• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 972
  • จำนวนผู้ชม : 1682164
  • จำนวนผู้โหวต : 5347
  • ส่ง msg :
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/black
วันพุธ ที่ 11 เมษายน 2550
...ฟังสุทธิชัยวิเคราะห์ทำไมต้องกระตุ้นเศรษฐกิจแรงและเร็ว
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 336 , 13:15:06 น.   | หมวดหมู่ : Blog Talk  
พิมพ์หน้านี้


คลิ๊กไปฟังสุทธิชัย หยุ่นวิเคราะห์ว่าทำไม "หมอใหญ่" สุรยุทธ์ต้องวินิจฉัยโรค "คนไข้" อย่างละเอียดและตรงไปตรงมาเพื่อ "ให้ยา" ที่แรงและเร็ว...ก่อนที่จะทรุดลงไปถึงขั้นโคม่า....

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14
CrazyKids วันที่ : 13/04/2007 เวลา : 05.22 น.
http://www.oknation.net/blog/kids
 บุคคลธรรมดาที่ไม่เคยตบตาใคร

เศรษกิจปีนี้เหมือนอย่างที่คุณสุทธิชัยบอกจริงๆนะฮะ
บิดามารดามีปัญหาหลายๆเรื่องโดยที่ไม่เคยมีปัญหาขนาดนี้เลย
ส่วนหลายๆครอบครัวของเพื่อน ไม่เคยมีปัญหาเรื่องเงินทอง
แต่ช่วงนี้ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ชะงักและทุกอย่างติดขัดไปหมด
ในกระเป๋าของคนไทยเหมือนไม่มีสตางค์จะเอาออกมาจับจ่ายใช้สอย
สินค้าทุกอย่างที่บรรดาบิดามารดาข้าพเจ้าและผองเพื่อนต่างก็วางนิ่งหยุดอยู่กับที่
ทั้งๆที่ไม่เคยเป็น

ไม่รู้ว่าจะทันรึเปล่ากับแปดเดือนข้างหน้า
ไม่อยากจะบ่นใครทั้งนั้นน่ะฮะ แต่บางทีเมื่อความลำบากมาเยี่ยมเยียนคนที่เค้าแย่กว่าเรานี่สิฮะมันน่าคิดเหลือเกิน

การกู้เงิน การเป็นหนี้เพิ่มขึ้นโดยไม่คาดคิด
คนจนยิ่งจนไปใหญ่ คนไข้ยิ่งป่วยหนักไปเรื่อยๆ
จะทำยังไงดีล่ะฮะ

:)

ขอบคุณฮะ สวัสดีฮะ

ปล ชอบบล๊อคที่คุณสุทธิชัยพูดครั้งนี้มากเลยฮะ ฟังแล้วเหมือนเรียบง่ายขำๆ แต่ฟังดีดี มันเหมือนมีคนคอยกระตุ้นเตือนหมอว่า ควรจะทำอะไรบ้าง

ดีกว่าหมอเดินไปเรื่อยๆใส่ชุดหมอไว้แค่นั้น
แต่ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้างในรายละเอียดของคำว่าหมอ

หมอหน่อมแน๊ม นี่ ประมาณหมอคิดขุรึเปล่าฮะ


:)

ขอบคุณฮะ สวัสดีฮะ

ความคิดเห็นที่ 13
คนชอบติดตามข่าวหุ้นวันนี้ วันที่ : 12/04/2007 เวลา : 10.00 น.
http://www.oknation.net/blog/setnews


แวะมาเยี่ยม คะ
ความคิดเห็นที่ 12
ล่างฟานหวิน วันที่ : 12/04/2007 เวลา : 09.35 น.
http://www.oknation.net/blog/langfanvhin
ประตูสวรรค์ หิมะทองคำ เต่าทองแดง เขากิเลน หนวดมังกร เขี้ยวพยัคฆ์                         "ไม่มีที่อยู่ สำหรับคนอ่อนแอ" จอมยุทธ์ '

นายก หายป่วยแล้ว แต่ช่วงนี้ เป็นช่วง สงกรานต์
นายก ก็ ควร ถือโอกาส นี้ พักผ่อน หย่อนใจ
ให้เต็มที่ หลัง สงกรานต์จะได้ ทำงาน ด้วยความ
ปลอดโปร่ง คิดอะไรดี ออก หาหนทาง แก้ปัญหาที่สุดได้
ในปัญหาที่รุมเร้า รวมไป ถึง คิดผลงานรัฐบาล เจ๋งๆ เป็นโบแดง มาสักชิ้น สองชิ้น เป็นกำลังใจประชาชน และสร้างกำลังใจ ความน่าเชื่อถือ ของรัฐบาล ครับ
ความคิดเห็นที่ 11
มโนมัย วันที่ : 12/04/2007 เวลา : 09.14 น.
http://www.oknation.net/blog/meehuajai

เรื่อง Otop ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ
กับคุณผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน

โครงการดีๆ แต่ปัญหามันอยู่ที่คนไทย
ทำอะไรเองเป็นมีน้อย ถ้าความรู้คนไทยในการสร้างงานของตนเองเป็นมีเยอะๆ ก็คงดีซิครับ

แต่ก็ค่านิยมคนไทยในการสร้างงานเองยังน้อยอยู่นะครับ
เรียนสูงจบมา ก็คิดเรื่องหางานทำ มีคนที่เรียนหนังสือสูงๆ
แล้วจบมาคิดสร้างงานนิน้อยมากครับ

ต้องเร่งเพิ่มการสร้างงานของตนเองให้คนที่มีความรู้เยอะๆ ครับ

ถ้าจบปริญญาตรีออกมาสร้างงานเองสัก 10 เปอร์เซนต์
บ้านเมืองเราคงพึ่งตนเองได้มากขึ้นครับ

คนไทย มีความคิด มีความรู้เยอะ แต่ ใช้ประโยชนจากความคิดความรู้ที่ตัวเองเป็นได้น้อย

ผมจำตอนผมเด็กๆ ได้ เรียน ประถม อ่านข่าวเจอว่าประเทศไทยปลูกสับปะรดได้อันดับหนึ่งของโลก
แต่ประเทศผู้ส่งออกสับปะรดได้อันดับหนึ่ง เป็นอเมริกา
ข่าวนี้เล่นเอาเด็ก ป.4 อย่างผมงงไม่หายว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนไทย ยังไม่พอครับ ขึ้น ป.5 มีข่าว ประเทศไทย เปิดเสรีการลงทุนรถยนต์ ในขณะมาเลเชีย ตัดสินใจ สร้างรถยนต์ตนเอง ตอนนั้น ฝันของเด็ก ป.5 อย่างผมอยากเห็นรถที่เกิดจาก กำลังสมองคนไทย สลายครับ

(อันนี้เรียกว่า ไม่รู้จักขวนขวายในความหมายที่พ่อหลวงพูด ในวันเกิด ตามที่ผมพอเข้าใจนะครับ ผิดถูกโปรดชี้แจ้งครับ)

การสร้างงานตนเอง การทำธุรกิจ ให้สำเร็จ
เป็นการ เอาชนะขีดจำกัด
ตนเองทั้งทางร่างกาย ความคิดและจิตใจ

โดยเฉพาะการสร้างงานที่เกิดจากคุณค่าแท้ของตน
เช่น พวกผู้สร้างงานในอดีต อย่าง ฮอนดา หรืออีกหลายตัวอย่างที่ ไม่ค่อยมีเรื่องราวของคนไทยให้เรารู้

ทั้งๆ ที่มีคนไทยไม่น้อยที่เดินในเส้นทางนั้นเช่นกันครับ
ถ้าเราสังเกต ในอดีต คนที่สร้างงานให้คนไทยเอง

จะมาจากฐานคนที่เรียนหนังสือไม่สูง
คนเรียนสูงไปหางานทำหมดครับ

เราจึงฝากความสามารถในการพึ่งพาตนเองทางการผลิต
ไว้ที่คน มีการศึกษา ไม่สูง แต่จิตใจสู้ชมัด

เช่นเกษตรกร หรือ ใครดีครับ? แหะๆ รู้มาน้อย
และไม่มั่นใจที่ตนรู้ครับ อย่างเนชั่น นิ คนสร้างใครเหรอครับ ไม่รู้ประวัติ

การที่มีใจที่สู้ และเห็นในคุณค่าแท้ของตน
แม้ความรู้น้อยก็ไม่เป็นอุปสรรค การมีหัวใจ ทำสิ่งใด
เป็นจุดเริ่มต้น ของความสำเร็จครับ
อันนี้เรียก ฉันทะ ในภาษา พุทธ
...

การทำโครงการ โอทอบให้สำเร็จ ก็ยากครับ
เพราะต้อง ให้ความรู้กันเยอะ และคนที่สำเร็จ
ก็จะเป็น คน ที่มี ใจอย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น
เอาชนะขีดจำกัดตนเอง ทุกมิติ

การเอาเด็ก จบ ป.ตรี มาสร้างงานก็ยากครับ
ก็ต้องสร้างค่านิยม ขวนขวายและพึ่งตนเอง

อันไหนเป็นไปได้และสามารถปฏิบัติได้
คงต้องมานั่งคุยกันอีกประเด็นครับ

ที่ผมเริ่มทำ ผมมองใจคน เป็นสำคัญครับ
ใครอยากรักษาประโยชน์ตนเองสูงสุดที่เกิดมา
และต้องอาศัย ใช้ชีวิตในระบบทุนนิยม
ผมชวนมาตั้งองค์กรตนเองหมดครับ

แต่ดูใจเป็นสำคัญครับ
เพราะ การสร้างงานเอง ไม่ใช่เรื่องง่ายครับ
ใครพร้อมก่อนก็ลงมือได้เลยครับ

การสร้างงานที่เกิดจากคุณค่าแท้ของตน
ผมว่า เป็นงานของชาตินี้ ที่ต้องเร่งทำครับ

อีกนิดเรื่อง รถยนต์ครับ ตอนนั้น ผมเลย โดนเพื่อมุสลิม
ล้อเลยครับ ว่า มาเลเซียดีกว่าไทยเยอะ ไทยทำอะไรเองไม่เป็น บ้านผมอยู่ชายแดน มาเลเซียครับ ตอนเด็กๆ

เรื่องหวยบนดินผมก็เห็นด้วยอีกครับ
ผมยังนึกภาพไม่ออกเลยครับ
ว่าในประเทศ ทุนนิยมที่มีการกระตุ้นความต้องการซื้อ
อย่างยิ่งยวดตลอดเวลา

ถ้าไม่มีความหวังให้คน ระดับล่างเลย
จะเกิดจลาจลปีหนึ่งกี่ครั้ง

หวยบนดินก็เป็นความหวังหนึ่งที่มีให้คน
ที่ยังพัฒนาตน เพื่อพึ่งตนเอง ทางจิตใจ ทางการเงิน
ความมั่นคงของชีวิตและจิตใจในระบบทุน ยังไม่ได้

ก็คงต้องมีให้หล่ะครับ
ถ้าอยากเลิก ระบบหล่อเลี้ยงความหวัง ความฝันของคน

ก็ต้องเลิกการกระตุ้นที่ทำให้อยากอย่างยิ่งยวด
ไม่ก็ต้องพัฒนา การศึกษา แล้วก็เปิดโอกาส
ให้คน สามารถ เข้าถึงฝันและหวังของตนเองด้วยความสามารถ

ส่วนเรื่องสนามบินผมไม่มีความรู้เลยครับ
ได้ความรู้ที่คุณให้มาขอบคุณมากครับ

ปัญหามีก็ต้องแก้ไข ส่วนคนที่สร้างปัญหาก็ต้องเอาออกก่อน ใครไม่สร้างก็ทำงานต่อได้ เห็นด้วยครับ

ขอบคุณมากครับ สำหรับเรื่อง
Us against Them

แล้วก็สังคมคนไทย เป็นสังคมที่มุทิตาน้อย นะครับ
การทำงานเป็นทีมจึงลำบาก

ยกตัวอย่างนะครับ เช่น
ถ้าเราสังเกต ระดับครอบครัวก่อนนะครับ

เวลาลูกข้างบ้านสอบทุนไปเมืองนอกได้เราก็บอกธรรมดา
ไม่เห็นยากอะไร แต่ถ้าลูกเราได้ 4 เพิ่มมาสักตัว
ก็จะกลายเป็นเทวดาไปเลยครับ
อันนี้ตัวอย่างแบบให้พอเห็นหลักการที่ว่า มุทิตาน้อยครับ

พอมุทิตาน้อย เราก็ยอมรับคน ที่วิ่งเร็วกว่า ได้ยาก
เพราะเราโดนสอนให้เปรียนเทียบเพื่อเอาชนะกันแต่เด็กๆ
ครับ แต่ถ้าเราสอนเปรียบเทียบเพื่อปรับตัว

ยอบรับในคุณค่า ที่ต่างกัน แล้ว ไม่เข็งกันวิ่งให้เร็ว
เพียงอย่างเดียว เข็งให้วิ่งได้ครับ แต่ให้มีมุทิตา

พอวิ่งแข่งกันแล้ว รู้แล้วว่าต่างกัน ก็ยอมรับ
แล้วก็หาวิธีทำงานด้วยกัน
หรือถ้าอยากวิ่งให้เร็วก็ไปฝึกมาต่อ
แต่ไม่ใช่ไปหาวิธีทำให้คู่แข่งขาหัก

รายยาวเลยครับ นานๆ มีคนมาคุยด้วย
แบบฟังกันจริงๆ ดีใจครับที่ได้คุย

ส่วนเรื่องที่คนไทย มีหลายๆ คน ที่
สร้างงานตนเอง โดยใช้คุณค่าแท้ของตน

เอาชนะขีดจำกัด ทางกาย ความคิด และจิตวิญญาณ
แต่เรารับรู้กัน น้อย ก็เพราะ สังคมเรามุทิตาน้อยมั้งครับ

เลยมีแต่เรื่องราวต่างชาติให้เรายินดี
คนไทยกันเอง ก็เลยไม่ค่อยได้รู้เรื่องราว

ว่าแต่ที่นี่ มีประวัติการเกิดขึ้นขององค์กรเนชั่นให้อ่านไหมครับ อยากอ่านหาความรู้ครับ อยากหาความรู้เพื่อเอามาตรวจสอบไอ้ที่เราคิด เราสงสัย มันไปถูกทางไหมครับ

ร่ายยาวเลยครับ
ภาษาที่ผมใช้อาจจะประหลาดหน่อย

ขอบคุณมากครับที่พยายามทำความเข้าใจ
ขอบคุณครับ

ด้วยจิตรับผิดชอบ
มโนมัย คน มีหัวใจ
ความคิดเห็นที่ 10
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 12/04/2007 เวลา : 07.37 น.
http://www.oknation.net/blog/whitaker

ขออธิบาย Us against Them (Pink Floyd-Dark Sides of the Moon) หรือ Win-lose Mentality คือการชอบเอาชนะคนอื่น โดยมองเขาเป็นศัตรูตลอดครับ ยกตัวอย่างรบ.ที่แล้วก็ได้เริ่มอะไรดีๆไว้ เช่น โอท็อป ทำรายได้ให้ประเทศขึ้นมาเป็นแสนล้าน ช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้คนตจว.ให้เขาไม่ต้องอพยพเข้ามาหาเงินในกรุงฯเป็นล้านๆคน หรือหวยบนดิน(แม้จะเป็นการพนัน ก็น่าจะน้อยกว่าบอลอังกฤษที่นศ.นิยมเล่นกัน หรือบ่อนต่างๆ) รบ.ใหม่ก็จะไม่ทำต่อ เพียงเพราะเป็นความริเริ่มของรบ.เก่า คุณสมคิดก็เป็นคนขยันและมีฝีมือ เป็นที่เชื่อถือของนักลงทุนต่างชาติ พูดจาขึงขังน่าให้เครดิต ก็มาโดนข้อหาว่าเป็นผู้ผลักดัน"ทักษิโณมิกส์" ซึ่งจริงๆก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการเร่งใช้เงินในระบบ ให้เงินหมุนรอบมากขึ้น เพียงแต่ชาวบ้านชอบกู้เงินและซื้อของเงินผ่อน ก็เลยสร้างหนี้ดอกเบี้ยสูงๆ(คนงานของผมก็กู้อีซี่บาย ดิฟฟิคัลเปย์ มาซื้อมือถือมีกล้อง ตัวละหมื่น ไม่รู้จะส่งรูปไปหาใคร)
หรืออย่างสุวรรณภูมิ ดูแล้วมีปัญหาเรื่องน้ำซึมและขังอยู่ใต้ผิวอัสฟัลท์ลงไปราวสิบเซ็นติเมตร ถามดูก็บอกว่ามีระบบท่อสูบน้ำข้างใต้ ทุกตารางเมตร แต่ไม่รู้ว่าทำไมไม่ทำงานสูบน้ำออก ก็น่าจะเร่งแก้ที่จุดนี้เพราะอัสฟัลท์ชุ่มน้ำย่อมอ่อนโยกเยก ไม่สามารถรับแรงกดได้ เหมือนถนนราดยางที่โดนน้ำท่วมขังสักสองสามวันก็ร่อนออกเป็นเม็ดๆ
แต่นี่ไปรวบรวมสารพัดปัญหา ตั้งแต่ไม่มีป้ายบอกทางเข้าห้องน้ำ โถฉี่ไม่พอ แอร์ไม่เย็นพอ ซีทีเอ็กซ์บางตัวไม่เวิร์ค? ร้านค้าเกินพื้นที่(ไปยกเลิกสัญญาเขา ไม่เข้าใจว่าเป็นสัญญาร่วมทุนหรือสัญญาเช่าพื้นที่กันแน่) ระหว่างนี้ก็ยังไม่สูบน้ำออกจากใต้รันเวย์และแท็กซี่เวย์ มัวแต่ตีให้เละไปทุกเรื่อง จนบางส่วนย้ายกลับดอนเมือง งามหน้าไปทั่ว
ฝรั่งอเมริกันเขามีอยู่คำนึง คือ If you can't beat them, join them คือถ้าเอาชนะเขาอย่างยุติธรรมไม่ได้ ก็น่าจะเลิกทำตัวเป็นศัตรูทุกเรื่อง และหันมาช่วยเขา เพราะอยู่ในองค์กรหรือประเทศเดียวกัน เขาทำอะไรดีก็สนับสนุนเขาและทำต่อให้ดียิ่งๆขึ้น นี่คือความคิดที่ไม่ยึดติดกับegoมากเกินไป แต่ชาติเก่าอย่างพวกยูโรปยังเป็นเหมือนเรา อเมริกาถึงได้เจริญทางเทคโนโลยีมากกว่า
ความคิดเห็นที่ 9
patijjachon วันที่ : 12/04/2007 เวลา : 04.35 น.
http://www.oknation.net/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

ก็ไหนบอกว่าไม่สนใจ GDP กันไงเล่าครับ ...
ทำไป ทำมา ก็หนีไม่พ้นหรือ
ความคิดเห็นที่ 8
lol~ วันที่ : 12/04/2007 เวลา : 01.59 น.
http://www.oknation.net/blog/abcd

ยิ่งมีอำนาจมาก ยิ่งเมากับอำนาจนั้น
จะให้ประชาชนกล้าใช้ตังอย่างไงละ เอ่..อะก็จะเอาปืนมายิงหมา ใครกล้าลงทุนละ

คำก็บอกปฎิวัติวัด... นักลงทุนคนไหนกล้าเพิ่มกำลังผลิตละ

มองจากผู้มีอำนาจทั้งหลาย ก็มาจากสายทหารทั่วบ้านเมือง
ทหารบกไปนั่งทำงานเกี่ยวกับสายการบิน
ถ้าไม่นั้นก็สายเช้าชามเย็นชาม เคยแต่รับคำสั่งกับเดินถือกระเป๋าตามไปตีGolf

ยิ่งเจอนโยบายทางเศรษฐกิจ เล่นงานทากสิน เข้าไป วัน รมต.ไม่ต้องทำงานทำการละ คิดแต่ต้องล้มโครงการรัฐบาลเก่า ไม่นั้นเจอ คตส. อย่างกรุงเทพเมืองแฟชั่น ใครๆก็บอกว่าดี แต่เพราะมันสร้างขึ้นในสมัยทากสิน สนามบินสร้างใหม่มีปัญหาแค่สิวมด ต้องออกข่าวให้มันยิ่งใหญ่ในระดับต้องให้ชิบหายกันไปเลย
ในสายตาเถ้าแก่ มองว่าเป็นรัฐาลเด็กเล่นขายของเท่านั้น

T_T
ความคิดเห็นที่ 7
มโนมัย วันที่ : 11/04/2007 เวลา : 22.37 น.
http://www.oknation.net/blog/meehuajai

สวสัดีครับ

ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน
ขอบคุณมากครับ ที่ให้ความรู้ครับ

เห็นด้วยอย่างยิ่งกับเกือบทุกประเด็นครับ

คำว่าพอเพียง ยังมองไม่ออกกันจริงๆ ครับ

สัญญาณที่บอกว่าเราพอได้
ที่ผม ดูจากผมที่รู้สึก นะครับ เพราะความรู้ผมน้อย

สัญญาณที่เราบอกว่า เราพอ คือเราให้คนอื่นได้ครับ
แบ่งได้ จะพอเพียงเมื่อ เราแบ่งให้คนอื่นได้แล้ว ให้เป็นครับ ให้โดยไม่หวังสิ่งใดตอบ เพราะเราพอแล้ว

ยังแบ่ง ไม่ได้ ให้ไม่เป็น ก็ยังไม่พอครับ
การจะพอได้ แบ่งได้ นั้น มองได้หลายมุมครับ

มีมุมหนึ่งที่น่าสนใจ คือ ถ้าเราเองไม่เคยสร้างอะไรได้เองเลย เราจะแบ่งคนอื่นได้อย่างไร ขออยู่เรื่อยไปครับ

เศรษฐกิจ พอเพียง คงต้องเริ่ม จากสร้างเองให้เป็นมั่งครับ
นี้ ผมก็คิดเอาเองครับ เพราะ เป็นคนมีความรู้น้อยจริงๆครับ
ไม่ค่อยได้ดูสารคดีครับ

และถ้าผมรู้ว่า เสือชอบกินเนื้อนุ่ม ๆ ผม คงปรับตัวให้เนื้อผม รสชาติไม่น่ากินครับ

แหะๆ ที่ผม ว่า ร้ายมาก คือ นายจ้างที่รู้ว่า เราเป็นโรค มะเร็งในหัว แต่ ก็อยากให้เราทำงานต่อไปเลยเอายาแก้ปวดมาให้เรากินนะครับ โดยไม่เคยบอกว่าเราเป็นมะเร็ง

ไม่ได้ปฏิเสธการกินยาครับ แต่กำลัง อยากให้เรา
หัดพึ่งตนเองครับ ที่ เราเรียกกันว่า ขวนขวาย
(คำนี้พ่อพูดเมื่อวันเกิด พ่อ 2 ปีที่แล้วมั่งครับถ้าจำไม่ผิด)

เวลาพ่อหลวงพูด ฟังต้องคิดตามเยอะครับ

เพราะ ผมยังไม่เห็น มีใครทำงานของชาตินี้
มากเท่าท่าน นาน เท่าท่านเลยครับ

ความรู้ที่ท่านพระราชทานให้
ซึ่งเกิดจากการที่ท่านทำงานด้วยหัวใจ
ให้ชาตินี้มายาวนานมากที่สุด
เราเอง ซึ่งเดิน ตามหลังท่าน

หากอยากทำงานของชาตินี้ ด้วยกัน
ผมว่า น่าจะฟังและ คิดตามมากๆ ครับ

สิ่งหนึ่ง ที่ผมรู้สึก ได้ ว่าเหตุแห่งปัญญา
เกิดจาก สำนึกรับผิดชอบต่ออนาคตของ..

ของสิ่งใด ขนาดปัญญาก็จะเยอะตามครับ
ปัญญาผุ้นำ ชาติบ้างครั้ง

ที่เราเห็นเขาฉลาดเก่ง แต่บริหารชาติบ้านเมืองไม่ได้
อาจจะมาจาก เหตุ ของปัญญาเขาน้อยไปนิด

เขาอาจจะมาจาก
จิตสำนึกรับผิดชอบต่ออนาคตของ..
ที่มันเล็กไป

เช่น ของครอบครัว และเคลือญาติ
ก็ต้องมี น้อยกว่า ของชาติ และบ้านเมือง

ก็เลยทำให้เกิดปัญหาครับ

มั่งครับอันนี้ผมก็พูดไปตามที่รู้สึก
ขาดแหล่งความรู้อ้างอิงใดใดครับ

ขอความรู้เพิ่มด้วยครับ
"us against them mentality"

อันนี้แปลว่าอะไรครับ

ขอบคุณมากครับ
ยินดีที่ได้พูดคุยครับ
มโนมัย คน มีหัวใจ



ความคิดเห็นที่ 6
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 11/04/2007 เวลา : 22.16 น.
http://www.oknation.net/blog/whitaker

ปัญหาของบ้านเราคือชอบมีพวกถกเถียงต่อต้าน(counter-point)คอยท้วงติงดึงขา อ้างโน่นอ้างนี่ จนทำอะไรไม่ออก
ตอนคุณสมคิดทำอะไรหลายๆอย่าง ก็สร้างความมั่นใจและสร้างรายได้จากโอท็อปได้มาก ตอนนี้กลายเป็นชื่อต้องห้าม ต้องหันไป"เศรษฐกิจพอเพียง"(ทั้งที่ไม่เข้าใจก็เยอะ) เพราะเป็นคำศักดิ์สิทธิ์คำเดียวที่เอาชนะ"ระบอบทักษิณ"ได้ เมื่อไรจะเลิก "us against them mentality" เอาแต่เอาชนะกันหรือกลัวอีกฝ่ายอยู่ได้ จะอดตายแล้วนะ
กินยาแก้ปวดหัวถ้าได้ผลก็ยังดีกว่าทนปวดหัว ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งสมองหรือไม่ (ค.ห.5) เศรษฐกิจกำลังหดตัวเพราะคนหยุดใช้จ่ายเนื่องจากขาดทิศทางและความมั่นใจ ยิ่งไปทำให้ปัญหาเพิ่มจากราคาน้ำมัน ฯลฯ
ต้องมีรมต.คลัง ออกมาให้ความมั่นใจผู้บริโภค พร้อมกับอัดฉีดเงินเข้าระบบ เหมือนอลันกรีนสแปนที่เพิ่มมันนี่ซัพพลายไม่อั้นตอนวิกฤติ 911 ไม่ใช่เก็บตัวอยู่บนหอคอยงาช้างและไม่เปลืองตัวไปแก้มาตรการผิดๆของแบ็งค์ชาติและพรบ.ธุรกิจคนต่างด้าว
ส่วนค.ห.4นั้น ผู้บริหารของเรา ไม่เคยแก้ปัญหาเลย อย่าไปพูดถึง pro-active หรือ retro-active เลย เพราะท่านเป็นข้าราชการหรือนักวิชาการ ทนสภาพไปจนถึงจุดยอดของอาชีพ ไม่ได้วัดกันด้วยประสิทธิภาพหรือการแก้ปัญหาจริงๆ มีแต่พูดให้ปัญหาผ่านๆไปหรือถูกลืมไปเท่านั้น
ดูสารคดีสัตว์บ้างรึเปล่า ลิงน่ะโดนเสือรับประทานเหมือนกัน เสือมันปีนต้นไม้ได้ แต่มันแค่ชอบเนื้อนุ่มๆแบบกวางมากกว่าเนื้อเหนียวๆน้อยๆแบบลิง สรุปแล้วอดอาหารให้เหลือเนื้อน้อยๆ เสือมันจะได้ไว้ชืวิตเรา ถ้าไม่อดตายเองซะก่อน เหมือนผู้บริโภคไม่ยอมใช้สตางค์ตอนนี้เลย
ความคิดเห็นที่ 5
มโนมัย วันที่ : 11/04/2007 เวลา : 19.31 น.
http://www.oknation.net/blog/meehuajai

อีกนิดนะครับ

ที่ลุงบอกว่าต้องเร่งให้เร็ว โดยการลดดอกเบี้ย กับเพิ่มการลงทุนขนาดใหญ่ เป็นการแก้ปัญหาที่แรง และเร็ว

มันก็ไม่ได้ทำให้เราพึ่งตนเองได้เลยทั้งสองนโยบาย
ก็จะกลับมาปัญหาแบบเก่า

ผมเข้าใจครับ
ว่าตอนนี้คนป่วยปวดหัว ต้องให้ยา
ให้ยาแรงๆ มันก็ดีครับ หายปวดหัว

แต่ก็ติดยา โดยไม่มีทางรู้เลยว่า
ตอนนี้ ที่เราปวดหัวเพราะมีมะเร็งในสมอง

การอัดฉีด โดยโครงการขนาดใหญ่ กับลดต้นทุน ดอกเบี้ย
โดยไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในการพึ่งตนเองในภาคการผลิต

ทำได้ก็แค่ให้เราหายปวดหัวไปวันๆ
แล้วก็ทนทำงานกันต่อไปครับ
ไปทำงาน พอปวดหัว นายจ้างก็บอกให้กินยา
เป็นลูกจ้าง เป็นประเทศลูกจ้างกันต่อไป

ต่อให้หมอที่มารักษา สุขภาพกาย สุขภาพใจดี แต่มองไม่เคยเห็น สาเหตุที่แท้จริงของการป่วย ผมก็ว่า มันไม่สามารถรักษาได้ครับ

ต้องเอาใจช่วย หมอ และผู้ป่วยกันต่อไปครับ

งานของชาตินี้ยังมีอีกเยอะครับลุง
ต้องช่วยๆ กันครับ

ถ้าไม่ทำชาตินี้ ก็ไม่รู้ทำชาติไหน
ชาติ หน้า หรือ ชาติใด ก็คงไม่มีให้ทำอีกต่อไป

หากเราไม่ทำงานของชาตินี้

ด้วยความเคารพนับถือในความรอบรู้ของลุงยิ่ง

ขอบคุณมากครับ
ด้วยจิตรับผิดชอบ

มโนมัย คน มีหัวใจ
ความคิดเห็นที่ 4
มโนมัย วันที่ : 11/04/2007 เวลา : 17.30 น.
http://www.oknation.net/blog/meehuajai

การกระตุ้นคงแก้ปัญหาระยะสั้นได้ มั่งครับ
แต่อย่างไร ก็กลับมามีปัญหาแบบเดิม
เพราะเราพึ่งตนเองไม่ได้

เฮ้อ ผู้บริหาร มีลักษณะในการทำงาน อยู่ 2 ลักษณะ
ถ้ามองจาก เวลา กับปัญหา คือ

1.ผู้บริหารที่ทำงานก่อนเกิดปัญหา
2.ผู้บริหารที่ทำงานหลังเกิดปัญหา

แบบแรกผมเรียกว่า ผู้บริหารแบบป้องกันปัญหา
แบบสองผมเรียกว่า ผู้บริหารแบบแก้ปัญหา

เมืองไทยนิยม แบบ 2 เป็นหลัก
เพราะเรามองไม่ออกถึงงาน ที่ทำก่อนปัญหาเกิด

คนแก้ปัญหาได้ เก่ง
คนรู้ปัญหาก่อนเกิดปัญหา เรารำคาญ

ฟังลุงพูดไปผมยังไม่รู้เลยว่าเหตุแห่งปัญหาที่ลุงว่าอยู่ตรงไหนครับ เท่าที่ฟัง ลุงให้เหตุ ผลว่าเรา ขยายตัวช้า

วิ่งช้ากว่า คนอื่น เลยต้องเร่งอัดฉีด

กวางพยายามจะวิ่งไปข้างหน้าให้เร็วกว่าเสือ
ลิงปรับตัวไม่ไปวิ่งแข่งกับเสือ

รู้ว่าวิ่งช้ากว่าเลยปีนต้นไม้แทน

ผมยังไม่เคยเห็นลิงโดยเสือจับกินเลยครับ
มีแต่กวางที่ พยายามจะวิ่งให้เร็วกว่าเสือ
แล้วก็โดนเสือจับกินตลอด

การเปรียนเทียบเป็นสิ่งดีครับ
แต่ไม่ใช่เปรียเทียบเพื่อเอาชนะ

หากว่าเป็นการเปรียบเทียบเพื่อให้เราปรับตัวได้ครับ
ล่าไปก่อนครับลุง

ผมเขียนไปนี้ผมกลัวนะครับลุง
แต่ผมเชื่อว่าลุงเขียนไว้ที่หน้าบ้านคุณลุงพูดจริง

"เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน"

ผมจึงรวบรวมความกล้าเขียนมันออกมาครับ
หากทำการใดไม่เหมาะสมผมขออภัยด้วยครับคุณลุง

ด้วยความเคารพ ในความรอบรู้ของคุณลุงยิ่ง
ขอบคุณมากครับ

ด้วยจิตรับผิดชอบ
มโนมัย คน มีหัวใจ
ความคิดเห็นที่ 3
นายหมอดี(แท้) วันที่ : 11/04/2007 เวลา : 14.33 น.
http://www.oknation.net/blog/NARKA

ตอนเขียนนี่ กนง.กำลังน่าจะลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว
แต่ก็น่าจะเป็นการให้ยาตามสภาพ
เพราะความเชื่อมั่นผู้บริโภค ถูกแต่เสี่ยง เขาก็ไม่ใช้จ่ายเหมือนกัน
เรื่องเศรษฐศาสตร์นี่ตำราคืนอาจารย์ไปเกือบหมดแล้วทั้งทหภาคและจุลภาค ยิ่งตอนนี้มีเรื่องอัตรแลกเปลี่ยนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยยิ่งเข้าหม้อไปใหญ่
สมัยด๊อกเตอร์ป๋วย ฟังว่าท่านไม่เชื่อทหาร ทหารต้องฟังท่าน เพราะทหารไม่รู้เรื่อง มาปัจจุบันก็ยังไม่รู้เรื่องอยู่
พูดไปพูดมาก็ต้องหันมาชมท่านทักษิณฯแม้คนจะหมั่นไส้
ท่านเป็นคนค้าขายและเรียนรู้เศรษฐกิจอย่างผู้รู้จริง กู้เศรษฐกิจบ้านเราให้เทคออฟได้ ท่านบอกท่านดูทุกตัว ทุกวัน คุมได้ เร่งได้ จะให้ถึง8ถึง10โน่น คิดแล้วน่าเสียดาย ในขณะที่ประเทศต้องการคนเก่งแต่โดนข้อหาไม่มีคุณธรรม
เมื่อเรามาเอาคุณธรรม ทหารไม่รู้เรื่องเศรษฐกิจ ต้องพึ่งพลเรือน หม่อมอุ๋ยก็จำใจจาก หลังจากทำตลาดหุ้นพังไป ท่านใหม่เข้ามาดูแล ก็เหมือนนักวิชาการทั่วไป คือรู้เฉพาะทฤษฎีไม่เคยปฏิบัติจริง กัน30% ทำให้ต่างชาติวิ่งกันวุ่นแล้วมาบอกเป็นสายอ้อม มีสายตรงยกเลิกได้ ฯลฯด้านการส่งออกก็ไปได้ดีโตถึง12.5% ราวๆดี แล้วก็มาสรุปบอกพื้นฐานเรายังดี ไตรมาสต่อๆไปเทคออฟแน่
ปัญหาโดยรวมมันไม่น่าจะอยู่ที่ปัจจัยต่างๆไม่ว่าค่าเงินหรือน้ำมัน
แต่ปัญหาหลักมันอยู่ที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศมันไม่มีเพราะเขารู้ว่าเป็นเผด็จการ เดี๋ยวมันยึดทุนไปหมดจะทำอย่างไร อีกปัญหาคือความเชื่อมั่นของผู้บริโภค สถานะการณ์อย่างนี้เก็บเงินฝังตุ่มไว้ดีกว่า เมื่อปัจจัยหลักมันมีเหตุเช่นนี้ ถึงจะออกมาตรการให้ยากี่ประเภท ทั้งกินหรือดมหรือทา มันก็แก้ไขไม่ได้
ทฤษฎีการเงินการคลังสูบลูกโป่งเข้าสูบออกน่ะมันใช้ไม่ได้ในโลกการค้าไร้พรหมแดนแล้ว มันต้องได้คนเก่งมาทำ แต่จะหาคนเก่งที่มีคุณธรรมจากไหน ดอ๊กเตอร์ด้านนี้มีนับหัวได้ การให้ยาจริงๆก็คือการคืนอำนาจให้ประชาชนแล้วเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด เมื่อประเทศเป็นประชาธิปไตยแล้ว นักลงทุนก็กล้าที่จะลงทุน ผู้บริโภคก็กล้าใช้จ่าย ออกมาตรการอะไรมาก็ได้ผล สัญญาหนึ่งปีไม่นานก็จริงแต่ทำให้ประเทศชาติสูญเสียโอกาสไปมาก จะเทคออฟลำบากขึ้น ยิ่งมีทฟษฎีทุนนิยมภาคเอกชน มาชนกับทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของภาครัฐแล้ว
ดูไม่ออกจริงๆว่ามันจะเป็นยังไง ลองดูจีนหนึ่งประเทศ สองระบบ
คือระบบคอมมิวนิสต์และทุนนิยม เราต้องแบ่งเขตกันเลยว่า เขตนี้ เมืองนี้ จังหวัดนี้ ให้ใช้ทุนนิยมได้ แต่จังหวัดที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำบังคับให้ใช้เศรษฐกิจพอเพียง นี่แนวทางเศรษฐกิจแบบนี้ มันถึงจะได้ความมั่นใจต่างๆกลับคืนมาได้ในอนาคต และถ้าเป็นไปได้ ควรยุบราชการบริหารส่วนภูมิภาคลงซะด้วย ก็จะทำให้ประเทศเรามีระบบเศรษฐกิจสองระบบ แต่มีการปกครองแค่ส่วนกลางและท้องถิ่น นี่คือการผ่าตัดทางเศรษฐกิจ ดีกว่าไปเถียงเรื่องจำนวน สส.นายกฯมาจากไหน เป็นกะพี้ทั้งนั้น เศรษฐกิจต้องชัดเจนเป็นรูปธรรม องค์กรบริหารต้องสั้นและกระทัดรัด นี่คือการผ่าตัดที่อาจต้องใช้เลเซอร์ ใครจะเอากระดิ่งไปแขวนคอแมว ฮา
ความคิดเห็นที่ 2
pen วันที่ : 11/04/2007 เวลา : 14.20 น.
http://www.oknation.net/blog/pen
ปากกาคืออาวุธ จับประยุทธ์เพื่อสัจจะธรรม ความจริงคือคำมั่น พันธเกียรติเพื่อปวงชน

เชิญบารมีพรเทวาสักการะ
ในวาระศุภฤกษ์เบิกวิถี
จงอวยชัยประสบโชคปีใหม่นี้
โรคราคีให้หนีหายไกลกายา

จิตปัญญาแจ่มใสไร้ความทุกข์
บังเกิดสุขถ้วนทั่วทั้งวงศ์ษา
เจ้าเรือนน้อมอวยชัยด้วยปรีดา
ถึงกัลยาณมิตรจิตยินดี

เรือนปากกา บ้านแม่ริม
pen
ความคิดเห็นที่ 1
Theodore วันที่ : 11/04/2007 เวลา : 13.53 น.
http://www.oknation.net/blog/mp

ถึงประเทศอื่นเขาจะมีการมุ่งมั่นพัฒนาการแข่งขันไปในทิศทางใด แต่ละประเทศก็แย่งกันเข้าเป็นลำดับที่1 หรือเป็นผู้นำที่ทิ้งห่างจากคู่แข่งขันให้ได้มากที่สุด แต่มีสิ่งหนึ่งที่ประเทศไทยทำสถิติได้อย่างสูงสุดชนิดที่ประเทศอื่น...ไม่ไม่วันตามได้ทัน!! "ประเทศไทยเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่า เป็นประเทศที่วิ่งถอยหลังได้เก่งที่สุดในโลก" ไม่น่าเชื่อ ว่าเราจะวิ่งถอยหลังได้เร็วขนาดนี้ ต้องขอบคุณท่านอดีตนายก คมช. และคณะทั้งหลาย ที่ทำให้เราได้รู้ว่า เราก็มีความสามารถ(ในการวิ่งถอยหลัง) ได้เก่งกว่าใครในภูมิภาค และกำลังจะทำลายสถิติโลก......!!!? ในอีกไม่ช้านาน....
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

จับชีพจรโลก 11 สิงหาคม 2551

ศึกรัสเซีย VS จอร์เจียจะเผชิญทางออกได้หรือไม่ ?

View All
<< เมษายน 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



รายการชีพจรโลก คุณสุทธิชัยสัมภาษณ์ ฑูต 3 ประเทศ ท่านคิดว่า ทูตท่านไหนพูดไทยถูกใจท่านที่สุด?
จีน
2253 คน
สหราชอาณาจักร (อังกฤษ)
187 คน
สหรัฐอเมริกา
499 คน

  โหวต 2939 คน