• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 972
  • จำนวนผู้ชม : 1682164
  • จำนวนผู้โหวต : 5347
  • ส่ง msg :
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/black
วันศุกร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2550
เมื่อเศรษฐกิจมังกรยักษ์กลายเป็นม้าพยศ
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 122 , 07:55:47 น.   | หมวดหมู่ : กาแฟดำ  
พิมพ์หน้านี้


 

พอจีนประกาศว่าอัตราโตผลิตภัณฑ์มวลรวมหรือ GDP ของเขาเมื่อปีที่ผ่านมายืนอยู่ที่ 10.7 เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นอันรู้กันว่าเศรษฐกิจของจีนนั้นมาถึงจุดที่ "ฉุดไม่อยู่" เสียแล้ว  เพราะนั่นคืออัตราโตที่สูงที่สุดใน 11 ปี

         เท่ากับยืนยันว่าความพยายามของรัฐบาลกลางที่ปักกิ่งให้หามาตรการ "ลดความร้อนแรง" ลงนั้นไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้ความกลัวเรื่อง "ฟองสบู่แตก" ก็หวนกลับมาสู่แวดวงนักวิเคราะห์เศรษฐกิจระหว่างประเทศอีกรอบหนึ่ง

        พอเจาะลึกลงไป ก็เห็นว่าปัจจัยที่ทำให้ตัวเลขโตของปี ค.ศ.2006 คืออะไร ก็ได้ความว่าการส่งออกนั่นแหละพุ่งพรวดพราดขึ้นไป

        ตามมาด้วยยอดขายปลีกที่สูงขึ้นอย่างแรง แถมการผลิตด้านอุตสาหกรรมก็ขยายตัวอย่างคึกคัก

       ไม่ต้องพูดถึงการก่อสร้างถนน สร้างเมือง และตึกรามบ้านช่องในหลายๆ จุด ใครไปปักกิ่งกับเซี่ยงไฮ้ตอนนี้ก็จะเห็นกิจกรรมการก่อสร้างที่เกือบจะมีอยู่ตลอด 24 ชั่วโมงเพราะปีหน้าปักกิ่งเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกและอีกสองปีต่อจากนั้น เซี่ยงไฮ้ก็จะเป็นผู้จัดงาน World Expo ซึ่งถือเป็นงานยักษ์อันดับสามของโลก รองลงมาก็แต่โอลิมปิกและ World Cup เท่านั้น

       ที่ออกจะแปลกก็คือว่านี่คือ "ข่าวดีที่ทำให้เกิดข่าวร้าย" เพราะแม้นักเศรษฐศาสตร์จีนหลายคนนั้นพอเห็นตัวเลขเศรษฐกิจทางการสำหรับปีที่ผ่านมาออกมาอย่างนี้ ก็ทำนายเลยว่าสงสัยรัฐบาลกลางจะต้องปวดหัวอีกแล้ว

       ทำไมข่าวเศรษฐกิจดีเกินคาดจึงเป็นข่าวร้าย? เพราะกลัว "ร้อนแรงเกินเหตุ" หรือที่รู้จักกันดีในคำว่า overheating ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงก็จะทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่มีผลร้ายทางสังคมและการเมืองสำหรับผู้นำจีนได้

       คนจนต้องกระเบียดกระเสียรนั้นเป็นเรื่องของความเคยชิน แต่ชนชั้นกลางที่ได้ลิ้มรสของเงินทองแล้ว อยู่ดีๆ เกิดเจ๊งขึ้นมา ต้องหันกลับไปใช้ชีวิตอย่างคนยากไร้นั้น เป็นเรื่องร้ายแรงทางสังคมเพราะมันสามารถทำให้รัฐบาลสั่นคลอนได้ยิ่งกว่าคนจนด้วยซ้ำ

     ตลอดสองสามปีที่ผ่านมา รัฐบาลกลางที่ปักกิ่งได้พยายามเพลาความร้อนแรงของเศรษฐกิจด้วยการสั่งให้สถาบันการเงินเพิ่มดอกเบี้ย และกดดันให้ธนาคารลดการปล่อยกู้ให้กับโครงการที่ทำท่าว่าจะมีผลต่อการผลักดันให้อัตราโตสูงขึ้นเกินกว่าระดับแห่งความเหมาะควร

      แต่มาตรการเหล่านั้นกลับไปเป็นผลทางปฏิบัติ เพราะอัตราโตของ GDP เมื่อปี ค.ศ.2002 อยู่ที่ร้อยละ 9.1 และกระโดดไปที่ 10.4 เมื่อปี 2005...พอถึงปี 2006 แทนที่จะหดตัวหรือหยุดนิ่งกลับขยับขึ้นต่อไปอยู่ที่ 10.7 เปอร์เซ็นต์

      ย้อนกลับไปดูจะเห็นว่าปีที่ GDP โตกว่านี้คือเมื่อ 1995 ซึ่งแสดงตัวเลขอัตราขยับขึ้นของผลิตภัณฑ์มวลรวมอยู่ที่ 10.9 หมายความว่าปีที่เพิ่งหมดไปนั้นมีความร้อนแรงของเศรษฐกิจสูงสุดใน 11 ปี...ขณะที่หลายๆ ประเทศในโลกทั้งใหญ่ และเล็กต่างบอกว่าหากได้อัตราโตร้อยละ 5 ก็ถือว่าเก่งแล้ว

     แน่นอนว่าปักกิ่ง ย่อมอยู่เฉยๆ ไม่ได้กับ "ความซ่าเกินเหตุ" ของเศรษฐกิจ (แม้ว่าลึกๆ แล้วเขาจะภาคภูมิกับ "ศักยภาพ" แห่งการสร้างตนเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในอนาคต) และถ้าอาการของเศรษฐกิจปีนี้ยังทำท่าว่าจะพุ่งต่อ ก็หนีไม่พ้นว่าทางการจีนจะต้องควักเอามาตรการเข้มข้นกว่าที่ผ่านมาออกมาใช้เพื่อจัดการกับมังกรที่เต้นเหมือน "ม้าพยศ" ตัวนี้

      อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลจีนก็ถูกกดดันอย่างต่อเนื่องให้เดินหน้าทำให้เงินสกุลหยวนของเขาแข็งมากขึ้นและเร็วขึ้นกว่าเดิม...เป้าหมายหนึ่งก็คือลดตัวเลขได้ดุลการค้ากับสหรัฐที่โวยวายเรื่องนี้มาหลายปีแล้ว

      พอตัวเลขเศรษฐกิจโตอย่างน่ากลัวของจีนออกมา สหรัฐก็จะต้องออกมาชี้นิ้วไปที่ปักกิ่งทันทีว่า "เห็นไหม แสดงว่าคุณยังไม่ได้ทำให้เงินหยวนของคุณแข็งเพียงพอ..."

       ทางการจีนก็จะหันมาแย้งว่า "ทำมากแล้วเพื่อนเอ๋ย ก็อัตราแลกเปลี่ยนจาก 8.26 หยวนต่อหนึ่งเหรียญอเมริกันเมื่อปีกว่าๆ มาเป็น 7.77 วันนี้แล้ว ไม่เห็นหรือไง?"

       จีนจะอ้างอย่างไร มะกันก็จะยังบอกว่ามันน้อยไป ช้าไปอยู่ดี

       แต่เชื่อผมเถอะว่า แม้มะกันจะไม่กดดันจีน ผู้นำจีนเองก็จะไม่ยอมให้อัตราโตของ GDP ปีนี้โตเกินกว่าปีที่แล้วแน่นอน

      เพราะยิ่งตัวเลข GDP ดูสวยมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งตอกย้ำว่าช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนของจีนนั้นกว้างขึ้นทุกที

      ช่องว่างของปากท้องชาวบ้านยิ่งกว้างเท่าไหร่ ระเบิดเวลาทางการเมืองก็ยิ่งใหญ่และแรงเท่านั้น

     (อะไรอยู่ในกระแสของข่าวทั้งในและต่างประเทศ ต้องการแลกเปลี่ยนความเห็นในทุกเรื่องราวรอบตัวท่าน เข้ามาในห้องส่วนตัวของผมที่ www.oknation.net/blog/black ได้ตลอด 24 ชั่วโมง)


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10
JIT ( guest ! ) วันที่ : 03/02/2007 เวลา : 20.22 น.

ผมต้องขอโทษเจ้าของบล๊อกและท่านผู้อ่าน ขอนอกเริ่องหน่อยครับ กล่าวคือ ผมมีปัญหา อ่านตัวหนังสือในบล๊อก ได้ไม่ค่อยชัด อ่านลำบากมาก ถ้าตั้ง Font เป็นแบบ Smallest Smaller อ่านไม่ไหว ตัวเล็กเกินไป ถ้า set เป็น medium ก็ยังอ่านลำบากอยู่ แต่ set large largest ตัวสระก็ไปทับตัวหนังสือข้างบนและข้างล่าง
เลยอ่านยิ่งลำบาก ใครมีวิธีแก้ปัญหานี้ของผม และผมเชื่อว่า คงมีคนจำนวนไม่น้อย คงมีป้ญหาเช่นผม กรุณาช่วยบอกวิธีแก้ไข ให้ผมได้อ่านตัวหนังสือในบล๊อกได้ชัด เหมือนผมอ่านในเว็บ manager.co.th อยู่ทุกวัน ปกติผมตั้งขนาดตัวอักษรขนาด large ครับผม ขอขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 9
คิม ( guest ! ) วันที่ : 03/02/2007 เวลา : 20.13 น.

หรือเพราะจีนมีพลเมืองเยอะ และคนมีคุณภาพ การพัฒนาจึงไปได้เร็ว
ความคิดเห็นที่ 8
JIT ( guest ! ) วันที่ : 03/02/2007 เวลา : 08.51 น.

ส่วนดีที่จีนออกมาทำการค้าขายกับโลกภายนอก คือ ผมได้บริโภคสินค้าในราคาถูกมากๆจากจีน แม้ในระยะแรกๆ คุณภาพจะต่ำก็ตาม ทำให้สินค้าไทยและของต่างประเทศ ไม่กล้าขึ้นราคาเอากำไรมากๆเอาเปรียบผู้บริโภคได้
ความคิดเห็นที่ 7
คนไทย ( guest ! ) วันที่ : 02/02/2007 เวลา : 21.08 น.

ถ้าจีนใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงควบคู่กับการพัฒนา ก็จะลดความร้อนแรงทางเศรษฐกิจมาอยู่ที่จุดเหมาะสมได้
ความคิดเห็นที่ 6
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 02/02/2007 เวลา : 18.32 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เคยไป(ทำข่าว)ที่เมืองจีน
ไปแค่ 5-6 วัน เห็นอะไรไม่มาก
แต่ที่"น่ากลัว"ก็คือ คนจีนหายใจเข้าหายใจออกเป็น"เงิน"..ทำทุกอย่างเพื่อ"เงิน" ..เหมือนที่คุณทักษิณสอนคนไทยมาหลายปีนั่นแหละครับ

นึกถึงพวกเปาบุ้นจิ้น จูล่ง ฯลฯ...ถ้าเห็นลูกหลาน(วันนี้)บูชาเงินมากกว่าความถูกต้อง จะทำหน้ายังไงไม่รู้
ความคิดเห็นที่ 5
คนว่างงาน ( guest ! ) วันที่ : 02/02/2007 เวลา : 14.46 น.

ถ้าจีนฟองสบู่แตกขึ้นมา ผมกลัวว่ามันจะยิ่งกว่ากรณีต้มยำกุ้งดีซีสเมื่อปี 2540 นะครับเพราะประเทศที่ผูกการค้ากะจีนก็ไม่ใช่น้อยๆ เลย ขาดดุลกะพี่แกก็เยอะ ถ้าแตกขึ้นมาน่าจะลามไปทั้งทวีปเลยละครับ
ความคิดเห็นที่ 4
โป่ย ( guest ! ) วันที่ : 02/02/2007 เวลา : 13.40 น.
www.geocities.com/samadhinet/book.htm

ทำไมประเทศจีน ไต้หวัน ฮ่องกง และสิงคโปร เจริญก้าวหน้ากว่าไทย คนจำนวนมากไม่รู้ เคล็ดลับคือการใช้ วิชาฮวงจุ้ยพลิกชะตา แนะนำไปอ่าน ใน ซีดี ฮวงจุ้ย แค่คลิ๊ก ขายที่ร้านซีเอ็ด ราคาเพียง 190 บาท จะเข้าใจ ใช้ง่าย แก้ปัญหาชีวิตได้จริง หรือ ดู
www.geocities.com/samadhinet/book.htm
ความคิดเห็นที่ 3
arch ( guest ! ) วันที่ : 02/02/2007 เวลา : 13.00 น.

ถ้าจีนไม่สะดุดขากันเองภายใน(พรรค ) จีนน่าจะโตอย่างต่อเนื่อง เพราะเศรฐษกิจจีนโตแบบ2ขา ขาหนึ่งรับจ้างผลิต(โรงงานของโลก อีกขาหนึ่งก็ พัฒนาแบรนด์ของตัวเอง ถ้าพัฒนาไม่ทันก็ซื้อ( เรียนรัด ) กรณี IBM รวมทั้งการสร้าง logistic เข้าไปทางตะวันตก ระบบสาธารูปโภคต่างๆ ตัวแปรเหล่านี้ ทำให้จีนมีตัวเล่นอีกมาก
ความคิดเห็นที่ 2
ปป ( guest ! ) วันที่ : 02/02/2007 เวลา : 10.39 น.

แล้วถ้าจีนล้ม
อะไรจะเกิดขึ้นกะไทยล่ะคะ



ไม่คิดดีกว่า ขอให้จีนไม่ล้มละกัน เฮือก
ความคิดเห็นที่ 1
นฤมิตร วันที่ : 02/02/2007 เวลา : 08.44 น.
http://www.oknation.net/blog/coffee

การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจต้องมีควบคู่กับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และจริยธรรมในสังคมซึ่งคือการกระจายรายได้และทรัพย์สินที่เป็นธรรม หากไม่แก้ไข ช่องว่างระหว่างคนรวยคนจน ก็คงกว้างขึ้นๆ เหมือนหลายๆ ประเทศที่ผ่านทุนนิยมมาได้ช่วงหนึ่ง
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

จับชีพจรโลก 11 สิงหาคม 2551

ศึกรัสเซีย VS จอร์เจียจะเผชิญทางออกได้หรือไม่ ?

View All
<< กุมภาพันธ์ 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28      



รายการชีพจรโลก คุณสุทธิชัยสัมภาษณ์ ฑูต 3 ประเทศ ท่านคิดว่า ทูตท่านไหนพูดไทยถูกใจท่านที่สุด?
จีน
2253 คน
สหราชอาณาจักร (อังกฤษ)
187 คน
สหรัฐอเมริกา
499 คน

  โหวต 2939 คน