• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 882
  • จำนวนผู้ชม : 1268840
  • จำนวนผู้โหวต : 4670
  • ส่ง msg :
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/black
วันจันทร์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2550
จากอาทิตย์อัสดงที่บางแสน มาขึ้นที่ “ปาย”...
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 111 , 16:52:23 น.   | หมวดหมู่ : Blog Talk  
พิมพ์หน้านี้


ผมกำลังจะเขียนถึง อ. ปาย ของแม่ฮ่องสอน
ที่เพิ่งไปสัมผัสมาหลังจากฟังคนที่เคยไปมา
ทั้งที่ชื่นชมมาก ๆ และที่ไม่ค่อยโดนใจ

ถ้าใครบอกว่า “ปาย” เหมือน “ถนนข้าวสาร”
คุณมีความเห็นอย่างไร?

อีกวันสองวัน ผมจะนั่งลงเขียนบันทึกและ
ฝากรูปชีวิตที่ “ปาย” อันน่าสนใจด้วย

หากคุณมีความเห็นอย่างไร เขียนมาเล่ากันก่อนก็ได้นะครับ

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 30
Jack Underwood ( guest ! ) วันที่ : 28/02/2007 เวลา : 18.18 น.
http://google.com

Google is the best search engine
ความคิดเห็นที่ 29
Mary Froom ( guest ! ) วันที่ : 28/02/2007 เวลา : 17.51 น.
http://google.com

Google is the best search engine
ความคิดเห็นที่ 28
Esamu วันที่ : 08/02/2007 เวลา : 00.54 น.
http://www.oknation.net/blog/esamu

ความคิดเห็นที่ 17 >>>>>ปีนี้ฝรั่งหายไปเยอะแล้วครับ มีแต่คนไทยเต็มๆๆไปหมด เข้าใจหัวอกคุณดีครับ ได้ข่าวว่าปีนี้ฝรั่งย้ายฮับไปวังเวียงหมดแล้วครับ....ต้องตามไปถามพี่ BlueHill ได้ข่าวว่าเพิ่งไปวังเวียงมา
ความคิดเห็นที่ 27
ศุภมาส ( guest ! ) วันที่ : 07/02/2007 เวลา : 18.10 น.

คุณชายกลาง
ตกลง "น้ำเลี้ยง"วอร์รูมด้านการตอบโต้ผ่านสื่อของทักษิณยังไม่หมดอีกหรือนี่ แต่เวทีนี้เขาไปเที่ยวปายกันนะ หลงเวทีจริงๆแกนี่ ไปอยู่เวทีบ้านทรายทองกับคุณหญิงพจมานไป๊ แต่เอ เขียนชื่อผิดหรือเปล่า หรือจริงๆเป็น "คุณชายน้อย" ขอแนะนำนะตัวเองเพื่อให้เข้าเรื่องปาย ไปเที่ยว "กองแลน" ซะ ชื่อสถานที่เข้ากะตัวเองเลย คุณไช
ความคิดเห็นที่ 26
Sheikh ( guest ! ) วันที่ : 06/02/2007 เวลา : 21.21 น.
http://www.oknation.net/blog/sheikh

กำลังจะไปกลางเดือนนี้แล้ว เพราะได้ยินกิตติศัพท์มามากเช่นเดียวกัน จึงต้องการไปพิสูจน์ และรออ่านข้อมูลคุณสุทธิชัยว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ความคิดเห็นที่ 25
รุ่ง ( guest ! ) วันที่ : 06/02/2007 เวลา : 16.13 น.

เพิ่งกลับมาจากปาย เมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้ว ไปช่วงหลังเทศกาลปีใหม่ แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวคึกคัก สวย สงบ แต่เค้าแห่งความเปลี่ยนแปลงก็กำลังเริ่มต้น แอบหวั่นใจ และเป็นห่วงอยู่ลึก ๆ ว่า ปายจะกลายเป็นเชียงใหม่ เสียดายความเงียบสงบที่กำลังจะถูกทำลาย ช่วงที่ไปทั้ง เช้า เที่ยงการรัปประทานอาหารต้อง เบียด และ ยังกันพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นร้าน โจ๊ก ตอนเช้า ร้านส้มตำหน้าอำเภอ ต่อไปหากขาดการจำการบริหารที่ดี จากเมืองปายที่เปรียบเหมือนสาวน้อยบริสุทธ์จะเป็นอะไร ยังนึกไม่ออก เป็นห่วงจริง ๆ
ความคิดเห็นที่ 24
จรรยา กรัณยโสภณ ( guest ! ) วันที่ : 06/02/2007 เวลา : 14.51 น.

ผมเคยขับรถไปเที่ยวแม่ฮ่องสอน 1 ครั้งเมื่อปี พศ.2546 และได้แวะไปที่ปายด้วย ขอบอกว่าเป็นธรรมชาติมากและเป็นบรรยากาศแบบชนบทที่มีมนต์เสนห์และน่าไปผักผ่อน แต่ผมคิดว่าสภาพแบบนี้คงดำรงอยู่ได้ไม่นาน เพราะว่าประเทศเรานิยมการเจริญเติบโตแบบทำลาย ผมอยากจะบอกว่าเคยได้ยินกิตติศัพท์ของเมืองปาบตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว ขอให้รัฐกำหนดแบบของตัวเมือง สิ่งกิอสร้าง และโดยเฉพาะการตัดถนนขอให้คำนึงถึงการดำรงอยู่ของความเป็นปายได้ไหมครับ ผมอยากเห็นความเจริญโดยไม่ต้องทำลายสิ่งดีๆของปายได้ไหมครับ เพราะว่าแม่ฮ่องสอนเองก็เปลี่ยนแปลงไปในทางแย่ลงมากแล้ว
ความคิดเห็นที่ 23
ความเจริญเกิดขึ้นที่ใจ ( guest ! ) วันที่ : 06/02/2007 เวลา : 14.15 น.

ขอให้ปายมีวิถีชีวิตแบบเดิม ๆ อย่ามีพวกแมคโดนัล หรือ เจริญแต่วัตถุเหมือนกับที่เชียงใหม่ จนหมดสิ้นเสน่ห์ ของความเป็นไทย ขอให้คนที่ปายได้อนุรักษ์ คุณค่าแห่งวิถีชีวิต และขอให้พวกนายทุนทั้งหลายที่บุกรุกสร้างรีสอร์ท ริมแม่น้ำ ยกเว้น ให้เหลือเป็นถิ่นที่ของแผ่นดิน บางเหอะ
ความคิดเห็นที่ 22
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 06/02/2007 เวลา : 13.30 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

คุณชายกลาง..
คุณไม่ลองไปถามนพดลล่ะครับ
เห็นทั้งสนธิ เทพชัย สุทธิชัย..รอคิวสัมภาษ์ ว่าแกกล้าให้สัมภาษ์ไหม?
ความคิดเห็นที่ 21
เปรม ( guest ! ) วันที่ : 06/02/2007 เวลา : 13.22 น.

อ.ปาย เป็นสัญญลักขณ์ของวิถีชีวิตที่เรียบง่ายที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เป็นเมืองในอุดมคติสำหรับหลายๆคนที่ชอบ ธรรมชาติและความเป็นอยู่แบบชนบทดั่งเดิม มันเป็นเสน่ห์ของเมืองนี้ ส่วนเรื่องว่ามีฝรั่งเยอะนั่น คงเป็นเพราะเค๊าให้ความสำคัญกับสัมผัสแบบนี้ ซึ่งหาไม่ค่อยได้ในตะวันตก หรือแม้แต่ในเมืองอย่างบ้านเราเองก็ตามเถอะ
นักท่องเที่ยวฝรั่งที่มาเยอะไม่ใช่สิ่งที่ทำรายบรรยากาศ เลย เราคนไทยต่างหากที่ไม่เห็นคุณค่าความงามของวิถีชีวิตแบบนี้ จึงไปเที่ยวน้อยกว่าฝรั่ง ก็คนไทยส่วนใหญ่ยังสนใจแต่ ที่ที่มันดูทันสมัย สดวกสบาย แล้วจะหวง ไม่อยากให้ฝรั่งเค๊าไปเที่ยวทำมัยจริงมั้ย
ความคิดเห็นที่ 20
นักเดินทางมือใหม่ ( guest ! ) วันที่ : 06/02/2007 เวลา : 11.35 น.

ไปปายมาเมื่อเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว ได้ยินคำร่ำลือมานาน และดูจะเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่อ่านจากเว็บอื่นๆ ความรู้สึกแรก ก็เป็นเมืองเล็กๆ เงียบ สงบ
เมื่อเดินไปตามถนนคนเดินแล้ว ก็อาจเป็นคล้ายถนนข้าวสารเมื่อก่อน สิ่งที่น่าห่วง ความเจริญเข้าหาเร็ว มีร้าน 7 และมีสาขาธนาคารย่อย ตั้งอยู่กลางถนน คนขายของเดิมๆ บ่นว่าบรรยากาศและความเป็นอย่ไม่เหมือนแต่ก่อน แต่ยังไงก็ตาม นักท่องเที่ยวทุกคนก็ต้องช่วยกันรักษาความสะอาด วัฒนธรรมท้องถิ่นด้วย แล้วเมืองปายจะได้น่าอยู่ไปนานๆ สรุปแล้ว ก็ไม่ได้ประทับใจสุดๆ เหมือนคำร่ำลือ

ความคิดเห็นที่ 19
ปลาทอง ( guest ! ) วันที่ : 06/02/2007 เวลา : 09.18 น.

คุณชายกลาง ผมคิดว่าคุณลองเหลียวหน้าไปมองเรื่องคอร์รัปชั่นของทักษิณ และการให้สัมภาษณ์แบบทำร้ายชาติของทักษิณบ้างจะดีกว่า และจะเข้าใจว่าทำไมสื่อต้องทำหน้าที่ต่อต้านทักษิณ
ความคิดเห็นที่ 18
ชาายกลาง ( guest ! ) วันที่ : 06/02/2007 เวลา : 06.08 น.


คุณ บอกว่า ทักษิณ มีปัญหากับ ประเทศไทย มีปัญหากับคนไทย โกหก

แท้ที่จริง เขามีปัญหา กับพวก ที่เข้ามายึดอำนาจ อย่างไม่ชอบธรรม และพวกฝ่ายตรงข้าม อย่างสื่อพวกคุณมากกว่า ถามว่า พอพวกนั้น ล้มทักษิณ ลงได้ พวกคุณได้ดี
คนที่พวกเขาคิดว่า คือพวกเดียวกัน จะได้ดี คนที่เขาคิดว่า คือฝ่ายศัตรู จะถูกเขี่ยกระเด็น อย่าง สรยุทร เป็นต้น

พวกคุณ กำลัง ร่วมมือกัน ล้มทักษิณ และกำลังจะตอกฝาโลง ให้สนิท กลัวว่า ผีดิบจะคืนชีพ แต่จนแล้ว จนรอดคุณ ก็ยังหาวิธี ที่จะสะกด วิญญาน ทักษิณ ให้ด่าวดิ้นสิ้นเชื้อ ลงได้ อย่างสนิทใจ

คุณอยู่ในความหวาดผวา อีกหนึ่งปี แม้แต่ พวกถือปืน ก็ยังไม่รู้ว่า จะทำลาย ทักษิณ อย่้างไร ให้สิ้นซาก เวลาก็เหลือน้อยลง น้อยลง เหมิือน นิยายผี ที่ทั้งคนแหละหมอผี ต่างกำลังหวาดกลัว เกรงว่า ตะวันตะลับฟ้า ผีดิบจะคืนชีพ
เวลาของพวกคุณ เหลือน้อยลงเรื่อยๆ เวลามันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทำลายเขาให้ได้ ซิ หยุ่น พวกคุณ คือสื่อสารมวลชนที่ฉลาดชั้นเลิศ ฉลาดเป็นกรด

แต่คนลืมคิดถึงหน้าที่ ว่า หน้าที่ของคุณ คืออะไร คุณกำลังทำอะไร คุณกำลังทำหน้าที่ สื่อ หรือ คุณ กำลังเล่นการเมือง เมื่อคุณไม่ชอบใคร ใครทำให้คุณเสียผลประโยชน์ คนนั้นต้องถูกทำลาย

คุณ หย่อง คุณ สัมภาษณ์ จิ้งจอกเจ้าเลห์ อย่าง มหาเด่ ได้ ทำไม คุณ ไม่กล้า ที่จะสัมภาษณ์ ทักษิณ ถ้าคุณคิดว่า ว่าคุณ ยังเป็น สื่อ คุณกล้า หรือทำใจได้มั๊ย ที่จะสัมภาษณ์ คนที่คุณเกลียดชัง ด้วยเรื่องส่วนตัว เรื่องผลประโยชน์ ที่คุณ ไม่ได้ ที่หายไป นี่ไง ที่แท้ พวกคุณ ไม่ใช่สื่อ อย่างแท้จริง สื่อ ต้องทำอย่างนี้หรือครับ คุณ หยุ่น รัฐบาลไหน ไม่ให้ผลประโยชน์ รัฐบาลนั้น ต้องถูกทำลาย ถ้าสื่อ ทุกคน คิดแบบนี้ สื่อจะเป็น เพียงกลุ่ม ผลประโยชน์ ทางการเมือง ที่ทรงอิทธิพล และประเทศนี้ จะถูกสื่อ ครอบงำ และเป็นใหญ่ในแผ่นดิน เหมือนทีี่ สนธิ ลิ้ม กำลังเป็นใหญ่ ชี้นิ้ว สั่งใครต่อใครได้ใด้ ในขณะนี้ น่แหละ ประเทศไทย สังคมไทย มันไร้ปัญญา สิ้นดี !

ความคิดเห็นที่ 17
คนเมืองปาย ( guest ! ) วันที่ : 06/02/2007 เวลา : 03.23 น.

ผมเป็นคนปายตั้งแต่เกิดเลยครับ เห็นฝรั่งมาเที่ยวเยอะแยะตั้งแต่เป็นเด็กๆแล้ว ในยุคถนนยังไม่ลาดยางใช้เวลาเดินทางจากปากทางแม่มาลัยมาปายเก้าสิบกว่ากิโลใช้เวลาเดินทางสองวันกับหนึ่งคืนก็ยังเคย ตึ้งแต่ตอนนั้นจนถึงเดี๋ยวนี้แทบจะเรียกได้ว่าไม่เคยได้ประโยชน์อะไรจากการท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้ มีแต่คนต่างถิ่นเข้ามาทำมาหากินกันจนเป็นล่ำเป็นสัน ใครจะเปิดผับเปิดบาร์รบกวนชาวบ้านชาวช่องก็ผู้รักษากฏหมายก็เกรงใจ ในฐานะที่เป็นเมืองท่องเที่ยว(ไปซะแล้ว) มาบ่นเล่นๆครับ
ความคิดเห็นที่ 16
ผ้าใบเดินทาง ( guest ! ) วันที่ : 05/02/2007 เวลา : 23.50 น.

เป็นเมืองเล็กๆๆที่ยังมีมนต์เสน่ห์อยู่มิเสื่อมคลาย เหมาะกับการไปพักผ่อนปลีกวิเวกมากๆๆ เหมาะกับการไปอ่านหนังสือเขียนหนังสือ อีกอย่างบริเวณใกล้เคียงเช่นห้วยน้ำดังก้เป็นอีกหนึ่งที่น่าสนใจอยากให้ลองไปสัมผัสดูพระอาทิตย์ขึ้นที่นั่นได้อารมณ์อีกแบบ
ความคิดเห็นที่ 15
ชวนชม ( guest ! ) วันที่ : 05/02/2007 เวลา : 23.17 น.

ได้ชมรายการวันนี้ ชอบมากเห็นด้วยกับมหาเทย์พูดถูกคนสิงค์โปร์ต้องการชนะทุกอย่างทั้งการเมือง ธุรกิจ ไม่สนใจอะไร ดิฉันคิดว่า คณทักษิณ ก็คิดแบบเดียวกับคนสิงคโปร์จึงถูกใจกันคือคบกันได้ แต่คิดว่าฉลาด อยู่ที่ใครฉลาดกว่าใคร ใครกันแน่ที่ใช้ประโยชน์ ครั้งนี้ ใครกันแน่ที่มีความสูขถ้าคิดให้ดี คุณทักษิณอาจจะเอาเงินเทมาเส็กมาลงทุนทั้งหมดก็ได้ อาจถึงเวลาที่ต้องคืนทุนอย่างเป็นทางการเสียที่จึงพยายามสลับสับสนวนไปวนมาให้เวียนหัวเล่น............มีใครคิดแบบนี้บ้างไหมคะ.........
ความคิดเห็นที่ 14
Nong ( guest ! ) วันที่ : 05/02/2007 เวลา : 22.54 น.

พึ่งไปมาค่ะ ไปพัฒนาศูนย์แสงอรุณเพื่อบำบัดผู้ติดยาเสพติด และมีโอกาสไปเที่ยวในเมือง บรรยากาศในเมืองไม่มีอะไรน่าประทับจนถึงขนาดอยากไปอยู่นานๆ แต่ธรรมชาติรอบๆ สวย อากาศดี ที่ประทับใจที่สุดเห็นจะเป็นพี่น้องชาวกะเหรี่ยงน้ำใจงาม ได้มีโอกาสไปเยี่ยมในหมู่บ้าน ได้สัมผัสการเป็นอยู่ และวัฒนธรรมที่ไม่ได้เอามาวางขายบนพื้นถนนในตัวเมือง

ขากลับกลับทางแม่ฮ่องสอนพันแปดร้อยกว่าโค้งแทบแย่ทีเดียว ไปแวะซื้อของที่ดอยมูเซอ ช่วยอุดหนุนสินค้า แต่แล้วก็ต้องอึ้งที่เห็นคนขายของแต่งตัวชาวดอยแอบมีกล้องดิจิตอลกันแทบทุกคน 555 เลยซื้อของน้อยลง เพราะรู้สึกว่ารวยกว่าเราซะอีก บางคนใช้ Sony ที่พึ่งออกใหม่ได้เดือนเดียวที่กรุงเทพฯ ซะด้วย
ความคิดเห็นที่ 13
rooney ( guest ! ) วันที่ : 05/02/2007 เวลา : 22.12 น.

อยากให้คุณสุทธิชัยเป็นกระบอกเสียงวิพากษ์ทักษิณ ทางฟรีทีวีเยอะกว่านี้ เพราะคุณเป็นคนมีวิสัยทัศน์มาก อยากให้คุณบู๊แบบสมัยก่อน ที่กล้าวิพากษ์นักการเมืองขี้ฉ้อ จนตัวคุณเองโดนแบนออกจากฟรีทีวี

วันนี้มีโอกาสแล้วช่วยพี่น้องชาวไทยให้พบกับความจริงด้วยครับ อย่าทิ้งอุดมการณ์ที่เคยมีมา
ความคิดเห็นที่ 12
rooney ( guest ! ) วันที่ : 05/02/2007 เวลา : 22.11 น.

อยากให้คุณสุทธิชัยเป็นกระบอกเสียงวิพากษ์ทักษิณ ทางฟรีทีวีเยอะกว่านี้ เพราะคุณเป็นคนมีวิสัยทัศน์มาก อยากให้คุณบู๊แบบสมัยก่อน ที่กล้าวิพากษ์นักการเมืองขี้ฉ้อ จนตัวคุณเองโดนแบนออกจากฟรีทีวี

วันนี้มีโอกาสแล้วช่วยพี่น้องชาวไทยให้พบกับความจริงด้วยครับ อย่าทิ้งอุดมการณ์ที่เคยมีมา
ความคิดเห็นที่ 11
naive วันที่ : 05/02/2007 เวลา : 22.10 น.
http://www.oknation.net/blog/wickedgirl


ถ้าอยากจะสัมผัสชีวิตแบบปายดั้งเดิมต้องเข้าไปในส่วนกะทะที่เป็นนาขั้นบันไดอ่ะค่ะ หาทางไป ณ ปาย รีสอร์ทแล้วเลยเข้าไปในหมู่บ้านด้านใน ถ้าอยู่แค่ตัวเมืองก็จะมีบรรยากาศแบบข้าวสารจริงๆ ที่สวยคือตอนเช้าๆที่มีหมอกลงไปทั่ว ถ้านั่งริมแม่น้ำก็จะได้บรรยากาศโรแมนติกที่ร่ำลือกัน อย่าลืมไปทานพิซซ่าร้านอิตาเลี่ยนเตาถ่านริมสะพานแล้วก็ผัดไทยลุงคนสุพรรณด้วยนะคะ
ความคิดเห็นที่ 10
pin ( guest ! ) วันที่ : 05/02/2007 เวลา : 21.38 น.

ไม่เคยไปเหมือนกัน ถ่ายรูปมาลงเยอะๆนะครับ
ความคิดเห็นที่ 9
ชญาดา ( guest ! ) วันที่ : 05/02/2007 เวลา : 20.26 น.
www.oknation.net/blog/chayada

   ได้ยินกิตติศัพท์มาแล้วหลายด้าน ทั้งบวกและลบ แต่ความหนาวเย็นนี่เลื่องลือมากหน่อย อีกทั้งการเดินทางที่ต้องผ่านเขาชันและคดเคี้ยว ไม่รู้เรื่องจริงเป็นอย่างไรเหมือนกันค่ะ แต่คงไม่มีโอกาสได้ไปแน่ หากคุณสุทธิชัยจะเก็บภาพสวยๆมาฝากชาวบล็อกก็จะดีที่สุดเลยค่ะ...




ความคิดเห็นที่ 8
gypsy วันที่ : 05/02/2007 เวลา : 19.23 น.
http://www.oknation.net/blog/gypsy

ก่อนหน้านี้สัก 10 ปี ผ่านไปผ่านมาที่ปายบ่อย แบบไม่ได้เที่ยวเต็มที่เพราะไปทำงาน มีเป้าหมายที่แน่นอนว่า ต้องไปที่จุดไหน อย่างไร อย่างมาก็ได้กอบเก็บความสวยงามตอนเช้า กับตอนค่ำก่อนเข้านอน
มาถึงเมื่อเกือบ 10 เดือนที่แล้ว ได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยมที่ปายอีกครั้ง แต่คราวนี้ ไปเที่ยวแบบเต็ม ๆ แบบแบกเป้ขึ้นบ่า นั่งรถทัวร์ แล้วต่อรถตู้ส่งตรงเข้าสู่เมืองปาย
การไปครั้งนี้ดื่มด่ำกับปายเต็มที่ เพราะ ได้โอกาสอยู่เกือบอาทิตย์ เมื่อเท้าเหยีบสู่เมืองปาย สัมผัสได้ถึงความเย็นของอากาศแม้ช่วงที่ไปจะเข้าสู่หน้าฝน แต่อย่างที่เขาบอกกันนั่นแหละ ว่า เป็นเมืองสามหมอก แม้จะมีฝนตกแต่ก็มีหมอกลงตลอด ที่พักที่จองไว้ก็แสนจะน่ารัก เป็นเรือนไม้หลังเล็ก ๆ ที่นอนสะอาดมีห้องน้ำในตัว ราคาย่อมเยาว์มาก เจ้าของคิดแบบกันเอง 300 บาท/คืน แต่เป็นแบบส่วนตั๊วส่วนตัว แถมอยู่บนเนินเขา มองลงมาเห็นปายทั้งเมือง เงียบสงบ
ตามประสาคนที่เที่ยวคนเดียวก็เริ่มซอกแซกจากเดินเล่นในเมือง หลังจากนั้นก็เริ่มหาลู่ทางว่าจะไปเที่ยวไหนดี ทั้งที่ความตั่งใจแรก คือ อยากมานอนอ่านหนังสือ สูดความสดชื่น และกอบเก็บความใสของวิถีชีวิตที่ยังคงเป็นชนบท
แต่กลายเป็นว่า ที่เล่า ๆ มาทั้งหมดที่เขาไปเที่ยวกันในปายนั้น ได้ไปหมดทุกที่ ก็เพราะ มีสารถีซึ่งเป็นมอเตอร์ไซด์รับจ้างไกด์สาว แบบเหมาเช่า พาเที่ยวทุกที่ครบหมดเลยภายใน 2 วัน ที่เหลือจากนั้น ก็นอนตีพุงอ่านหนังสือ อินกับความเหงา จนต้องเฮ้อ...
ก็แหม ก่อนไปปาย ก็กำลังเหงา เศร้าใจ(เล็กน้อย) แต่พอกลับจากปาย กลายเป็นคนอกเดาะ กลายเป็นว่า โดนเพื่อน ๆ พี่แซวกันขนานใหญ่ ว่า "อกหัก พักที่ปาย"
แต่ถึงอย่างไร ก็ไม่เข็ดนะ ถึงอย่างไรก็จะไปปายอีก เพราะ หลงมนต์เสน่ห์เมืองปายเข้าไปแล้วเต็ม ๆ จะเหงา เศร้า ได้ใจขนาดไหน ก็หาโอกาสไปเที่ยวปาย...อีกแน่นอน เร็ว ๆ นี้แหละ...

ความคิดเห็นที่ 7
ลูกบัว วันที่ : 05/02/2007 เวลา : 18.33 น.
http://www.oknation.net/blog/HappyToFly
HappyToFly By ลูกบัว @ แอร์ฯ ไทยในสายการบินต่างชาติ...

คุณสุทธิชัย เขียน blog เองเลยหรือนี่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กรี๊ดดด จะแวะเข้ามาอ่านบ่อยๆๆๆๆๆๆๆๆ

ที่เคยได้ยินเกี่ยวกับปาย เมื่อสมัยหลายปีที่แล้ว ก็จะประมาณว่า เป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ อากาศดี สงบ น่าไปเที่ยว ฯลฯ

หลังจากนั้น ก็ได้ยินแต่ว่า อย่าไปเลย ปายมีแต่ฝรั่งซั่วๆ (ซอ โซ่ นะคะไม่ใช่ ชอ ช้าง) เหมือนถนนข้าวสาร นั่นแหละ อันนี้เคยได้ยินแบบนี้มาจริงๆ ค่ะ

แต่จริงเท็จแค่ไหน จะเป็นอย่างไรไม่รู้ เพราะไม่เคยไป รีบๆ มาเล่านะคะ อยากอ่านค่ะ
ความคิดเห็นที่ 6
Nity วันที่ : 05/02/2007 เวลา : 18.08 น.
http://www.oknation.net/blog/nity
โลกหลากแบบ จึงมองได้หลายมุม!

ได้ยินคำร่ำลือถึง "ปาย" มานานเหมือนกันครับว่า สวยงาม ทั้งธรรมชาติและวิถีชีวิต
แต่ก็อยากเหมือนกันครับว่า "ปาย" เหมือน "ถนนข้าวสาร" อย่างไรครับ ซึ่งจะติดตามอ่านอย่างเหนียวแน่นครับ
ความคิดเห็นที่ 5
BlueHill วันที่ : 05/02/2007 เวลา : 18.06 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

ปาย ต้องปายให้ได้ครับ
ความคิดเห็นที่ 4
zuni วันที่ : 05/02/2007 เวลา : 17.36 น.
http://www.oknation.net/blog/zuni

ไปแม่ฮ่องสอนมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกไปถ้ำจั๊กต่อ ไปชม
รอยพระหัตถ์และพระบาทคู่ ต้องขึ้นเขาโดยเดินเท้าไปกลับร่วม 2 ชั่วโมง ไปวัดน้ำฮู ไปดูกระเหรี่ยงคอยาว ถ้ำแก้วโกมลและถ้ำปลา ชอบบรรยากาศ สถาปัตยกรรม งานที่ตกแต่งด้วยเชิง หลังคามุงด้วยวัสดุมันเงาสะท้อนแสง อากาศดี ส้มสดรสเข้มข้น มีโอกาสจะไปอีก อยากไปอยู่ที่นั่นเลยล่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
10เดซิเบล ( guest ! ) วันที่ : 05/02/2007 เวลา : 17.36 น.

ผมเคยไปปายแค่สองครั้ง...ครั้งแรกเดือนหกปีที่แล้ว ครั้งที่สองเดือนหนึ่งปีนี้
รู้สึกได้เลยว่าพัฒนาไปจากเดิมมากมายในระยะเวลาแค่ไม่กี่เดือน...ตอนนี้แมคโดนัลด์กำลังจะเปิดขึ้นใหม่อีกที่เพื่อตอกย้ำความเจริญที่เข้ามาทุกหย่อมย่าน
ผมไม่ปิดกั้นเรื่องกระแสอันเชี่ยวกราดของการหลั่งไหลเกี่ยวกับเรื่องที่ว่ามานี้...ผมคิดว่าทุกอย่างในโลก แปรผันตรงกับเวลา
อยากสงบหน่อยก็ไปไกลเมืองหน่อย...อยากสงบน้อยก็อยู่ในตัวเมือง อันนี้แล้วแต่คนจะคิด
คุณสุทธิชัยรู้ไหมครับ...คนที่ปายตอนนี้กำลังฮือฮาเรื่องหนึ่ง
แม้ความเจริญจะหลั่งไหลเข้ามามากมายจากกระแส 'รักจัง'...อยากเป็นพี่ฟิล์ม หรืออยากเป็นพอลล่า หรืออีกกระแสหนึ่งมาจากเรื่องยาที่ฝรั่งชมชื่นชอบ ซึ่งหาง่ายมากๆที่นั่น
แม้ปายจะมีเซเว่น แม้ปายจะมีแมคโดนัลด์...แม้ยาที่หายากสำหรับที่อื่นแต่ที่นี่หาง่ายยิ่งกว่าขนม แม้ปายจะมีเกือบทุกสิ่งทุกอย่างที่อยากมี
แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ปายไม่มีและเพิ่งมีจนเกิดเป็นที่ฮือฮา...เป็ด!!! นั่นคือเป็ด
ไม่นานมีคนนำเป็ดไปขายที่นั่น...ตอนนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ข่าวว่าไปซื้อสูตรเป็ดจากที่เชียงใหม่
ตอนนี้คนที่ปายเห่อร้านเป็นร้านนี้มาก...ถ้าคุณสุทธิชัยยังอยู่ลองไปถามทางดูซิครับ ตอนนี้เห่อเหมือนโรตีบอยตอนที่เพิ่งมาใหม่ๆเลยครับ
ซึ่งนี่อาจเป็นสิ่งหนึ่ง...ที่แตกต่างกัน
ตรอกข้าวสารคนไม่เห่อเป็ด...แต่ที่ปายไม่ใช่!!!
.....................

ความคิดเห็นที่ 2
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 05/02/2007 เวลา : 17.35 น.
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เที่ยวปายวันๆ ..(จากmanager.co.th)

เคยมีที่ท่องเที่ยวแห่งไหนบ้าง ที่สร้างความประทับใจอย่างตราตรึง ไปครั้งหนึ่งก็แล้วต้องมีครั้งที่สองและสามตามมา
สำหรับตัว"ผู้จัดการท่องเที่ยว" ความงามของแต่ที่ ที่เหยียบย่างแม้เคยไปมาแล้วก็ตาม แต่ทุกครั้งเมื่อกลับไปบางสิ่งบางอย่างก็จะไม่เหมือนเดิม อย่างน้อยที่สุดสิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือเวลาที่หมุนไปอย่างไม่หวนคืน

คราวนี้มีโอกาสดีอีกครั้ง ที่ได้มาเยือนจังหวัดแม่ฮ่อนสอนเมืองสามหมอก แต่ก่อนเคยสงสัยว่าเหตุใด จังหวัดนี้จึงถูกเรียกว่าเมืองสามหมอก รู้ภายหลังว่าตลอดทั้งปีเมืองนี้ ไม่เคยปราศจากหมอกเลย ทั้งหมอกฝนในฤดูฝน หมอกหนาวในฤดูหนาว และหมอกควันจากการเผาไหม้ของป่าไม้ในฤดูร้อน

แม้ครั้งนี้เราเลือกที่จะย่นระยะทาง ด้วยการนั่งบินจากสนามบินดอนเมืองมาลงยังเชียงใหม่ และค่อยต่อรถมายังแม่ฮ่องสอน แต่ด้วยถนนที่คดเคี้ยวนับ 1,000 โค้ง ก็ต้องนั่งรถกันจนเหงือกแห้งทีเดียว กว่าจะมาถึงตัวเมืองก็เป็นเวลาหลายชั่วโมงเอาการ เมื่อมาถึงเราไม่อยากจะมัวร่ำไรให้เสียเวลา

จึงเริ่มประเดิมด้วยการแวะไปสักการะ"วัดพระธาตุดอยกองมู"หรือชื่อเดิมว่า "วัดปลายดอย" ตั้งอยู่บนดอยกองมูทางทิศตะวันตกของตัวเมือง เป็นปูชนียสถานสำคัญคู่เมืองเมืองฮ่อนสอน ดอยกองมูนี้มีความแปลกอยู่อย่างหนึ่งคือ สามารถมองเห็นยอดดอยได้ ไม่ว่าจะมองจากทิศใดของตัวเมืองก็ตาม

พระธาตุบนดอยประกอบด้วยพระธาตุเจดีย์ 2 องค์ องค์ใหญ่สร้างโดยจองต่องสู่ เมื่อพ.ศ.2403ใช้เป็นที่บรรจุพระธาตุของพระโมคคัลลานะเถระ ส่วนองค์เล็กสร้างโดย พระยาสิงหนาทราชา พ.ศ.2417 เจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนคนแรก กล่าวกันว่าแต่เดิมดอยกองมูเป็นที่ซ่องสุมของเหล่าโจรเพราะมีลักษณะเป็นป่าทึบ

เมื่อชาวบ้านทนต่อการข่มเหงไม่ไหว จึงพร้อมใจกันตัดต้นไม้จนโล่งเตียน โจรก็หายไปจองต่องสู่และชาวบ้านจึงพร้อมใจกัน สร้างปูชนียสถานเพื่อไว้สักการะ ที่นี่สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองแม่ฮ่อนสอนได้ทั่วทั้งเมือง แลเห็นหมอกปกคลุมได้เด่นชัด

กลับลงมาจากดอยกองมูเราแวะพักกันที่บริเวณ "หนองจองคำ" สวนสาธารณะใจกลางเมือง เป็นหนองน้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ในน้ำมีเงาสะท้อนของ"วัดจองคำ" และ"วัดจองกลาง" ที่ตกกระทบอย่างสวยงามแปลกตา จึงแวะเวียนเข้าไปดูความงามใกล้ๆ
วัดสองแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกัน และเป็นสิ่งที่คนมาแม่ฮ่องสอนไม่คราวพลาด แก่การเยี่ยมชมทั้งสองแห่ง สร้างด้วยรูปแบบศิลปะของไทยใหญ่ฟาก "วัดจองคำ"ในวิหารเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโตพระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งของเมืองแม่ฮ่องสอน

ส่วน"วัดจองกลาง"ในวิหารมีแท่นบูชาพระพุทธสิหิงค์จำลอง ปิดทองงดงามทั้งองค์แต่ที่ชื่นชอบเป็นการส่วนตัวก็เห็นจะหนีไม่พ้น พิพิธภัณฑ์จัดแสดงตุ๊กตาไม้แกะสลัก เป็นรูปคนและสัตว์ ฝีมือช่างสลักชาวพม่าเล่ากันว่า มีเจ้านายในราชวงศ์กษัตริย์พม่า นำตุ๊กตานี้หนีภัยมาจากมัณฑะเลย์เมื่อคราวอังกฤษเข้าตีเมือง

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วไม่ทันไรก็มืดเสียแล้ว การมาเยือนแม่ฮ่อนสอนในวันแรก หมดไปกันการเที่ยวตามวัดซึมซับวิถีของผู้เสียมากกว่า ยามค่ำคืนที่แม่ฮ่องสอนแตกต่างจากเมืองอื่น ตรงที่ค่อนข้างจะเงียบสงบ ผับ เธค ในเมืองแทบจะไม่มีให้เห็น มีอยู่เพียงที่เดียวที่โรงแรมใบหยกชาเลย์ เท่านั้น

เลยได้นอนเอาแรงแต่หัวค่ำ พอรุ่งเช้าก็โดนเพื่อนพ้องปลุกให้ลุกขึ้นมา ทำบุญตักบาตรตั้งแต่ตะวันยังไม่ทันขึ้น ไหนๆแล้วก็ขอทำบุญต่างถิ่นสักหน่อย เรามารอตักบาตรกันที่ "ตลาดสายหยุด" ตลาดเช้าแห่งเดียวของเมืองแม่ฮ่องสอน

เมื่อได้ทำบุญจนอิ่มใจแล้วก็ขออิ่มท้องบ้าง เพราะมายืนอยู่หน้าตลาดแล้วจะไม่ให้เข้าไปข้างในก็ใช่ที่ ดูโน้นดูนี้ก็ไปเจอของกินแปลกๆ อย่างหนึ่งสอบถามแม่ค้ารู้ว่าเขาเรียกกันว่า ข้าวส้ม
เป็นข้าวคลุกขมิ้นปั้นเป็นก้อนกลมๆทอดน้ำมันงากินกับพริกเผา เกลือ หอม กระเทียม นั่นเป็นอาหารเช้า ก่อนที่คณะเราจะเดินทางจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนไปตะลุยกันต่อที่อำเภอปาย
สำหรับ"ปาย" นั้นเคยได้รับการขนานนามว่า เป็นเมืองลับแล ดินแดนที่ยากจะเข้าถึง เพราะถนนหนทางที่คดเคี้ยวและที่ตั้งแสนจะห่างไกล แต่ก็นั่นแหละมันได้กลายเป็นเสน่ห์ชวนดึงดูดของเมืองเล็กๆแห่งนี้ไป

แต่ว่า"ปาย" ในปัจจุบันนี้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวอันโด่งดังไปแล้ว กระนั้นก็ยังมีบางสิ่งที่ยังคงเหมือนเดิม และก็มีบางอย่างที่เปลี่ยนไป สิ่งที่ปายไม่เคยเปลี่ยนไปเลยนั้นก็คือ ความเงียบสงบและธรรมชาติ อันงดงาม ผสมผสานการอยู่รวมกันอย่างกลมกลืนของคนและธรรมชาติ แม้ปายทุกวันนี้จะเป็นดุจสวรรค์ของนักท่องเที่ยว

แต่ก็ไม่ได้ทำให้เมืองเล็กๆแห่งนี้หลงระเริง ความเงียบสงบยังคงหาได้จากปายเสมอ ส่วนที่เปลี่ยนไปคือความเป็นอยู่ของผู้คน จากทำไร่ไถนา ก็มาค้าขายเป็นร้านรวงเสียก็มาก ชาวต่างชาติล้นเมืองจนบางครั้ง หลงลืมไปว่ากำลังยืนอยู่บนแผ่นดินไทย

มาปายก็ต้องแวะเที่ยวที่ "โป่งน้ำร้อนท่าปาย" เป็นโป่งน้ำร้อนที่อยู่ในป่าฝั่งซ้ายตอนบนของตำบลแม่ฮี้ เป็นพื้นที่ที่มีหมอกควันของไอน้ำร้อนปกคลุมพื้นที่ และมีน้ำร้อนไหลผ่านทั่วเป็นบริเวณกว้าง มีบ่อใหญ่สองบ่อ
นอกนั้นเป็นน้ำผุดหลายจุด มีความร้อนประมาณ 80 องศาเซสเซียส รอบๆเป็นป่าไม้สัก ที่นี่ตาน้ำจะร้อนจัดจริง แต่เมื่อไหลลงมายังส่วนที่เป็นโตรกธารแล้ว อุณหภูมิจะลดลงไม่ร้อนมาก นักท่องเที่ยวที่มานิยมนั่งแช่เท้าที่ลำธารนี้
เล่นน้ำกันเพลินจนหนำใจแล้ว ไม่ไกลกันนักเราแวะไปสักการะ "เจดีย์พระธาตุแม่เย็น" เป็นเจดีย์ที่ไม่ปรากฏว่าสร้างในสมัยใดอยู่บนเนินเขาสูงที่นี่ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ทั่วเมืองปาย ดื่มด่ำทัศนียภาพเมืองปายแม้จะไม่ใช่ช่วงเช้า แต่ทว่าเมืองนี้ก็ยังมีม่านหมอกสีขาวเจือจางลอยเรี่ยอยู่ทั่วไป

จากวัดพระธาตุแม่เย็นมาต่อกันที่ "วัดน้ำฮู"เพื่อนมัสการหลวงพ่ออุ่นเมืองพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ที่พระเศียรกลวงพระโมฬีปิดเปิดได้ และมีน้ำซึมออกมาเสมอ น้ำที่ได้จากเศียรพระทางวัดจะนำมาผสมกับน้ำธรรมดา เป็นน้ำมนต์งานนี้ชาวคณะหอบหิ้วน้ำมนต์กลับกันเป็นการใหญ่

ค่ำนี้เราค้างคืนกันที่ปาย เป็นเพราะอยากสัมผัสเมืองปายยามค่ำคืน ที่เขาว่ามีสีสันเป็นนักหนา โดยเฉพาะเส้นถนนรังสิยานนท์ ที่มีผับ บาร์ ร้านกาแฟเล็กๆเต็มไปหมด ที่นี่ดูคึกคักต่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน
ราวกับหนังคนละม้วน ทุกคนมานั่งกิน ดื่ม พูดคุยพบปะสังสรรค์กันในบรรยากาศของร้าน ที่เป็นใบตองตึงและสังกะสี ดูแปลกตา กว่านักเที่ยวตามเมืองใหญ่ เป็นอีกหนึ่งสิ่งดึงดูดให้ใครต่อใครอยากมาปาย

คืนนี้เราจึงนอนกันดึกกว่าคืนแรกที่พักของเรา ชื่อว่า"เบลวิลล่ารีสอร์ท" สิ่งเราชื่นชอบกันมากก็คือสามารถมองเห็นวิวสวยของลำน้ำปายได้เด่นชัด ยามเช้าที่เมืองปาย เป็นไปอย่างเอื่อยๆเพราะเมื่อยล้าจากการตระเวนราตรีเมืองปาย
หรืออีกอย่างเป็นเพราะต้องมนต์เมืองปายกันให้แล้วจึงไม่อยากกลับ ก่อนออกจากเมืองปายเรามาแวะกันที่ร้านขายโปสการ์ด ส่งถึงตัวเองและเพื่อนๆบอกเล่าสิ่งที่ได้พบเจอ ก่อนโบกมืออำลาจากเมืองปายกันอย่างอาลัยอาวรณ์

ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 05/02/2007 เวลา : 17.28 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

กำลัง(อยาก)จะเขียน เรื่อง(ไป)เที่ยวเมืองปายเหมือนกันครับ
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

จับชีพจรโลก 16 พฤษภาคม 2551

ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน และร้ายแรง แต่มักจะถูกกลืนหายไปอย่างรวดเร็ว

View All
<< กุมภาพันธ์ 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28      



รายการชีพจรโลก คุณสุทธิชัยสัมภาษณ์ ฑูต 3 ประเทศ ท่านคิดว่า ทูตท่านไหนพูดไทยถูกใจท่านที่สุด?
จีน
2008 คน
สหราชอาณาจักร (อังกฤษ)
166 คน
สหรัฐอเมริกา
465 คน

  โหวต 2639 คน