• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 956
  • จำนวนผู้ชม : 1590460
  • จำนวนผู้โหวต : 5252
  • ส่ง msg :
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/black
วันพุธ ที่ 11 เมษายน 2550
เข้าใจหมอ,เห็นใจคนไข้
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 555 , 18:15:04 น.   | หมวดหมู่ : ไม้เกาหลัง  
พิมพ์หน้านี้


นิตยสาร “ชีวจิต”ฉ203

หมอสามารถปฏิเสธการรักษาผู้ป่วย “กรณีที่ไม่ฉุกเฉิน”?

ข่าวเรื่องแพทยสภาออกประกาศฉบับที่ ๔๖/๒๕๔๙ เรื่อง “ข้อเท็จจริงทางการแพทย์” เกี่ยวกับนายแพทย์และคนไข้ ๙ ข้อเมื่อเร็ว ๆ นี้ทำให้ผมกับเพื่อนที่เป็นหมอหลายคนต้องถกแถลงกันรอบใหม่ว่าด้วย “สิทธิของคนไข้” และ “สิทธิของหมอ”

คนไข้กับหมอย่อมต้องอยู่ร่วมกัน ฉะนั้น, ใครจะออกกฎเพื่อปกป้องสิทธิ์เฉพาะของตนด้านเดียวย่อมหนีไม่พ้นว่าจะต้องเกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง...ซึ่งก็เป็นเรื่องถูกต้องแล้ว, เพราะถ้าแพทย์มีจริยธรรมและคนไข้มีความเป็นธรรม, สังคมก็ย่อมจะไม่มีปัญหาอะไรมากไปกว่าการสร้างกฎเกณฑ์ให้เป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

แต่เมื่อสังคมเกิด “คนไข้หัวหมอ” กับ “หมอไร้จริยธรรม,” อะไร ๆ ที่ควรจะเป็นก็เกิดไม่เป็นขึ้นมาเช่นกัน

หมอบอกว่าถูกคนไข้ฟ้องและขู่จะฟ้องจนไม่เป็นอันทำงานแล้ว, ไม่มีใครอยากเป็นหมอแล้ว, ส่วนคนไข้นั้นก็รายงานว่าหมอไร้จรรยาบรรณแพทย์มีมากขึ้น, บางคนคิดแต่จะทำมาหากิน, บางคนไม่มีความเป็นมืออาชีพ, และหลายคนไม่มีความรู้สึกผูกพันกับคนไข้เหมือนที่เคยเห็นมา

หมอเคยที่เป็นเคารพนับถือของคนไข้, บอกอะไรก็เชื่อหมอ, แต่วันนี้, คนไข้บางคนสงสัยว่าหมอบางคนมี “วาระซ่อนเร้น” บางประการ

สายใยแห่งความผูกพันเดิมระหว่างคนไข้กับหมอก็หายไป...และนี่คือที่มาของความตึงเครียดระลอกใหม่
ระหว่างหมอกับคนไข้ ซึ่งย่อมไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเลย

ข้อ ๕ ของประกาศใหม่ของแพทยสภาบอกว่าแพทย์สามารถปฏิเสธการรักษาผู้ป่วย “กรณีที่ไม่ฉุกเฉินได้”...ทำให้เกิดปัญหาของการตีความว่าอะไรคือ “ฉุกเฉิน” และอะไรคือ “ไม่ฉุกเฉิน”

และใครเป็นคนตีความคำว่า “ฉุกเฉิน” หรือไม่?  อำนาจการตีความอยู่ที่นายแพทย์ ไม่ใช่ผู้ป่วย และหากเป็นอย่างนี้, ก็จะนำไปสู่ความขัดแย้งทางสังคมหนักหน่วงขึ้นอีก

คนที่เขาเห็นความสำคัญของ “สิทธิผู้บริโภค” และ “สิทธิของผู้ป่วย” ย่อมจะแย้งได้ว่าแพทยสภาต้องมีหน้าที่คุ้มครองประชาชนเท่า ๆ กับที่จะปกป้องนายแพทย์ ไม่ใช่เพียงแค่ป้องกันหมอให้พ้นผิด

คนเป็นหมอที่เคยลำบากตรากตรำเพราะเรื่องอย่างนี้มาก่อนย่อมจะถือว่าตนมีสิทธิที่จะไม่รักษาคนไข้หากนำไปสู่ปัญหาที่ไม่เป็นธรรมกับตนเอง เพราะเป็นความเสี่ยงที่ไม่คุ้ม และทุกอาชีพควรมีสิทธิที่จะปฏิเสธการทำหน้าที่หากพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องที่ได้ไม่คุ้มเสีย

คนในสังคมที่ไม่เห็นพ้องด้วยก็จะต้องยืนยันว่าอาชีพหมอไม่เหมือนอาชีพอื่น ๆ ในสังคม เป็นอาชีพที่ผู้คนคาดหวังสูง และจะต้องมีมาตรฐานด้านจริยธรรมสูงกว่าหลาย ๆ อาชีพ, ดังนั้น, การที่หมอจะอ้างสิทธิที่จะไม่รักษาคนไข้ในภาวะไม่ฉุกเฉินนั้นย่อมเป็นการกระทำที่ไม่สอดคล้องต้องกับบทบาทที่สังคมตั้งเอาไว้สูง

ข้อ ๓ ของประกาศเดียวกันนี้ระบุว่าในกระบวนการดำเนินการทงการแพทย์อาจเกิดสภาวะอันไม่พึงประสงค์ได้ แม้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจะใช้ความระมัดระวังอย่างเพียงพอแล้วก็ตามซึ่งถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย

ข้อ ๖ บอกว่าผู้ประกอบวิชาชีพย่อมมีสิทธิและได้รับความคุ้มครองที่จะไม่ถูกกล่าวหาโดยไม่เป็นธรรม

ข้อ ๗ ระบุว่าภาระงาน ข้อจำกัดของสถานพยาบาล ความพร้อมทางร่างกาย จิตใจและสภาพแวดล้อมย่อม
มีผลต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินการทางการแพทย์

ด้านหมออาจจะเห็นการกำหนดเงื่อนไขไว้เพื่อป้องกันตัวเอง, แต่คนไข้ก็ย่อมจะต้องการคำยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรในคำประกาศว่า หากหมอคนใดประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ “ไม่ได้มาตรฐาน”  และ“ไม่มีจริยธรรมตามวิชาชีพ” ก็ย่อมจะถูกกล่าวหาหรือดำเนินคดีได้เช่นกัน

ผู้บริหารแพทยสภายืนยันเจตนาว่าไม่ได้ออกประกาศนี้มาเพื่อ “ชน” กับผู้ป่วยแต่อย่างไร ที่ต้องทำก็เพราะ
แพทย์ก็มีสิทธิความเป็นมนุษย์ และได้รับความคุ้มครองเหมือนอาชีพอื่น ๆ

เถียงกันอย่างนี้ไม่จบไม่สิ้นแน่นอน เพราะการที่ต้องออกเป็นกฎเป็นเกณฑ์อย่างนี้ก็เท่ากับว่าสายสัมพันธ์
และความผูกพันระหว่างหมอกับคนไข้ที่มีมาช้านานในสังคมไทยนั้นได้หดหายหรือไม่ก็ขาดสะบั้นลง
แล้วในหลาย ๆ กรณีซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้าและชวนสลดใจเป็นอย่างยิ่ง

จะโทษใครข้างใดข้างหนึ่งก็คงไม่ได้ เพราะผมเห็นใจคนไข้ และเข้าใจหมอ...และเอาเข้าจริง ๆ แล้ว, คน
ไข้จอมป่วนและหมอจอมเบี้ยวนั้นก็มีอยู่จำนวนจำกัด, เป็นข้อยกเว้นมากกว่าเป็นเรื่องปกติของสังคมไทย
วันนี้ด้วยซ้ำไป

การตั้งหน้าตั้งตาจับผิดระหว่างหมอกับคนไข้...หรือระหว่างองค์กรแพทย์กับองค์กรพัฒนาเอกชนที่มีหน้าที่คุ้มครองสิทธิผู้ป่วยและผู้บริโภคนั้นย่อมมิได้มีปรโยชน์โภคผลระยะยาวแต่ประการใดสมควรที่จะต่างฝ่ายต่างจะหันหน้าเข้าหากัน, ลดอัตตา, ลดความดื้อดึง, และนั่งลงตั้งวงแลกเปลี่ยนความเห็นอย่างตรงไปตรงมา

โดยมีเป้าประสงค์ร่วมกันว่าจะทำอย่างไรจึงให้สายใยแห่งแห่งความสัมพันธ์อันเข้าอกเข้าใจระหว่าง
คนไข้กับหมอจึงก้าวเข้าสู่ภาวะอันน่าจะเป็น

วินิจฉัยโรคของสังคมสำคัญกว่าวินิจฉัยโรคคนไข้ครับ


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

จับชีพจรโลก 24 กรกฎาคม 2551

ฟังผู้นำไทยพูดเรื่องข้อพิพาทกับกัมพูชา และบทสัมภาษณ์ทูตไทยประจำ UN

View All
<< เมษายน 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



รายการชีพจรโลก คุณสุทธิชัยสัมภาษณ์ ฑูต 3 ประเทศ ท่านคิดว่า ทูตท่านไหนพูดไทยถูกใจท่านที่สุด?
จีน
2206 คน
สหราชอาณาจักร (อังกฤษ)
179 คน
สหรัฐอเมริกา
494 คน

  โหวต 2879 คน