พิมพ์หน้านี้
|
ถ้านายกฯเวียดนามเหวียนเติ๋นวุ๋น (Nguyen Tan Dung) ถูกนิตยสารข่าวธุรกิจอังกฤษ World Business จัดติดอยู่ในกลุ่ม ๒๐ บุคคล หัวก้าวหน้าในเอเซีย เช่นเดียวกับนายกฯจีน, ประธานาธิบดีอินโดนีเซียและอดีตนายกฯมาเลเซียมหาธีร์ โมฮัมหมัด, ก็ย่อมจะหนีไม่พ้นที่เราจะถามตัวเองว่าผู้นำไทยในสายตาข้างนอกติดอันดับไหน? คนไทยที่ติดอันดับนี้กลับเป็นคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา, ผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของไทย, ในฐานะที่เป็นบุคคลที่มั่นคงและซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ และตรวจพบทุจริตที่สะเทือนรัฐบาลอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร นายกฯเวียดนามคนนี้อายุ ๕๗ และเป็นผู้นำรัฐบาลคนแรกของเวียดนามที่ได้ขึ้นเทียบชั้นกับผู้นำชาติต่าง ๆ ในภูมิภาคในฐานะเป็นผู้ที่มองการณ์ไกล มีความมุ่งมั่น และมีผลงานในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศคอมมิวนิสต์ไปเป็นเศรษฐกิจการตลาด ทำไมคนข้างนอกมองว่านายกฯเวียดนามเป็นคน หัวก้าวหน้า ทั้ง ๆ ที่ระบอบการปกครองของเขาก็ยังเป็นคอมมิวนิสต์และเขาก็ยังมีพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว? ความเป็นพรรคการเดียวถูกมองว่าก้าวหน้ากว่าการมีรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติรัฐประการใช่หรือไม่? ประเด็นนี้ไม่แน่ชัด, แต่อย่างน้อย, สำหรับคนที่ได้อ่านการจัดลำดับของนิตยสารนี้ที่อังกฤษ, ก็จะต้องเกิดการเปรียบเทียบกันขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้...นั่นคือเปรียบเทียบเวียดนามกับเพื่อนบ้านอื่น ๆ ถ้าเขามองว่าเวียดนามกำลังมาแรงกว่าไทยและกำลังจะเทียบชั้นอย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย, ก็เท่ากับว่าเขาวางไทยไว้ในประเภทที่อยู่กับที่หรือถอยหลัง...เข้าไปอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีปัญหาเช่นฟิลิบปินส์หรือกัมพูชา หากเป็นเช่นนั้นก็จะกลายเป็นปัญหาที่เราจะต้องกลับมานั่งพิจารณาตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นกับทิศทางและรูปแบบของไทย ยิ่งถ้าหากพูดถึงเรื่อง ปฏิวัติซ้ำ และ ปฏิวัติซ้อน กันวันเว้นเว้น, หรือวนเวียนอยู่กับเรื่องข่มขู่และคุกคามกันและกันในหมู่คนกลุ่มต่าง ๆ ที่ต้องการเพียงแค่จะยื้อแย่งโอกาสที่จะได้อำนาจโดยไม่คำนึงถึงอนาคตของประเทศชาติ, ไทยเราก็เตรียมตัวเป็นประเทศ failed state หรือ ประเทศล้มเหลว ได้ หรือไม่ก็กลายเป็น ผู้ป่วยประจำเอเชีย (Sick man of Asia) อย่างที่ฟิลิบปินส์ได้สมญานามมาก่อน จำไว้ด้วยว่าพอเราได้ยี่ห้อทางลบอย่างนี้เข้า, ก็จะเป็นการยากที่จะแกะป้ายนี้ออก เพราะคนอื่นข้างนอกก็จะจำภาพลักษณ์เลว ๆ ที่เกิดขึ้นกับไทย...บางทีก็อาจจะต้องใช้เวลาเป็นสิบปีก่อนที่จะฟื้นคืนภาพลักษณ์ที่ดีได้ ถ้าจำได้ตอนทักษิณเป็นนายกฯ, เขาก็พยายามเหลือเกินที่จะทำให้ตัวเองติดอันดับการเป็นผู้นำหัวก้าวหน้าระดับต้น ๆ และพูดซ้ำซากว่าอยากเป็นอย่างลีกวนยิวของสิงคโปร์หรือมหาธีร์ของมาเลเซีย...แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็ไปไม่ถึงไหน เหตุผลเพราะเขามีแต่การสร้างภาพโดยที่ไม่ได้สร้างเนื้อหาสาระของการเป็นผู้นำอย่างแท้จริง เรียกว่าคุยโม้โอ้อวดมากกว่าการทำงานจริง ๆ...จึงจบลงไปอย่างฉับพลันและกะทันหันอย่างที่เห็นกัน...และทิ้ง ขี้ ก้อนใหญ่ ๆ ไว้มากมายหลายก้อน มาวันนี้, นายกฯเวียดนามที่ไม่ได้อวดอหังการ, ไม่คุยว่าจะเทียบชั้นกับใคร, กลับผงาดขึ้นมาเป็นอันดับต้นในสายตาของต่างประเทศข้างนอก เห็นหรือยังว่าอะไร ๆ กำลังแซงหน้าเราไปแล้ว...ยิ่งมัวแต่ป่วนกันอยู่อย่างนี้, ก็ยิ่งเห็นชัดว่าวันข้างหน้าของเราเหนื่อยแน่ ๆ |
| ในสนามข่าวเราคือตัวจริง | ||
ประมวลภาพงานเปิดตัว "ในสนามข่าวเราคือตัวจริง" |
||
|
View All |
||
| จับชีพจรโลก 13 พฤษภาคม 2551 | ||
ปีมหามงคลของจีน กลับมีแต่ภัยพิบัติ ทุกรูปแบบ |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||