พิมพ์หน้านี้
|
มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารให้ (ที) ไอทีวีกลายเป็น สถานีโทรทัศน์สาธารณะ โดยไม่มีการโฆษณาและให้เก็บภาษีสรรพสามิตพิเศษเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารเป็นก้าวเล็ก ๆ ในทิศทางที่ถูกต้อง...แต่ยังจะเรียกว่าเป็นการ ปฏิรูปสื่อเพื่อสาธารณะ ไม่ได้ เพราะรายละเอียดที่จะทำให้สถานีโทรทัศน์แห่งนี้ปลอดจากอิทธิพลการเมืองและกลุ่มทุนยังต้องไปนั่งเขียนเป็นกฎหมายให้เกิดผลทางปฏิบัติอย่างจริงจัง อีกทั้งยังเป็นเพียงแค่ หนึ่งในหลาย ๆ ความริเริ่ม ที่จะต้องทำเพื่อให้ประชาชนคนไทยสามารถใช้คลื่นความถี่ที่เป็นของสาธารณชนนั้นเอาไปทำให้เป็นสื่อที่อิสระ, มีมาตรฐานวิชาชีพและรับใช้ความต้องการด้านข่าวสารและสาระของประชาชนได้อย่างแท้จริง มติของคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าสำหรับไอทีวีที่แปลงร่างชั่วคราวเป็นทีไอทีวีและไปอยู่ภายใต้การควบคุมของกรมประชาสัมพันธ์ที่จะต้องหาทางออกไม่ให้ตัวเองต้องแบกภาระหนักหน่วงเกินไปและเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องทำอะไรที่ไม่ถูกต้องด้วยกฎหมายอีกด้วย แต่คณะรัฐมนตรีไม่มีคำตอบว่าจะทำอย่างไรกับช่อง ๑๑ และจะทำอะไรกับคลื่นความถี่ UHF อีกช่องหนึ่งที่ควรจะนำออกมารับใช้ความต้องการข่าวสารของประชาชนแทนที่จะปล่อยให้นักการเมือง, ข้าราชการประจำหรือนักธุรกิจที่หากินกับสมบัติของประชาชนเหล่านี้เมื่อการเมืองกลับไปสู่วงจร สมบัติผลัดกันชม อีกครั้งหนึ่ง ทีวีสาธารณะหรือ public service broadcasting station กับ ทีวีเสรีเอกชน ย่อมไม่เหมือนกันทั้งในรูปแบบการบริหาร, ที่มาของรายได้, วิธีการนำเสนอข่าวสารและความเห็น แต่ทั้งสองจะเหมือนกันตรงที่ว่ากติกาพื้นฐานคือการที่จะปลอดจากการควบคุมดูแลของรัฐบาลและจะไม่ถูกนักการเมืองหรือข้าราชการประจำใช้อิทธิพลของตนให้เนื้อหาหรือแนวทางการนำเสนอข่าวเพื่อประโยชน์ของผู้อยู่ในอำนาจ ทีวีสาธารณะไม่มีโฆษณา, ทีวีเสรีสามารถมีโฆษณาได้แต่ต้องรักษาสัดส่วนเนื้อหาสาระไว้ที่ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ทีวีสาธารณะกับทีวีเสรีจะเหมือนกันตรงที่จะต้องกล้าวิเคราะห์วิจารณ์และเจาะลึกลงไปถึงประเด็นปัญหาของบ้านเมืองอย่างลุ่มลึกและต่อเนื่อง, ไม่ว่ารัฐบาลหรือฝ่ายค้านหรือฝ่ายใดจะชอบหรือไม่ชอบที่มีการสืบเสาะเนื้อหาเรื่องราวที่เกี่ยวกับความเป็นไปของสังคม แปลว่าจะต้องมีกฎหมายและกติกาในรายละเอียดที่ปกป้องเสรีภาพแห่งการประกอบอาชีพด้านสื่อมวลชนอย่างชัดเจน แปลว่าจะต้องเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตรายการมืออาชีพไม่ว่าจะใหญ่จะเล็ก, ไม่ว่าจะเก๋าจะใหม่, ได้มีโอกาสในการผลิตเนื้อหามานำเสนอหน้าจออย่างจริงจัง แปลว่าจะต้องมีการเปิดกว้างให้รายการที่ทีวีพาณิชย์ช่องต่าง ๆ ไม่ยอมให้โอกาสเพราะไม่สอดคล้องกับรสนิยมของเจ้าของสถานีหรือเพราะไม่สร้าง ratings ที่จะหาโฆษณาราคาแพงจากสินค้าต่าง ๆ ได้ การปฏิรูปสื่ออย่างแท้จริงจะต้องรวมถึงการวางกฎเกณฑ์กติกาที่เปิดกว้างสำหรับวิทยุและโทรทัศน์ชุมชนที่เรียกว่า community TV and radio channels เพื่อเปิดเวทีให้กับประชาชนอย่างจริงจัง และต้องระวังไม่ให้กลุ่มการเมืองและกลุ่มทุนเข้าไปฮุบสื่อท้องถิ่นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือของตัวเองอย่างที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ในหลายพื้นที่ อีกทั้งการปฏิรูปที่เป็นรูปธรรมจริง ๆ จะต้องไม่ลืมว่าบทบาทของภาคประชาสังคมจะต้องมาก่อนรัฐบาลอย่างแน่นอน ที่น่าเป็นห่วงคือนายกฯสุรยุทธ์จะทำเพียงแค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าของไอทีวีเท่านั้น? (คุณอยากเห็นทีวีแบบไหน? เข้ามาร่วมแสดงความเห็นใน blog ของผมที่ www.oknation.net/blog/black ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง) |
| ในสนามข่าวเราคือตัวจริง | ||
ประมวลภาพงานเปิดตัว "ในสนามข่าวเราคือตัวจริง" |
||
|
View All |
||
| ชมสัมภาษณ์พิเศษเตช บุนนาค ก่อนลาออกเพียง 1 วัน | ||
คืนนี้ 5 ทุ่ม ทางช่อง 9 อย่าพลาดชม "ชีพจรโลกกับสุทธิชัย หยุ่น" ชมผมสัมภาษณ์ รมต. ต่างประเทส เตช บุนนาต ก่อนลาออกเพียง 1 วัน ...หลายเรื่องที่ไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน |
||
|
View All |
||
| << | เมษายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||