พิมพ์หน้านี้
|
ถ้าเป็นจริงอย่างที่รองนายกฯโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ทำนายเอาไว้ในที่สาธารณะหลายแห่ง, เศรษฐกิจของประเทศควรจะ ฟื้น ในไตรมาสที่ ๓ คือระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนซึ่งก็คือช่วงก่อนกำหนดการเลือกตั้งที่นายกฯสุรยุทธ์ จุลานนท์ประกาศเอาไว้ว่าน่าจะเป็นวันที่ ๑๖ ธันวาคมหรือไม่ก็ ๒๓ ธันวาคม เงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้อะไรต่อมิอะไรในประเทศเดินหน้าไปโดยไม่สะดุดมากนักก็คือจะต้องไม่มีสิ่งที่เรียกว่า อุบัติเหตุ ทางการเมืองเช่นไม่มีการพูดจาเลอะเทอะเกี่ยวกับ ปฏิวัติซ้ำ หรือ ปฏิวัติซ้อน หรือ ปฏิวัติซ้ำซ้อน ให้เกิดความโกลาหลในแวดวงการเมืองที่ลามไปถึงเศรษฐกิจ และจะต้องไม่มีอุบัติเหตุเกี่ยวกับการทำประชามติว่าด้วยร่างรัฐธรรมนูญจนต้องเปิดทางให้ คมช. ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อปัดฝุ่นรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาแล้วประกาศใช้ (ซึ่งก็จะถูกมองว่าเป็นเผด็จการยิ่งกว่าการยอมรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังร่างกันอยู่) เงื่อนไขที่สำคัญอีกประการหนึ่งเพื่อให้การฟื้นคืนของเศรษฐกิจเป็นไปอย่างไม่มีอุปสรรคมากนักก็คือการแสดงความมุ่งมั่นทางการเมืองหรือ political will ของนายกฯสุรยุทธ์ในการกำหนดทิศทางของเศรษฐกิจของประเทศและเดินหน้าปฏิรูปการเมืองอย่างเอาจริงเอาจัง...โดยเลือกกลัว เปลืองตัว หรือยึดหลักการ รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี อย่างที่เห็นใน ๖ เดือนที่ผ่านมา มาตรการที่รัฐบาลจะต้องประกาศเป็น package ทั้งชุดที่เป็นรูปธรรมเพื่อเป็นยากระตุ้นให้ทุกภาคส่วนได้เกิดความตื่นตัว (ไม่ว่าการเมืองจะผันผวนเพียงใด) จะต้องรวมถึงการลดดอกเบี้ย, ลดภาษี, เดินหน้าโครงการใหญ่ที่เห็นประโยชน์จะแจ้งเช่นโครงสร้างพื้นฐานเช่นรถไฟฟ้าที่ไม่ควรจะรีรอหรือแสดงอาการชักเข้าชักออกอีกแล้ว ที่จะต้องทำอีกเรื่องหนึ่งใน package นี้ก็คือการสร้างความชัดเจนในกฎหมายว่าด้วยอาชีพต่างด้วและประเด็น นอมินี ...ไม่ใช่ทำบนพื้นฐานของความกลัวฝรั่งหรือให้ตีความว่ามีความรู้สึกต่อต้านต่างชาติอย่างไร้เหตุผล แต่ต้องทำบนหลักการของผลประโยชน์ของไทย...และใครก็ตามที่มาร่วมกันสร้างประโยชน์ร่วมกันก็จะต้องได้รับการต้อนรับจากไทย และผลักดันให้การส่งออกเดินหน้าไปอย่างคึกคักซึ่งหมายถึงการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนของค่าเงินบาทในลักษณะที่ได้ดุลยภาพที่เอื้อประโยชน์สำหรับทั้งผู้ส่งออกและผู้นำเข้ากับผู้ผลิตในประเทศด้วย มาตรการของรัฐบาลที่ว่านี้จะต้อง แรงและเร็ว เพราะหาไม่แล้ว, อาการป่วยซึมเศร้าและเครียดของ คนไข้ รายนี้จะไม่หายขาด...เหตุเพราะคนไข้ยังนอนผวากลางคืนเพราะฝันร้ายเห็น อำนาจเก่า มารังควานทั้ง ๆ ที่ตื่นมาตอนเช้าก็รู้ชัดเจนว่า ผีระบอบทักษิณ นั้นยังไง ๆ ก็กลับมาหลอกหลอนไม่ได้...คนไข้จิตไม่นิ่งเพราะหมอยังวินิจฉัยโรคไม่ชัด, และให้ยาไม่ถูกหรือไม่ก็ให้ยาอ่อนไป รองนายกฯโฆสิตบอกว่าในไตรมาส ๓ นี้, เครื่องยนต์ทั้ง ๔ เครื่องจะคึกคักพร้อมกันหมด นั่นคือภาคส่งออก, การลงทุนของรัฐบาล, การลงทุนของเอกชนและการบริโภคของประชาชน แต่การที่ทั้ง ๔ เครื่องยนต์จะทำงานพร้อมกันได้นั้นต้องมี ธงนำ ของรัฐบาลให้เห็นที่ขอบฟ้าข้างหน้า เพราะหาไม่แล้ว, แถวการเดินไปข้างหน้าจะเรรวนและหากระดับนำยังแสดงความสับสนงุนงงหรือมีเรื่องขัดแย้งกันในทิศทางที่จะเดินไปข้างหน้าหรือเป้าหมายร่วมกันยังไม่ชัดเจน, อาการ ร่อแร่ ของเศรษฐกิจที่ผู้คนประหวั่นพรั่นพรึงกันในยามนี้ก็จะทรุดหนักลงไปอีก คนไข้อาการผีเข้าผีออกอย่างนี้, หากหมอไม่วินิจฉัยโรคให้ละเอียดชัดเจน, และให้ยาอ่อนเกินไป, ก็อาจจะเข้าขั้นโคม่าได้ หมอใหญ่เองป่วยเข้าโรงพยาบาลซ่อมสุขภาพมาแล้ว คงจะรู้ว่าต้องทำอะไรกับคนไข้ของตัวเองแล้วกระมัง (หรือคุณว่า คนไข้ คนนี้จะหายป่วยได้เอง? เข้ามาร่วมแสดงความเห็นใน blog ส่วนตัวของผมที่ www.oknation.net/blog/black ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง) |
| สุทธิชัย | ||
ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา |
||
|
View All |
||
| งานเปิดตัวหนังสือ " ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา " | ||
บรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา" |
||
|
View All |
||