พิมพ์หน้านี้
|
ใครที่กำลังฟูมฟายอยู่ว่าถ้าหากสถานีโทรทัศน์สาธารณะ (public service หรือใครที่ดูถูกว่าคนทำทีวีเมืองไทยไม่มีทางจะประกาศอิสรภาพจากการเมืองและกลุ่มทุนได้ กรุณาเปิดใจให้กว้างและถามคนดูทีวีว่าเขาต้องการสถานีโทรทัศน์ที่มีเสรีภาพในการทำงานอย่างจริงจัง มีจุดประสงค์เพียงอย่างเดียวนั่นคือการรับใช้ความต้องการรับรู้ข่าวสารอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ คนทำทีวีที่ออกมาโวยวายว่าไม่ควรจะให้ทีไอทีวีกลายเป็นทีวีสาธารณะ และควรจะให้ช่อง ๑๑ เป็นอย่างนั้นเพราะ ไม่มีโฆษณา อยู่แล้วนั้นกำลังสับสนกับความเป็นจริงอย่างยิ่ง ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าทีไอทีวีจะเป็นสถานีโทรทัศน์อะไร เพราะความจริงไอทีวีตายไปแล้ว, และทีไอทีวีเป็นเพียงร่างทรงชั่วคราวขณะที่รัฐบาลไม่รู้จะทำอย่างไรกับพนักงานที่เรียกร้องไม่ให้จอมืดเท่านั้น...แต่ความจริงทางธุรกิจและการเมืองก็คือทีไอทีวีไม่ได้มีสถานภาพอะไรอีกต่อไปแล้ว ความหมายของคณะรัฐมนตรีจริง ๆ นั้นก็คือการเอาคลื่นความถี่ UHF นั้นมารับใช้สังคมไทยเสียใหม่หลังจากที่พลาดท่าพลาดทางปล่อยให้ตระกูลชินวัตรใช้เงินซื้อไปเป็นธุรกิจส่วนตัวและขายให้สิงคโปร์ไป คราวนี้ตั้งหลักใหม่ให้ชัดเจน นั่นคือเอาคลื่นความถี่นั้นมาทำให้เป็นทีวีสาธารณะที่ปลอดจากอิทธิพลทางการเมืองและทุน...แบบที่ประเทศอังกฤษมีบีบีซีและญี่ปุ่นมีเอ็นเอชเค ที่ผมต้องย้ำอีกครั้งว่ารูปแบบของบีบีซีและเอ็นเอชเคคือทีวีที่เป็นอิสระจากอำนาจการเมืองและการวัด ratings แบบการพาณิชย์เต็มลูกสูบ (โดยไม่สนใจคุณภาพและการรับใช้ความต้องการายการสาระของประชาชน) เป็นแนวทางที่ถูกต้องเพราะได้พิสูจน์กันด้วยกาลเวลาว่าเป็นที่ต้องการของสังคมที่มีปัญญาและต้องการตรวจสอบการทำงานของผู้มีอำนาจอย่างมืออาชีพของคนทำสื่อ รัฐมนตรีคลังฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์พูดถูกที่ว่าควรจะต้องมีการดำเนินการตั้งสถานีโทรทัศน์แห่งใหม่ขึ้นมาดำเนินการแทนทีไอทีวี รวมทั้งพนักงานก็ต้องมีการเปิดกว้าง..และการรับสมัครคนใหม่ก็ไม่ใช่เจาะจงเอาแต่พนักงานชุดเดิมมาดำเนินการ...ซึ่งแน่นอนว่าพนักงานชุดเดิมก็สามารถมาสมัครเข้าทำงานในสถานีโทรทัศน์แห่งใหม่นี้ได้ด้วยการแข่งขันกับมืออาชีพคนอื่น ๆ เหมือนกัน รัฐมนตรีคลังบอกว่าปกติการเก็บภาษีต้องนำเงินเข้าสู่ระบบงบประมาณ ยกเว้นกรณีพิเศษซึ่งกรณีการเก็บภาษีเพื่อนำไปใช้ในทีวีสาธารณะนั้น อยู่ในวิสัย เพราะช่วยถ่วงดุลสังคมให้ดีขึ้น ความเข้าใจของรัฐมนตรีคลังอย่างนี้ถูกต้อง เพราะหากการทำสื่อเสรีเพื่อเป็นดุลถ่วงให้สังคมดีขึ้น, มีคุณภาพมากขึ้น, มีข้อมูลข่าวสารอย่างลุ่มลึกมากขึ้น, ส่งเสริมให้ประชาชนตั้งคำถามผู้มีอำนาจอย่างตรงไปตรงมาได้...นั่นแหละคือวิธีการใช้ภาษีประชาชนที่ถูกต้องและคุ้มค่าที่สุด ประวัติศาสตร์ของไทยพิสูจน์แล้วไม่ใช่หรือว่าสถานีโทรทัศน์ที่ต้องพึ่งพารายได้จากธุรกิจมีจุดอ่อนอย่างสำคัญอยู่ตรงที่ว่าสามารถตกอยู่ใต้อิทธิพลทางการเมืองของรัฐบาลได้เพราะรัฐบาลสามารถกดดันนักธุรกิจให้สนับสนุนสื่อที่ตนชอบและไม่ให้สนับสนุนสื่อที่รัฐบาลไม่พึงใจ เห็นกันมานักต่อนักแล้ว, ไฉนเมื่อมีการเปิดโอกาสให้คนทำสื่อมืออาชีพและคนดีคนเก่งสามารถแสดงความสามารถอย่างเป็นอิสระแล้ว, จึงมีคนกลุ่มหนึ่งออกมาแสดงความไร้ความสำนึกต่อหน้าที่ของตนเองได้เพียงนี้? ถ้าทักษิณยังอยู่, จะไม่มีทางที่เมืองไทยจะได้เห็นการเกิดของ ทีวีสาธารณะ แน่นอนพันเปอร์เซ็นต์ ดังนั้น, ท่านกำลังร่ำไห้กับการจากไปของอะไร? และท่านกำลังต่อต้านการก่อเกิดของทีวีสาธารณะด้วยเหตุผลอันใด? |
| ในสนามข่าวเราคือตัวจริง | ||
ประมวลภาพงานเปิดตัว "ในสนามข่าวเราคือตัวจริง" |
||
|
View All |
||
| จับชีพจรโลก 16 พฤษภาคม 2551 | ||
ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน และร้ายแรง แต่มักจะถูกกลืนหายไปอย่างรวดเร็ว |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||