พิมพ์หน้านี้
|
ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ใครพร้อมจะทำสื่อใหม่มาให้ดู ก็ย่อมจะต้องต้อนรับ...ขอเพียงทำให้มีคุณภาพ ไม่ดูถูกสติปัญญาของเจ้าของภาษา ส่วนจะชอบหรือไม่ชอบ จะกดเครื่องรีโมทหนีไปหรือไม่ ย่อมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนดู ในฐานะคนทำสื่อ ใครประกาศตนเป็นสื่อใหม่ก็ย่อมจะน่ายินดี เพราะแสดงว่าเสรีภาพในการแสดงออกเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานอีกเช่นกัน ขอเพียงว่าเสรีภาพนั้นมีความเท่าเทียมกัน และ "สนามแข่งขันจะต้องราบเรียบเสมอกัน" และในฐานะคนทำสื่อ เมื่อใครประกาศอ้างตัวเองเป็นสื่อ ก็จะต้องถามไถ่ให้แน่ว่า เขาเป็น "สื่อสารมวลชน" โดยสายอาชีพ หรือเป็นเพียงโฆษณาชวนเชื่อของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่แอบอ้าง "ความเป็นสื่อ" ให้เกิดความสับสนกับสังคม ผมจึงไม่เห็นว่าใครจะต้องตื่นเต้นอะไรมากมายนัก กับการประกาศ "พีทีวี" หรือ PTV ที่มีแกนนำของพรรคไทยรักไทย และสมาชิกของพรรคนี้ไปยืนถ่ายรูป เพื่อประกาศ "เปิดตัว" เป็น "สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมใหม่" แห่งล่าใหม่สุดของประเทศไทย เพราะแปลว่าพรุ่งนี้ ใครอีกกลุ่มหนึ่งก็สามารถประกาศตั้งสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมได้...หรือมิใช่? สำหรับผม เรื่องของ "รูปแบบ" และ "ช่องทาง" จึงไม่ใช่ประเด็น เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้วประชาชนตัดสินกันที่ "เนื้อหา" และ "สาระ" ของความเป็นสื่อ เนื้อหา และสาระนั้น เขาตัดสินกันด้วย "ความน่าเชื่อถือ" ซึ่งก็หนีไม่พ้นว่า จะต้องถูกกำหนดโดยการทำหน้าที่ของตนว่า มีความเป็นมืออาชีพเพียงใด ความแตกต่างระหว่าง "สื่อวิชาชีพ" หรือ professional journalism กับ "โฆษณาชวนเชื่อ" หรือ propaganda นั้น จับได้ไม่ยาก แยกแยะได้ง่าย และในยุคของการเปิดกว้างของข่าวสารและความสามารถของคนไทยที่ "จับได้ไล่ทัน" นั้น แม้จะมีความพยายามที่จะแฝงร่างของสื่อปลอมเข้ามาในสื่ออาชีพ ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะจับไม่ได้ไล่ไม่ทันเพราะทุกวันนี้ ไม่มีใครไม่รู้กลเม็ดของการครอบงำสื่อและบิดเบือนข้อเท็จจริงแล้ว รัฐมนตรี ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ และอธิบดี ปราโมช รัฐวินิจ แห่งกรมประชาสัมพันธ์บอกว่า การตั้งสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมทุกวันนี้ทำไม่ได้เพราะผิดกฎหมายและยังไม่มีการตั้งกสช. มาพิจารณาเรื่องนี้ สำหรับผม เรื่องกฎหมายควบคุมการตั้งสื่อนั้น จะไม่มีความหมายอีกต่อไปเมื่ออินเทอร์เน็ต และวิวัฒนาการของบรอดแบนด์พัฒนาถึงจุดที่ใครต่อใคร ก็สามารถส่งสัญญาณผ่านช่องทางต่างๆ โดยไม่ต้องผ่านคลื่นความถี่โทรทัศน์ (ซึ่งเป็นสมบัติของรัฐ) และดาวเทียม (ซึ่งเป็นสัมปทานของรัฐอีกเช่นกัน) อีกต่อไป ความแตกต่างจะอยู่ที่เนื้อหา จริยธรรม ความรับผิดชอบของคนที่เสนอตัวมาทำสื่อ...มิได้อยู่ที่ว่าผู้มีอำนาจรัฐจะพยายามควบคุม หรือควบคุมดูแลการทำหน้าที่ของคนทำสื่ออย่างไร เมื่อคนในประเทศฉลาดขึ้น เมื่อคนไทยย้อนกลับไปดูว่า รัฐบาลทักษิณเคยใช้คนของตัวเองคุกคามเสรีภาพของสื่อสารมวลชนที่ไม่เห็นพ้องกับระบอบทักษิณ อย่างไร และวันนี้ คนในระบอบทักษิณนั้นเอง กำลังจะประกาศตัวเป็น "สื่ออาชีพ" และอ้างเสรีภาพของการแสดงความเห็น ก็ย่อมหนีไม่พ้นคำถามที่ว่า "ใครกำลังจะอ้างความเป็นสื่อ เพื่อเป้าหมายทางการเมืองอย่างไร?" ประชาชนดู ฟังและอ่านออกแน่นอนว่าใครคือคนอาชีพจริงๆ และใครคือคนแอบอ้างความเป็นอาชีพ วันนี้ เป็นนักการเมือง พรุ่งนี้เรียกตัวเองว่า เป็นคนข่าวอาชีพ...เช้าวิเคราะห์การเมืองทางวิทยุ บ่ายให้สัมภาษณ์ในนามพรรคการเมือง...ไม่วงการการเมืองก็วงการสื่อที่จะต้องออกมาถามหา "ตัวตน" ที่แท้จริงของคนคนนั้น อย่างน้อยผมรู้อยู่อย่างหนึ่งว่า วงการสื่อสารมวลชนจริงๆ เขาไม่ยอมรับ "มนุษย์พันทาง" เช่นนี้...เพราะสังคมจะเข้าใจผิดคิดว่าวงการนี้ทำไมมีคนอย่างนี้ด้วย? |
| สุทธิชัย | ||
ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา |
||
|
View All |
||
| งานเปิดตัวหนังสือ " ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา " | ||
บรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา" |
||
|
View All |
||