• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 882
  • จำนวนผู้ชม : 1268643
  • จำนวนผู้โหวต : 4670
  • ส่ง msg :
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/black
วันพุธ ที่ 2 พฤษภาคม 2550
คนค้านทีวีสาธารณะกลัวอะไรหรือ?
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 584 , 06:56:47 น.   | หมวดหมู่ : คิดนอกกรอบ  
พิมพ์หน้านี้


ใครที่กำลังฟูมฟายอยู่ว่าถ้าหากสถานีโทรทัศน์สาธารณะ (public service
broadcasting station) ที่จะก่อตั้งขึ้นมาครั้งแรกในประเทศไทยไม่มีโฆษณาแล้วจะต้องเจ๊ง

หรือใครที่ดูถูกว่าคนทำทีวีเมืองไทยไม่มีทางจะประกาศอิสรภาพจากการเมืองและกลุ่มทุนได้

กรุณาเปิดใจให้กว้างและถามคนดูทีวีว่าเขาต้องการสถานีโทรทัศน์ที่มีเสรีภาพในการทำงานอย่างจริงจัง มีจุดประสงค์เพียงอย่างเดียวนั่นคือการรับใช้ความต้องการรับรู้ข่าวสารอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่

คนทำทีวีที่ออกมาโวยวายว่าไม่ควรจะให้ทีไอทีวีกลายเป็นทีวีสาธารณะ และควรจะให้ช่อง ๑๑ เป็นอย่างนั้นเพราะ “ไม่มีโฆษณา” อยู่แล้วนั้นกำลังสับสนกับความเป็นจริงอย่างยิ่ง

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าทีไอทีวีจะเป็นสถานีโทรทัศน์อะไร เพราะความจริงไอทีวีตายไปแล้ว, และทีไอทีวีเป็นเพียงร่างทรงชั่วคราวขณะที่รัฐบาลไม่รู้จะทำอย่างไรกับพนักงานที่เรียกร้องไม่ให้จอมืดเท่านั้น...แต่ความจริงทางธุรกิจและการเมืองก็คือทีไอทีวีไม่ได้มีสถานภาพอะไรอีกต่อไปแล้ว

ความหมายของคณะรัฐมนตรีจริง ๆ นั้นก็คือการเอาคลื่นความถี่ UHF นั้นมารับใช้สังคมไทยเสียใหม่หลังจากที่พลาดท่าพลาดทางปล่อยให้ตระกูลชินวัตรใช้เงินซื้อไปเป็นธุรกิจส่วนตัวและขายให้สิงคโปร์ไป

คราวนี้ตั้งหลักใหม่ให้ชัดเจน นั่นคือเอาคลื่นความถี่นั้นมาทำให้เป็นทีวีสาธารณะที่ปลอดจากอิทธิพลทางการเมืองและทุน...แบบที่ประเทศอังกฤษมีบีบีซีและญี่ปุ่นมีเอ็นเอชเค

ที่ผมต้องย้ำอีกครั้งว่ารูปแบบของบีบีซีและเอ็นเอชเคคือทีวีที่เป็นอิสระจากอำนาจการเมืองและการวัด ratings แบบการพาณิชย์เต็มลูกสูบ (โดยไม่สนใจคุณภาพและการรับใช้ความต้องการายการสาระของประชาชน) เป็นแนวทางที่ถูกต้องเพราะได้พิสูจน์กันด้วยกาลเวลาว่าเป็นที่ต้องการของสังคมที่มีปัญญาและต้องการตรวจสอบการทำงานของผู้มีอำนาจอย่างมืออาชีพของคนทำสื่อ

รัฐมนตรีคลังฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์พูดถูกที่ว่าควรจะต้องมีการดำเนินการตั้งสถานีโทรทัศน์แห่งใหม่ขึ้นมาดำเนินการแทนทีไอทีวี  รวมทั้งพนักงานก็ต้องมีการเปิดกว้าง..และการรับสมัครคนใหม่ก็ไม่ใช่เจาะจงเอาแต่พนักงานชุดเดิมมาดำเนินการ...ซึ่งแน่นอนว่าพนักงานชุดเดิมก็สามารถมาสมัครเข้าทำงานในสถานีโทรทัศน์แห่งใหม่นี้ได้ด้วยการแข่งขันกับมืออาชีพคนอื่น ๆ เหมือนกัน

รัฐมนตรีคลังบอกว่าปกติการเก็บภาษีต้องนำเงินเข้าสู่ระบบงบประมาณ ยกเว้นกรณีพิเศษซึ่งกรณีการเก็บภาษีเพื่อนำไปใช้ในทีวีสาธารณะนั้น “อยู่ในวิสัย” เพราะช่วยถ่วงดุลสังคมให้ดีขึ้น

ความเข้าใจของรัฐมนตรีคลังอย่างนี้ถูกต้อง เพราะหากการทำสื่อเสรีเพื่อเป็นดุลถ่วงให้สังคมดีขึ้น, มีคุณภาพมากขึ้น, มีข้อมูลข่าวสารอย่างลุ่มลึกมากขึ้น, ส่งเสริมให้ประชาชนตั้งคำถามผู้มีอำนาจอย่างตรงไปตรงมาได้...นั่นแหละคือวิธีการใช้ภาษีประชาชนที่ถูกต้องและคุ้มค่าที่สุด

ประวัติศาสตร์ของไทยพิสูจน์แล้วไม่ใช่หรือว่าสถานีโทรทัศน์ที่ต้องพึ่งพารายได้จากธุรกิจมีจุดอ่อนอย่างสำคัญอยู่ตรงที่ว่าสามารถตกอยู่ใต้อิทธิพลทางการเมืองของรัฐบาลได้เพราะรัฐบาลสามารถกดดันนักธุรกิจให้สนับสนุนสื่อที่ตนชอบและไม่ให้สนับสนุนสื่อที่รัฐบาลไม่พึงใจ

เห็นกันมานักต่อนักแล้ว, ไฉนเมื่อมีการเปิดโอกาสให้คนทำสื่อมืออาชีพและคนดีคนเก่งสามารถแสดงความสามารถอย่างเป็นอิสระแล้ว, จึงมีคนกลุ่มหนึ่งออกมาแสดงความไร้ความสำนึกต่อหน้าที่ของตนเองได้เพียงนี้?

ถ้าทักษิณยังอยู่, จะไม่มีทางที่เมืองไทยจะได้เห็นการเกิดของ “ทีวีสาธารณะ” แน่นอนพันเปอร์เซ็นต์

ดังนั้น, ท่านกำลังร่ำไห้กับการจากไปของอะไร? และท่านกำลังต่อต้านการก่อเกิดของทีวีสาธารณะด้วยเหตุผลอันใด?


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7
Chaiyon วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 16.47 น.
http://www.oknation.net/blog/Akemongkol

ผมในฐานะที่เป็นประชาชนคนหนึ่งผมอยากเห็นจริงๆ ครับ ผมก็เชื่อว่าทำได้ เมืองไทยคนเก่งๆ ดีๆ ตั้งใจทำงานมีเยอะครับแต่เขาเหล่านั้นยังไม่มีโอกาส เพราะทุกคนคิดแต่ผลประโยชน์ส่วนตน ส่วนกลุ่มและพวกพ้องถึงต้องมีปัญหาเช่นทุกวันนี้ ประเทศอื่นเขาทำได้ทำไมเมืองไทยจะทำไม่ได้ เงินผมว่าไม่ใช้ปัจจัยสำคัญที่สุด สำคัญว่าองค์กรนี้ต้องเป็นองค์กรสาธารณะจริงๆ มีคณะบุคคลที่บริหารที่ประชนเคารพเชื่อถือมาเป็นผู้ดูแล โปรงใส ในทุกเรื่อง รายได้จะบวกเพิ่มในเงินภาษี หรือจัดเก็บจากภาษีสาธารณะต่างๆ เช่น ภาษีหวย ภาษีเหล้า ไฟฟ้า ประปา จะเอาเท่าไหร่ ว่าแต่ว่าอำนาจนักการเมืองจะเข้าไปครอบงำเท่านั้นแหละ ตรงนี้แหละที่คนไทยไม่ไว้วางใจ
ความคิดเห็นที่ 6
Wit วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 16.01 น.

อ่านบทความนี้แล้วก็ทำให้ได้คิดในมุมที่กว้างมากขึ้น ลึกซึ้งขึ้น...แต่กระนั้นก็เถอะโดยส่วนตัวแล้ว ไม่คิดว่า "เรา" (ประเทศไทย) จะสามารถผลักดัน ทีวีสาธารณะให้มีเหมือนอย่างที่คิดไว้ได้ แต่ถ้าแค่ว่าได้มีทีวีสาธารณะแล้วก็ผมเชื่อว่าได้แน่นอน...เพราะสาเหตุหลายประการด้วยกัน คือ 1.รัฐบาลชุดนี้กำลังจะหมดวาระ ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่ใช่รัฐมนตรีชุดเดิมที่จะมาดูแลหลังมีการเลือกตั้ง ดังนั้นบทเรียนที่ผ่านสอนให้เรารู้ว่า..เมื่อมีรัฐบาลใหม่อะไรที่เคยทำไว้ในรัฐบาลเก่ามักถูกปล่อยปะละเลยหรือทำแบบเอาหูไปนาเอาตาไปไร่...หรือเมื่อมองอีกมุมหนึ่งหากรัฐบาลที่มาใหม่มีความคล้ายรัฐบาลของ พ.ต.ท......... ใครจะไปรู้ว่าจะมีการทำด้วยวิธีสารพัดเพื่อให้ได้มาซึ่งการแทรกแทรงและครอบงำ(สื่อ)
2.กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆที่เราเคยมีมาในอดีตแสดงให้เห็นอยู่หลายครั้งว่า ประเทศไทยมีกฎ ระเบียบหลายอย่างที่ดี อาจจะดีมากด้วยซ้ำ แต่ปฏิบัติจริงไม่ได้ ดังนั้นการที่
3. ปัจจุบันนี้สังคมต้องการบริโภคข่าวสารมากขึ้น(จริง) แต่ผู้ทำวิชาชีพสื่อ มีมากน้อยแค่ไหนที่ทำเนื้อหารายการโดยยึดเพียงหลักเพื่อความรู้ของผู้ชมเพียงอย่างเดียว...ผมว่าน้อยถึงน้อยมาก...เพราะทุกอย่างมีค่าใช้จ่าย ดังนั้นรายการไม่ว่าจะเป็นฟรีทีวีหรือเคเบิ้ลทั้งหลายยังต้องการ รายได้จากโฆษณา(บ้าง) ธรรมชาติของคนถ้ารู้ว่ามีของตาย(จากรัฐ) เชื่อว่าในท้ายที่สุดคงเป็นเหมือนข้าราชการ..หลายๆคนที่ทำงานเพื่อรอวันเกษียณ หรือ รอเงื่อนไขพิเศษสำหรับการเกษียณก่อนกำหนด ผมไม่เคยดู BBC แต่เชื่อว่าคงจะเป็นสถานีฯที่ดีมาก..เพราะมีคนมากมายอ้างถึง แต่การที่เรามุ่งประเด็นไปที่ว่า ดูจาก BBCเป็นตัวอย่าง แล้วมาใช้กับเมืองไทยนี่ ต้องคิดหนักครับ
จึงมีคำถามว่าแล้วที่ฟรีทีวีที่มีอยู่ทุกวันนี้ ทำหน้าที่ตัวเองได้ดีมากน้อยแค่ไหน บางช่องมีการผูกขาดสัญญา เช่าทีละ 30-40ปี หมดแล้วก็ต่อ ต่อแล้วก็ขยายสัญญา ที่สำคัญคือเนื้อหารายการในช่องฟรีทีวีเหล่านี้ มุ่งเน้นในการขายบันเทิง(หรือไม่)มากกว่าจะช่วย จรรโลงสังคม แม้แต่ทีไอทีวีเองก็เถอะ ผมเชื่อว่ามีผู้ชมมากมายมีความกังขาในการดำเนินงาน ในสมัยที่กลุ่มชินหุ้นใหญ่ รายการบันเทิง ละครเต็มไปหมด สุดท้ายเมื่อกระสมลมเปลี่ยนทาง จึงเป็นอย่างที่เห็น แล้ว....คนตาดำๆอย่างพวกเราจะได้อะไรจากทีวีเสรี คำตอบ.....ส่วนผสมของความล่มสลายระหว่างกลุ่มชินและสาระ+บันเทิงตามประสาคนไทย
แล้ว....คนตาดำๆอย่างพวกเราจะได้อะไรจากทีวีสาธารณะ คำตอบ...วิมานในอากาศเหมือน โฮปเวล...อนุสรณ์แห่งความล้มเหลวของระบบบริหารประเทศ ที่ชื่อว่าเมืองไทย
ความคิดเห็นที่ 5
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 07/05/2007 เวลา : 07.25 น.
http://www.oknation.net/blog/whitaker

อย่าคิดเอาตัวเองไปเทียบประเทศที่เจริญแล้วเลย BBC NHK น่ะ ดูรายการคืนก่อนเรื่องสมบัติสาธารณะเช่นตู้โทรศัพท์ในเขตปริมณฑล แล้วเศร้าใจ ยังกับอัฟริกาแน่ะ ทั้งทำลาย งัดแงะ แปะโฆษณา ขโมย ทิ้งขยะ สารพัดจะทำ แล้วยังพวกชอบแอบทำ พ่นสีสเปรย์ "โนปิค่ำ" ยังกับคนอยากรู้ว่า สถาบันไหนล้มเหลวในการให้การศึกษาอบรมแน่ะ
ครับ คนดูอยากดูรายการคุณภาพ แต่ไม่ยอมจ่าย เพราะคำว่า"สาธารณะ"คือ ฟรี ส่วนคนทำก็อยากได้ตังค์เยอะๆ(ระบบนิยมทุนน่ะ) จะเจอกันได้ต้องหลอกกันเท่านั้น
เห็นด้วยกับค.ห.ที่3ครับ ชอบคิดเพ้อฝันชงโปรเจ็ตท์ใหม่ๆ
ความคิดเห็นที่ 4
ชานบ้านชานเมือง วันที่ : 04/05/2007 เวลา : 12.25 น.
http://www.oknation.net/blog/threenation

วันศุกร์ ที่ 4 พฤษภาคม 2550
หากมีกองทุนพัฒนา Blog ก็จะทำให้เกิดสาขาในการพัฒนาสื่อของ Nation
Posted by ชานบ้านชานเมือง , ผู้อ่าน : 9 , 07:59:02 น. | หมวดหมู่ : รัฐธรรมนูญ www.yoh4.com เครือข่ายผูกพัน ข่าวสาร ความในใจ

กองทุนพัฒนา blog อันนี้เป็นกองทุนการรับบริจาคจากสมาชิก เพื่อพัฒนาสังคมสาธารณะ อันนี้ผมตีความตรงๆ เลย

ผมเองอยากให้เพื่อนๆ และชาว Nation หันมาให้ความสำคัญกันในการสร้างองค์กรอิสระนอกรัฐธรรมนูญกัน เพื่อพลักดันให้เกิดองค์กรอิสระในรัฐธรรมนูญให้ได้ นั้นคือ องค์กรอิสระภาคประชาชน

โดยมีหลักการในการจัดการคือ สร้างสาขาอาชีพต่างๆ และหน่วยต่างๆ ให้มีการรวมกลุ่มกัน และช่วยกันพัฒนา ดูแลเอาใจใส่กันและกันได้อย่างทั่วถึง โดยที่รัฐจะไม่เหลี่ยวแล หรือจะเหลี่ยวแล ก็ต้องปล่อยท่านเหล่านั้นไป (กรรมมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ)

เนื้อหาสาระสำคัญคือ การพัฒนาองค์กรอิสระตามหมวดที่ว่า

องค์กรอิสระภาครัฐ ที่เกิดจากการพึ่งตนเองได้ของรัฐ หรือเป็นองค์กรที่ต้องการความเป็นอิสระ นอกเหนือจากองค์กรศาล โดยองค์กรอิสระภาครัฐนี้ ควรมีกระบวนการไต่สวน การสืบสวน หรือการรวบรวมพยานหลักฐาน แทนการใช้คนบองราชการหน่วยงานอื่น เช่นกรรมการการเลือกตั้ง ที่ไม่เคยทำงานเอง ได้แต่โฆษณา ปัจจุบันก็ยังทำงานแบบนั้นเรื่อยไป เป็นนายช้างบนหลังช้างที่ไม่กล้าออกรบ และไม่มีไพร่พลของตัวเองเลย นอกจากยืมมือคนอื่นทำงานให้เท่านั้น

องค์กรอิสระภาคการเมือง ควรมีองค์กรอิสระที่มารับผิดชอบในการจัดการพรรคการเมือง นักการเมือง ให้มีบทบาทในการประกอบกิจกรรมทางการเมือง กิจกรรมทางการเมืองต่างๆ ต้องมีระยะเวลาชัดเจนที่ส่งผลให้สมาชิกภาพทางการเมืองเกิดขึ้นรองรับสิทธิการรับเลือกตั้ง ไม่ใช่อยากลงสมัครก็ลงได้ ไม่ต้องทำอะไร ออกราชการ ไม่ได้ หรือหมดสมัยก็กลับมารับราชการ หรือกินเงินบำนาญ ฉลองเงินบำเน็ญ ต่อด้วยเงินฉอราษฎร์บังหลวงกันต่อ แบบนี้แย่


--------------------------------------------------------------------------------
ประเด็นนี้จะทำให้ไม่มีข้อจำกัดในการเป็นข้าราชการว่าห้ามยุ่งเกี่ยวทางการเมือง แต่ทำให้เขาสามารถแสดงบทบาททางการเมืองได้เด่นชัด ทำงานทางการเมือง 2 ปี หรือไม่ควรน้อยกว่า 2 ปี มีกิจกรรมในการรณรงค์ด้านประชาธิปไตย การทำกิจกรรมเพื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งอันอยู่ในขอบข่ายของกิจกรรมทางการเมืองอย่างแท้จริง โดยสามารถรวมกลุ่มกันตั้งพรรคการเมืองเพื่อท้องถิ่น หรือเพื่อตัวผู้สมัครเองได้ โดยมีประเภทของพรรคการเมืองให้ชัดเจน และทำให้การควบคุมการขยายตัวของพรรคการเมืองเป็นไปในทิศทางที่ไม่มุ่งเน้นการซื้อสิทธิ์ขายเสียง หรือหลอกลวงกันทางการเมืองได้ อันนี้ ควรมีองค์กรอิสระภารรัฐเป็นผู้ควบคุมกำกับดูแล

องค์กรอิสระภาคประชาชน ควรมีการสนับสนุนจากรัฐ เพื่อจัดการให้ประชาชนพึ่งตนเองได้ และปลดพันธนาการทางการเมืองออก ทำให้เกิดเสรีภาพทางความคิด และการใช้เหตุผลมากขึ้น โดยมีกิจกรรมของประชาชนเป็นตัวขับเคลือน สร้างกลไกลสร้างเครือข่ายในการพัฒนาองค์กรอิสระภาคประชาชน โดยมีแผนแม่บทในการพัฒนาชาติที่เรียกว่า "แนวทางนโยบายแห่งชาติ"

เพื่อนๆ ครับ นี่เป็นแนวทางนะครับ แต่สิ่งที่อยากให้ช่วยกันคือ การพลักดัน Blog นี้ให้เป็นองค์กรอิสระภาคประชาชน ประเภทสื่อมวลชนสาธารณะ อยากให้เป็นเช่นนั้น มีการรวมกองทุนกัน มีการรับบริจาค มีการแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนา Blog ให้เป็นระบบสาธารณะ และยังมีการจัดอบรมในการพัฒนาสือได้ ทำให้การรายงานข่าวก็ดี การบรรยายวิชาการ หรือการให้ความรู้ด้านต่างๆ ตลอดจนเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์เป็นระบบ และมีความเป็นกลางแบบมีความยุติธรรม ไม่ใช่แบบเชียร์ใครก็เชียร์ อันนี้ทำให้บ้านเมืองล่มจมได้



แสดงความคิดเห็น

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
ท่าน้ำนนท์ วันที่ : 04/05/2007 เวลา : 10.06 น.
http://www.oknation.net/blog/sup
ip : 202.133.135.235


..เห็นด้วยครับ..
--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 2
Bobby วันที่ : 04/05/2007 เวลา : 09.07 น.
http://www.oknation.net/blog/ipradio
ip : 10.10.9.109/124.121.140.78


เห็นด้วยนะครับในเรื่องการผลักดันให้ Blog เป็นสื่อสาธารณะ ที่มีบทบาทต่อการพัฒนาประเทศ
เงินเนี่ยไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาก็คือว่า เมื่อได้เงินไปแล้วจะนำเงินนั้นไปใช้อย่างถูกต้องเหมาะสมมไหม
ไม่นำเงินไปใช้ผิดประเภท มีการบริหารอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ไหม
.
หลายๆ โครงการตอนเริ่มต้นก็ดีนะครับ แต่สักพัก เมื่อเงินกองทุนมีจำนวนมหาศาล เหล่ากรรมการก็หาเรื่องใช้เงินแบบตรัสรู้เอง
.
หาเรื่องเอาเงินเข้ากระเป๋าตนเอง หรือเอาไปทำอะไรที่ไม่ใช่วัตถุประสงค์ของกองทุน หรือปล่อยให้อำนาจอื่นๆ เข้ามาแทรกแซง มันก็จบเห่
.
อย่างไรก็ดี ขอดูร่างวัตถุประสงค์ พันธกิจ กรรมการบริหารกองทุน ถ้าดูแล้วน่าเชื่อถือ แล้วจะขอสนับสนุนด้วยคน!!
--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 1
thesaint วันที่ : 04/05/2007 เวลา : 08.55 น.
http://www.oknation.net/blog/thesaint
ip : 10.2.5.1/203.154.97.50




-----ที่ผ่านมาเราเรียกร้องกันในเรื่องของสื่อสาธารณะที่จะเป็นของประชาชน คราวนี้มาเป็นเรื่องบล็อคสาธารณะบ้าง เห็นด้วยที่เราจะมาช่วยกันต่อยอดในเรื่องนี้ครับ ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ---------

ความคิดเห็นที่ 3
นายหมอดี(แท้) วันที่ : 02/05/2007 เวลา : 08.58 น.
http://www.oknation.net/blog/NARKA

ไม่เคยคัดค้านในทีวีสาธารณะ
แต่คัดค้าน นโยบายสาธารณะ
ด้านทางเลือกสาธารณะ และการแปรกิจกรรมรัฐเป็นเอกชน
ที่คัดค้าน คัดค้านตรงนโยบายนี้
เมื่อเราก้าวไปสู่ทีวีเสรีแล้ว ใยต้องหันมาเป็นทีวีสาธารณะ
ในนิยามของทีวีสาธารณะ คือ
ถ้าเป็นของเอกชน เรียกเป็นทีวีเสรี
ถ้าเป็นของประชาชน เรียกเป็น ทีวีสาธารณะ
ในเพลงชาติ จะมีเนื้อเพลงที่กล่าวถึง"ประชารัฐ"
คือประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ
แต่ ตั้งแต่ พ.ศ.2475 เป็นต้นมา 75ปี ไม่เคยเห็นประชาชนเป็นเจ้าของประเทศเป็นรูปธรรมเลย
ทีวีสาธารณะของอังกฤษเป็นของประชาชน แต่ก็ต้องแปรรูปมีบริษัทฯลูกเกิดขึ้น มันคืออะไร มันก็คือการแข่งขัน ถ้าคุณใช้เงินภาษีของประชาชนมาดำเนินการ ถูกควบคุมโดยประชาชนร้อยพ่อพันแม่ ใหม่ๆอาจจะดี แต่นานไปก็จะไปไม่ไหว ดังนั้นอังกฤษจึงต้องแปรรูปให้มีบริษัทฯลูก นั่นคือคำตอบว่าท้ายสุด ทีวีสาธารณะที่มีประชาชนเป็นเจ้าของ ก็อยู่ไม่ได้นานในโลกของทุนนิยม จะต้องถูกเอกชนเข้ามาเทคโอเวอร์ในที่สุด
นี่คือข้อมูลที่ภาครัฐจะต้องไคร่ครวญอย่างลึกซึ้ง จึงจะไม่เกิดกรณี
"ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ" ฮา
ความคิดเห็นที่ 2
เจ้าโง่น้อย วันที่ : 02/05/2007 เวลา : 08.05 น.
http://www.oknation.net/blog/gphilosophy

ผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใครจริงๆ ตอนที่เทมาเส็กเข้ามาไม่เห็นชาวไอทีวีเรียกร้อง หรือออกมากล่าวตอบโต้ว่าเกิดการแทรกแซงสื่อ หรือผู้จัด ผู้ถือหุ้นอะไรก็ไม่เห็นมีใครออกมาโวยวายสักคน พอรัฐต้องการจะทำสื่อเสรี ทำทีวีสาธารณะขึ้นมา กลับกลายเป็นว่า คน(ที่อ้างตัวว่า)คุณภาพเหล่านั้นกลับเรียกร้อง โวยวาย และหาความเป็นธรรม?? --
ความคิดเห็นที่ 1
downrai วันที่ : 02/05/2007 เวลา : 07.55 น.
http://www.oknation.net/blog/mydiary

นั่นน่ะสิ..ไทยควรมีช่องอย่าง BBC นานแล้ว

ไม่ใช่ว่าการที่ไม่มีกลุ่มทุนสนับสนุนจะทำให้ไม่เกิดการพัฒนา การต่อสู้ แข่งขันกันในวงการทีวี

แต่กลับกัน ถ้าคนทำงานทีวีมีคุณภาพและมีอิสระ เขาจะสามารถบวกสาระและบันเทิงได้อย่างไม่ยากเลย ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่กลุ่มทุนไม่กล้าทำ ดังนั้นการแข่งขันงานเชิงคุณภาพพจริงๆ จะบังเกิดในวงการโทรทัศน์เสียที

(คนไอทีวีต้องใจกว้างกว่านี้ และต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลงบ้าง)
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

จับชีพจรโลก 16 พฤษภาคม 2551

ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน และร้ายแรง แต่มักจะถูกกลืนหายไปอย่างรวดเร็ว

View All
<< พฤษภาคม 2007 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



รายการชีพจรโลก คุณสุทธิชัยสัมภาษณ์ ฑูต 3 ประเทศ ท่านคิดว่า ทูตท่านไหนพูดไทยถูกใจท่านที่สุด?
จีน
2008 คน
สหราชอาณาจักร (อังกฤษ)
166 คน
สหรัฐอเมริกา
465 คน

  โหวต 2639 คน