|
กว่า 20 ปีหลังจากนายเติ้ง เสี่ยวผิง อดีตผู้นำสูงสุดของจีน ปฏิรูประบบเศรษฐกิจให้เป็น ระบบตลาดเสรี จีนเต็มไปด้วยช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน เมื่อเดือนธันวาคม มีการจัดงานใหญ่ 2 งาน ทางภาคใต้ของจีน คือที่เขตเศรษฐกิจพิเศษเสิ่นเจิ้น กับที่มณฑลกวางตุ้ง เป็นงาน"นิทรรศการสินค้าหรู" ใหญ่สุดครั้งแรกของจีน ที่จัดแค่ 3 วันจึงเป็น งานที่มหาเศรษฐีชาวจีนจากทั่วประเทศพลาดไม่ได้ .... 
รายชื่อแขกผู้ได้รับเชิญให้เข้าชมงาน มีจำนวน 27,000 คน คุณสมบัติที่จะได้รับเชิญคือ คุณ ต้องเป็นชาวจีน ผู้ที่มีสินทรัพย์มูลค่าตั้งแต่ 6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 210 ล้านบาทขึ้นไป.. รวยน้อยกว่านี้อย่าหวังว่าจะได้รับเชิญให้เข้าไปในงาน ภายใต้หลังคาอาคารที่ใช้จัดงานในกวางตุ้ง เต็มไปด้วยของหรูหราราคาแพง ไม่ว่าจะเป็น เพชรพลอย,รถสปอร์ต, เรือยอร์ช ไปจนถึงโทรศัพท์มือถือฝังเพชร ฯลฯ ทำให้คุณ "ไหล" หนุ่มใหญ่วัย 43 ปี เจ้าของโรงงานทอผ้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของจีน ยืนมองอย่างกลุ้มใจ คุณ"ไหล" ไม่ได้กลุ้มใจเพราะไม่มีเงินจะซื้อ แต่เขายืนชั่งใจว่า สมควรจะเอาใจศรีภรรยาด้วย การถอย"โรลสรอย แฟนทอม" ราคา 750,000 เหรียญสหรัฐฯ (26 ล้านบาท) ไปขับโฉบเฉี่ยว ให้คนอิจฉาเล่น หรือน่าจะใช้รถ"เมอร์ซิเดส เบนซ์"ที่ใช้อยู่เดิมต่อไป คุณไหลบอกว่า ที่สองจิตสองใจไม่ใช่เพราะไม่มีเงินจะซื้อ แต่เป็นเพราะถ้าจะยกระดับไปนั่ง "โรลสรอย" เขาจำเป็นต้องว่าจ้าง"บอร์ดี้การ์ด"มาช่วยคุ้มกันด้วย เพราะเวลาคนเห็นเขานั่ง รถหรูแบบนั้น จะมีบางคนหมั่นไส้และเกลียดหน้าเขา จำเป็นต้องหาคนคุ้มกัน ระหว่างที่คุณ"ไหล" ยังตัดสินใจไม่ได้ ภริยาวัย 28 ปีของเขาก็ใช้มือไล้ลูบกระจกข้างของโรลสรอย คันงามอย่างหลงไหล จนเดาได้ว่าเธอคงได้นั่งโรลสรอยสมใจ เพราะเวลาผู้หญิงอยากได้อะไร พวก เธอมักมีวิธีให้ได้สมใจ ส่วนจะถูกทุบรถหรือไม่ ค่อยคิดหาทางแก้ปัญหาทีหลัง. มีรายงานว่าเฉพาะแค่ 2 วันที่เสิ่นเจิ้น พวก Super Rich ใช้เงินซื้อสินค้าถูกใจไป 12 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 420 ล้านบาท กับบริจาคเงินอีกหลายแสนเหรียญในงานประมูลการกุศลที่จัดขึ้น เพื่อหาเงินบริจาคให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า... ส่วนใหญ่ของ Super Rich ในจีน เป็นเศรษฐีใหม่ที่ยังหนุ่มสาว อายุในช่วง 30 และ 40 ปี พวกเขาอยากใช้เงินที่หาได้หาความสุขใส่ตัว แต่ขณะเดียวกันก็กลัวว่าการใช้ชีวิตหรูหรา จะทำให้พวกตนตกเป็นเป้าหมายของความเกลียดชัง คนรวยในจีนมีเหตุผลที่สมควรจะกลัว เพราะส่วนใหญ่ของชาวจีน 1300 ล้านคน มีรายได้ แต่ไม่กี่ร้อยเหรียญต่อปี แต่มีคนรวยเพียงหยิบมือเดียว ซึ่งว่ากันว่า มากกว่า 90 % คือลูก หลานของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน ...เพื่อนร่วมชาติหลายคนจึงเกลียดคนรวย และเชื่อว่า พวกเขาได้เงินมาโดยไม่สุจริต 
นักข่าวไปสัมภาษณ์ รปภ.ที่ถูกจ้างมาเฝ้างานแสดงสินค้าหรูที่เสิ่นเจิ้น พบว่า รปภ.หนุ่มวัย 28 ปี ผู้ทำงานมา 2 วันแล้ว โดยได้ค่าจ้างวันละ 4 เหรียญ (140 บาท ) กำลังอารมณ์บูด หลังเฝ้าดูคน รวยเพลิดเพลินกับรถหรูและเพชรพลอย ซึ่งชั่วชีวิตนี้ เขาคงไม่มีวันได้เป็นเจ้าของ
ยามหนุ่มคนนี้ออกปากว่า เขาเกลียดคนรวยพวกนี้ "ใครๆก็รู้ว่า พวกนี้หาเงินมาอย่างไม่สุจริต" เขาชี้ไปที่เตียงนอนยี่ห้อหรูจากสวีเดน ติดป้ายราคา 49,000 เหรียญ ( 1 ล้าน 7 แสนบาท) ที่ตั้งอยู่ กลางห้อง เขาบอกว่าที่บ้านเกิดของเขาในมณฑลเหอหนาน เงินเท่านี้ใช้ซื้ออพาร์ตเมนต์ได้ตั้ง 3 ห้อง เขาไม่อยากจะเชื่อว่า จะมีคนใช้เงินมากขนาดนี้ซื้อเตียงแค่เตียงเดียว แต่นั่นคือความเป็นจริงในจีนซึ่งมีเศรษฐกิจโตเร็วที่สุดในโลก ทำให้มีคนนับหมื่นที่กลายเป็นคน รวย ชนิดที่บางคนให้คำนิยามว่า"รวยจนน่าเกลียด" และเมื่อรวยแล้ว พวกเขาก็อยากใช้เงินอย่าง อิสระเสรี และไม่กลัวที่จะแสดงตัวว่า"ฉันรวยน๊ะย่ะ" เสียด้วย เจ้าของบริษัทอีเลคโทรนิควัย 37 ปีคนหนึ่ง ชายตามองเครื่องบินเล็กในงานแวบเดียว ก่อนจะลง ชื่อสมัครเป็นสมาชิกสมาคมการบินเอกชนแห่งหนึ่ง เป็นเงิน 50,000 เหรียญ ( 1 ล้าน 7 แสนบาท) พร้อมออกปากว่า" ถูกจังเลย" เขาบ่นด้วยว่าตั้งใจมาหาซื้อเรือสักลำหนึ่งด้วย แต่ยังหาไม่เจอ บริษัทผู้จัดงานคือ Boya International ยอมรับว่าจัดงานแบบนี้ในกรุงปักกิ่งไม่ได้ เพราะยังมี ทหารเก่าและอดีตนักปฏิวัติจำนวนมาก ที่ต่อต้านการอวดรวยต่อสาธารณชน เจ้าของบริษัท บอกว่าคำว่าหรูหรา" (luxury) ยังเป็นคำหยาบคาย (Dirty Word) สำหรับหลายคนในจีน แต่เขา ต้องการทำให้คนจนในจีนเชื่อว่า ถ้าทำงานหนัก พวกเขาก็มีโอกาสได้ใช้ชีวิตหรูแบบนี้เช่นกัน สาเหตุที่เลือกจัดงานที่เสิ่นเจิ้น กับกวางตุ้ง เป็นเพราะเป็น 2 แห่งมีหัวเสรีเรื่องความรวย มากกว่า ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งอยู่ไกลออกไปทางเหนือ 2,000 กิโลเมตร แถมกวางตุ้งยังเป็น"มณฑลรวยที่สุด" ของจีนด้วย...สำหรับที่เสิ่นเจิ้นนั้น ไฮไลท์ของงานคืองานเลี้ยงอาหารเย็นที่มีราคาหัวละ 400 เหรียญ( 14,000 บาท) และการประมูลหาเงินช่วยเด็กกำพร้า โดยแขกรับเชิญ 800 คน ผู้จัดงานบอกว่าจัดให้มีการประมูลการกุศลด้วย เพื่อแสดงให้คนจนเห็นว่าคนรวยพวกนี้ห่วงใย คนจน จริงๆ จะได้เลิกเกลียดคนรวย แต่ที่ด้านนอกห้องประมูล คนกวาดถนนหญิงซึ่งเป็นแรงงาน อพยพวัย 35 ปี บอกว่าเธอกับสามีย้ายจากเสฉวน ไปกวางตุ้ง 4 ปีแล้วเพราะต้องหาเงินส่งลูก ชายวัย 10 ขวบเรียนหนังสือ พอรู้ว่าผู้จัดงานให้เหตุผลอย่างไรเรื่องการประมูล เธอก็หัวเราะแบบ ขื่นๆ และบ่นว่า "เขาไม่เข้าใจหรือยังไงว่าเราอยู่กันคนละโลก" นักวิเคราะห์หลายคนเตือนว่า ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน เป็นเหมือนระเบิดเวลา ซึ่ง อาจทำพรรคคอมมิวนิสต์จีนล่มสลาย เพราะก่อนนี้ก็ได้เกิดเหตุจลาจลต่อต้านการคอรัปชั่น ตามหลายเมืองในชนบทอยู่แล้ว ท่ามกลางความโกรธแค้นของคนจน เพราะรายได้ของคน ชนบทกับคนเมือง ห่างกันมากขึ้นทุกที จนเพิ่มขึ้นเป็น 16 เท่าตัวแล้วนับจากปี 2533 และ มองกันว่าการจัดงานช็อปปิ้ง เฉพาะสำหรับ Super rich แบบนี้ มีแต่จะทำให้สถานการณ์ เลวร้ายหนักขึ้น
|