พิมพ์หน้านี้
|
ถามว่าคนไทยพร้อมจะมีสถานีโทรทัศน์สาธารณะแบบเดียวกับ BBC ของอังกฤษหรือเปล่า? ผมขอตอบว่าไม่เพียงแต่ว่าคนไทยพร้อมเท่านั้น แต่ยังเรียกร้องต้องการสถานีโทรทัศน์และวิทยุที่เป็นอิสระจากรัฐบาล และกลุ่มทุนอย่างจริงจังอีกด้วย แต่จะอิสระจริงๆ ได้ ประชาชนคนไทยต้องเป็นผู้ตรวจสอบ และประเมินการทำงานของสื่อสาธารณะอย่างแท้จริง หากเรามีทีวีสาธารณะแล้ว ก็ควรจะต้องมีกลไกตรวจสอบความโปร่งใสด้วยการตั้ง "สภาผู้ชม" ในภาคต่างๆ ที่จะประชุมหัวหน้าของสถานีโทรทัศน์สาธารณะประจำภูมิภาคนั้นอย่างน้อยเดือนละครั้งเพื่อเสนอความเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาสาระของรายการของสถานีโทรทัศน์ "สภาผู้ชม" ต้องมาจากตัวแทนของประชาชนคนดูในสาขาวิชาชีพต่างๆ และเป็นผู้ที่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ผังรายการของสถานีได้อย่างเปิดกว้างและต่อเนื่อง ที่ BBC ต้องฟังผู้ชมอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาก็เพราะรายได้ส่วนใหญ่คือร้อยละ 77 มาจากค่าธรรมเนียมรับชมหรือ license fee ที่เก็บจากคนดูในอัตรา 131.50 ปอนด์หรือประมาณ 8,300 บาทต่อปีสำหรับโทรทัศน์สีหรือ 44 ปอนด์ (ประมาณ 2,700) บาทต่อปี ถ้าจ่ายเป็นรายเดือน ก็ตกเดือนละ 11.37 ปอนด์หรือ 700 บาท ปีที่แล้ว BBC เก็บค่าธรรมเนียมคนดูได้ 3,100 ล้านปอนด์หรือประมาณ 190,000 ล้านบาท รายได้ส่วนนี้เขาจะนำไปผลิตรายการในช่อง BBC1 BBC2 บวกกับสถานีวิทยุ BBC ทั้ง 5 สถานีและช่องทีวีและวิทยุระบบดิจิทัลกับเวปเซต์ BBC ซึ่งล้วนแต่ได้รับการชื่นชมว่าเป็นสื่อสาธารณะที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสากลทั้งสิ้น แต่ก่อน BBC บริหารโดยคณะผู้ว่าการบีบีซีหรือ Board of Governors ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้เสนอชื่อ 12 คนมาจากสาขาวิชาชีพต่างๆ กันและต้องให้แน่ใจว่าคนเหล่านี้เป็นที่ยอมรับของสังคม รัฐบาลไม่กล้าเสนอคนที่พอเอ่ยชื่อแล้วประชาชนร้องยี้เพราะรายได้ส่วนใหญ่ของบีบีซีมาจากประชาชน รัฐบาลต้องทูลเกล้าสมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษให้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจึงจะครบสมบูรณ์ทุกขั้นตอน คณะผู้ว่าการหรือ board of governors ที่ว่านี้เป็นระบบที่ใช้มา 79 ปีตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง เพิ่งมายกเลิกและเปลี่ยนเป็น BBC Trust ซึ่งก็มีโครงสร้างและปรัชญาคล้ายกันนั่นคือต้องเป็นบุคคลที่สังคมยอมรับ มีประวัติน่าเคารพนับถือ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่ผูกพันกับนักการเมืองหรือกลุ่มผลประโยชน์ใดๆ และกำหนดไว้ในธรรมนูญหรือ charter ขององค์กรเลยว่า BBC ต้องดำเนินกิจการโดยปราศจากอิทธิพลและการครอบงำทางการเมืองและกลุ่มธุรกิจอันไม่พึงปรารถนา ต้องเข้าใจด้วยว่า BBC Trust นั้นเป็นคณะทำงานอิสระที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการบริหารวันต่อวันของ BBC โดยทำหน้าที่หลักคือเป็นหูเป็นตาแทนประชาชนผู้จ่ายค่าธรรมเนียมการรับชม และมีหน้าที่ประการสำคัญอีกข้อหนึ่งคือการทำหน้าที่ปกป้องความเป็นอิสระหรือ editorial independence ของ BBC ส่วนงานประจำดูแลเนื้อหาสาระและการบริหารของ BBC เป็นหน้าที่ของ BBC Executive Board หรือ "คณะกรรมการบริหาร" ที่ทำงานประจำวัน ประกอบด้วยคนจาก BBC เองที่เป็นหัวหน้าแผนกต่าง ๆ ของ BBC 10 คน อาทิเช่น หัวหน้าฝ่ายข่าว หัวหน้าฝ่ายการตลาด หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีและสื่ออนาคต รวมถึงหัวหน้าฝ่ายดนตรีและเทคนิคด้านเสียง เท่านั้นยังไม่พอ นอกจาก 10 คนนี้แล้ว Executive Board ของ BBC ก็ยังประกอบไปด้วยคนนอกอีก 5 คนที่มาจากภาคส่วนต่างๆ เช่นมาจากสายการบิน British Airways บ้าง ผู้บริหารธนาคาร และสถาบันการเงินและสาขาวิชาชีพที่สังคมยอมรับเพื่อให้ BBC เป็นองค์กรอิสระที่ปราศจากการแทรกแซงจริงๆ ที่น่าสนใจก็คือที่อังกฤษต้องการให้มีการแข่งขันทางด้านเนื้อหาของสถานีโทรทัศน์ด้วย จะปล่อยให้ BBC ผูกขาดด้านเนื้อหาสาระไม่ได้ จึงมีการตั้ง ITV ที่ย่อมาจาก Independent Television (เมืองไทยมีไอทีวีหลังอังกฤษ) ซึ่งเป็นสถานีทีวีเชิงพาณิชย์ที่ต้องเน้นเรื่องเนื้อหาสาระเป็นส่วนใหญ่ เขาวางกติกาให้ ITV ของเขาหารายได้เองจากการขายโฆษณา แต่ต้องเน้นหนักไปทางข้อมูลข่าวสาร...เรียกเป็น "ทีวีอิสระเอกชน" เพราะไม่ขึ้นอยู่กับรัฐบาล จากนั้นเขาก็เปิด Channel 4 หรือ "สถานีช่อง 4" ขึ้นมาเพื่อเสริมการแข่งขันเรื่องเนื้อหาในจอทีวีอีก ช่อง 4 นี้ไม่ได้ผลิตรายการเอง แต่รับรายการจากผู้ผลิตรายการฝีมือดีทั้งหลายทั้งปวงเพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับผู้ชม เมืองไทยควรจะใช้สูตรไหนเพื่อให้ประชาชนคนดูมีสถานีโทรทัศน์และวิทยุของตัวเองอย่างแท้จริง? คืนนี้ ติดตาม "ชีพจรโลก" ตอน 4 ทุ่มทางช่อง 9 อสมท เพื่อชมการวิเคราะห์และเสนอทางออกสำหรับ "ทีวีสาธารณะเพื่อประชาชน" อย่างแท้จริง และเข้ามาแสดงความเห็นใน blog ส่วนตัวของผมที่ www.oknation.net/blog/black ได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ |
| สุทธิชัย | ||
ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา |
||
|
View All |
||
| งานเปิดตัวหนังสือ " ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา " | ||
บรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา" |
||
|
View All |
||