พิมพ์หน้านี้
|
ใครจะเข้าใจความหมายของคำว่า คิดถึงบ้าน ได้ลึกซึ้งเท่าผู้ที่ต้องถูกการเมืองและสังคมกำหนดเส้นทางชีวิตให้อยู่นอกบ้านนานถึง ๔๐ ปี? โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าบ้านหลังนั้นไม่ต่างไปจาก ดอกบัวกลางทะเลเพลิง? ใครจะเข้าใจความสำคัญของสมาธิเท่ากับคนที่ ล้างจานเพื่อล้างจาน? เช้าวันอาทิตย์ที่ ๒๐ พฤษภาคมที่ผ่านมา, วันที่ผมได้นั่งสนทนากับพระเซนเวียดนามผู้นำจิตวิญญาณคนสำคัญ ติช นัท ฮันห์นั้น, สีหน้าและรอยยิ้มของท่านสดชื่นและมีพลังอย่างน่าทึ่งแม้ว่าคนรอบข้างจะกระซิบผมว่าสุขภาพของท่านติช นัท ฮันห์ค่อนข้าง เปราะบาง เพราะปีนี้อายุ ๘๒ แล้ว ผมอ่านหนังสือว่าด้วยปาฏิหาริย์แห่งการตื่นรู้เสมอ, ศานติในเรือนใจ, ปัจจุบันเป็นเวลาประเสริฐสุด และ ปัญญาดับเปลวไฟแห่งโทสะ กับ เมตตาภาวนา, คำสอนว่าด้วยรัก ของท่านนัทฮันห์มา หลวงปู่ นัท ฮันห์มาเมืองไทยครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มาเยือนอย่างเป็นทางการเพื่อร่วมสวดภาวนาในวันวิสาขะบูชาโลกเพื่อ สู่ศานติสมานฉันท์ และเพราะความวุ่นวายปั่นป่วนในใจของคนไทยวันนี้ต่อสภาพบ้านเมือง, รอยยิ้ม, ความสุขุมและคำสอนเน้นสันติธรรมของท่านนัทฮันห์ที่ทำให้เราย้อนระลึกถึงท่านพุทธทาสภิกขุอย่างยิ่ง, จึงเป็นจังหวะเหมาะเจาะยิ่งนัก พระไพศาล วิสาโลเคยเขียนถึงท่านนัท ฮันห์ (ที่คนเวียดนามเรียกว่า ไถ่ หรือ ครู ด้วยความเคารพว่า ท่านนัทฮันห์เป็นหนึ่งในบุคคลผู้ริเริ่มนำพุทธศาสนาออกมาสัมพันธ์กับโลกสมัยใหม่อย่างมีพลัง ในยามที่บ้านเมืองเกิดศึกสงคราม ท่านเห็นว่าจุดยืนของพุทธศาสนามิได้อยู่ที่การสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่จับอาวุธห้ำหั่นกัน หากอยู่ที่การเสนอทางออกอย่างสันติโดยมีความเมตตาต่อทั้งสองฝ่าย แม้นั่นจะหมายถึงการถูกเข้าใจผิดจากทุกฝ่ายก็ตาม... หลังจากที่ถูกรัฐบาลเวียดนามห้ามกลับประเทศมา ๓๙ ปี, หลวงปู่นัทฮันห์ก็นำคณะสงฆ์จากหมู่บ้าน Plum Village ที่ฝรั่งเศสของท่านกลับไปแสดงธรรมและสานต่อประวัติศาสตร์เป็นครั้งที่ ๒ ในช่วงสองปีที่ผ่านมานี้ ผมเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นที่เวียดนาม แต่คนบางส่วนก็ยังอยู่ท่ามกลางความกลัว... หลวงปู่บอกผมด้วยสีหน้านิ่งเฉย...ประหนึ่งว่า ความกลัว คือสาเหตุหลักแห่งการสมานฉันท์ของบ้านเมืองของท่านและของโลก หลังจากถูกห้ามพิมพ์และจำหน่ายมาหลายสิบปี, หนังสือมากมายหลายเล่มของหลวงปู่ก็ได้รับอนุญาตให้ถึงมือของคนเวียดนามได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย หลวงปู่นัทฮันห์เคยเปรียบเวียดนามของท่านเป็นเสมือน ดอกบัวกลางทะเลเพลิง และท่านกลับไปเวียดนามคราวนี้ก็เพื่อจะสวดให้กับผู้ตกเป็นเหยื่อของสงคราม, ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายใดในระหว่างการประหัตประหารกันก็ตาม นิตยสารไทม์เรียกขานให้ท่านเป็นหนึ่งใน hero ของโลกเพราะผลงานด้านเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนทั้งโลก ผมเรียนท่านว่าหลวงปู่กับองค์ทะไลลามะแห่งธิเบตเป็นผู้นำศาสนาพุทธที่มีความโดดเด่นในการต่อสู้เพื่อความถูกต้อง, สันติภาพและความสงบสุขในลักษณะเดียวกัน...และทั้งสองท่านก็ล้วนได้รับความทุกข์ทรมานและแรงกดดันอย่างแสนสาหัส หลวงปู่นัทฮันห์ตอบผมว่าผมได้พบกับท่านทะไลลามะสองสามครั้งและมีความเลื่อมใสนับถือท่านมาก...ท่านอายุน้อยกว่าผม, เป็นรุ่นน้อง แต่เรามีความมุ่งมั่นเพื่อศาสนาพุทธและความชอบธรรมเช่นเดียวกัน...วันนี้, ผมสามารถกลับบ้านที่เวียดนามได้แล้ว, ผมหวังว่าวันหนึ่งในอนาคตอันใกล้นี้, ท่านทะไลลามะจะมีโอกาสได้กลับบ้านท่านที่ธิเบตเหมือนผมเช่นกัน... คงไม่มีใครเข้าใจความรู้สึก คิดถึงบ้าน อันลุ่มลึกของท่านทะไลลามะมากเท่าท่านนัทฮันห์เป็นแน่แท้ ท่านนัทฮันห์ปีนี้อายุ ๘๒, ท่านทะไลลามะ ๗๒ ท่านนัทฮันห์ลี้ภัยจากเวียดนามนาน ๔๐ ปีก่อนได้กลับบ้าน ท่านทะไลลามะลี้ภัยจากธิเบตมาแล้ว ๔๘ ปี, ยังไม่ได้หวนคืน |
| ในสนามข่าวเราคือตัวจริง | ||
ประมวลภาพงานเปิดตัว "ในสนามข่าวเราคือตัวจริง" |
||
|
View All |
||
| จับชีพจรโลก 11 สิงหาคม 2551 | ||
ศึกรัสเซีย VS จอร์เจียจะเผชิญทางออกได้หรือไม่ ? |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||