• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 972
  • จำนวนผู้ชม : 1682069
  • จำนวนผู้โหวต : 5347
  • ส่ง msg :
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/black
วันอังคาร ที่ 3 เมษายน 2550
ได้เวลาฉีดยากระตุ้นประเทศเคียงคู่เศรษฐกิจพอเพียง...
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 160 , 08:59:21 น.   | หมวดหมู่ : กาแฟดำ  
พิมพ์หน้านี้


ภาวะเศรษฐกิจอึมครึมขณะนี้มีหลายปัจจัยและหนึ่งในนั้นคือภาพของความ “ไร้ทิศทาง” ของรัฐบาลสุรยุทธ์ จุลานนท์...ไม่ใช่ไม่รู้ว่าควรจะทำอะไร, แต่เป็นภาพของรัฐบาลชั่วคราวที่เดินเก้ ๆ กัง ๆ, เด็ดขาดก็ไม่ใช่, หน่อมแน้มก็ไม่เชิง, ทำให้เสียโอกาสทองไปแล้ว ๖ เดือนเป็นอย่างน้อย

ดังนั้นข่าวว่าสัปดาห์หน้ากระทรวงการคลังจะหารือร่วมกับที่ปรึกษาและนักวิชาการจาก
สถาบันเพื่อการวิจัยและพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เพื่อออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมจึงควรจะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและขึงขังอย่างแท้จริง

ไม่ว่าจะเป็นมาตรการเกี่ยวกับภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเกี่ยวโยงกับธุรกิจด้านอื่น ๆ อีกมากหรือเรื่องของการส่งออกซึ่งก็หนีไม่พ้นว่าเกี่ยวกับเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนที่กำลังเป็นปัญหาเพราะเงินบาทแข็งค่าถึงจุดที่กระทบต่อผู้ส่งออกอย่างชัดเจนโดยที่ยังไม่ได้ประเมินผลบวกของเงินบาทแข็งกับผลเสียนั้น, เมื่อบวกลบคูณหารออกมาแล้วภาพรวมของประเทศชาติเป็นอย่างไร

ผู้ได้ประโยชน์จากเงินบาทแข็งควรจะเกื้อกูลผู้เสียหายจากเรื่องเดียวกันนี้อย่างไร?

แน่นอนว่าเรื่องของอัตราดอกเบี้ยและการปล่อยเงินกู้เข้าตลาดอย่างเป็นระบบและจริงจังนั้นจะต้องเป็นเรื่องเร่งด่วนอีกเรื่องหนึ่ง

การจะเร่งให้มีการเบิกจ่ายงบประมาณให้ได้ตามเป้าคือร้อยละ ๙๓ ของงบประมาณรวมนั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อรัฐบาลกลางเองจะต้องมีมาตรการเร่งรัดเป็นพิเศษ, มีการตรวจสอบและ “จี้” ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องเดินหน้าทำตามโครงการทั้งหลายให้ได้

คณะรัฐบาลชุดนี้ต้องสลัดความเป็น “ขิงแก่” หรือภาพของความเป็นข้าราชการประจำมากกว่าผู้บริหารระดับชาติด้วยการลงมือลงไม้มาสั่งงานเองให้เดินตามเป้าหมายให้ได้

ยิ่งหลายหน่วยงานราชการขณะนี้ทำตัวเป็นคน “เกียร์ว่าง” เพราะ “รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี” ก็ยิ่งมีความจำเป็นที่ตัวนายกฯ, รัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยเองจะต้องลงมาสั่งการให้เดินเครื่องทุก ๆ ด้านก่อนที่จะมีการประกาศวันเลือกตั้งและดำเนินตามกติกาแห่งรัฐเพื่อคืนอำนาจทางการเมืองให้กับประชาชน

หากเชื่อกันว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศสำหรับเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเป็นจุด “ต่ำสุด” แล้ว, ก็ต้องแปลว่ามาตรการต่าง ๆ ที่กำลังจะออกมาต้องไปกระตุ้นถูกจุด

นั่นย่อมไม่ใช่เพียงแค่ปรึกษาหารือกับที่ปรึกษาของนายกฯหรือของรัฐมนตรีและนักวิชาการจาก TDRI เท่านั้น หากแต่จะต้องระดมสรรพกำลังจากผู้คนทุกเครือข่ายโดยเฉพาะจากภาคเอกชน

ภาควิชาการไม่ควรจะจำกัดเพียงแค่สำนัก TDRI และภาคเอกชนก็ไม่ควรจะเป็นแค่คณะกรรมการของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยหรือหอการค้าแห่งประเทศไทยเพราะนี่คือปัญหาระดับชาติที่ต้องการความเห็นหลากหลายจากทุกวงการ, โดยเฉพาะจากวงการที่ไม่เคยมีสิทธิ์มีเสียงในการแสดงออกมาก่อน

ที่จะต้องให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่า “ส่วนกลาง” คือตัวแทนของธุรกิจและเอกชนจากจังหวัดชายแดนภาคใต้, เศรษฐกิจระดับรากหญ้า (รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือ อปท. ที่ยังเบิกจ่ายล้าช้าและเงินเข้าระบบช้า) และตัวแทนของธุรกิจต่างชาติรวมไปถึงทุกกลุ่มก้อนที่มีส่วนเกี่ยวกับประเด็นที่กำลังถกเถียงกันในสังคมไม่ว่าจะเป็นการค้าปลีก, การลงนามข้อตกลงการค้าเสรีหรือ FTA กับต่างประเทศ, รวมไปถึงประเด็นเรื่อง “นอมินี” และมาตรการสำรองเงินตราต่างประเทศร้อยละ ๓๐...

ทุกภาคส่วนที่มีส่วนได้ส่วนเสียหรือ stakeholders จะต้องเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับ
การถกแถลงเพื่อออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม...

จะว่าไปแล้วทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ภายใต้การนำของนายกฯ, รองนายกฯโฆษิต
ปั้นเปี่ยมรัษฎ์, รัฐมนตรีคลังฉลองภาพ สุสังกาญจน์และรัฐมนตรีพาณิชย์เกริกไกร จีระแพทย์ก็ไม่ขี้เหร่อะไรนักหนา

แต่ทำไมดูเหมือนท่วงทีลีลาขยับไม่คล่องตัวเสียที...จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี package กระตุ้นเศรษฐกิจเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กับ “เศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อความสมดุลแห่งการผลักดันประเทศชาติไปข้างหน้าแล้ว

สำหรับสถานการณ์บ้านเมืองอย่างนี้, พรุ่งนี้ก็สายไปเสียแล้ว
(เข้ามาร่วมแสดงความเห็นต่อสถานการณ์บ้านเมืองวันนี้ได้ที่ blog ส่วนตัวของผมที่ www.oknation.net/blog/black ตลอด ๒๔ ชั่วโมงครับ)


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 04/04/2007 เวลา : 11.41 น.
http://www.oknation.net/blog/whitaker

เฮ้อ พอได้ยินว่าไปปรึกษานักวิชาเกินที่พูดได้ทุกเรื่อง ก็เลยหมดหวัง เก่งแต่ค้าน แต่พอให้ทำก็ทำไม่เป็น ไม่ใช่นักบริหารที่เข้าใจว่าไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ เลือกทางที่เสียหายน้อยทีสุดดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ดูการคัดค้านเอฟทีเอไทยญี่ปุ่นจากหน่วยงานนี้และนักวิชาเกินคนเดียวก็เหนื่อยใจว่าไม่ยอมรับความจริงว่าตอนที่เรามีโอกาสพัฒนาเทคโนโลยี กลับมัวแต่โกงกินเรียกรับผลประโยชน์ จนอุตสาหกรรมไม่เกิด ข้าราชการได้ดี เลื่อนขึ้นไปเป็นปลัด รัฐมนตรีกระทรวงฯ ตามระบบเกียร์ว่างสายพานเดินเอง พอจะเซ็นข้อตกลงการค้ากับประเทศที่เขามีมาตรฐานสูงกว่าเรา ก็อ้างว่าเราเสียเปรียบเพราะผลิตสินค้าไฮเทคสู้เขาไม่ได้ พืชผลเกษตรของเรา(ที่ฉีดยาฆ่าแมลง สารเคมีเร่งทั้งหลาย ฟอร์มาลีน)ก็ไม่ผ่านมาตรฐานสุขภาพของเขา ยังกับว่าเป็นความผิดของเขาที่ตรวจเจอสารต้องห้ามเหล่านี้
หมดหวังละครับ ถ้ายังไม่เอาจริงกับคอรัปชั่น มันเหมือนมะเร็งร้ายที่เกาะกินทุกส่วนอย่างเงียบๆ ทำให้การเจริญเติบโตใหม่เป็นไปไม่ได้ เพราะน้ำเลี้ยงที่จำเป็นหายไปหมด และยังต้องมาจ่ายเพิ่มเพื่อซ่อมส่วนที่ถูกกัดกินไป เช่นสนามบิน รถไฟแอร์พอร์ตลิ้งค์ ฯลฯ
ยังมัวทำความเข้าใจกับคำ "เศรษฐกิจพอเพียง" เช่นเดียวกับเมื่อสิบปีก่อนกับคำ"โลกาภิวัฒน์/โลกานุวัฒน์" จนตัวเองโลกาวินาศกับการปกป้องค่าเงินบาท หากเข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำ Globalization ก็คงไม่สะเออะออกไปสู้ค่าเงินกับคนทั้งโลกหรอก นี่ก็คือการศึกษาในประเทศด้อยพัฒนา มัวแต่ถกตัวสะกดของคำ โดยไม่เข้าใจความหมายหรือการเอาคอนเซ็ปต์ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ มิน่าถึงยังได้ยินคำโง่ๆ เช่น ละมุนภัณฑ์/กระด้างภัณฑ์ เป็นครั้งคราว
ความคิดเห็นที่ 13
Theodore วันที่ : 03/04/2007 เวลา : 22.27 น.

ผู้ที่เริ่มรากฐานระบอบประชาธิปไตย ได้ใช้ระบบหลักเศรษฐศาสตร์ในการดำเนินการบริหารงานทางเศรษฐกิจ ถ้าคุณตีความสำหรับความสัมพันธ์ระหว่าง เศรษฐศาสตร์ กับ ประชาธิปไตยออก คุณก็เป็นผู้หนึ่งที่เข้าใจระบอบประชาธิปไตยได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น....

ความคิดเห็นที่ 12
CrazyKids วันที่ : 03/04/2007 เวลา : 21.16 น.
http://www.oknation.net/blog/kids
 บุคคลธรรมดาที่ไม่เคยตบตาใคร

มีอยู่สองทางเลือกฮะ
รัฐบาลต้องปลดเกียร์ว่าง แล้วเดินหน้า

ไม่ก็เลื่อนลงไปที่ R แล้วถอยหลังเข้าคลอง

:)

ขอบคุณฮะ สวัสดีฮะ

ความคิดเห็นที่ 11
ติงลี่ วันที่ : 03/04/2007 เวลา : 20.44 น.
http://www.oknation.net/blog/think-ting

ยอมรับชะตากรรมกันเถอะครับ....เราทุกคนมีส่วนในการทำให้มันเป็นอย่างนี้....เราไม่เคยอดทนรอ.....เราชอบการเปลี่ยนแปลงแบบรวดเร็วทันใจ.......การรัฐประหาร 19 กย. เราทุกคนร่วมมือกันทำให้มันสำเร็จ......เพียงเพราะเราเบื่อและต้องการความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว.......จากอดีตตั้งแต่ 2475 เป็นต้นมาเขาก็ใช้วิธีนี้เปลี่ยนแปลง.....สิ่งที่ต้องการและมันก็ได้ผลสมใจทุกครั้งไป......ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน.....ขาดอย่างเดียวหลังการรัฐประหารทุกครั้งต้องมีการสูญเสียอย่างยิ่งใหญ่......จนเรียกว่าประวัติศาสตร์หน้านึ่งของประชาธิประไตยไทย
*ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์จงช่วยปัดเป่าไม่ให้เกิดสิ่งที่ไม่มุ่งหวังต้องการให้เกิดขึ้นเลย*
ความคิดเห็นที่ 10
สุงสิง(ห์) วันที่ : 03/04/2007 เวลา : 18.44 น.
http://www.oknation.net/blog/soongsingh
STOP GLOBAL WARMING FOR OUR CUTE EARTH, PLEASE!!


ผมว่า คมช.และรัฐบาลทำงานไม่คล่อง
และเรื่องเศรษฐกจนี้ก็เป็นไปอย่างแนวเศรษฐกิจที่ทางธปท.อยากจะลองความรู้ที่ได้เรียนมา เลยคิดจะลองเผื่อทำให้เกิดผลดีขึ้นมา
การทำงานของแต่ละภาคส่วนในทุกวันนี้ ไม่มีความผสานกันเลย กระทรวงทื่ต้องทำงานควบคู่กันไปกลับไม่เข้ามาเกี่ยวกันเลย
เอาเถอะครับ ก็ขอให้ทำงานอยู่ในกรอบละกันนะครับ งานที่มันมีผลผูกพันอย่างทำสัญญาอะไรก็ตาม เช่น ไทย กับ ญี่ปุ่น ก็อย่าเพิ่งไปยุ่งมันเลย คุณทำเกินหน้าทีไปรึเปล่า

ปล. เอมวี What i've done ของ LINKIN PARK ใหม่สุดยอดไปเลย เสนอความชั่วร้ายของสังคมนี้เต็มๆ
ความคิดเห็นที่ 9
moms วันที่ : 03/04/2007 เวลา : 15.49 น.
http://www.oknation.net/blog/moms

เรียน คุณสุทธิชัยฯ
ดิฉันอยากให้ คมช. และ ครม. ชุดนี้ ได้นำความเห็นของคุณไปปฏิบัติ โดยไม่ต้องรีรอ ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในภาครัฐวิสาหกิจ ที่ตอนนี้บรรยากาศวังเวงมาก ดิฉันไม่เคนนึกใส่เกียร์ว่าง แต่เมื่อถูกย้าย งานในความรับผิดชอบลดลงอย่างเห็นได้ชัด ก็เลยเหมือนใส่เกียร์ว่าง เพราะทั้งตึกที่ทำงานใหม่ ( แต่เป็นตึกเก่าๆ ) เงียบ วังเวงกันทั้งตึก ...ดิฉันเครียดกับภาระที่ลดลง ..จึงซื้อคอมฯ มาฝึกใช้ internet จนกลายมาเป็นสมาชิกที่นี้ ...สำหรับเรื่องเศรษฐกิจในความเห็นดิฉัน ... ทุกวันนี้ .. รักการใส่เสื้อเหลือง และเสื้อ polo ( สีสุภาพ ) + กางเกง มาก ( ใส่ทุกวัน และจะใส่ไปอีกสักปี-สองปี) เพราะจะนำงบค่าแต่งตัวไปจ่ายค่าเรียนพิเศษลูก + แป๊ะเจี๊ยะ + ฯลฯ .... สำหรับสามี...แกมีดัดชนีชี้วัดเศรษฐกิจจาก..การพบเห็นสตรีมีครรภ์ว่ามากน้อยเพียงไร และร้านค้าที่เช่าตามห้างสรรพสินค้าว่ามีการล้มหายตายจากไปหรือไม่ ..เมื่อกลางวันนี้..คุณสามีบ่นว่า..ร้านเช่าที่ขายฝรั่งแช่อิ่มที่เปิดขายได้ไม่กี่สัปดาห์ ..เจ้าประจำของแก..กลายเป็นที่ว่างไปเสียแล้ว...
สวัสดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 8
นายหมอดี(แท้) วันที่ : 03/04/2007 เวลา : 14.22 น.
http://www.oknation.net/blog/NARKA

ไม่ได้เล่าเรียนทางตรงมาทางนี้ มองภาพใหญ่และเล็กของเศรษฐกิจไทย มันมีที่มาคือเราใช้ทฤษฎีพึ่งพา มาตลอด คือเราเอาข้าวเป็นถัง เอาซุงเป็นท่อนไปแลกซื้อเทคโนโลยีจากต่างชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่1เราเขียนโดยธนาคารโลก(ฝรั่งเขียน) ต่อมามันสอนให้เราพัฒนา เราจึงมาพัฒนาตามแผน แต่เราไม่มีเงินออม เราใช้เงินกู้ จึงต้องพึ่งนักวิชาการต่างชาติ และแผนเศรษฐกิจของเราก็ปกป้องอุตสาหกรรมของเราตลอด จนพอการค้าเสรีเข้ามาเราก็สู้เขาไม่ได้ เพราะเราพัฒนามนุษย์ช้าไป อีกประการเขาว่าเรามีโครงสร้างสี่ด้านคืออุตสาหกรรม เกษตร บริการและเหมืองแร่
ด้านอุตสาหกรรมเราจะเป็นเสือตัวที่ห้าของเอเชียก็เป็นได้แค่แมว เพิ่งเริ่มมาแปรรูปเกษตรกึ่งอุตสาหกรรมมาได้ไม่นานเพื่อเพิ่มผลผลิต
เกษตรไม่ต้องไปพูดถึง ตายลูกเดียว แรงงานหนีหมดแล้วมั๊ง ยิ่งภาคเหมืองแร่ก็น่าจะตายไปแล้ว ที่ลืมตาอ้าปากได้ก็ภาคบริการท่องเที่ยวนี่แหละ ยิ่งเรามาใช้ทฤษฎีเอ๊กซ์ปอร์ท เล็ท โกธ ส่งออกโดยสั่งเครื่องจักรสินค้าทุนนำเข้าด้วยแล้ว ทรัพยากรยิ่งถูกทำลาย เพราะเราส่งออกแบบหามูลค่าเพิ่มน้อย ส่งทรัพยากรทั้งดุ้นไปขาย แรงงานก็ไม่มีทักษะเพียงพอ เป็นแค่ฐานการผลิตเท่านั้น
ประเทศที่ใช้ทรัพยากรทั้งดุ้นแบบเรา อนาคต มีกับตาย กับ ตาย คือพอทรัพยากรหมด เราก็ตาย แต่ประเทศที่เขามีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี่ เขาแทบไม่ต้องพึ่งทรัพยากร แค่บริษัท ซีม่าไกกี้ของสวิสฯขายยาอย่างเดียว ทำรายได้มากกว่าเราสองแสนบริษัทฯในไทย คิดดูว่า ความรู้สำคัญเช่นใดที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มกับสินค้าได้
อีกประการ เราหลงทิศการค้าเสรีไปหมดแล้ว ฐานที่มาของการค้าเสรีคือ การแลกเปลี่ยนความชำนาญเฉพาะด้าน คือ เราเก่งข้าว ต้องแลกกับวิทยุฯของฝรั่ง อย่างนี้ แต่พอองค์ความรู้มันกระจาย ก็ไม่มีใครยึดหลักการ เซ็นเอฟทีเอแต่ละที สินค้าจะต้องซ้ำกัน กลายเป็นแข่งกันในระดับโลก ไม่ใช่เสรีที่จะแลกเปลี่ยนกันตามความชำนาญ
ยิ่งนักการเมือง การบริหารของเราเวลานี้ อ่อน ในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน อ่อนเรื่องหุ้น ก็ยิ่งจะทำให้เราฝากความหวังอะไรไม่ได้เลย ประเทศรอวัฎจักรเศรษฐกิจลูกเดียว ยิ่งแย่ไปกว่านั้น ในอาเซียนเจริญเติบโตหมด ยกเว้นไทยเราประเทศเดียวแย่ที่สุดในรอบห้าปี
สมน้ำหน้า เขาปฏิวัติกัน ดันเอาดอกไม้ไปให้ ทีนี้จะต้องรู้ไว้แล้วว่า
อันประชาธิปไตยนั้น แม้มันจะเลว แต่มันเลวน้อยที่สุดกว่าระบบการปกครองต่างๆในโลก มันเลวน้อยกว่าคอมมิวนิสต์ สังคมนิยมและเผด็จการในเวลานี้
ความคิดเห็นที่ 7
pen วันที่ : 03/04/2007 เวลา : 12.41 น.
http://www.oknation.net/blog/pen
ปากกาคืออาวุธ จับประยุทธ์เพื่อสัจจะธรรม ความจริงคือคำมั่น พันธเกียรติเพื่อปวงชน

กราบเรียนคุณอาสุทธิชัย

ที่มาเยี่ยมเยือนเนื่องด้วยเจ้าเรือนได้ไปเยี่ยมเยือนบล็อกของ ปารชญ์ดา มาเมื่อคืน

http://www.oknation.net/blog/kids/2007/04/02/entry-1

ปราชญ์ดาเล่าเรื่องยาเสพติดจากปากวัยรุ่นยุคใหม่ ด้วยเส้นเสียงเล็กๆของเธอ
สำหรับผม มันคือ 18 นาที ที่ได้รับฟังความจริงแล้วแอบ “จุกอก” และ “คิดตาม”

ไม่ใช่ปัญหาที่เล่นๆ และไม่จริงจังอีกต่อไปแล้วสำหรับสังคม

น้อมนำมาเล่าให้ฟังเนื่องด้วยความเครพรักและระดมปัญญาว่าเราจะทำอย่างไรกับปัญหาอันหนักอึ้งแบบนี้ได้
ในใจ เจ้าเรือนอยากเผยแพร่ให้ผู้ใหญ่และเยาวชนได้รับรู้ ว่าวิ่งที่ “รู้เห็น” และ “เป็นอยู่” มันหนักหน่วง และคุกคามชีวิตอย่างประชิดตัวขึ้นทุกที

จึงอยากเรียนและร่วมเสนอประเด็นนี้ให้ท่านและสังคมทุกภาคส่วนได้รับรู้และช่วยหาทางออกร่วมกัน

ก่อนที่สิ่งที่เจ้าเรือนกลัวคือ “รากฐานชาติ” มันจะ “พัง”
และกำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า

http://www.oknation.net/blog/pen/2007/04/03/entry-3

-------------------------------------

แวะเวียนมาน้อมคารวะและระดมความคิด

เรือนปากกา บ้านแม่ริม
Pen
3 เมษายน 2550

ความคิดเห็นที่ 6
alicia วันที่ : 03/04/2007 เวลา : 12.39 น.
http://www.oknation.net/blog/alicia

ขอนอกเรื่องนิดหน่อย

คุณ สุทธิชัย โดน TAG แล้วค่ะ (เสี่ยงตายมา TAG)

ขอให้คุณสุทธิชัย บอกความลับ ของคุณ ออกมา 5 ข้อค่ะ
แล้วโยน TAG ต่อไปอีก 5 คน

โดน ที่ http://www.oknation.net/blog/alicia/2007/04/03/entry-1

กติกาอยู่ที่ http://www.oknation.net/blog/pookcl/2007/04/03/entry-1

อยากอ่านความลับของคุณสุทธิชัยมากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
เด็กชายม่อน วันที่ : 03/04/2007 เวลา : 12.07 น.
http://www.oknation.net/blog/hohmokland

เศร้า...
ความคิดเห็นที่ 4
indyArt วันที่ : 03/04/2007 เวลา : 10.59 น.
http://www.oknation.net/blog/pui
Pui_indyart_desinge

ใช่ค่ะตอนนี้รัฐบาลชุดนี้แย่มากๆ ทำตัวเหมือนนั่งอยูบนบัลลังค์เฉยไม่ทำอะไรเลย นั่งมองดูประชาชนที่เจ็บปวดกับการใช้จ่ายที่ข้าวของแสนแพง แถมเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ค่าที่ที่บ้านที่ไปเช่าขายกาแฟก็มาขึ้นคาเช่าอีก แถมขึ้นเยอะด้วย กำไรการขายกาแฟมันน้อยมากพออยู่ได้ กลับมาโดนขึ้นค่าเช่าที่ ปวดใจกันทั้งบบ้าน แล้ววเราจะไปหาที่ไหนที่มันราคาพอสมเตุสมผลได้มั้ง สมัยนี้นี้คงไม่มี เพราะเขาก็บอกว่าข้าวของมันแพงน้ำมันแพง เขาก็ต้องขึ้น ปวดใจจริงกับเมืองไทย จะทำยังไงดี รัฐบาลก็ไม่แก้ในสิ่งที่ควรแก้ไข ไปทำสัญญา FTA กับญี่ปุ่น ซึ่งตรงนี้มันมีรายละเอียดเยอะ รัฐบาลชุดนี้น่าจะชะลอ และถาม-ฟังความเห็นของประชชนว่าเห็นว่าอย่างไร ไม่ใช่ทำกันแบบลับ เหมือนเมื่อสมัย ทักษิณยังอยู่ไม่มีผิดเลย ฉันละกลุ้มใจมากๆ
ความคิดเห็นที่ 3
BeeSquall วันที่ : 03/04/2007 เวลา : 10.33 น.
http://www.oknation.net/blog/BeeSquall
หงส์เหนือ

เศรษฐกิจไม่ดี มนุษย์เงินเดือนแบบผม ก็แย่ตามไปด้วย
ความคิดเห็นที่ 2
naive วันที่ : 03/04/2007 เวลา : 10.08 น.
http://www.oknation.net/blog/wickedgirl

ไม่อยากบอกเลยว่าตอนนี้ที่บริษัทมียอดขายแค่ 25% ของรอบเดียวกันปีที่แล้ว..เราเองที่เคยรูดปื๊ดก็นั่งเขียมอยู่บ้านนานๆจะออกไปข้างนอก กว่าจะซื้ออะไรแต่ละทีคิดแล้วคิดอีก พอเศรษฐกิจไม่ดีทางออกง่ายๆของบริษัทต่างๆก็คือลดคนงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากมีกฎหมายแรงงานอะไรต่างๆ กลับเป็นช่องให้องค์กรใหญ่ๆจ้างคนแบบ temperary และรายวัน มากขึ้น เพราะจะได้ไม่เสี่ยงกับการต้องจ่ายค่าชดเชย
ความคิดเห็นที่ 1
ฝนเดือน วันที่ : 03/04/2007 เวลา : 09.59 น.
http://www.oknation.net/blog/fontree

ผมเองไม่มีความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ อย่างที่มีการกล่าวถึงระดับมหัพภาค(ขออภัยหากสะกดผิด) และเศรษฐศาสตร์จุลภาค

แต่เข้าใจอย่างนี้ครับว่า จากมุมมองของคนในชนบทตอนนี้สภาพความฝืดเคืองในการจับจ่ายใช้สอยค่อนข้างแย่ติดต่อกันมาหลายเดือน

ขณะสินค้าอุปโภคบริโภคก็ถีบตัวสูงขึ้น ปัจจัยการผลิตในการทำนา เช่น ปุ๋ย ยาเคมี มีราคาสูงขึ้น ค่าแรงสูงขึ้น ส่วนราคากลับทรงตัวหรือต่ำลง

มองระดับใหญ่ขึ้นไปโดยภาพรวมดังท่านกล่าวไว้ ก็คงอยู่ในภาวะเดียวกัน

ผมเองสงสัยว่า เมื่อเกิดภาวะฝืดเคืองทางเศรษฐกิจ ทำไมเราต้องถามหาการกระตุ้นเพื่อให้เกิดการใช้จ่ายเงิน ทั้งเงินงบประมาณ และการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน ในเมื่อความเป็นจริงก็คือ ประชาชน ขาดสภาพคล่องในการจับจ่ายใช้สอย

การกระตุ้นหรือฉีดยา จะต่างอะไรกับการให้น้ำเกลือผู้ป่วยให้ยืดอายุ หรือชีวิตต่อให้ยืดออกไปอีกหน่อยเท่านั้น

แต่จะให้เกิดความเข้มแข็ง ประกอบกิจการงาน เกิดรายได้ เลี้ยงตัวเองได้ พึ่งพาตัวเองได้ คงเป็นเรื่องยาก

หันกลับมามองด้านเศรษฐกิจพอเพียง กว่าสิบปีที่มีการกล่าวถึง ถึงวันนี้ผมคิดว่า คนในสังคมยังเข้าใจไม่ตรงกันเลยว่า นิยาม หรือความหมายของความพอเพียงคืออะไร หรือวิธีการสร้างให้เกิดความพอเพียง และกระบวนการผลิตในระบบเศรษฐกิจพอเพียงเป็นอย่างไร

ราชการเข้าใจไปทางหนึ่ง ชาวบ้านเข้าใจไปทางหนึ่ง นักธุรกิจ นักการเมือง ต่างเข้าใจไปตามแนวทางของตน

แน่นอน สภาพเศรษฐกิจเช่นนี้ ผมก็คิดถึงความพอเพียง และเห็นด้วยว่า รัฐต้องทำอะไรสักอย่างสองอย่าง ให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

จับชีพจรโลก 11 สิงหาคม 2551

ศึกรัสเซีย VS จอร์เจียจะเผชิญทางออกได้หรือไม่ ?

View All
<< เมษายน 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



รายการชีพจรโลก คุณสุทธิชัยสัมภาษณ์ ฑูต 3 ประเทศ ท่านคิดว่า ทูตท่านไหนพูดไทยถูกใจท่านที่สุด?
จีน
2253 คน
สหราชอาณาจักร (อังกฤษ)
187 คน
สหรัฐอเมริกา
499 คน

  โหวต 2939 คน