• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 991
  • จำนวนผู้ชม : 1745072
  • จำนวนผู้โหวต : 5412
  • ส่ง msg :
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/black
วันพุธ ที่ 11 เมษายน 2550
มีเพื่อนซี้ ชีวิต “ไม่ซี้ซั้ว...”
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 316 , 17:53:41 น.   | หมวดหมู่ : ไม้เกาหลัง  
พิมพ์หน้านี้


นิตยสาร “ชีวจิต” ฉ.199

ถามตัวเองว่าทุกวันนี้คุณมีเพื่อนกี่คนที่จะเปิดใจพูดอะไรก็ได้อย่างสนิทใจ? เขาสำรวจที่อเมริกาเรื่องนี้จากคน ๑,๕๐๐ คน พบว่าโดยเฉลี่ยแล้ว, คนมะกันสามารถคิดได้แค่เพื่อนสองคนเท่านั้นที่มีความรู้สึกใกล้ชิดและสนิทสนมเพียงพอที่จะปรึกษาหารือทุกเรื่องได้อย่างเต็มที่

พอเพื่อนน้อยลง, สุขภาพจิตของคุณก็จะพลอยมีปัญหาไปด้วย และเมื่อสุขภาพจิตเสื่อมลง,สุขภาพทางกายก็จะหดหายไปด้วยเช่นกัน

ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้บอกว่ามีการศึกษาเรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดเมื่อเร็ว ๆ นี้และพบว่าคนที่ไม่มีเพื่อนสนิท, ไม่มีครอบครัวที่สมาชิกมีความใกล้ชิดกันหรือไม่มีความผูกพันกับคนอื่นในสังคมอย่างแนบแน่นนั้นทำให้เกิดเป็นเรื่องต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เช่นโรคซึมเศร้า, ความดันโลหิตสูง,เส้นเลือดตีบ, โรคติดเชื้อและแม้กระทั่งตายไปเฉย ๆ ก็มี

ในเมืองไทยอาจจะไม่มีการสำรวจหรือศึกษาเรื่องนี้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวนัก แต่ผมเชื่อว่าความเหงาเป็นโรคที่สังคมไทยอาจจะไม่คอยให้ความสำคัญมากนัก แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่ามันกำลังเป็น “โรคสังคม” ที่กำลังลุกลามกว้างไกลขึ้น

ลึก ๆ แล้วเมื่อสังคมแตกแยกกันมากขึ้น, ความไว้วางใจมีน้อยลง, การแยกกันอยู่และความเป็น“ตัวใครตัวมัน” สูงขึ้น, ความเหงาและโดดเดี่ยวกับความรู้สึกเปล่าเปลี่ยวก็จะถามหา และนั่นคืออาการป่วยที่น่าเป็นห่วงกังวลยิ่ง

เพราะมันเป็นโรคที่ไม่ปรากฎตัว, วัดด้วยเครื่องมือแพทย์ไม่ได้และคนที่มีปัญหาด้านนี้จะไม่ยอมรับว่าตัวเองมีปัญหา

การมีเพื่อนนั้นเป็น “เกราะกำลัง” และ “กันชน” ต่อปัญหาของชีวิตมากมายหลายอย่างโดยที่เราไม่รู้ตัว เพราะ “มิตรภาพ” หรือ “ความรู้สึกที่ดีต่อเพื่อนร่วมโลก” นั้นเป็นยาวิเศษที่ทำให้จิตใจของเรามีเสถียรภาพและความมั่นคง เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม การไปมาหาสู่กับคนอื่นในสิ่งแวดล้อมที่ละม้ายกัน, แลกเปลี่ยนความรู้สึกและเชื่อมั่นว่าสามารถพึ่งพาซึ่งและกันได้นั้นเป็นสิ่งที่ชะโลมหัวใจของคนทั้งหลาย

ผลการสำรวจที่สหรัฐฯที่กล่าวถึงนี้บอกด้วยว่าโดยเฉลี่ยคนมะกันมีคนที่เป็น “เพื่อนซี้” เพียงสองคน และน้อยกว่าหนึ่งในสองเป็นคนนอกครอบครัว

ที่น่าตกใจคือผลจากการศึกษาครั้งนี้บอกว่าหนึ่งในสี่ของคนที่ถูกสำรวจนั้นบอกว่าไม่มีเพื่อนสนิทที่ตัวเองไว้วางใจเพียงพอที่จะระบายความรู้สึกของตัวเองให้ฟังได้เลยแม้แต่คนเดียว

คนอย่างนี้มีปัญหาแน่นอน เพราะแปลว่าเขาอยู่ในสภาพสังคมโดดเดี่ยว, ไร้ที่พักพิงทางใจและไม่มี “ช่องทางปล่อยออก” เมื่อมีเรื่องที่กระทบความรู้สึกตัวเอง

คุณเคยรู้สึกไปมว่าเวลามีความสุขมาก ๆ หรือทุกข์มาก ๆ  หรือมีประสบการณ์ที่แปลกไปจากปกติ, คุณอยากจะเล่าให้ใครสักคนสองคนหรือหลาย ๆ คนฟังใช่ไหม?

ถ้าคุณไม่เคยรู้สึกว่ามีใครในโลกนี้ที่คุณอยากจะเล่าขานความรู้สึกเหล่านี้เลย, คุณกำลังเป็นคนที่มีปัญหาแล้ว

จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม, การวิจัยของผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ที่สหรัฐฯบอกว่าภาวะ “สังคมโดดเดี่ยว” ของคนนั้นนำไปสู่ผลทางลบต่อสุขภาพหลายด้าน

เริ่มต้นทีเดียว, คนที่ไม่มีเพื่อนหรือไม่มีกิจกรรมที่ติดต่อกับคนอื่นในสังคมนั้นมักจะมี “นิสัยไม่สร้างสรรค์ต่อสุขภาพ” เช่นไม่เคลื่อนไหว, ไม่อยากทำกิจกรรมอะไร อีกทั้งยังนำไปสู่นิสัยการกินที่ไม่ถูกด้วยหลักสุขภาพ

หมอคนหนึ่งที่ศึกษาพฤติกรรมของคนที่ไร้เพื่อนบอกว่า “ถ้าคุณโดดเดี่ยวตัวเองออกจากเพื่อน, คุณจะไม่ค่อยสนใจดูแลตัวเอง และคนอื่นก็จะไม่ค่อยอยากจะไปวุ่นวายให้คุณดูแลตัวเองให้ดีกว่าที่เห็นอยู่”

คุณไม่ยุ่งกับใคร, ก็ไม่มีใครมายุ่งกับคุณ

บ่อยครั้งใช่ไหมที่คุณอยากให้คนบางคนมา “ยุ่ง” กับคุณ แต่คุณไม่รู้ว่าจะแสดงออกอย่างไร, และนาน ๆ เข้าคุณก็กลายเป็นคนที่ถูกมองว่า “ต่อต้าน”หรือไม่ก็ “รังเกียจ” สังคม ซึ่งก็จะมีผลทำให้ไม่มีใครอยากมา “ยุ่ง” กับคุณ

ผลวิจัยยืนยันว่าว่าถ้าคุณไม่มีเพื่อนสนิทที่เฮไหนเฮนั่นเลย, คุณจะแก่เร็วกว่าคนอื่น...เพราะหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้ว่าเมื่อคุณโดดเดี่ยวตัวเองมาก  ๆ, ฮอร์โมนความเครียดในตัวคุณจะเพิ่มอัตราขึ้น และนั่นอาจจะนำไปสู่การอักเสบในระบบของร่างกายได้

หมอโรคหัวใจบอกว่าเรื่องนี้มีเหตุที่น่าเชื่อถือ เพราะพิสูจน์กันแล้วว่าหลังจากใครผ่านอาการหัวใจวาย และหมอช่วยให้รอดจากการตายฉับพลันได้แล้ว คนที่ขาด “การสนับสนุนด้านกำลังใจ” จะมีโอกาสเสียชีวิตก่อนการณ์มากกว่าคนที่มีเพื่อนและญาติพี่น้องมาอยู่ใกล้ชิดและพูดจาให้กำลังใจกันอย่างอบอุ่น

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าถ้าคุณมีความรู้สึกว่ามีคนพร้อมที่จะช่วยคุณถ้าคุณพลาดพลั้งในชีวิต, โอกาสที่คุณจะเป็นโรคร้ายจะมีน้อยกว่าคนที่รู้สึกว้าเหว่, ไร้เพื่อนและไม่สุงสิงกับใคร

แม้แต่ภูมิคุ้มกันของร่างกายมนุษย์ยังบกพร่องได้ง่ายกว่าถ้าหากจิตใจรู้สึกว้าวุ่นเพราะขาดเพื่อนและไร้ความผูกพันกับคนอื่น...เพราะหมอที่ศึกษาเรื่องนี้บอกว่าจากการสำรวจหลายรอบพบว่า คนที่มีสายสัมพันธ์ในสังคมเข้มแข็งเช่นมีเพื่อนสนิทหลายคน, มีเพื่อนร่วมงานที่รู้ใจกันหรือมีคู่ครองที่ให้ความอบอุ่นต่อกันมักจะมีภูมิต้านทานโรคหวัดมากกว่าคนหงอยเหงาเซื่องซึมเพราะขาดเพื่อน

คำว่า “เพื่อนรู้ใจ” จึงมีความหมายมากกว่าเพียงแค่คนรู้จักมักคุ้นเท่านั้น...เพราะมันทำให้คุณและเขา, คุณกับเธอมีสุขภาพจิตและกายยอดเยี่ยมอีกด้วย

วันนี้, ทำดีกับเพื่อนบ้างหรือยัง?


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

จับชีพจรโลก 25 สิงหาคม 2551

สถานภาพจีนบนเวทีโลกจะเป็นอย่างไรหลังเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก

View All
<< เมษายน 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



รายการชีพจรโลก คุณสุทธิชัยสัมภาษณ์ ฑูต 3 ประเทศ ท่านคิดว่า ทูตท่านไหนพูดไทยถูกใจท่านที่สุด?
จีน
2276 คน
สหราชอาณาจักร (อังกฤษ)
190 คน
สหรัฐอเมริกา
503 คน

  โหวต 2969 คน