• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 882
  • จำนวนผู้ชม : 1268541
  • จำนวนผู้โหวต : 4670
  • ส่ง msg :
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/black
วันเสาร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2550
นอสตราดามุสเคยทำนายหายนะจาก”ภาวะโลกร้อน” หรือเปล่า?
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 422 , 16:28:08 น.   | หมวดหมู่ : Blog Talk  
พิมพ์หน้านี้


ท่านผู้ติดตามรายการ “ชีพจรโลกกับสุทธิชัย หยุ่น” ท่านหนึ่งเขียนมาผมว่า
นอสตรามาดุสเคยพยากรณ์เรื่องโลกจะต้องเผชิญกับหายนะเพราะ “ภาวะ
โลกร้อน” หรือเ global warming หรือเปล่า?


นอสตราดามุส ถือเป็นนักทำนาย หรือหมอดูที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งของโลก มีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 16 โดยมีผลงานหนังสือที่โด่งดังชื่อว่า “เดอะ พรอฟเพซี่” (Les Prophetie ) ที่บรรจุงานเขียนเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ อย่างกว้างๆ ไม่ได้กำหนดวันเวลาที่ชัดเจน

นักวิชาการบางคนบอกว่า งานเขียนของเขาไม่ได้เป็นการคาดการณ์ล่วงหน้า แต่อาจเป็นการเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงยุคสมัยของเขาก็ได้  ผู้สนับสนุนเขาตีความงานเขียนของเขาในแบบต่างๆ

แต่ที่แน่ ๆ คือเขาได้รับเครดิตว่า เป็นผู้ทำนายเหตุการณ์สำคัญๆ ของโลกไว้ล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็น สงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 การขึ้นมามีอำนาจของนโปเลียนและฮิตเลอร์ รวมถึงเหตุการณ์ก่อการร้าย วันที่ 11 กันยายน ปี 2544 อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีข้อความบางส่วนจากงานเขียนของเขา ที่ได้รับการตีความว่า เหมือนเป็นการพูดถึงภัยธรรมชาติ รวมถึงภาวะโลกร้อน

 แต่ในสมัยนั้นคงจะไม่มีการใช้คำ global warming

แต่ที่ผมไปค้นหาเอกสารที่เกี่ยวข้องบางส่วนระบุว่า “จะเกิดเหตุแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ระบบอากาศถูกรบกวน  ซึ่งจะทำให้เกิดการขาดแคลนอาหารอย่างกว้างขวาง เกิดความแห้งแล้ง และเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ในสถานที่ที่คาดไม่ถึง....”

ไม่เพียงเท่านั้น ประเทศต่างๆ ที่ขึ้นชื่อว่า เป็นประเทศที่มั่งคั่งและมีอำนาจ โดยเฉพาะชาติตะวันตกจะอ่อนแอลง และจะถูกทำลายโดยความขัดแย้งภายในประเทศ รวมถึงการประท้วง ในขณะที่ประชาชนจะพากันอพยพไปยังพื้นที่ที่มีน้ำ และอุดมสมบูรณ์

สหรัฐ จะเผชิญกับหายนะทางธรรมชาติครั้งใหญ่ โดยเฉพาะ แผ่นดินไหวและน้ำท่วม ทำให้ประเทศชาติเสียหายยับเยิน เกิดความขัดแย้ง และความเศร้าสลด ท้ายที่สุด สหรัฐจะล้มละลายเพราะภัยธรรมชาติ ในขณะที่ชาติมหาอำนาจอีก 3 ชาติจะเข้าไปช่วยเหลือ

ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าเรื่องราวเกี่ยวกับภัยธรรมชาติที่นอสตราดามุสได้ทำนายทายทักไว้
จะเป็นจริงมากน้อยเพียงใด...

ถ้าเราไม่รีบร่วมมือร่วมใจกันป้องกันภาวะโลกร้อน, อาจจะแย่กว่าที่นักพยากรณ์คนดังคนนี้ได้คาดการณ์ได้ด้วยซ้ำนะครับ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 24
myplanet วันที่ : 20/04/2007 เวลา : 22.20 น.
http://www.oknation.net/blog/myplanet

ดีใจครับ ที่มี เพื่อน ๆ สนใจเรื่องเกียวกับ โลกร้อน นะครับ มาช่วยกันนะครับ
ความคิดเห็นที่ 23
ต้นกล้า ( guest ! ) วันที่ : 08/02/2007 เวลา : 17.56 น.

คำทำนายของหมอดูจะทำให้การแบ่งแยกวิธีการคิดของคนเป็น 3 แบบ 1. ไม่สนใจในสิ่งที่จะเกิดขึ้นใช้ชีวิตไปวันๆ 2. พวกที่ 2 น่ากลัวเพราะคิดว่าไหนๆโลกก็เป็นแบบนี้ทำอะไรก็ได้ที่ตัวเองยากทำไม่สนใจว่าจะดีหรือไม่ ( ถ้ามีเยอะคงวุ่นวาย 3. พวกที่ช่วยกันแก้ไขป้องกันด้วยความจริงใจและทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ในช่วงชีวิตของตน
ความคิดเห็นที่ 22
คนชื่อ::แม้ว::ที่ไม่เหมือนกัน ( guest ! ) วันที่ : 07/02/2007 เวลา : 15.02 น.

ทำอย่างไรคนถึงจะตระหนักถึงเรื่องนี้มากขึ้นคะ? ทำไมประเทศใหญ่ๆบางประเทศถึงยังเป็นห่วงแต่ภาวะเศรษฐกิจ ทั้งที่ถ้าไร้ซึ่งโลกอันสมดุลย์นี้แล้ว เศรษฐกิจอันมั่งคั่งจะมีไว้ไปเพื่อใครคะ?

"It's difficult to get a man to understand something when his salary depends upon his not understanding it" Upton Sinclair
ความคิดเห็นที่ 21
nobody ( guest ! ) วันที่ : 06/02/2007 เวลา : 17.46 น.

เราน่าจะทำอะไรสักอย่างเพื่อให้คนหันมาตระหนักถึงเรื่องนี้ เราคิดว่าคุณสุทธิชัยก็กำลังทำหน้าที่สื่อของตัวเองอย่างดีที่สุด เราทุกคนพอจะทำอะไรได้ก็ทำ เดี๋ยวนี้ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่เปิดไฟทิ้งไว้ ไม่ร้อนก็ไม่เปิดพัดลม เราก็นั่งรถเมล์อยู่แล้ว ฯลฯ เราว่าที่ไม่ค่อยมีคนสนใจจะประหยัดพลังงาน อาจเป็นเพราะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ก็อย่างเปิด ปิด ไฟอย่างงี้ บางคนอาจคิดว่าเปิดไว้ก็ไม่เห็นเป็นไร แค่ไฟหลอดเดียว ซึ่งเราเองก็เคยคิดอย่างนั้นมาก่อน แต่ตอนนี้พยายามเตือนตัวเองบ่อยๆ
ตอนที่นั่งบนรถเมล์แล้วมองออกไป บนท้องถนนมีรถยนต์มากมาย รถบางคันก็ใหญ่เชียวแต่มีคนขับแค่คนเดียว ลองคิดดูสิ คนๆเดียว แต่พื้นที่ที่รถคันนั้นใช้อยู่มันมากนะเมื่อเทียบกับแค่1คนที่จะเดินทาง สัญจรไปมา มันก็ทำให้รถติดอีก สิ้นเปลืองน้ำมันด้วย ปล่อยco2 ออกมาก็มาก ถ้าคนเหล่านี้หันมาขึ้นรถเมล์หรือรถไฟฟ้าก็คงช่วยทั้งประหยัดน้ำมัน ทั้งลดความแออัดบนท้องถนนได้มาก พื้นที่ที่รถเหล่านั้นใช้ก็จะเหลืออีกมาก
เราเห็นที่จอดรถตรงสถานีรถไฟฟ้าหมอชิต คิดว่าคงเป็นรถของคนที่จอดไว้แล้วขึ้นรถไฟฟ้าไปทำงานต่อ มีหลายคันทีเดียว ซึ่งจะเห็นได้ว่ามันช่วยลดพื้นที่การใช้ถนนไปได้มากจริงๆนะ แต่ก็ยังไม่พอ เพราะทุกวันนี้รถก็ยังติดอยู่
เราก็เป็นวัยรุ่นคนนึงที่สนใจเรื่องนี้ ตั้งแต่ที่ดู
the day after tomorrow เราก็ search หาข้อมูลเกี่ยวกับน้ำท่วมโลกมาอ่าน ก็ไปเจอข้อมูลเกี่ยวกับ ภาวะโลกร้อน เจอเว็บที่เห็นภาพจะๆว่ามันเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน เราว่ามันรุนแรงนะ แต่มันเป็นภัยที่ค่อยๆคืบคลานมาช้าๆและยิ่งนานวันมันก็ยิ่งทวีความรวดเร็วและรุนแรงมากขี้นเท่านั้น
พอมี the inconvenient truth เราก็ไปดูเลย


ดูภาพและเนื้อหากันจะๆเลยนะ

http://www.worldviewofglobalwarming.org/pages/glaciers.html

http://www.worldviewofglobalwarming.org/pages/rising-seas.html



ลองเข้ามาดูตัวอย่างคล่าวๆของ the inconvenient truthได้ที่นี่

http://www.youtube.com/results?search_query=the+inconvenient+truth

http://www.youtube.com/watch?v=TUiP6dqPynE
ความคิดเห็นที่ 20
BIANCA ( guest ! ) วันที่ : 06/02/2007 เวลา : 15.40 น.

I saw your program - THE INCONVENINt TRUTH very inteesting .
COMMENT 2 , Where can I buy this vcd ? I have been looking for awhile now, but cannot get any.
ความคิดเห็นที่ 19
พิบัติ ( guest ! ) วันที่ : 06/02/2007 เวลา : 15.37 น.

เศรษฐกิจพอเพียงตามพ่อหลวงดีที่สุดแล้ว
ความคิดเห็นที่ 18
pinky_girl ( guest ! ) วันที่ : 05/02/2007 เวลา : 23.30 น.

ดิฉันเป็นเด็กวัยรุ่นคนนึงที่ ตระหนักและกังวล กับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะ ดิฉันติดตามข่าวสารอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งก็ได้ยินข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้บ่อยพอสมควร แต่ดิฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมทุกฝ่ายถึงไม่มีใครให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เลย ทั้งที่มันเป็นเรื่องความเป็นความตาย ความอยู่รอดของมวลมนุษยชาติเลยด้วยซ้ำ
ดิฉันอยากทราบว่าองค์กรระหว่างประเทศหรือสหประชาชาติ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากแค่ไหน เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย และมีมาตรการควบคุม แก้ไขเรื่องนี้อย่างไร
ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ที่มีเหตุผลพอที่จะสนับสนุน ให้ทุกฝ่ายตื่นตัวกับเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆที่รุนแรงขึ้นมากๆ น้ำแข็งทางแถบเทือกเขาแอลป์เริ่มละลาย มีข่าวว่าประเทศออสเตรเลียแห้งแล้งลงมากที่สุดในรอบพันปี(ไม่รู้ว่าข่าวเว่อร์เกินรึป่าวนะคะ) เหตุการณ์น้ำท่วมในหลายๆประเทศ
มีรายงานข่าวว่าร้อยละ90 ของสารที่ทำลายชั้นบรรยากาศของโลกเป็นเหตุให้เกิดภาวะโลกร้อนมาจากน้ำมือมนุษย์ และส่วนมากมาจากประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกา แถมอเมริกายังมีท่าทีเมินเฉยที่จะหามาตราการป้องกัน เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจของประเทศ(คิดดูสิคะ..)
ดิฉันเพิ่งอายุ19ปี ยังคงต้องอยู่บนโลกนี้อีกนาน เลย สงสารชะตากรรมของตัวเองเหลือเกิน และอยากจะทราบว่าทั่วโลกจะตื่นตัวกับเรื่องนี้กันได้หรือยัง? หรือต้องรอให้น้ำทั่วโลกก่อน ทีนี้ผู้คนคงแก่งแย่งเพื่อความอยู่รอดมากขึ้น(จากที่มากอยู่แล้ว) โรคระบาดแพร่สะพัด ผู้คนล้มตายกันทั่วโลก อย่างนั้นก่อนใช่มั้ย ถึงค่อยมาตื่นตัวกัน
ป่าวประกาศให้ประชาชนรับรู้สักทีสิคะ ก่อนจะสายเกินแก้

ความคิดเห็นที่ 17
KnightCNX ( guest ! ) วันที่ : 05/02/2007 เวลา : 23.10 น.
-

ผมกำลังเรียนการเมืองระหว่างประเทศอยู่พอดีเลยครับและได้หาโอกาสเช่ามาดูแล้ว และอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยก็กำลังจัดให้นักศึกษาได้มีโอกาสได้ดู และให้วิเคราะห์ทำรายงานส่ง ผมเป็นคนที่ห่วงเรื่องนี้มานานแล้วก่อนหน้าที่จะได้ดู แต่เมื่อผมได้ดูแล้วถึงกับว่าตัวเองยังรู้น้อยมากๆ อยากให้สื่อต่างๆหรือสถาบันต่างๆนำเรื่อง globalwarming นี้ปลูกฝังในเรื่องสิ่งแวดล้อมให้มาก ไม้อ่อนดัดง่ายไม้แก่ดัดยาก หวังว่าไม้อ่อนจะมีโอกาสได้เรียนรู้และมีโอกาสได้เห็นสิ่งแวดล้อมอันสวยงามอีกต่อไป
ความคิดเห็นที่ 16
Bank ( guest ! ) วันที่ : 05/02/2007 เวลา : 22.55 น.

ผมเคยทำโครงงานตั้งแต่สมัย ม.2 ตอนนั้นยังไม่มีใครตระหนักเรื่องนี้ จนถึงทุกวันนี้กยังไม่มีใครกังวล จนนี้ผมอายุ 30 แล้วนะ T_T
ความคิดเห็นที่ 15
BB ( guest ! ) วันที่ : 05/02/2007 เวลา : 21.59 น.

In his book, when will it happen krub? I want to prepare for it.
ความคิดเห็นที่ 14
redchocolate ( guest ! ) วันที่ : 05/02/2007 เวลา : 13.28 น.

global warming เป็นเรื่องใหญ่ สำคัญมาก
มนุษย์พยายามทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด
บางคนถึงกับเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอย่างน่าเกลียดเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง
แต่ทำไมเรื่องผลที่มีกระทบต่อความอยู่รอดของเราอย่างแท้จริง.....ถึงได้ละเลยกันอย่างไม่น่าให้อภัย
ความคิดเห็นที่ 13
ฟาส ( guest ! ) วันที่ : 05/02/2007 เวลา : 11.42 น.

เป็นเด็กมหาวิทยาลัยค่ะ
ยังรู้สึกว่าเพื่อนๆดูเค้าไม่ค่อยตระหนักกับเรื่องนี้เลย
เคยบอกเพือนเรื่องนี้แต่เค้าก็บอกว่า ไม่เป็นไรหรอกเราแค่ส่วนน้อยถึงประหยัดไปก็ไม่ช่วยให้ดีขึ้น
ขนาดอยู่คณะเกี่ยวกับสื่อสารมวลชน
แต่ไม่ค่อยมีใครติดตามข่าว
ค่ะ เชื่อไหมค่ะ เค้ายังไม่รู้จักว่าอินดี้ อามิน คือใคร

ขอโทษด้วยค่ะที่ออกนอกเรื่อง
ถึงเวลาแล้วค่ะที่เราต้องช่วยกันงดใช้พลังงาน
ป.ล. ชอบรายการชีพจรโลกมากค่ะติดตามตั้งแต่ม.ปลาย (ช่วงที่ยังออกอากาศแค่ช่องเนชั่นค่ะ)
ความคิดเห็นที่ 12
yoonwanchai ( guest ! ) วันที่ : 04/02/2007 เวลา : 19.45 น.

นอกจากนอสตราดามุสแล้ว อยากถามคุณสุทธิชัย หยุ่น ว่ายังจำเมล์ที่มากันมากมายเมื่อ2-3ปีก่อนไหมว่าจะเกิดน้ำท่วมกรุงเทพ ขอทราบความคิดเห็นด้วย ว่าจะเกี่ยวกันกับโลกร้อน และนอสตราดามุสหรือไม่
ความคิดเห็นที่ 11
10เดซิเบล ( guest ! ) วันที่ : 04/02/2007 เวลา : 17.21 น.
www://10decibel.blogspot.com

อันนี้ไม่พึ่งตำราของนอสตราดามุสเลยครับ...สนามบินสุวรรณภูมิคนที่ฟาดรันเวย์ ลดสเปกพิมพ์เขียวเพื่อหาเงินดับราคะความหิวกระหายในกระเพาะของตนเองคงเป็นแพะที่ถูกจับตามเคย(หรืออาจไม่มีใครโดนเลย ในสมัยนี้แม้แต่แพะยังหายาก!!!)
ประเทศชาติเสียหายเท่าไหร่ไม่เคยสน...สนอยู่อย่างเดียวกูจะเอา ใครจะทำไม!!!
จุดจบสุดท้ายของเรื่องนี้ไม่ต้องพึ่งคนที่ตายไปหลายร้อยปีก่อน หรือต้องรบกวนหมอลักษณ์ให้ฟันธงก็พอทราบได้...ผู้ดีตีนแดงคนที่บอกจะทำเพื่อประชาชนก็ยังคงกอดเงินแสนล้านสบายใจบินว่อนไปทัวร์รอบโลก แบบไม่ยี่หระต่อบาปบุญที่เคยได้ทำไว้
โครงการการตรวจการทุจริตในองค์กร...ไม่ว่าปีไหน เดือนไหน ชาติไหน ก็คล้ายกันคือไปรีดไถและเจรจานอกรอบกันอีกที(แบบว่า เฮ้ย มึงแบ่งกูมั่งดิ)
ทหารที่เคยทำการยึดอำนาจเมื่อหลายปีก่อนโน้น...คนบอก เป็นทหารอาชีพ(ตอนตายถึงรู้มีเงินเหลือให้เมียตั้งสี่พันล้าน)
ไม่ว่ายุคนี้ ยุคไหน ไม่ต้องเป็นหมอดูชื่อดังก็พอรู้ได้...แม่งไม่มีวันติดคุก!!!
ฝรั่งแถวพัทยามันยังรู้ เมืองไทยแดนสวรรค์...มีไหมล่ะเงิน
ได้แต่สาปส่ง อ้อนวอนภูตผีเทวดา(แม้ยังไม่เคยเห็นสักครั้งในชีวิต)...ใครโกงกินแผ่น แดกแม้กระทั่งรันเวย์สนามบินทำให้อับอายไปทั่วโลก ขอให้มันได้รับผลกรรมนั้นกลับคืน
ชาตินี้ ชาติหน้าไม่ทราบได้...วิงวอนซาตานในอเวจีช่วยนำพามันไปตรวจเช็คความชั่วร้ายในหัวใจโดยเร็ววัน
เกรงอย่างเดียว ซาตานท่านจะปฏิเสธเหตุเพราะ...ถ้ามันเกิดมาแดกกระทะทองแดงของกูแล้วกูจะทำยังไง?
...................................

ความคิดเห็นที่ 10
Dek Yong ( guest ! ) วันที่ : 04/02/2007 เวลา : 16.21 น.

ผมได้ดูรายการในคืนนั้นด้วยแต่ยังไม่มีโอกาศหาซื้อ VCD มาดูแต่ทุกอย่างที่นำเสนอและเมื่อเราหันมามองบ้านเรา(ประเทศไทย) มีหลายอย่างนะที่เปลี่ยนไปและเกิดเหตุการณ์ผิดปกติขึ้นมามายหลายครั้งในประเทศเรา หากเรื่องพวกนี้เป็นแค่ภัยที่รอวันให้มันเลือนหายไปผมเข้าใจ(ส่วนตั่วนะ) โลกเราอาจจะเป็นดังเช่นคำทำนายทั้งหลาย พวกผู้ใหญ่ควรเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ด้วย เราทำวันนี้เพื่อโลกของเรา
ความคิดเห็นที่ 9
Bunkee ( guest ! ) วันที่ : 04/02/2007 เวลา : 13.08 น.

ภายหลังเหตุการณ์ทสึนามิ จะเห็นสภาวะความเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว แผ่นดินทรุด สภาพอากาศแปรปรวน ฯลฯ นับว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน น่ากังวลจริง ๆ
ความคิดเห็นที่ 8
mai ( guest ! ) วันที่ : 04/02/2007 เวลา : 13.04 น.

ผมเชื่อนะ เพราะทุกวันนี้ทุกประเทศก็เห็นแก่ได้
ความคิดเห็นที่ 7
naive วันที่ : 04/02/2007 เวลา : 12.58 น.
http://www.oknation.net/blog/wickedgirl

คงต้องมีการเริ่มต้นปฏิวัตแนวคิดทางอุตสาหกรรมกันใหม่หมด ทั้งทบทวนการใช้พลังงานด้านต่างๆกันอย่างจริงจังด้วย
ความคิดเห็นที่ 6
ปป ( guest ! ) วันที่ : 04/02/2007 เวลา : 12.35 น.

ดู an inconvenient truth แล้วค่ะ
ฮาไปน้ำตาตกในไป

มันใกล้ตัวจนหลอนเข้ามาทุกที
อย่างที่มันหนาวเอาๆ ช่วงอาทิตย์นี้ วิปริตมั่กๆ

ส่วนเรื่องนอสตราดามุส
มีความรู้สึกว่าเป็นการจับแพะชนแกะของเหล่านักตีความน่ะค่ะ 555 (ใครเชื่ออย่าโกดกันนะ)

ปล. (แซว) คุณสุทธิชัยเป็น Blogger เต็มตัวแล้วล่ะก็ รับโดน tag ไหมคะ?
Blog Tag เป็นจดหมายลูกโซ่ที่ฮิตกันในหมู่ Blogger มาพักใหญ่ๆ แล้วค่ะ
คิดขึ้นมาโดย Jeff Pulver
http://pulverblog.pulver.com/archives/006087.html

Blog-Tag: A Game for a Virtual Cocktail Party
As a blogger, people may know you, but how good does anyone ever really know anyone?

คนที่โดน tag จะต้องอัพบล็อกเขียนเรื่องเกี่ยวกับตัวเองที่คนอื่นไม่รู้ 5 ข้อ
ถ้าอัพแล้วก็ต้อง tag คนอื่นต่อไปอีก 5 คนน่ะค่ะ
ถ้าว่างนะคะ ขออนุญาต tag คุณสุทธิชัย ถ้าไม่ว่างไม่เป็นไรค่ะ 555

so may be you could share with us five things about Suttichai that relatively few people know ...haha ;D
ความคิดเห็นที่ 5
คนขับช้า วันที่ : 04/02/2007 เวลา : 09.55 น.
http://www.oknation.net/blog/preephati

ผมว่าเรามาทำ 10 ข้อง่ายๆ ที่เราจะช่วยหยุดโลกร้อนกันดีกว่านะครับ

ง่ายๆ 10 ข้อที่ทางเวปไซต์ climate crisis แนะนำ คือ
1. Change a light ใช้หลอดประหยัดไฟ (1 หลอด ลด CO2 ได้ 150 ปอนด์ต่อปี)
2. Drive less ขับรถต่อเมื่อจำเป็น ถ้าต้องขับก็ชวนคนอื่นนั่งไปด้วย (car pool) ใช้บริการขนส่งมวลชนให้มาก ขี่จักรยานได้ยิ่งดี
3. Recycle more ถ้าแยกขยะในบ้านซักครึ่งนึง แล้วเอาไปไปรีไซเคิล จะลด CO2 ไป 2400 ปอนด์ต่อปี
4. Check your tires เช็คสภาพยาง เพราะยางแบนทำให้เปลืองน้ำมันต่อระยะทางไป 3% และมี CO2 เพิ่มขึ้น 20 ปอนด์ ต่อคัน
5. Use less hot water ใช้เครื่องทำน้ำอุ่นให้น้อยลง
6. Avoid products with a lot of packaging หลีกเลี่ยงสิ้นค้าที่บรรจุหีบห่อ เพราะ 10% ก็คือขยะ ลดถุงพลาสติกที่ซุปเปอร์ หรือ ตลาด ด้วยการเอาถุงจ่ายกับข้าวไปเอง
7. Adjust your thermostat ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสม ลองเพิ่มซัก 2 องศา ก็ลด CO2 ไป 2000 ปอนด์ต่อปีแล้ว
8. Plant a tree ปลูกต้นไม้เยอะๆ ช่วยดูด CO2
9. Turn off electric devices ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าเวลาไม่ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ เครื่องเล่น VDO/DVD เครื่องเสียง คอมพิวเตอร์ แค่นี้ก็ลด CO2 ไปหลายพันปอนด์ต่อปีแล้ว
10. Spread the word ข้อสุดท้ายคือ บอกต่อๆกันไป

Link ที่เกี่ยวข้อง :
http://www.climatecrisis.net/
http://gotoknow.org/blog/ariyachon/54256


ความคิดเห็นที่ 4
เมธา วันที่ : 04/02/2007 เวลา : 01.24 น.
http://www.oknation.net/blog/talkwithMetha

ภาวะโลกร้อน โลกเราจะเข้าสู่ยุคน้ำแข็งอีกครั้งหนึ่ง

มากไปกว่าเรื่องการปฏิวัติทางชนชั้น หรือ Revolotion ในประวัติศาสตร์มนุษย์ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงโลก ซึ่งพูดถึงการเปลี่ยนแปลงความไม่เป็นธรรมในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ที่ระบบทุนนิยมหยิบยื่นให้แล้ว ปัจจุบัน โลกกำลังเผชิญปัญหาใหม่ ที่อาจจะ "ใหญ่" หรือรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า นั่นคือปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ

หากพูดถึงความซับซ้อนของธรรมชาติแล้ว ก็เกินที่จะมนุษย์จะอธิบายได้ เพราะเราก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาตินั่นเอง และที่ผ่านมานอกจากมนุษย์จะเบียดเบียนกันเองแล้ว มนุษย์ยังเบียดเบียนจากธรรมชาติไม่น้อยไปกว่ากัน

หลังการปฏิวัติอุตสาหกรรม เราก็เดินหน้าไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมและความก้าวหน้าของเทคโนโลยี่เต็มสูบ โดยไม่เคยคำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อม ยิ่งบรรดานายทุนทั้งหลายที่หากไม่เคยใยดีกับการเอารัดเอาเปรียบชนชั้นแรงงานด้วยแล้ว ก็อย่าไปคาดหวังว่าจะใยดีต่อปัญหาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วันนี้โลกจึงเผชิญปัญหาใหม่ ที่อาจไม่เคยพบเจอมาก่อนและแทบจะตั้งตัวไม่ทัน เพราะเราไม่เคยคำนึงถึงสิ่งเหล่านั้นเลย

มีบ้างระยะหลัง หลายรัฐเริ่มคำนึงว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้ระบบทุนนิยมเต็มที่ ซึ่งเป็นทิศทางการพัฒนาหลักมาตลอดนั้น เป็นการพัฒนาที่ทำลายธรรมชาติและย้อนมาทำลายมนุษย์เอง ทำให้มีการตั้งคำถามถึงทิศทางการพัฒนาเหล่านั้นและเกิดขบวนการด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อหาทางออกไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยมีการสร้างบรรทัดฐานรองรับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมขึ้น การทำโครงการใหญ่ๆ ต้องทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม(EIA) ในหลายประเทศโรงงานต้องเสียภาษีสิ่งแวดล้อม และต้องมีเครื่องมือและกระบวนการแก้ไขปัญหามลพิษที่แต่ละโรงงานสร้างขึ้นอย่างเต็มที่ เพื่อไม่สร้างมลพิษให้เกิดขึ้นแก่สังคม แต่นั่นคงยังไม่พอ..

ผลกระทบที่เห็นชัดและเกิดขึ้นแล้ว ก็คือปัญหาสุขภาพของพลเมืองนั่นเอง กรณีมาบตาพุต กรณีแม่เมาะ กรณีคลิตี้ ฯลฯ ที่ผู้คนล้มป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจจำนวนมาก โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น ระยอง สมุทรปราการ และสระบุรี ที่มียอดผู้ป่วยจากโรคทางเดินหายใจมากที่สุด 3 จังหวัดแรกของประเทศ และในต่างประเทศเอง โรคมินามาตะ ซึ่งเป็นพิษปรอทจากโรงงานผลิตปุ๋ยเคมีในปี 1959 ก็เป็นปัญหาภาวะมลพิษที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นเอง และเรื่องเหล่านี้ก็เกิดขึ้นทั่วโลก โดยที่เรา(มนุษย์)เป็นฝ่ายตั้งรับ เพียงเพื่อกำไรหรือนิยามการพัฒนาของคนไม่กี่กลุ่มเท่านั้นเอง โดยไม่คำนึงว่า เราจะล้างผลาญทรัพยากรธรรมชาติไปมากเท่าไหร่

โลกพัฒนาไปมาก จนเรามีตัวยาใหม่ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพเรากลับแย่ลง ?..

เราเอาเขื่อนไปกั้นกลางแม่น้ำใหญ่ เอามลพิษปล่อยสู่อากาศ สารปรอทปล่อยลงสู่แม่น้ำ คราบเคมีปล่อยลงทะเล แน่นอน เราไม่เห็นผลทันที แต่ทั้งนี้ เพราะความซับซ้อนของธรรมชาติยากเกินกว่ามนุษย์เราจะทำความเข้าใจได้ อย่าลืมว่าเราเป็นเพียงส่วนหนึ่งของธรรมชาติ และความสามารถของมนุษย์ก็มีขีดจำกัด เราไม่สามารถได้ยินเสียงที่มีความถี่สูง หรือเสียงเงียบ ขณะที่สัตว์อื่นได้ยิน สรรพสิ่งจึงมีภาวะอิงแอบอาศัยกันอยู่ แต่ที่ผ่านมามนุษย์ไม่เคยตระหนักและเคารพธรรมชาติ..

เอาง่ายๆ แค่สูตรเคมี ปฏิกริยาทางเคมีเมื่อผสมกันก็จะกลายเป็นสสารอีกชนิดหนึ่ง เช่น น้ำ มีสูตรเคมีคือ H2O ซึ่งคือโมเลกุลของน้ำที่ประกอบด้วยอะตอมของไฮโดรเจนผสมกับอะตอมของอ๊อกซิเจน และหากมีสารอื่นมาผสมมันก็กลายเป็นอีกสสารหนึ่ง รวมถึงในอากาศธาตุนี้ก็เช่นกัน อาจจะไม่ใช่แค่เราตัดต้นไม้หรือปล่อยสารคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซมีเทน ก๊าซฟลูออโรคาร์บอนหรือที่เรียกว่าซีเอฟซี ไปทำลายโอโซนจนโลกร้อนขึ้นเท่านั้น แต่เราไม่มีวันรู้ว่าในแต่ละวันๆ ที่โรงงานอุตสาหกรรมปล่อยสารเคมีต่างๆ สู่ชั้นบรรยาการโลก เป็นร้อยเป็นพันชนิดในแต่ละวันนั้น มันได้ทำปฏิกิริยาเคมีอะไรกันบ้าง และธรรมชาติถูกคุกคามไปแล้วมากน้อยเพียงใด ศักยภาพมนุษย์อาจจะไม่สามารถหยั่งรู้

และภายใต้การเบียดเบียนเหล่านั้น วิกฤติธรรมชาติก็เกิดขึ้นแล้ว สึนามิ แผ่นดินไหว โลกร้อน น้ำทะเลหนุนสูง.. น้ำท่วม .. สภาวะอากาศแปรปรวน เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว ฯลฯ

แม้ว่าความคิด "สีเขียว" หรือนิเวศน์วิทยาการเมืองจะเริ่มได้รับความสนใจ แต่หากขบวนการสิ่งแวดล้อมโลกไม่เข้มแข็งและลุกขึ้นสู้ต่อต้านวิกฤติสิ่งแวดล้อมกันอย่างพร้อมเพรียงในวันนี้ "วิกฤติ" อันรุนแรงที่สุดที่มนุษย์ไม่เคยพบพานอาจจะมาถึงในไม่ช้านี้ก็ได้..

เพราะแค่ที่ผ่านมา น้ำท่วมกรุงเทพฯ ภาคกลางและที่อื่นๆ ไม่ใช่เพราะฝนตกมากเกินไป แต่เพราะน้ำทะเลหนุนสูงอันมาจากวิกฤติธรรมชาติที่มนุษย์ทำลาย และอีกไม่ถึง 20 ปี หากเราไม่ได้ทำอะไรสักอย่างในวันนี้ เราจะเผชิญกับวิกฤตินั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น

เพียงแค่วันนี้ นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมโลกก็บอกเราว่า.. น้ำแข็งขั้วโลกกำลังละลายอันเนื่องมาจากโลกร้อนขึ้น น้ำทะเลจะหนุนสูง หลายแผ่นดินอาจจะถูกท่วมหาย แผ่นดินที่เคยหนาวก็จะร้อน มนุษย์จะล้มตายเป็นจำนวนมาก แม้จะหนีไปที่สูงก็ไม่พ้น อันเนื่องมาจากวิกฤติ "สิ่งแวดล้อม" อันรุนแรงเกินคาดการณ์ที่จะเกิดขึ้นนี้

และจากภาวะโลกร้อนมากขึ้นๆ ในที่สุด..น้ำทะเลก็จะกลายเป็นไอ และจะลอยไปคลุมปิดชั้นบรรยากาศจนหนาแน่น..

จากร้อนจะกลายเป็นหนาว โลกเราจะเข้าสู่ยุคน้ำแข็งอีกครั้งหนึ่งในที่สุด..

ความคิดเห็นที่ 3
yoohoo ( guest ! ) วันที่ : 03/02/2007 เวลา : 17.20 น.
http://yoohoo-yoohoo.blogspot.com/2007/01/inconvenient-truth.html

ควรจะหาหนัง an inconvenient truth มาดูเถอะครับ

ความคิดเห็นที่ 2
มัชฌิมา วันที่ : 03/02/2007 เวลา : 16.58 น.
http://www.oknation.net/blog/muchshima
  อมยิ้มแก้มตุ่ย...น่ารักกว่า.... ทำหน้ามุ่ย ตั้งเยอะ !!!


เพราะได้ดูรายการชีพจรโลกเมื่อวันก่อน จึงไปหาวีซีดีของ อัล กอร์ มาดูค่ะ

คำทำนายของนอสตราดามุส ไม่ได้ระบุเวลาชัดเจนก็จริง
แต่ดูจากสารคดีเรื่องนี้แล้วอดไม่ได้ที่จะคิดว่าหายนะต่างๆ จะมาถึงในช่วงเวลาที่เรายังมีชีวิตอยู่แน่ๆ ไม่ต้องรอถึงห้าสิบปีหรอก
โดยเฉพาะวันนี้ มีข่าวว่า อเมริกาไม่ตกลงทำสนธิสัญญาแก้ไขภาวะโลกร้อน เพราะห่วงว่าจะมีคนตกงานจำนวนมาก เศรษฐกิจจะแย่
พวกเขาเลือกที่จะห่วงเรื่องที่สำคัญน้อยกว่า
คำทำนายของนอสตราดามุส และข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์

ส่วนตัวแล้วทำใจค่ะ และทำเท่าที่จะทำได้ในการช่วยชะลอภาวะโลกร้อนค่ะ


ความคิดเห็นที่ 1
นฤมิตร วันที่ : 03/02/2007 เวลา : 16.56 น.
http://www.oknation.net/blog/coffee

มีรายงานศึกษาออกมามากมายจนกระทั่ง ถึงไม่เชื่อนอสตาดามุส ก็คงต้องเชื่อแล้วล่ะครับว่าปัญหาหนักจริง
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

จับชีพจรโลก 16 พฤษภาคม 2551

ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน และร้ายแรง แต่มักจะถูกกลืนหายไปอย่างรวดเร็ว

View All
<< กุมภาพันธ์ 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28      



รายการชีพจรโลก คุณสุทธิชัยสัมภาษณ์ ฑูต 3 ประเทศ ท่านคิดว่า ทูตท่านไหนพูดไทยถูกใจท่านที่สุด?
จีน
2008 คน
สหราชอาณาจักร (อังกฤษ)
166 คน
สหรัฐอเมริกา
465 คน

  โหวต 2639 คน