• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 1066
  • จำนวนผู้ชม : 2152646
  • จำนวนผู้โหวต : 6022
  • ส่ง msg :
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/black
วันจันทร์ ที่ 9 เมษายน 2550
ชีพจรโลกคืนนี้....เขาส่งลูกไปโรงเรียนนานาชาติทำไม?
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 304 , 08:23:28 น.  
พิมพ์หน้านี้


สี่ทุ่มคืนนี้ทางช่อง ๙ อสมท. รายการ "ชีพจรโลกกับสุทธิชัย" เจาะประเด็นเรื่องโรงเรียนนานาชาติที่ผุดขึ้นมาเหมือนดอกเห็ดในเมืองไทยขณะนี้...มีข้อดีข้อเสียอย่างไร? พ่อแม่ส่งลูกไปเรียนโรงเรียนนานาชาติด้วยเหตุผลอะไร? ค่าเล่าเรียนแพงขนาดนี้, คุ้มหรือไม่? ปรากฎการณ์อย่างนี้จะทำให้เด็กไทยเกิดช่องว่างทางด้านการศึกษาหรือจะเป็นการส่งเสริม "ช้างเผือก" เพื่อแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน? เด็กไทยเรียนภาษาต่างประเทศตั้งแต่อายุยังน้อยดีหรือไม่ดี?

คุณอาจะเคยถกเถียงประเด็นเหล่านี้กับคนที่บ้าน, เพื่อนฝูงและคนใกล้ชิด...คืนนี้, เราพาท่านไปสัมผัสวงในของโรงเรียนนานาชาติอย่างใกล้ชิดและรู้จริง

ดูแล้วแวะเข้ามา blog นี้ช่วยกันแสดงความเห็นพ้องและเห็นต่างครับ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9
มาลัยอิสรา วันที่ : 12/04/2007 เวลา : 16.32 น.
http://www.oknation.net/blog/womenfreedom
Another World is Possible!

เชิญแวะเยี่ยมwww.oknation.net/blog/womenfreedom ด้วยค่ะ
ธรรมศาสตร์ต่อเวลาเปิดรับสมัครนักศึกษาปริญญาโท "สตรีศึกษา" รุ่นที่ 5


เพื่อการเสริมศักยภาพสตรีสู่การเป็นผู้นำ
ในทุกวงการ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ต่อเวลาเปิดรับสมัครนักศึกษา
ปริญญาโท "สตรีศึกษา" รุ่นที่ 5 (รอบ2)

สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้อนุมัติการเปิดสอนหลักสูตรปริญญาโทศิลปศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาสตรีศึกษา มาตั้งแต่ปีการศึกษา 2544 ปัจจุบันการวางแผนและการกำหนดนโยบายของหน่วยงานทุกระดับและทุกภาคส่วนจึงต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจด้านสตรีและบทบาทหญิงชายศึกษา (Women's หรือ Gender Studies) ไม่เพียงแต่จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานเท่านั้น สตรีศึกษายังเป็นการเรียนรู้ซึ่งจะทำให้ผู้ศึกษาเกิดการหยั่งรู้และเกิดความเข้าใจในตนเองและผู้อื่นอย่างลึกซึ้งอีกด้วย เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำ และเคียงบ่าเคียงไหล่อย่างเสมอภาคสร้างสรรค์
ในวงวิชาการระดับสากลเท่าที่สำรวจได้ มีมหาวิทยาลัยกว่า 500 แห่ง ที่เปิดสอนวิชาสตรีและบทบาทหญิงชายศึกษาในระดับปริญญาตรี โท เอก ส่วนในประเทศไทย สตรีและบทบาทหญิงชายศึกษายังเป็นสาขาวิชาใหม่ที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง



ความคิดเห็นที่ 8
นางมารลีม่งโช้วกะประมุขอั้งง้วย วันที่ : 10/04/2007 เวลา : 16.37 น.
http://www.oknation.net/blog/seesowseen

ระบบของฝรั่ง ส่วนใหญ่จะส่งเสริมการเรียนรู้ที่เป็นธรรมชาติของเด็กๆ และส่งเสริมให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ด้วยตังเอง แม้ความรู้ที่ให้ไปไม่ลึกเท่า ที่ระบบการศึกษาไทยให้ แต่ว่า ตัวเด็กจะนำไปพัฒนาเรียนรู้ต่อยอดไกลโข
มีข้อสังเกตุ ให้พวกเราเห็นมาตั้งแต่ยุค อริสโตตัล เรื่อยมาที่ สตีเฟน ฮอร์คิง และเด็กชายxxx ว่าพวกเขา ได้คิดค้น ทฤษฏี ความรู้ ตำราต่างมากมาย พวกเขาล้วยมาจาก ระบบการศึกษาที่สอดคล้องกับการเรียนรู้ตามธรรมชาติของมนุษย์
มาดูที่ระบบการศึกษาของไทย มันทำให้การเรียนรู้โดยธรรมชาติของเรา หายไปถูกทำลายไปจนน่ากลัวและต้องเป็นทาสความคิด จากฝรั่ง (ตำราต่างๆที่สอนในไทยไปเอามาจากไหนกันน่ะท่านผู้ชม)
อยากให้ท่านผู้ชม พิจารณาการเรียนรู้ กระบวนศึกษาโดยธรรมชาติ ของ พระพุทธเจ้า อริยะสงค์ และปัญญาชนในประวัติศาสตร์โลก พวกเขามีการเรียนรู้แบบธรรมชาติ
มีความปรารถนา ที่จะหาความรู้กันทุกท่าน ไม่ได้เรียนไปเพื่อ เอนสะทราน เพื่อไปสอบ ไปแข่งขัน พวกเขาต้องการที่จะรู้
การศึกษาบ้านเราครู ผลักดันความรู้ที่มีไปสู่เด้ก จนทำให้เด็กๆ คิดเอง เรียนรู้เอง ปฏิบัติเอง และพึ่งตนเองไม่เป็น (นี่มันผิดจากคำสอนของพระพุทธเจ้าด้วยน่ะ) เราไม่ได่ว่าระบบของฝรั่งดีกว่าน่ะ แต่เราบอกว่าระบบของเขา เป็นธรรมชาติมากว่า ประวัติศาสตร์ของทั้งโลกมันก้ตอบคำถามอยู่แล้วน่ะท่านผู้ชม ลองไปคิดดู
ความคิดเห็นที่ 7
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 10/04/2007 เวลา : 08.10 น.
http://www.oknation.net/blog/whitaker

ดูรายการเมื่อคืนนี้แล้วครับ เห็นข้อต่างคืออาจารย์รร.นานาชาติทำหน้าที่เป็นEntertainerอย่างมาก กระตุ้นให้นร.ยกมือตอบหรือแสดงความเห็นตลอดเวลา และน่าจะจริงอย่างที่ครูใหญ่รร.โยธินบูรณะกล่าวว่ารร.นานาชาติสอนสิ่งที่ผิวเผินให้นร.ตอบได้ ไม่ล้ำลึกเท่ารร.ไทยที่อาจารย์ป้อน(ยัดเยียด)ความรู้อย่างแน่นๆให้นร.โดยไม่มีเวลาให้คิดเอง
ส่วนระดับมหาลัยแนวหน้าที่อมเริกาที่ผมไปเรียน อาจารย์ระดับโนเบลไพร๊ซ์เขาไม่มีเวลามาทำตัวเป็นเอ็นเตอร์เทนเนอร์ เด็กอยากจะแย่งตอบก็ไม่เป็นไร แต่ต้องตอบถูก ไม่งั้นอาจารย์แซวว่าเป็นพวกดัมมี่ แวเรียเบิ้ล หรือพูดมาก
อีกด้านหนึ่งของรร.นานาชาติคือเด็กโตขึ้นจะไม่ค่อยมีเพื่อน ต่างคนก็แยกย้ายกันกลับประเทศของตนหรือไปตามทางของตน อีกด้านหนึ่ง แม้เด็กจะได้ภาษาอังกฤษ แต่ลองไปฟังเวลาเด็กคุยกันเอง มีแต่ภาษากระแหนะกระแหน เสียดสีดูถูกกัน กวนๆ หรือภาษา air-headed ได้ยินแล้วบอกว่าส่งเด็กเรียนรร.ไทยดีกว่า ยังมีสัมมาคารวะหรือไม่ไปกวนชาวบ้านโดยใช่เหตุ มีปัญหากลับมาให้พ่อแม่แก้อยู่เรื่อย (ช่วงวัยรุ่นน่ะ)
ความคิดเห็นที่ 6
namo วันที่ : 09/04/2007 เวลา : 18.13 น.
http://www.oknation.net/blog/namo

ยังไม่ได้ดูแต่อยากตั้งประเด็นไว้ ว่า
1.เป็นเพราะมาตราฐานการเรียนการสอนของโรงเรียน สถาบันการศึกษาของไทยเรายังด้อยคุณภาพ
2.อาจจะเป็นแบบอย่างที่ดีต่อไประดับโรงเรียน หรือ สถาบันการศึกษาควรออกนอกระบบเพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติ หากยังอยู่ในระบบราชการจะพัฒนาไปได้ไกลยาก
3.เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจที่เด็กไทยไม่ต้องไปเสียค่าเล่าเรียนในต่างประเทศ รวมทั้งดึงดูดพ่อแม่ผู้ปกครองชาวต่างชาติให้ส่งบุตรหลานมาเรียนที่เมืองไทย เราจะได้ประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ
ความคิดเห็นที่ 5
นิรนามนามสมมุติ วันที่ : 09/04/2007 เวลา : 17.42 น.
http://www.oknation.net/blog/12345

ยังไม่ได้ดูรายการชีพจรฯ
แต่ขอแสดงความเห็นนิดหน่อยนะครับว่า
คนไทยเรานี่บ้าเห่อครับ อยากรู้ อยากพูดได้หลายภาษา
แต่ "ภาษาคน" กลับพูดไม่รู้เรื่อง ด้อยประสิทธิภาพทางการสื่อสารภาษาคนครับ


ความคิดเห็นที่ 4
นายหมอดี(แท้) วันที่ : 09/04/2007 เวลา : 10.56 น.
http://www.oknation.net/blog/NARKA

สมัยก่อนระบบพระมหากษัตริย์ไทยเราก็ส่งโอรสธิดาไปเรียนต่างชาติ
มาสมัยปัจจุบันก็มีนักเรียนทุนมหิดล
ข้าราชบริพารก็เอาเยี่ยง โดยส่งบุตรหลานไปเหมือนกัน
เพราะฝรั่งมันพัฒนามากกว่าไทย จึงต้องไปเอาความรู้จากเขา
จบมาเพื่อเป็นเจ้าคนนายคน
วัฒนธรรมนี้มีมาตั้งแต่อดีตและปัจจุบัน
พวกเบี้ยน้อยหอยน้อยก็ต้องตื่นตีสี่ตีห้า ให้ลูกเรียนสาธิต
เพราะลูกจะได้เป็นเจ้าคนนายคนเหมือนกัน
ปล่อยให้ลูกชาวนาชาวไร่ กลุ่มคนที่ไร้โอกาสทางสังคม ต้องเรียนโรงเรียนวัดหรือไม่ได้เรียนเลยและกลุ่มคนพวกนี้คือแรงงานไร้ฝีมือ ต้องเป็นลูกจ้างอยู่ร่ำไป ภายใต้เงื่อนไขพวกจบจากต่างประเทศหรือโรงเรียนสาธิตในภาพรวม
ยิ่งปัจจุบันกลยุทธ์การเรียนการสอนยกโรงเรียนมาสอนถึงบ้านหรือสอนทางอินเตอร์เน็ต
กลุ่มนักเรียนก็แทบไม่แตกต่างจากในอดีต
เรียนเพื่อเป็นเจ้าคนนายคน
บางครั้งการแตกตัวเช่นการสร้างชาวต่างชาติสอนที่บ้านก็อาจไปเจอฆาตกรฆ่าข่มขืนที่หนีคดีมา ก็มี
ตราบใดที่รัฐยังพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แบบเรียนฟรีแต่เสียเงิน
ตราบใดที่เศรษฐกิจยังไม่มั่นคง
ตราบใดที่ยังอยู่ที่ระบบทุนนิยม มือใครยาวสาวได้สาวเอา
ลูกหลานคนมีอำนาจบารมีมีเงินก็ต้องได้เรียนดีอยู่ดีวันยังค่ำ
ปล่อยให้ลูกคนยากจนชั้นล่างและชั้นกลางเป็นข้ารับใช้อยู่ร่ำไป
เพราะผู้ที่แข็งแรงกว่าย่อมชนะและเป็นนาย ฮา
ความคิดเห็นที่ 3
รักประเทศไทย วันที่ : 09/04/2007 เวลา : 10.03 น.
http://www.oknation.net/blog/iloveYou


ต้องตอบว่าสองจิตสองใจ แต่ในที่สุดก็ไม่ส่งลูกเรียนนานาชาติ
เหตุผลคือสงสัยเรื่องคุณภาพว่าจริงหรือหรอก ราคาก็อีกเรื่อง
อยากได้ภาษาอังกฤษเรียนกับคนไทยที่รู้อังกฤษดีกว่า ชาวต่างชาติไม่เข้าใจคนไทยเท่าเราเข้าใจกันเอง
ผมก็จบโรงเรียนวัดมาเหมือนกัน ภาษาอังกฤษไปเป็นรองคนจบนานาชาติเลยครับ
อีกตัวอย่างหนึ่ง ดูคุณภาราดร(นักเทนนิส)สิครับ พูดอังกฤษดีกว่าที่จบ ดร ต่างประเทศหลายๆคนซะอีก
ความคิดเห็นที่ 2
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 09/04/2007 เวลา : 09.30 น.
http://www.oknation.net/blog/whitaker

อ้อ ลืมแสดงความเห็นต่อคำถามว่าเขาส่งลูกไปเรียนรร.นานาชาติทำไม? ก็เข้าใจหัวอกพ่อแม่นะว่าอยากให้ลูกได้ดี ได้เปรียบลูกคนอื่น แพงกว่าเยอะก็ยอม แต่ติตรงวิธีการว่าไม่ได้เช็ครร.เหล่านี้และคุณภาพที่ลูกได้จากรร.เหล่านี้ ดูง่ายๆคือคณาจารย์ ชนชาติหรือชนเผ่าอะไร ชาวเกาะโพลีนีเซียหรือไม่ ครูจบจากมหาลัยอะไร(สำคัญเพราะกำหนดมาตรฐานของตัวบุคคล) ที่จบมาจากรัฐโง่ๆไม่เอา มีปนมาเกินห้าเปอร์เซ็นต์(หนึ่งในยี่สิบ)ก็ไม่เอาแล้ว อาจารย์แก่ๆเกินห้าสิบก็ไม่เอา(หลังๆมีพวกหนีคดีผิดเพศเข้ามาเยอะ) และอาจารย์หรือทางโรงเรียนรับประกันการสมัครเรียนต่อในอเมริกาหรืออังกฤษให้หรือเปล่า(พิสูจน์ความจริงใจและเครือข่ายที่เขามีอยู่จริง) มีโครงการแลกเปลี่ยนนร.กับมหาลัยดังๆในต่างประเทศหรือไม่(เทียบมาตรฐานกัน)
สำหรับผมเองคงให้เด็กเรียนวัดสุทธิ วัดราชโอรส ราชบพิตร เห็นเพื่อนที่เก่งๆ ระดับที่หนึ่งของประเทศ จบมาจากโรงเรียนเหล่านี้ ไปเข้าเตรียมอุดมฯตอนม.สี่ห้าหก แล้วได้ทุนหลวงไปเอ็มไอที สแตนฟอร์ด สรุปว่ารร.วัดที่ดีๆก็มีเยอะ ไม่ต้องเห่อแม้แต่รร.เอกชนหรือนานาชาติซะด้วย
ความคิดเห็นที่ 1
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 09/04/2007 เวลา : 09.11 น.
http://www.oknation.net/blog/whitaker

เห็นเอาแต่หลอกผู้ชม อ้างค่าเล่าเรียนแพง หน่วยกิตละสองพัน เพราะจ้างครูต่างประเทศสอนเป็นภาษาประกิต พอเช็คจริงๆมีแต่ครูพม่า แขก ฟิลิปปินส์ ฯลฯ อดีตเมืองขึ้นซึ่งพูดประกิตแบบรัวลิ้น(ฝรั่งยังฟังไม่ออกเลย) ถามครูฟิลิปปินส์ที่สอนมหาลัยดังย่านบางนาว่า ตอนอยู่บ้านเมืองของตัวเอง สอนอะไร เขาบอกว่าเขาสอนระดับประถม (elementary school)พอมาหากินเมืองไทย เขาโยนตำราระดับมหาลัยให้สอนเทอมต่อไป ก็สอนจากตำรานั่นแหละ ไหนๆเด็กก็ฟังภาษาประกิตของตัวเองไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว
ที่เดียวกันนี้มาเสนอค่าจ้างเดือนละสองหมื่นบาทให้อาจารย์คนไทยที่จบจากอังกฤษไปสอน ยังไม่คุ้มค่าน้ำมันเลย นี่แหละระบบสังคมไทยนิยม เวลาเอาจากคนอื่น เอาเต็มๆ เวลาให้คนอื่น ให้น้อยที่สุด เป็นนักสร้างภาพและเก็บส่วนต่าง ถึงตั้งชื่อกันให้เหมือนชื่อฝรั่ง จะได้ทำราคาเว่อร์ๆ
ในฐานะที่ไปเรียนรร.ดังตั้งแต่เด็ก บอกให้เลยว่า เด็กไทยต้องถูกปล่อยเกาะ ไปอยู่กับเด็กฝรั่งล้วนๆไม่มีเด็กไทยปน จึงจะได้ภาษา ไม่งั้นเอาแต่สุมหัวกันเอง ทำปริญญาตรีโทเอกแปดปีแล้ว ยังไม่ได้ภาษาเลย พูดเหมือนอีสานไปซาอุฯ อย่าไปพูดถึงวัฒนธรรมและวิธีคิดแบบตะวันตกเลย มัวแต่คบกันเอง ตำน้ำพริก ส้มตำ เสร็จแล้วก็เล่นไพ่ เล่นสแคร็ปเบิ้ลต่อคำแปลกๆกัน นี่เด็กไทยเรียนระดับปริญญาเอกนะครับ อย่าบอกชื่อมหาลัยเลย อาจารย์เจิมจะอาย
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานเปิดตัวหนังสือ " ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา "

บรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา"

View All