พิมพ์หน้านี้
|
แน่นอนว่าพอเกิดประเด็นนี้ขึ้นมาก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างอึงมี่ที่สิงคโปร์ทั้ง ๆ ที่ปกติแล้วประชากรบนเกาะแห่งนี้จะค่อนข้างว่านอนสอนง่าย ไม่ท้าทายรัฐบาลหากไม่จำเป็นหรือเหลืออดจริง ๆ แต่คราวนี้พอขึ้นเงินเดือนให้นายกฯเท่ากับ ๕ เท่าของรายได้ประจำเดือนของประธานาธิบดี คำตอบจากรัฐบาลก็คือถ้าเงินเดือนนายกฯและรัฐมนตรีไม่สูงพอ, ก็จะเกิดปัญหาคอร์รับชั่นในแวดวงการเมืองและราชการอย่างที่เห็นในประเทศอื่น ถามต่อว่าเขามีสูตรคิดเรื่องเงินเดือนนายกฯและรัฐมนตรีอย่างไรหรือ? ต้องย้อนไปสมัยพ่อนายกฯคนปัจจุบันที่ชื่อลีกวนยิวเป็นนายกรัฐมนตรี (ทุกวันนี้ก็เป็นรัฐมนตรีอาวุโสเรียกตำแหน่งว่า Minister Mentor หรือ MM นั่งประชุมอยู่ใน ครม.) ซึ่งประกาศนโยบายเรื่องนี้เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๙๔ หรือ ๑๓ ปีก่อนให้โยงเอาอัตราเงินเดือนของนายกฯและรัฐมนตรีกับข้ารัฐการเข้ากับรายได้ของผู้บริหารในภาคเอกชน เขาต้องการจะให้คนมาเล่นการเมืองหรือรับราชการกับคนทำงานธุรกิจเอกชนมีรายได้ที่เปรียบเทียบกันแล้วไม่ได้ห่างกันมากนัก เขากำหนดไว้ว่าเงินเดือนรัฐมนตรีจะอยู่ที่ระดับสองส่วนสามของรายได้เฉลี่ยของคนที่มีเงินเดือนสูงสุด ๘ คนใน ๖ สาขาวิชาชีพที่ถือว่าโดดเด่นที่สุดในสังคมสิงคโปร์ อาชีพทั้ง ๖ ที่ว่านี้คือบัญชี, กฎหมาย, การธนาคาร, วิศวกรรม, บริษัทข้ามชาติและธุรกิจการผลิตในประเทศ เขาอ้างว่าที่ผ่านมา, เงินเดือนนายกฯอยู่ที่อันดับ ๑๖๐ ของคนทั้งประเทศ และเมื่อเพิ่มเงินเดือนให้แล้วครั้งนี้, ก็จะยังอยู่ที่อันดับ ๑๐๒ ของเหล่าบรรดาคนเงินเดือนสูงสุดของประเทศอยู่ดี ลีกวนยิวออกมาปกป้องอัตราเงินเดือนที่สูงลิ่วของนายกฯและรัฐมนตรีว่าเพื่อยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ แกบอกว่าถ้าเงินเดือนรัฐมนตรีของสิงคโปร์เท่ากับของรัฐมนตรีประเทศอื่น, ผลที่จะเกิดขึ้นก็คือว่าราคาอพาตเมนต์ของคนสิงคโปร์ทั่วไปก็จะหดตัวลงอย่างมโหฬาร และหน้าที่งานการของประชาชนก็จะอยู่ในสภาวะเสี่ยงมากขึ้น และผู้หญิงสิงคโปร์ก็อาจจะต้องทำงานเป็นนางแจ๋วในต่างประเทศเหมือนผู้หญิงในอีกหลาย ๆ ประเทศ น้ำเสียงของท่านผู้เฒ่าลีคือการขู่ประชาชนของเขาเองว่าถ้าไม่ยอมให้นักการเมืองมีรายได้สูง, พวกเขาก็จะมีรายได้น้อยลงไปด้วย แต่ครั้งนี้ผู้คนไม่ได้เชื่อตามท่านผู้อาวุโสเท่าไหร่นัก จดหมายถึงบรรณาธิการในหนังสือพิมพ์ของสิงคโปร์กล้าเสี่ยงถูกจับตาเป็นพิเศษด้วยการตีพิมพ์จดหมายที่วิพากษ์รัฐบาลอย่างถึงพริกถึงขิงในเรื่องนี้ มีการรณรงค์คัดค้านเรื่องนี้ในอินเตอร์เน็ทค่อนข้างดุเดือด และมีการล่าลายเซ็นเพื่อต่อต้านการขึ้นเงินเดือนของนายกฯและรัฐมนตรีแล้วอย่างน้อย ๘๐๐ ลายชื่อ นักเขียนสาวคนดังของสิงคโปร์ที่ชื่อ Carolyn Lim ออกโรงอีกครั้งหนึ่งด้วยความเรียงที่เรียกร้องให้ผู้นำสิงคโปร์ให้ความสำคัญกับ เรื่องของจิตใจ มากกว่าแค่เรื่องของ สมอง ซึ่งแปลว่าความลุ่มหลงในวัตถุนิยมอย่างบ้าคลั่งนั้นทำให้อะไร ๆ ในสังคมสิงคโปร์เพี้ยนไปไม่น้อยเลย คุณจะให้คนเป็นนายกฯกับทนายความระดับนำของประเทศมาเปรียบเทียบกันเพียงด้วยเรื่องอัตราเงินเดือนเห็นจะไม่ถูกแล้ว เพราะนั่นเท่ากับเป็นการทำให้เส้นแบ่งระหว่างสองอาชีพนี้มันมัว ๆ ซัว ๆ เสียแล้ว...ทั้ง ๆ ที่สองเรื่องนี้มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง... ถ้าพรรคกิจประชา (Peoples Action Party) ของนายกฯหลี่เสียนหลุงไม่มีเสียงข้างมากเบ็ดเสร็จอย่างทุกวันนี้, เขาไม่กล้าเพิ่มเงินเดือนให้ตัวเองบ้าเลือดอย่างนี้...แล้วบอกให้ประชาชนไปกินแกลบหรอกครับ แม้หลี่เสียนหลงจะถอยมาตั้งหลักด้วยการบอกว่าจะบริจาคเงินเดือนส่วนที่เพิ่มขึ้นให้กับกิจกรรมสาธารณะประโยชน์, แต่ก็ดูเหมือนจะสายเกินการณ์เสียแล้ว คอลัมน์หน้าจะแวะไปดูเว็ปไซท์ของสิงคโปร์เพื่อฟังความเห็นคนที่นั่นว่ายังมีอารมณ์ขันพอที่จะให้ผู้นำกินเงินเดือน สูงบ้าเลือด อย่างนี้หรือเปล่า |
| สุทธิชัย | ||
ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา |
||
|
View All |
||
| งานเปิดตัวหนังสือ " ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา " | ||
บรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา" |
||
|
View All |
||