวีกู้เพื่อมาเสียค่าสัมปทานก็ดี หรือการออกข่าวว่ามีนักลงทุนกลุ่มใหญ่ 3 กลุ่มในเมืองไทยสนใจจะเข้ามาซื้อหุ้นของไอทีวีก็ดี หรือที่มีเสียงท้าทายจากผู้บริหารที่เป็นลูกจ้างสิงคโปร์บางคนที่ออกมาส่งเสียงทำนองท้าให้รัฐบาลยึดสัมปทานกลับไปก็ดี ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็น "กลลวง" และ "ลูกไม้" สิงคโปร์เพื่อจะเล่นเกมต่อรองกับฝ่ายไทยทั้งสิ้น ไม่ควรที่รัฐบาลไทย พนักงานคนไทยในไอทีวีและผู้ที่เฝ้าติดตามข่าวคราวเรื่องนี้จะถูกการปล่อยข่าวเช่นนี้หลงเข้าไปติดกับดักของประเด็นที่เป็นสาระแห่งปัญหาที่แท้จริง นั่นคือ เทมาเซคแห่งสิงคโปร์จะทำตามคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุดและคู่กรณีคือสำนักนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ถ้าทำ จะทำเมื่อไร และทำอย่างไร ถ้าทำไม่ได้ จะต้องคืนสัมปทานให้รัฐไทยและดูแลทุกข์สุขของพนักงานคนไทยในไอทีวีอย่างไร และถ้าจงใจที่จะไม่ทำตามพันธกรณีของตนในผืนแผ่นดินไทย สิงคโปร์กำลังจับเอาพนักงานคนไทยในไอทีวีและผลประโยชน์ของสาธารณชนคนไทยทั้งประเทศเป็น "ตัวประกัน" ใช่หรือไม่ ให้มันรู้กันจะจะ เราจะได้แยกแยะปัญหาให้ถูกต้องและ "เล่น" กับสิงคโปร์ได้อย่างตรงเป้า |
| ในสนามข่าวเราคือตัวจริง | ||
ประมวลภาพงานเปิดตัว "ในสนามข่าวเราคือตัวจริง" |
||
|
View All |
||
| จับชีพจรโลก 11 สิงหาคม 2551 | ||
ศึกรัสเซีย VS จอร์เจียจะเผชิญทางออกได้หรือไม่ ? |
||
|
View All |
||
| << | กุมภาพันธ์ 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | |||