• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 954
  • จำนวนผู้ชม : 1579449
  • จำนวนผู้โหวต : 5237
  • ส่ง msg :
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/black
วันพฤหัสบดี ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2550
ระเบิดเวลาลูกใหม่ของจีน ช่องว่างระหว่างคนรวยกันคนจน...
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 2110 , 17:11:54 น.   | หมวดหมู่ : ชีพจรโลก  
พิมพ์หน้านี้


กว่า 20 ปีหลังจากนายเติ้ง เสี่ยวผิง อดีตผู้นำสูงสุดของจีน ปฏิรูประบบเศรษฐกิจให้เป็น
ระบบตลาดเสรี จีนเต็มไปด้วยช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน 

เมื่อเดือนธันวาคม มีการจัดงานใหญ่ 2 งาน ทางภาคใต้ของจีน  คือที่เขตเศรษฐกิจพิเศษเสิ่นเจิ้น
กับที่มณฑลกวางตุ้ง เป็นงาน"นิทรรศการสินค้าหรู" ใหญ่สุดครั้งแรกของจีน ที่จัดแค่ 3 วันจึงเป็น
งานที่มหาเศรษฐีชาวจีนจากทั่วประเทศพลาดไม่ได้ ....

รายชื่อแขกผู้ได้รับเชิญให้เข้าชมงาน มีจำนวน 27,000 คน คุณสมบัติที่จะได้รับเชิญคือ คุณ
ต้องเป็นชาวจีน ผู้ที่มีสินทรัพย์มูลค่าตั้งแต่ 6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 210 ล้านบาทขึ้นไป..
รวยน้อยกว่านี้อย่าหวังว่าจะได้รับเชิญให้เข้าไปในงาน

ภายใต้หลังคาอาคารที่ใช้จัดงานในกวางตุ้ง เต็มไปด้วยของหรูหราราคาแพง ไม่ว่าจะเป็น
เพชรพลอย,รถสปอร์ต, เรือยอร์ช ไปจนถึงโทรศัพท์มือถือฝังเพชร ฯลฯ ทำให้คุณ "ไหล"
หนุ่มใหญ่วัย 43 ปี เจ้าของโรงงานทอผ้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของจีน ยืนมองอย่างกลุ้มใจ

คุณ"ไหล" ไม่ได้กลุ้มใจเพราะไม่มีเงินจะซื้อ แต่เขายืนชั่งใจว่า สมควรจะเอาใจศรีภรรยาด้วย
การถอย"โรลสรอย แฟนทอม"  ราคา 750,000 เหรียญสหรัฐฯ (26 ล้านบาท)   ไปขับโฉบเฉี่ยว
ให้คนอิจฉาเล่น หรือน่าจะใช้รถ"เมอร์ซิเดส เบนซ์"ที่ใช้อยู่เดิมต่อไป

คุณไหลบอกว่า ที่สองจิตสองใจไม่ใช่เพราะไม่มีเงินจะซื้อ แต่เป็นเพราะถ้าจะยกระดับไปนั่ง
"โรลสรอย" เขาจำเป็นต้องว่าจ้าง"บอร์ดี้การ์ด"มาช่วยคุ้มกันด้วย เพราะเวลาคนเห็นเขานั่ง
รถหรูแบบนั้น จะมีบางคนหมั่นไส้และเกลียดหน้าเขา จำเป็นต้องหาคนคุ้มกัน

ระหว่างที่คุณ"ไหล" ยังตัดสินใจไม่ได้ ภริยาวัย 28 ปีของเขาก็ใช้มือไล้ลูบกระจกข้างของโรลสรอย
คันงามอย่างหลงไหล จนเดาได้ว่าเธอคงได้นั่งโรลสรอยสมใจ เพราะเวลาผู้หญิงอยากได้อะไร พวก
เธอมักมีวิธีให้ได้สมใจ  ส่วนจะถูกทุบรถหรือไม่ ค่อยคิดหาทางแก้ปัญหาทีหลัง.

มีรายงานว่าเฉพาะแค่ 2 วันที่เสิ่นเจิ้น  พวก Super Rich ใช้เงินซื้อสินค้าถูกใจไป 12 ล้านเหรียญ
หรือประมาณ 420 ล้านบาท กับบริจาคเงินอีกหลายแสนเหรียญในงานประมูลการกุศลที่จัดขึ้น
เพื่อหาเงินบริจาคให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า...

ส่วนใหญ่ของ Super Rich ในจีน เป็นเศรษฐีใหม่ที่ยังหนุ่มสาว อายุในช่วง 30 และ 40 ปี
พวกเขาอยากใช้เงินที่หาได้หาความสุขใส่ตัว แต่ขณะเดียวกันก็กลัวว่าการใช้ชีวิตหรูหรา
จะทำให้พวกตนตกเป็นเป้าหมายของความเกลียดชัง  

 คนรวยในจีนมีเหตุผลที่สมควรจะกลัว เพราะส่วนใหญ่ของชาวจีน 1300 ล้านคน มีรายได้
แต่ไม่กี่ร้อยเหรียญต่อปี แต่มีคนรวยเพียงหยิบมือเดียว ซึ่งว่ากันว่า มากกว่า 90 % คือลูก
หลานของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน ...เพื่อนร่วมชาติหลายคนจึงเกลียดคนรวย และเชื่อว่า
พวกเขาได้เงินมาโดยไม่สุจริต
 


นักข่าวไปสัมภาษณ์ รปภ.ที่ถูกจ้างมาเฝ้างานแสดงสินค้าหรูที่เสิ่นเจิ้น พบว่า รปภ.หนุ่มวัย 28 ปี
ผู้ทำงานมา 2 วันแล้ว โดยได้ค่าจ้างวันละ 4 เหรียญ (140 บาท ) กำลังอารมณ์บูด  หลังเฝ้าดูคน
รวยเพลิดเพลินกับรถหรูและเพชรพลอย ซึ่งชั่วชีวิตนี้ เขาคงไม่มีวันได้เป็นเจ้าของ

ยามหนุ่มคนนี้ออกปากว่า เขาเกลียดคนรวยพวกนี้ "ใครๆก็รู้ว่า พวกนี้หาเงินมาอย่างไม่สุจริต"
เขาชี้ไปที่เตียงนอนยี่ห้อหรูจากสวีเดน ติดป้ายราคา 49,000 เหรียญ ( 1 ล้าน 7 แสนบาท) ที่ตั้งอยู่
กลางห้อง เขาบอกว่าที่บ้านเกิดของเขาในมณฑลเหอหนาน เงินเท่านี้ใช้ซื้ออพาร์ตเมนต์ได้ตั้ง 3
ห้อง เขาไม่อยากจะเชื่อว่า จะมีคนใช้เงินมากขนาดนี้ซื้อเตียงแค่เตียงเดียว
 
แต่นั่นคือความเป็นจริงในจีนซึ่งมีเศรษฐกิจโตเร็วที่สุดในโลก ทำให้มีคนนับหมื่นที่กลายเป็นคน
รวย ชนิดที่บางคนให้คำนิยามว่า"รวยจนน่าเกลียด" และเมื่อรวยแล้ว พวกเขาก็อยากใช้เงินอย่าง
อิสระเสรี และไม่กลัวที่จะแสดงตัวว่า"ฉันรวยน๊ะย่ะ" เสียด้วย

เจ้าของบริษัทอีเลคโทรนิควัย 37 ปีคนหนึ่ง ชายตามองเครื่องบินเล็กในงานแวบเดียว ก่อนจะลง
ชื่อสมัครเป็นสมาชิกสมาคมการบินเอกชนแห่งหนึ่ง เป็นเงิน 50,000 เหรียญ ( 1 ล้าน 7 แสนบาท)
พร้อมออกปากว่า" ถูกจังเลย" เขาบ่นด้วยว่าตั้งใจมาหาซื้อเรือสักลำหนึ่งด้วย แต่ยังหาไม่เจอ

บริษัทผู้จัดงานคือ Boya International ยอมรับว่าจัดงานแบบนี้ในกรุงปักกิ่งไม่ได้ เพราะยังมี
ทหารเก่าและอดีตนักปฏิวัติจำนวนมาก ที่ต่อต้านการอวดรวยต่อสาธารณชน  เจ้าของบริษัท
บอกว่าคำว่าหรูหรา" (luxury) ยังเป็นคำหยาบคาย (Dirty Word) สำหรับหลายคนในจีน แต่เขา
ต้องการทำให้คนจนในจีนเชื่อว่า ถ้าทำงานหนัก พวกเขาก็มีโอกาสได้ใช้ชีวิตหรูแบบนี้เช่นกัน
   
สาเหตุที่เลือกจัดงานที่เสิ่นเจิ้น กับกวางตุ้ง เป็นเพราะเป็น 2 แห่งมีหัวเสรีเรื่องความรวย มากกว่า
ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งอยู่ไกลออกไปทางเหนือ 2,000 กิโลเมตร  แถมกวางตุ้งยังเป็น"มณฑลรวยที่สุด"
ของจีนด้วย...สำหรับที่เสิ่นเจิ้นนั้น ไฮไลท์ของงานคืองานเลี้ยงอาหารเย็นที่มีราคาหัวละ 400
เหรียญ( 14,000 บาท) และการประมูลหาเงินช่วยเด็กกำพร้า โดยแขกรับเชิญ 800 คน

ผู้จัดงานบอกว่าจัดให้มีการประมูลการกุศลด้วย เพื่อแสดงให้คนจนเห็นว่าคนรวยพวกนี้ห่วงใย
คนจน จริงๆ จะได้เลิกเกลียดคนรวย แต่ที่ด้านนอกห้องประมูล คนกวาดถนนหญิงซึ่งเป็นแรงงาน
อพยพวัย 35 ปี บอกว่าเธอกับสามีย้ายจากเสฉวน ไปกวางตุ้ง 4 ปีแล้วเพราะต้องหาเงินส่งลูก
ชายวัย 10 ขวบเรียนหนังสือ พอรู้ว่าผู้จัดงานให้เหตุผลอย่างไรเรื่องการประมูล เธอก็หัวเราะแบบ
ขื่นๆ และบ่นว่า "เขาไม่เข้าใจหรือยังไงว่าเราอยู่กันคนละโลก"
 
นักวิเคราะห์หลายคนเตือนว่า ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน เป็นเหมือนระเบิดเวลา ซึ่ง
อาจทำพรรคคอมมิวนิสต์จีนล่มสลาย เพราะก่อนนี้ก็ได้เกิดเหตุจลาจลต่อต้านการคอรัปชั่น
ตามหลายเมืองในชนบทอยู่แล้ว ท่ามกลางความโกรธแค้นของคนจน เพราะรายได้ของคน
ชนบทกับคนเมือง ห่างกันมากขึ้นทุกที จนเพิ่มขึ้นเป็น 16 เท่าตัวแล้วนับจากปี 2533 และ
มองกันว่าการจัดงานช็อปปิ้ง เฉพาะสำหรับ Super rich แบบนี้ มีแต่จะทำให้สถานการณ์
เลวร้ายหนักขึ้น


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12
Jaychang วันที่ : 27/05/2008 เวลา : 20.59 น.
http://www.oknation.net/blog/jaysky

มีรวยก็ต้องมีจน ช่องว่างที่ไหนก็มี ไทยก็มีช่องว่าง และไม่ใช่น้อย ๆ ด้วย และยังแบ่งชนชั้นอีก แต่ไม่ค่อยมีใครมาพูดแค่นั้นแหละ ดูละครน้ำเน่าดิ แอบแฝงอะไรเข้าไปในสังคม จีนเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะ และระบบคอมมิวนิสเหมาะกับประเทศจีน แต่ต้องการพัฒนา ก็ต้องปล่อยให้คนกลุ่มนึงรวยขึ้น เพื่อนสร้างโอกาสให้กับคนกลุ่มที่ตามมา แต่ยังไง กินคำเดียวให้อ้วนไม่ได้อยู่แล้ว แต่ปัญหาช่องว่างที่เกิดในจีนนั้นอันตรายจริง ๆ เชื่อว่ารัฐบาลก็พยายามหาทางช่วย เราเป็นคนจีน เราเข้าใจทางรัฐบาลได้ทำอะไรลงไปบ้าง มันยาก บางคนนั่งพูดไม่ปวดหลัง ลองไปเป็นรัฐบาลจีนและอยู่ในสถานการณ์จีนบ้างดิ เห็นบางคนบอกว่า คนจีนกินข้าวผักเป็นส่วนใหญ่ ลองไปดูดิ มันต้องมีบ้าง แต่ที่เราเห็นในชนบทที่ยูนนาน ยากจนเหมือนกัน แต่ก็เห็นที่บ้านยังมีเนื้อแขวงไว้
สำหรับงานที่จัดขึ้นในเซินเจิ้นครั้งนี้ ไม่เห็นด้วยจริง ๆ เหมือนกับที่คุณสุทธิชัยเขียนไว้ มันจะทำให้คนจีนไม่เข้าใจและทำให้เลวร้าย
สำหรับไทย เราก็พยายามเข้าใจระบบประชาธิไตยของไทย และเศรษฐกจิพอเพียงซึ่งเป็นแนวความคิดที่ดี แต่กำลังถูกคนอื่น ๆ เข้าใจผิดกันอยู่ ไม่ชัดเจน และประชาธิปไตยเหมาะกับประเทศไทยจริงเหรอมั้ยนั้นไม่สำคัญ สำคัญคือระบบที่ใช้นั้นสามารถทำให้ประชาชนไทยมีความสุขและพอกินพอใช้ และต้องพัฒนาตามโลกไปด้วยเหรอไม่
ความคิดเห็นที่ 11
namo วันที่ : 08/03/2007 เวลา : 17.54 น.
http://www.oknation.net/blog/namo

เศรษฐกิจแบบทุนนิยมมักจะเกิดปัญหาการกระจายรายได้ไม่เป็นธรรมเราภูมิใจในตัวเลขอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีปีละ 8%บ้าง 10% บ้าง มันจะมีประโยชน์อันใดในเมื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศยังมีความยากจนนับวันช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนห่างกันมากขั้นประเทศชาติจะมีความสุขแบบยั่งยืนได้ การเจริญเติบโตทางด้านวัตถุและจิตใจต้องโตควบคู่กันไปพยายามลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางสังคมให้ลดน้อยลงคนแข็งแรงกว่าต้องช่วยคนที่อ่อนแอกว่าคนรวยช่วยคนจนๆก็ตั้งใจทำงานสังคมก็มีสุขแต่หากคนรวยเห็นแก่ตัวไม่ช่วยเหลือสังคมถามว่าคนจนเดือนร้อนลุกฮือขึ้นในสังคมกลุ่มตนรวยจะอยู่ได้อย่างไร
ความคิดเห็นที่ 10
ลมบูรพา ( guest ! ) วันที่ : 12/02/2007 เวลา : 13.39 น.

มันเป็นธรรมดา ที่จะต้องมีคนรวย และ คนจน ถ้ารวยด้วยความสุจริต ก็น่าชมเชย แต่ถ้ารวยแบบโกงชาติของใครบางคนที่เมืองไทย มันก็เป็นเรื่องเศร้าของประเทศจีน สำหรับคนจนก็สู้ต่อไป ใช้ชีวิตตามอัตภาพดีที่สุด
ความคิดเห็นที่ 9
Gridchada Wijitworamongkol ( guest ! ) วันที่ : 10/02/2007 เวลา : 14.15 น.

กำลังหาข้อมูลเขียนวิทยานิพนธ์เรื่องช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนของจีน ใครมีข้อมูลเป็นภาษาจีนช่วยแนะนำด้วยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 8
ไส้เดือนสอนมังกร ( guest ! ) วันที่ : 09/02/2007 เวลา : 15.45 น.

เห็นไส้เดือนสอนมังกรแล้ว สนุกดี
คนที่จะมองจีนได้ถูกต้องคือพญาอินทรีย์สหรัฐอเมริกา
รัสเซียและยุโรปตะวันออกพ่ายแพ้ทุนนิยมไปแล้วแต่จีนยังคงอยู่ด้วยระบบ 1 ประเทศ 2 ระบบ คือระบบคอมมิวนิสต์และทุนนิยม เช่น ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้
ธรรมชาติของทุนนิยม รวยกระจุกจนกระจายเกิดในไม่กี่พื้นที่
แต่ธรรมชาติของแผ่นดินใหญ่เขาเป็นเผด็จการคอมมิวนิสต์
ประชาชนเขามีข้าวกิน3มื้อ ส่วนใหญ่เป็นผัก คนรวยเขามีประมาณ200ล้านคน เท่ากับพลเมืองอเมริกา นอกนั้นก็พอกินพอใช้เศรษฐกิจแบบพอเพียง เขามีกฏหมายดูแลเคร่งครัด แต่ด้วยการผสมผสานระบบคอมมิวนิสต์กับระบบทุนนิยมแบบควบคุมในแผ่นดินใหญ่จึงต้องมีช่องว่างของรายได้มากดังกล่าว
ยิ่งถ้าเอาช่องว่างของเซี่ยงไฮ้หรือฮ่องกงมาเปรียบเทียบแล้วไกลกันสุดกู่เลยทีเดียว
ประเทศที่มีพลเมืองมากที่สุดในโลกก็ต้องน่าที่จะใช้ระบบการปกครองแบบเผด็จการแบบนี้จึงจะคุมมนุษย์อยู่
ถ้าให้จีนใช้ประชาธิปไตยระบบทุนนิยมแล้ว ฆ่ากันตายแน่นอน
ตอนนี้ไทยเราก็ใช้เศรษฐกิจพอเพียงแล้วเพราะใช้กับทุนนิยมก็ได้
แต่จะใช้อย่างไร สังคมยังงงๆกันอยู่
ดีไม่ดีใช้ผิดไป เอาจีนมาสอนให้ อ้าว นี่หรือใช้สังคมนิยมผสมคอมมิวนิสต์แบบอั๊วนี่หว่า ฮากันไม่ออกเลยล่ะท่าน
ความคิดเห็นที่ 7
เฉินตู ( guest ! ) วันที่ : 09/02/2007 เวลา : 14.30 น.

ในโลกของทุนนิยม มือใครยาวสาวได้สาวเอา โกงได้เป็นเอา จะหาเศรษฐีคนรวยซื่อสัตย์ บริสุทธ์๑๐๐เปอร์เซ็น ยากส์ๆๆๆ ซึ่งเราก็เห็นๆอยู่ในบ้านเรา ที่เป็นเศรษฐีพเนจรจอมโกง มหาโจรปล้นแม้กระทั่งแผ่นดินบ้านเกิดตัวเอง
ความคิดเห็นที่ 6
ระวี ( guest ! ) วันที่ : 09/02/2007 เวลา : 09.42 น.

ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนที่ห่างกันราวฟ้ากับเหวจะกดดันสังคมจีนให้เกิดความตึงเครียดขึ้นทุกทีๆ ถ้าคนรวยรู้จักพอ ไม่เวอร์หรืออวดรวยจนเกินเหตุ กินอยู่อย่างสมถะ พอเพียงก็จะลดความเกลียดชังของคนจนลงมาได้ และจะมีความสุขดีด้วย
ความคิดเห็นที่ 5
ไท ( guest ! ) วันที่ : 09/02/2007 เวลา : 08.04 น.

เรื่องแบบนี้สามารถเห็นได้ในสังคมไทย
เคยนึกสงสัยทุกครั้งที่เดินผ่านขอทานตามถนนหรือแม้กระทั่งขอทานที่มาขอตามหน้าบ้าน ว่า คนเหล่านี้เขาเคยได้มีโอกาสเข้าไปขอกับบรรดาเศรษฐีตามคฤหาสน์หลายร้อยล้านบ้างหรือไม่ หรือ เศรษฐี ไฮโซต่างๆ เคยได้หย่อนเศษเงินของคุณลงในกระป๋องขอทานบ้างหรือไม่ แต่โอกาสที่เศรษฐีจะมาเดินตามถนนเพื่อเห็นชีวิตอันยากไร้อีกด้านคงไม่มี
ด้านการศึกษา เมื่อตังค์ไม่มีพอจะดำรงชีพ แล้วจะมีตังค์พอส่งให้ลูกเรียนหนังสือหรือ จากการสังเกตุเด็กรุ่นใหม่ หรือผู้บริหารรุ่นใหม่ๆ ที่ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ทุกคนล้วนมาจากพื้นฐานครอบครัวที่ร่ำรวยทั้งสิ้น จะมีจากชนชั้นกลางบ้างก็น้อยเต็มทน คนด้อยโอกาสอย่างทนายส่วนตัวของอดีตผู้นำ หรือกระทั่งผู้นำบางคน ที่เก่ง มีสติปัญญาเฉียบแหลมและเผอิญโอกาสอำนวยให้ได้เรียนและกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงในสังคม แทบจะหาไม่ได้ในยุคนี้แล้ว เพราะฉะนั้น ช่องว่างทางเศรษฐกิจกับช่องว่างทางการศึกษา อะไรคือเหตุ อะไรคือผล ใครช่วยตอบที
ความคิดเห็นที่ 4
mike angelo ( guest ! ) วันที่ : 08/02/2007 เวลา : 20.57 น.

China must be very careful in growing too fast as she may encounter serious social and/or political problems. In addition, I personally believe that the U.S. has been doing something (and anything) in an attempt to stop China.
ความคิดเห็นที่ 3
lost-in-space วันที่ : 08/02/2007 เวลา : 20.48 น.
http://www.oknation.net/blog/lostinspace
สิ่งที่เหนือไปกว่าการให้อภัย คือ "การลืม(มันซะ)"

ช่องว่างทางเศรษฐกิจ ยังไม่น่ากลัวเท่า ช่องว่างทางความรู้ (หรือการศึกษา)

แต่จะว่าไปก็เหมือนปัญหาไก่กับไข่ ไม่รู้ว่าอะไรเกิดก่อนกัน ไม่รู้ว่าเราควรจะ "อิ่มท้อง" หรือ "อิ่มสมอง" ก่อนกัน
ความคิดเห็นที่ 2
กิ๊ก ( guest ! ) วันที่ : 08/02/2007 เวลา : 18.48 น.

น่าอิจฉา..ถ้าได้มาอย่างสุจริต
น่าหมั่นใส้...ถ้าได้มาจากการโกง
ความคิดเห็นที่ 1
Maysayon วันที่ : 08/02/2007 เวลา : 18.14 น.
http://www.oknation.net/blog/maysayon
www.ivyjewel.com

นี่มันไม่ธรรมดาซะแล้ว
ต้องบอกว่าช่องว่างระหว่างคนร้วย............รวย
กับคนจ๊น..................................จน
ไม่ใช่จนธรรมดานะคะ อิอิ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

จับชีพจรโลก 24 กรกฎาคม 2551

ฟังผู้นำไทยพูดเรื่องข้อพิพาทกับกัมพูชา และบทสัมภาษณ์ทูตไทยประจำ UN

View All
<< กุมภาพันธ์ 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28      



รายการชีพจรโลก คุณสุทธิชัยสัมภาษณ์ ฑูต 3 ประเทศ ท่านคิดว่า ทูตท่านไหนพูดไทยถูกใจท่านที่สุด?
จีน
2200 คน
สหราชอาณาจักร (อังกฤษ)
178 คน
สหรัฐอเมริกา
492 คน

  โหวต 2870 คน