วันอังคาร ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2550
ยูเอ็นไม่ใช่พ่อ...แต่มะกันไม่แน่
Posted by
สุทธิชัย หยุ่น
,
ผู้อ่าน : 116
, 10:28:40 น.
พิมพ์หน้านี้
|

ทูตมะกัน ประจำกรุงเทพฯ ราล์ฟ บอยส์ บอกว่า ทักษิณ ชินวัตร ว่าจ้างบริษัทของอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เจมส์ เบเกอร์ ที่ชื่อ Baker Botts LLP. ที่กรุงวอชิงตัน ไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อการกำหนดนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ แต่ประการใด อีกทั้งไม่แปลกใช่ไหมที่ทักษิณ เรียกตัวเองว่า "freely-elected prime minister" แทนที่จะเป็น "former prime minister" ของประเทศไทย? เมื่อเป็นเช่นนั้นก็เป็นหน้าที่ของ "วอร์รูม" ข่าวสารหรือคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ยามวิกฤติเชิงรุก ที่นายกฯ สุรยุทธ์ จุลานนท์ เพิ่งตั้งขึ้นมา ที่จะต้องแจ้งให้บริษัทของ คุณเจมส์ เบเกอร์ ได้รู้ว่าทักษิณ กำลังเป็นเป้าของการสอบสวนเรื่องฉ้อฉล และอื้อฉาวอะไรบ้างในประเทศ เขาเป็น "ล็อบบี้ยิสต์" ที่จดทะเบียนกับวุฒิสภาตามกฎระเบียบของเขา ซึ่งแปลว่า เขาจะต้องมีความเปิดเผย และโปร่งใส... ทักษิณ ใช้เงินเท่าไหร่จ้างเขา เขาต้องเปิดเผยด้วย เพราะทักษิณ และครอบครัวกำลังถูกสอบสวนหลายข้อหาที่เกี่ยวโยงกับภาษีของประชาชนคนไทย ดังนั้น ทุกบาททุกสตางค์ที่ทักษิณ และครอบครัวเอาไปใช้จะต้องเข้าข่ายต้องสงสัย คนมีอาชีพ lobbyists ที่อเมริกา จะต้องมีจริยธรรมที่เขาเรียกว่า ethics ด้วย นั่นคือจะไปรับจ้างทำอะไรให้คนที่ใช้อำนาจทางการเมืองทำเรื่องอื้อฉาวที่เจ้าของประเทศเขากำลังเรียกร้องทวงคืน และอาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายอาญาแผ่นดิน มีความผิดร้ายแรงย่อมจะผิดกติกาของเขาเช่นกัน ในฐานะที่เจมส์ เบเกอร์ เคยเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศของอดีตประธานาธิบดี จอร์จ บุช (ผู้พ่อ) ก็จะต้องรู้ว่า การทำงานเป็นล็อบบี้ยิสต์จะต้องอยู่ในกรอบของความถูกต้องชอบธรรมโดยเฉพาะลูกค้าของตัวเอง จะต้องไม่ใช่คนที่ถูกประชาชนของประเทศนั้นๆ กล่าวหาว่าฉ้อราษฎร์บังหลวงและเกี่ยวพันกับเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง จะเป็นเบเกอร์ที่ 3 ผู้พ่อหรือเบเกอร์ที่ 4 ผู้ลูกก็ไม่ได้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญมากมายนักในบริบทการเมืองเช่นนี้ ดังนั้น "วอร์รูม" ของรัฐบาลจะต้องส่งจดหมายอย่างเป็นทางการไปถึงนายเบเกอร์ และผู้บริหารของบริษัท Baker & Botts เพื่อแจ้งให้เขารู้ว่าทักษิณ กำลังถูกสอบสวนในข้อหาร้ายแรงอะไรบ้าง 
ระบุลงไปเลยว่า เขากำลังล็อบบี้ให้คนคนเดียว เพื่อสร้างความวุ่นวายให้กับคนไทยทั้งประเทศ และคำว่า "freely-elected prime minister" ที่เขียนไว้ในเอกสารทางการของเขานั้นเป็นประเด็นที่จำเป็นต้องถกแถลงกันอย่างกว้างขวางว่ามัน "freely-elected" แค่ไหน? ระบุลงไปเลยว่า คำนี้ยัง "debatable" ในสังคมไทยและสังคมโลกอยู่ แต่ถ้าอ่านเอกสารที่บริษัทล็อบบี้ยิสต์นี้เขียนถึง "ประเด็นของการล็อบบี้" (lobbying issues) แล้ว จะเห็นว่าทักษิณ อาจจะถูกฝรั่งหลอกเสียเงินอีกแล้ว เพราะเขาไม่ได้รับปากว่าจะทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอันอย่างที่ทักษิณคิดว่าตัวเองจะได้เลยแม้แต่น้อย เพียงแต่บอกว่าจะ "ติดตาม" หรือ monitor ข่าวสารว่าด้วยนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อรัฐบาลไทย หรือ "ท่าทีของรัฐบาล (สหรัฐฯ) ต่อการที่ทักษิณพยายามจะกลับประเทศไทย..." (The firm will monitor the evolution of US policies towards the interim government in Thailand or the Administration's position regarding attempts by Dr Thaksin to return to Thailand...) และเขียนต่อไว้อย่างคลุมเครือว่า "...and may subsequently undertake contacts as necessary to ensure that such policies remain consistent with those currently in place." แปลได้ความว่า "และอาจจะทำการติดต่อตามที่จำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายดังกล่าวนี้ จะสอดคล้องกับที่เป็นอยู่ขณะนี้..." เป็นภาษากฎหมายของทนายและเหล่าที่บรรดาที่ปรึกษาที่เขียนเอาไว้กว้างๆ พอที่จะทำให้ไม่จำเป็นต้องทำงานประสบผลสำเร็จตามที่ลูกค้าต้องการเลยแม้แต่น้อย ทักษิณ ถูกฝรั่งต้มได้ง่ายๆ เพราะนึกว่าฝรั่งเป็นเทวดาหรือเปล่า? ภารกิจหลักของล็อบบี้ยิสต์บริษัทนี้ตามข้อตกลงกับทักษิณ ที่ปรากฏในเอกสารทางการก็ไม่รู้ว่าคืออะไรกันแน่ เพราะเขาเขียนไว้ว่า "Develop and implement a strategic approach to the various international and political issues that confront Dr Thaksin as a result of the coup of September 19..." หรือแปลว่า "พัฒนาและดำเนินการให้มีแนวทางยุทธศาสตร์ต่อประเด็นระหว่างประเทศและการเมืองที่ดร.ทักษิณ เผชิญอยู่หลังการปฏิวัติวันที่ 19 กันยายน..." ภาษาที่ใช้ฟังดูขึงขังแต่อ่านให้ดีจะรู้ว่าไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันพอที่จะทำให้ทักษิณได้ประโยชน์อะไรจากการว่าจ้างล็อบบี้ยิสต์มะกันนี้เลย...นอกจากจะทำให้บริษัทของอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศมะกันคนนี้มีลูกค้าและเพิ่มรายได้ให้เขา ถามรัฐบาลจีน จะรู้ว่าไต้หวันทุ่มเงินมหาศาลจ้างล็อบบี้ยิสต์มะกันที่วอชิงตันเพื่อทำเรื่อง "ยุทธศาสตร์ทางการเมือง" เพื่อวิ่งเต้นในสภาคองเกรสของสหรัฐฯ เหมือนกัน ลงท้ายก็อยู่ที่เนื้อหาและสาระของความเป็นจริง...ล็อบบี้ยิสต์มะกันรวยกันเป็นทิวแถว เพราะการหลงเชื่อว่าพวกเขามี "เส้นสาย" และ "อิทธิพล" ที่จะเปลี่ยนขาวเป็นดำได้ ลงท้ายทักษิณ ที่นึกว่าตัวเองเก่งกาจเหนือมนุษย์ก็ถูกล็อบบี้ยิสต์ มะกันหลอกส่งบิลคิดค่า "ที่ปรึกษา" แพงๆ เท่านั้นเอง
|