• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 1066
  • จำนวนผู้ชม : 2152646
  • จำนวนผู้โหวต : 6022
  • ส่ง msg :
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/black
วันจันทร์ ที่ 19 มีนาคม 2550
หัวใจของทีวีสาธารณะคือ สภาผู้ชมทั่วประเทศ
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 137 , 08:54:21 น.   | หมวดหมู่ : กาแฟดำ  
พิมพ์หน้านี้


ถามว่าคนไทยพร้อมจะมีสถานีโทรทัศน์สาธารณะแบบเดียวกับ BBC ของอังกฤษหรือเปล่า?

ผมขอตอบว่าไม่เพียงแต่ว่าคนไทยพร้อมเท่านั้น แต่ยังเรียกร้องต้องการสถานีโทรทัศน์และวิทยุที่เป็นอิสระจากรัฐบาล และกลุ่มทุนอย่างจริงจังอีกด้วย

 แต่จะอิสระจริงๆ ได้ ประชาชนคนไทยต้องเป็นผู้ตรวจสอบ และประเมินการทำงานของสื่อสาธารณะอย่างแท้จริง
กลไกตรวจสอบที่ว่านี้คือ "สภาผู้ชม" หรือ Audience Council ที่มีกระจายตัวอยู่ในภาคต่างๆ ของประเทศที่ตั้งโดย BBC Trust หรือคณะกรรมการบริหารที่กำหนดนโยบายจากตัวแทนที่ประชาชนไว้เนื้อเชื่อใจ

 หากเรามีทีวีสาธารณะแล้ว ก็ควรจะต้องมีกลไกตรวจสอบความโปร่งใสด้วยการตั้ง "สภาผู้ชม" ในภาคต่างๆ ที่จะประชุมหัวหน้าของสถานีโทรทัศน์สาธารณะประจำภูมิภาคนั้นอย่างน้อยเดือนละครั้งเพื่อเสนอความเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาสาระของรายการของสถานีโทรทัศน์

 "สภาผู้ชม" ต้องมาจากตัวแทนของประชาชนคนดูในสาขาวิชาชีพต่างๆ และเป็นผู้ที่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ผังรายการของสถานีได้อย่างเปิดกว้างและต่อเนื่อง

 ที่ BBC ต้องฟังผู้ชมอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาก็เพราะรายได้ส่วนใหญ่คือร้อยละ 77 มาจากค่าธรรมเนียมรับชมหรือ license fee ที่เก็บจากคนดูในอัตรา 131.50 ปอนด์หรือประมาณ 8,300 บาทต่อปีสำหรับโทรทัศน์สีหรือ 44 ปอนด์ (ประมาณ 2,700) บาทต่อปี

 ถ้าจ่ายเป็นรายเดือน ก็ตกเดือนละ 11.37 ปอนด์หรือ 700 บาท

 ปีที่แล้ว BBC เก็บค่าธรรมเนียมคนดูได้ 3,100 ล้านปอนด์หรือประมาณ 190,000 ล้านบาท

รายได้ส่วนนี้เขาจะนำไปผลิตรายการในช่อง BBC1 BBC2 บวกกับสถานีวิทยุ BBC ทั้ง 5 สถานีและช่องทีวีและวิทยุระบบดิจิทัลกับเวปเซต์ BBC ซึ่งล้วนแต่ได้รับการชื่นชมว่าเป็นสื่อสาธารณะที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสากลทั้งสิ้น

 แต่ก่อน BBC บริหารโดยคณะผู้ว่าการบีบีซีหรือ Board of Governors ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้เสนอชื่อ 12 คนมาจากสาขาวิชาชีพต่างๆ กันและต้องให้แน่ใจว่าคนเหล่านี้เป็นที่ยอมรับของสังคม รัฐบาลไม่กล้าเสนอคนที่พอเอ่ยชื่อแล้วประชาชนร้องยี้เพราะรายได้ส่วนใหญ่ของบีบีซีมาจากประชาชน

 รัฐบาลต้องทูลเกล้าสมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษให้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจึงจะครบสมบูรณ์ทุกขั้นตอน

 คณะผู้ว่าการหรือ board of governors ที่ว่านี้เป็นระบบที่ใช้มา 79 ปีตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง เพิ่งมายกเลิกและเปลี่ยนเป็น BBC Trust ซึ่งก็มีโครงสร้างและปรัชญาคล้ายกันนั่นคือต้องเป็นบุคคลที่สังคมยอมรับ มีประวัติน่าเคารพนับถือ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่ผูกพันกับนักการเมืองหรือกลุ่มผลประโยชน์ใดๆ

 และกำหนดไว้ในธรรมนูญหรือ charter ขององค์กรเลยว่า BBC ต้องดำเนินกิจการโดยปราศจากอิทธิพลและการครอบงำทางการเมืองและกลุ่มธุรกิจอันไม่พึงปรารถนา

 ต้องเข้าใจด้วยว่า BBC Trust นั้นเป็นคณะทำงานอิสระที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการบริหารวันต่อวันของ BBC โดยทำหน้าที่หลักคือเป็นหูเป็นตาแทนประชาชนผู้จ่ายค่าธรรมเนียมการรับชม และมีหน้าที่ประการสำคัญอีกข้อหนึ่งคือการทำหน้าที่ปกป้องความเป็นอิสระหรือ editorial independence ของ BBC

 ส่วนงานประจำดูแลเนื้อหาสาระและการบริหารของ BBC เป็นหน้าที่ของ BBC Executive Board หรือ "คณะกรรมการบริหาร" ที่ทำงานประจำวัน ประกอบด้วยคนจาก BBC เองที่เป็นหัวหน้าแผนกต่าง ๆ ของ BBC 10 คน อาทิเช่น หัวหน้าฝ่ายข่าว หัวหน้าฝ่ายการตลาด หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีและสื่ออนาคต รวมถึงหัวหน้าฝ่ายดนตรีและเทคนิคด้านเสียง

 เท่านั้นยังไม่พอ นอกจาก 10 คนนี้แล้ว Executive Board ของ BBC ก็ยังประกอบไปด้วยคนนอกอีก 5 คนที่มาจากภาคส่วนต่างๆ เช่นมาจากสายการบิน British Airways บ้าง ผู้บริหารธนาคาร และสถาบันการเงินและสาขาวิชาชีพที่สังคมยอมรับเพื่อให้ BBC เป็นองค์กรอิสระที่ปราศจากการแทรกแซงจริงๆ

 ที่น่าสนใจก็คือที่อังกฤษต้องการให้มีการแข่งขันทางด้านเนื้อหาของสถานีโทรทัศน์ด้วย จะปล่อยให้ BBC ผูกขาดด้านเนื้อหาสาระไม่ได้ จึงมีการตั้ง ITV ที่ย่อมาจาก Independent Television (เมืองไทยมีไอทีวีหลังอังกฤษ) ซึ่งเป็นสถานีทีวีเชิงพาณิชย์ที่ต้องเน้นเรื่องเนื้อหาสาระเป็นส่วนใหญ่

 เขาวางกติกาให้ ITV ของเขาหารายได้เองจากการขายโฆษณา แต่ต้องเน้นหนักไปทางข้อมูลข่าวสาร...เรียกเป็น "ทีวีอิสระเอกชน" เพราะไม่ขึ้นอยู่กับรัฐบาล

 จากนั้นเขาก็เปิด Channel 4 หรือ "สถานีช่อง 4" ขึ้นมาเพื่อเสริมการแข่งขันเรื่องเนื้อหาในจอทีวีอีก

 ช่อง 4 นี้ไม่ได้ผลิตรายการเอง แต่รับรายการจากผู้ผลิตรายการฝีมือดีทั้งหลายทั้งปวงเพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับผู้ชม

 เมืองไทยควรจะใช้สูตรไหนเพื่อให้ประชาชนคนดูมีสถานีโทรทัศน์และวิทยุของตัวเองอย่างแท้จริง?

 คืนนี้ ติดตาม "ชีพจรโลก" ตอน 4 ทุ่มทางช่อง 9 อสมท เพื่อชมการวิเคราะห์และเสนอทางออกสำหรับ "ทีวีสาธารณะเพื่อประชาชน" อย่างแท้จริง และเข้ามาแสดงความเห็นใน blog ส่วนตัวของผมที่ www.oknation.net/blog/black ได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 19/03/2007 เวลา : 20.27 น.
http://www.oknation.net/blog/whitaker

ขอเชียร์ให้มีทีวีช่องรายการดีๆ อย่างบีบีซี หรือ O1,O2ของออสเตรีย Deutsche1,2ของเยอรมัน ไม่มีโฆษณาเลย และทำรายการวัฒนธรรมและชีวิตชนบทในส่วนต่างๆของประเทศได้อย่างดีมากๆ แต่สำหรับเมืองไทย ต้องทำ
1.รัฐต้องยกเว้นค่าสัมปทาน ปีละสองพันกว่าล้านบาท? ไม่งั้นมัวแต่หาค่าโฆษณามาจ่ายรัฐ รวมทั้งกฏเกณฑ์ว่าทุกอย่าง (นอกเหนือจากคลื่นความถี่) เป็นสมบัติของรัฐด้วย แม้เอกชนจะเป็นคนลงทุนทั้งหมด ไม่มีใครเขาทำกัน
2.ต้องทำแบบเคเบิลทีวี คือถ้าไม่จ่าย จะไม่ได้ดูช่องพิเศษเหล่านี้ แต่ก็มีช่างหัวใส(ใจสกปรก) คิดกล่องดูดสัญญาณออกมาขายถูกๆอีก ในเมืองนอก เขาเก็บค่ารายปี โดยเดินเข้ามาตรวจนับจำนวนเครื่องรับทีวีในบ้านได้เลย
ยังอีกนานมั๊ง กว่าเราจะลอกแบบฺBBC หรือdemocracy ได้
ความคิดเห็นที่ 4
วรวิทย์_สิทธิกรณ์ วันที่ : 19/03/2007 เวลา : 20.22 น.
http://www.oknation.net/blog/worawit

ถ้าเมืองไทยทำได้ แล้วคนที่เคยดูทีวีฟรีๆ เค้าจะยอมเหรอครับ บางคนชอบของฟรี มากกว่าของดีซะอีกครับ
ความคิดเห็นที่ 3
CrazyKids วันที่ : 19/03/2007 เวลา : 12.00 น.
http://www.oknation.net/blog/kids
 บุคคลธรรมดาที่ไม่เคยตบตาใคร

จะรอฟังวิเคราะห์ในชีพจนโลกฮะ

ไม่ขอออกความเห็นใดๆ ณ ตอนนี้
เพราะยังงอ่อนด้อยประสบการณ์นัก

: )

ขอบคุณฮะ สวัสดีฮะ
ความคิดเห็นที่ 2
thebeegees วันที่ : 19/03/2007 เวลา : 11.37 น.
http://www.oknation.net/blog/thebeegees

ถ้าจะมีทีวีรูปแบบใหม่ในขณะที่ผู้ดำเนินรายการทั้งหมดยังเป็นคนเก่าๆอยู่ แล้วมันจะไปได้ดีเหรอครับ
ความคิดเห็นที่ 1
น้ำใส วันที่ : 19/03/2007 เวลา : 09.33 น.
http://www.oknation.net/blog/chayada

สำหรับคนไทยน่าที่จะคิดค่าธรรมเนียมเป็นเปอร์เซ็นต์ของรายได้ดีไหมคะ เห็นด้วยนะคะกับทีวีสาธารณะแบบBBC อย่างที่คุณหญิงทำอยู่นี้ ไม่เห็นจะใช่แนวทางนั้นเลย แต่ทำไมถึงได้พูดว่าจะให้เป็นทีวีสาธารณะล่ะคะ ทีวีสาทานย์รึเปล่าคะ..
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานเปิดตัวหนังสือ " ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา "

บรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา"

View All