พิมพ์หน้านี้
|
ไปกรุงโซลของเกาหลีใต้เมื่อสัปดาห์ก่อน, เห็นตัวอย่างของการส่งเสริมสนับสนุนด้านวัฒนธรรมอย่างเอาจริงเอาจังของเขาแล้วก็เข้าใจความฉลาดเฉลียวของเขาในการผลักดันความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจพร้อม ๆ กับการลุยทางด้านวัฒนธรรมและการศึกษา แปลง่าย ๆ ว่าไม่ใช่ว่ารวยแล้วแต่สมองยังฝ่อ, ซึ่งก็จะทำให้ความมั่งคั่งไม่อาจจะยั่งยืนได้ ผมไปเยี่ยม Leeusm Museum ที่เมืองหลวงของเกาหลีใต้แล้วก็ชื่นชมที่เศรษฐีของเขารู้จัก คืนกำไรให้สังคม อย่างเป็นรูปธรรม, เพราะ Lee เป็นตระกูลเจ้าของธุรกิจยักษ์ซัมซุงที่ร่ำรวยมหาศาลจากกิจการด้านอิเล็กโทรนิกส์และธุรกิจเกี่ยวข้องมากมายหลายอย่าง ซัมซุงก็เหมือนฮุนได, แดวูหรือแอลจีที่เรียกขานกันว่าเป็น แชบอล หรือ อภิมหาธุรกิจ ที่มีอิทธิพลทางการเงินและการเมืองในสังคมเกาหลีเพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สร้างความเป็น มหาอำนาจทางอุตสาหกรรม ของเอเซียภายใต้การนำของอดีตประธานาธิบดีปักจุงฮีที่ตัดสินใจพลิกประเทศที่พึ่งพาเกษตรมาเป็นยักษ์ใหญ่ทางอุตสาหกรรม แต่เมื่อคิมแดจุงขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี, สังคมเกาหลีก็เริ่มตระหนักในปัญหา ผลประโยชน์ทับซ้อน ของการเมือง, ธุรกิจยักษ์, กับข้าราชการประจำ คิมแดจุงประกาศให้ แชบอล หดตัวลงมา, กระจายหุ้นออกไปสู่สาธารณชน, และลดอิทธิพลของตัวเองเพื่อให้ธุรกิจระดับกลางและเล็กสามารถเข้ามาแข่งขันอย่างเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น เหล่าบรรดามหาเศรษฐีเกาหลีใต้รู้สำนึกในหน้าที่ของตัวเองต่อสังคม เพราะความร่ำรวยมหาศาลของตัวเองนั้นมาจากผู้บริโภคชนชั้นกลางของเกาหลีเป็นส่วนใหญ่...จึงมีกิจกรรมทางด้านวัฒนธรรมของบรรดามหาเศรษฐีเกาหลีอย่างที่ญี่ปุ่นและอเมริกาเขาทำกันมาก่อนหน้านี้ พิพิธภัณฑ์ Leeum Sumsung Museum of Art ที่กรุงโซลเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการแสดงความขอบคุณสังคมของซัมซุง ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นการผสมของคำว่า Lee อันเป็นนามสกุลของประธานซัมซุงกับคำว่า Museum หรือพิพิธภัณฑ์ และส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือส่วนที่ทำให้กับการศึกษาของเด็กโดยเฉพาะที่เขาเรียก Samsung Child Education and Culture Center อีกวันหนึ่ง, ผมไปเยือนพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของเขา, เห็นบรรยากาศที่น่าชื่นใจเหลือเกินเพราะเสียงสดใสของเด็ก ๆ ที่จับเป็นกลุ่มโดยมีครูเป็นคนนำไปจากมุมต่าง ๆ เพื่อสอนให้เด็กเข้าใจวัฒนธรรมช่วงต่าง ๆ ของประเทศของตัวเอง...มีทั้งที่เป็นการมาเรียนรู้, มาทำการบ้าน, และมาทำงานที่ครูมอบหมายให้ร่วมกันทำเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนหนังสือในห้องเรียน เห็นการลงทุนในตัวพิพิธภัณฑ์แห่งชาติที่รัฐบาลเอาภาษีประชาชนมาลงทุน และที่ธุรกิจเอกชนของเขาเอากำไรจากผลประกอบการที่ได้จากประชาชนมาส่งเสริมด้านการศึกษาและวัฒนธรรมอย่างเป็นระบบและสอดประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพและให้ผู้คนได้ประโยชน์โดยไม่ต้องเสียสตางค์แล้วจึงรู้ว่าเขาประสบความสำเร็จจากอะไร ได้ยินได้ฟังการถกเถียงของเขาอย่างเอาเป็นเอาตายเรื่องการนำประเทศก้าวสู่อีกขั้นหนึ่งของการพัฒนาเพื่อให้สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ในศตวรรษหน้า, ก็เข้าใจถึงความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวในหลักการของเขา เขารวยได้, แข็งแกร่งได้เพราะสังคมร่วมมือร่วมใจกับเขา, ดังนั้น, เมื่อเขาร่ำรวยขึ้นมาเพราะผู้บริโภค, เขาก็คืนกำไรด้วยการแบ่งปันความมั่งคั่งนั้นกับสังคม โดยเฉพาะกับอนาคตของสังคมในวันข้างหน้า ซึ่งก็คือเด็กและเยาวชน เศรษฐี, นักธุรกิจไทยตื่นแล้วหรือยัง? |
| สุทธิชัย | ||
ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา |
||
|
View All |
||
| งานเปิดตัวหนังสือ " ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา " | ||
บรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา" |
||
|
View All |
||