|

คำว่า 'citizen journalist' ยังไม่มีคำแปลภาษาไทยอย่างเป็นทางการ แต่ผมขอเรียกตามความเข้าใจในฐานะคนข่าวก่อนว่า 'นักข่าวพลเมือง' สำหรับท่านที่เป็นผู้ติดตามเหตุการณ์บ้านเมืองอย่างใกล้ชิดนั้น สมควรจะต้องจดจำคำนี้เอาไว้ตั้งแต่บัดนี้, เพราะผมเชื่อว่า นี่คือแนวโน้มของวงการสื่อสารมวลชนในประเทศเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น เพราะความทันสมัยของเทคโนโลยีสารสนเทศ, ทุกคนมีสิทธิจะเป็นนักข่าวและช่างภาพที่จะรายงานความเป็นไปรอบๆ ตัวให้กับส่วนอื่นๆ ของสังคมได้ อินเทอร์เน็ตและเครื่องมือสื่อสารใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊คพกพา หรือกล้องถ่ายรูปดิจิทัล และการเปิดเวบไซต์กับ 'บล็อก' ทั้งหลายทั้งปวงอย่างรวดเร็ว, กว้างขวางและฉับพลัน ทำให้ทุกคนไม่ว่าจะทำอาชีพอะไร, มีความสนใจเฉพาะเรื่องอะไร หรือต้องการแสดงความคิดเห็นในประเด็นใด, ต่างก็ล้วนสามารถเป็น 'นักข่าวพลเมือง' ได้ทั้งสิ้น นี่ ย่อมแปลว่าบทบาทและภารกิจของคนข่าวอาชีพ จะต้องเปลี่ยนไปอย่างหนักหน่วงและรุนแรง, แม้ว่าคนทำสื่อส่วนใหญ่ ณ วันนี้ยังไม่อยากจะเผชิญกับความจริงข้อนี้มากนักก็ตาม แต่ความจริงย่อมหนีความจริงไม่พ้นว่า เมื่อใครต่อใครสามารถใช้เทคโนโลยีทันสมัยรุ่นที่ราคาถูกลงไปเรื่อยๆ ในการสื่อสารกันเอง และส่งข้อความ, ภาพ, เสียงและวิดีโอผ่านอินเทอร์เน็ตไปสู่เวบไซต์ที่มีผู้คนเข้ามาอ่าน และแสดงความเห็นอย่างกว้างขวางและฉับพลันได้, คนที่เคยทำหน้าที่เป็นนักข่าวประจำสายนั้นๆ หรือบรรณาธิการที่เคยคิดว่าตัวเองเท่านั้นที่จะตัดสินว่าข่าวไหนสำคัญ และมุมไหนของข่าวมีความน่าสนใจสำหรับผู้บริโภคข่าว, ก็จะต้องรับรู้ว่าบทบาทนั้นกำลังจะลดลงไปสำหรับตัวเอง 'สื่อกระแสหลัก' จะต้องปรับตัวกันขนานใหญ่เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงในวงการสื่อสารมวลชนที่คำว่า journalism หรือ 'สื่อสารข่าวสารและข้อมูล' นั้น จะไม่จำกัดอยู่เฉพาะคนที่มีอาชีพผูกติดกับหนังสือพิมพ์, วิทยุและโทรทัศน์เท่านั้น นายแพทย์ที่เขียน blog ตัวเองในอินเทอร์เน็ตย่อมสามารถเขียนเกี่ยวกับเรื่องราวทางการแพทย์ที่ตัวเองช่ำชอง หรือเขียนเล่าประสบการณ์การทำงานของตัวเองในเรื่องที่สังคมสนใจใคร่รู้ได้ดีกว่า 'นักข่าวสายการแพทย์' ซึ่งเดิมก็มีน้อย และไม่แน่ว่าจะสื่อความหมายไปถึงคนอ่านทั่วไปได้ดีเท่าคนเป็นหมอ ที่สามารถเขียนภาษาให้ชาวบ้านอ่านได้ง่ายด้วยซ้ำไป เมื่อเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ณ จุดใด, คนที่อยู่ในเหตุการณ์สามารถถ่ายรูป, ส่งข่าวและเล่าเรื่องผ่านอินเทอร์เน็ตได้รวดเร็ว และมีสีสันมากกว่านักข่าวที่อาจจะไปถึงที่เกิดเหตุช้ากว่า และไม่ได้ใกล้ชิด หรือรับรู้อารมณ์ความรู้สึกของผู้ที่อยู่ในจุดเกิดเหตุ... จึงกลายเป็น 'ผู้เล่าข่าวลำดับสอง' เพราะผู้อยู่ ณ จุดเกิดเรื่องนั้นได้ผันตัวเองเป็น 'citizen reporter' หรือ 'นักข่าวพลเมือง' ได้ทันทีแล้ว นักข่าวอาชีพจะต้องยกระดับการทำงานของตัวเองให้สามารถเขียนและรายงานสถานการณ์ที่มีความลึกและความต่อเนื่อง บวกกับพื้นภูมิเบื้องหลังที่น่าสนใจกว่าที่นักข่าวพลเมืองสามารถทำได้ วันนี้, เครื่องไม้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่เสริมการทำงานของคนทั่วไปในการสื่อสารกันเองระหว่างสมาชิกของสังคมนั้น ก้าวหน้าขึ้นตลอดเวลา และราคาก็ขยับลงตามตลาดที่ขยายตัวกว้างขึ้นและการวิจัยที่ทำให้สามารถใช้งานได้คล่องตัวกว่าแต่ก่อนตลอดเวลา ซึ่งแปลว่าปรากฏการณ์ของ citizen journalism จะเด่นชัดขึ้นทุกที... และจะเข้ามากลายเป็นส่วนสำคัญของคำว่า 'สื่อสารมวลชน' หรือ mass media มากขึ้นทุกวันเช่นกัน วันที่ชาวบ้านประกาศว่า 'เราคือมวลชนที่สื่อสารกับมวลชนกันเอง' หรือ 'We the Media' นั้น กำลังขยับใกล้เข้ามาทุกวัน...ทราบแล้ว-เปลี่ยน...เพราะถ้าท่านไม่ปรับปรุงตัวเอง, นักข่าวพลเมืองจะเปลี่ยนท่านโดยที่ท่านไม่รู้ตัวเอง
|