• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 1042
  • จำนวนผู้ชม : 1989143
  • จำนวนผู้โหวต : 5727
  • ส่ง msg :
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/black
วันพุธ ที่ 30 พฤษภาคม 2550
ปาฏิหารย์การตื่นอยู่เสมอ...
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 634 , 12:54:35 น.  
พิมพ์หน้านี้


สรุปบรรยายธรรมและเนื้อหาจาก

งานภาวนา “สู่ศานติสมานฉันท์” 23-27 พค. 2550

โดย พรรัตน์ วชิราชัย

สำนักข่าวบางบ๊วย

 

ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ

               

                เรามักจะคิดมากเกินไปตลอดเวลา และส่วนใหญ่มักไม่เป็นประโยชน์นัก ความคิดของเราเต็มไปด้วยความกลัว หงุดหงิด ความโกรธ เมื่อถึงเวลาที่เราต้องนอน เราไม่สามารถหลับได้ และเรามักหันไปพึ่งยานอนหลับ ความลับที่พระพุทธองค์หยิบยื่นให้เรา คือ “สติ” การกลับมาอยู่กับลมหายใจ และหยุดคิดเกี่ยวกับอดีตหรือนาคต

การกลับมาตามลมหายใจ เป็นการรวมใจและกายให้เป็นหนึ่งเดียวกันในปัจจุบันขณะ การดำรงอยู่ในปัจจุบันขณะทำให้เราสามารถสัมผัส “ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ” เพราะชีวิตคือปัจจุบัน การมีสติอยู่เสมอจะทำให้เธอรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในปัจจุบัน หากเธอคิดมากเกินไปเสมอ เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน เธอจะไม่มีความสามารถที่จะสัมผัสความงดงาม สดชื่นจากพระอาทิตย์และธรรมชาติได้

เราไม่จำเป็นต้องตายเสียก่อนจึงจะก้าวสู่อาณาจักรของพระพุทธเจ้าได้ หากแต่อยู่กับปัจจุบันอย่างเต็มที่เราจะสามารถสัมผัสกับดินแดนสุขาวดีหรือสรวงสวรรค์ได้ พระพุทธเจ้าอยู่ตรงนั้นเสมอ 24 ชั่วโมง ดินแดนสุขาวดีหรือสรวงสวรรค์อยู่ตรงนั้นเสมอ 24 ชั่วโมง

ความสุขคือการตรัสรู้ เราไม่มีหนทางแห่งการตรัสรู้ แต่การตรัสรู้คือหนทาง วิถีแห่งการตรัสรู้เริ่มแรกคือ การมีสติอยู่เสมอ ไม่ว่าเธอกำลังเดิน นั่ง หรือดื่มชา โปรดรู้ไว้ว่าการตรัสรู้ที่ยิ่งใหญ่มาจากการตรัสรู้เล็กๆ น้อยๆ ในปัจจุบันขณะ

เราชินที่จะวิ่งอยู่เสมอ เราวิ่งเพราะเรามีความกลัว และเมื่อเราวิ่ง เราไม่สามารถจะดูและตัวเราและคนที่เรารักได้ เราวิ่งเหมือนดั่งเช่นองคุลีมาร ที่วิ่งตามพระพุทธองค์ พระพุทธองค์คือตรัสถามองคุลีมารว่า “เราหยุดแล้ว ท่านต่างหากที่ไม่หยุด”

การมาปฏิบัติภาวนาเช่นนี้ก็เพื่อเรียนรู้ที่จะหยุด

 

ภาวนากับก้อนกรวด

                ที่หมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส มีเด็กหลายคน จากหลายประเทศมาร่วมฝึกปฏิบัติด้วย

วิธีที่พระอาจารย์ติช นัท ฮันห์สอนการภาวนากับเด็กๆ คือ “ภาวนากับก้อนกรวด” เป็นวิธีการง่ายๆ ที่มีความสุข เริ่มจากเราควรมีถุงเล็กๆ สำหรับเก็บก้อนกรวด 4 ก้อน เมื่อเราต้องการทำสมาธิภาวนา ให้หยิบถุงนี้ขึ้นมา และนั่งล้อมกันเป็นวงกลม เด็กคนหนึ่งเป็นผู้เชิญระฆัง 3 ครั้ง เพื่อเชื้อเชิญให้เรากลับมาสู่บ้านที่แท้จริง

เมื่อเริ่มภาวนา เราหยิบก้อนกรวดก้อนแรก) ขึ้นมา ประสานไว้บนมือ พร้อมให้ก้อนกรวดก้อนนี้เป็นตัวแทนของ “ดอกไม้” หายใจเข้า ฉันเป็นดั่งดอกไม้ หายใจออก ฉันสดชื่น (ดอกไม้/สดชื่น) การภาวนาเช่นนี้เป็นการฟื้นฟูความสดชื่น แจ่มใส ความเป็นดอกไม้ในตัวเรา

            มนุษย์เองก็เป็นดอกไม้เช่นกัน เราเป็นดอกไม้แห่งมนุษยชาติ เด็กๆ ก็คือดอกไม้ พวกเขามีความสดชื่นอยู่เสมอ เราควรภาวนาดอกไม้อยู่เสมอ เพราะมันจะช่วยรักษาความสดชื่นให้กับเรา และเราจะมีความสามารถหยิบยื่นดอกไม้ให้คนรอบข้างได้

                หลังจากภาวนาก้อนกรวดก้อนแรกเสร็จ เราวางก้อนกรวดก้อนนี้ลง พร้อมหยิบก้อนกรวดก้อนที่สองขึ้น โดยให้มันเป็นตัวแทนของ “ภูเขา” คือความมั่นคงในตัวเรา

            หายใจเข้า ฉันเป็นดั่งขุนเขา หายใจออก ฉันมั่นคง (ขุนเขา/มั่นคง)

หากเราปราศจากความมั่นคงหนักแน่นแล้ว เราก็ไม่สามารถที่จะมีความสุขได้ เพราะเมื่อเราเป็นคนอ่อนไหว เราก็ไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้ใครได้ รวมถึงตัวเราเองด้วย ฉะนั้นการภาวนาในเรื่องนี้จึงสำคัญมาก

สำหรับก้อนกรวดก้อนที่ 3 คือตัวแทนของ “น้ำใส” เราจะภาวนาว่า หายใจเข้า ฉันเป็นดั่งน้ำใส หายใจออกฉันสะท้อนสิ่งต่างๆ ดั่งที่มันเป็น (น้ำนิ่ง/สะท้อน) 

เมื่อเราโกรธ อิจฉาหรืออยู่ในภาวะอารมณ์ที่รุนแรง เราไม่สามารถที่จะมองสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจน เราอาจมีความคิดเห็นที่ผิดและมีอคติต่อสิ่งนั้น การภาวนาเช่นนี้ช่วยบ่มเพาะความนิ่ง ใส ชัดเจน ไม่บิดเบือน ให้แก่ตัวเรา

ก้อนกรวดก้อนสุดท้าย เป็นตัวแทนของ “ความว่าง” หายใจเข้า ฉันเป็นดังความว่าง หายใจออก ฉันเป็นอิสระ (ความว่าง/อิสระ) ความว่างในที่นี้ หมายถึง พื้นที่ว่างในหัวใจและพื้นที่ว่างรายล้อมเรา เมื่อเรารู้สึกเป็นอิสระ เราจะมีพื้นที่มากมายแบ่งปันอยู่อื่น เราจะพร้อมที่จะให้พื้นที่กับผู้อื่น โดยเฉพาะบุคคลที่เรารัก

หลายครั้งความรักของเรามักเป็นกรงขัง ฉะนั้นเมื่อเรารักใครสักคน เราต้องคอยดูอยู่เสมอว่า เราได้ให้ที่ว่างแก่เขามากพอหรือไม่ อย่าทำให้ความรักของเธอกลายเป็นกรงขัง

 

เมล็ดพันธุ์ในตัวเรา

                ในจิตใจของเรามีซับซ้อน ซึ่งแบ่งได้คร่าวๆ เป็น 2 ชั้นคือ จิตสำนึก และ จิตใต้สำนึก จิตสำนึกเป็นดั่งห้องรับแขก จิตใต้สำนึกเป็นดั่งใต้ถุนบ้าน ภายในใต้ถุนบ้านหรือจิตใต้สำนึกมีเมล็ดพันธุ์ของอารมณ์มากมายทั้งในแง่ดีและไม่ดี เติบโตผ่านประสบการณ์ การเลี้ยงดู และส่งทอดผ่านบรรพบุรุษ

            อารมณ์นั้นเกิดจากการประกอบของจิต หรือ จิตสังขาร จิตใต้สำนึกจะจดจำสิ่งที่เกิดบนจิตสำนึกได้ เราควรฝึกสติอยู่เสมอเพื่อที่เมล็ดพันธุ์แห่งสติเข้มแข็ง เมื่ออารมณ์ในแง่ลบเกิดขึ้น เราก็จะเชื้อเชิญให้เมล็ดพันธุ์แห่งสติขึ้นมาโอบอุ้ม เสมือนแม่ที่อุ้มลูก

                คนที่ไม่เคยฝึกปฏิบัติย่อมไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร และพยายามที่จะกั้นเมล็ดพันธุ์ที่ไม่พึงพอใจให้ขึ้นมาจากจิตใต้สำนึก โดยทำสิ่งต่างๆ เช่น หาหนังสือพิมพ์มาอ่าน ฟังแพลง ดูโทรทัศน์หรือขับรถไปข้างนอก การบริโภคสิ่งต่างๆ ด้วยความไม่มีสติเช่นนี้รถน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งความอยาก ความโกรธ ความรุนแรง การบริโภคเช่นนี้ยิ่งทำให้จิตใจของเราแย่ขึ้นไปอีก

                การทำเช่นนี้เป็นการปิดวงจรของจิต ทำให้เกิดความเศร้าซึม โรคจิต หรือ โรคทางกาย สาเหตุที่เราป่วยกาย ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากเราไม่รู้จักวิธีการดูแลจิตใจของเรานี่เอง

                ลมหายใจช่วยให้เราสามารถทำให้เราตระหนักรู้ และเอาความปิดกั้นนั้นออก เมื่อเราเกิดอารมณ์เหล่านั้น เราก็สามารถเชื้อเชิญลมหายใจแห่งสติมาโอบอุ้มความรู้สึกเหล่านั้น เมื่อความโกรธได้อาบน้ำแห่งสติ สภาพแห่งจิตใจของเราจะดีขึ้น

                พระอาจารย์ติช นัท ฮันห์แนะนำให้เราฝึกปฏิบัติ เพื่อเป็นการดูแลจิตใต้สำนึกของเราดังต่อไปนี้

1.      บริโภคอย่างมีสติ หลีกเลี่ยงการรดน้ำเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ดี

2.      สร้างพลังแห่งสติให้เข้มแข็ง

3.      ไม่เก็บกดอารมณ์ของเรา

4.      อนุญาตให้อารมณ์ของเราขึ้นมา พร้อมโอบรับด้วยเมล็ดพันธุ์แห่งสติ

5.      รดน้ำเมล็ดพันธุ์ที่ดีๆ เช่น การฟังบรรยายธรรม บริโภคและสัมผัสสิ่งที่ดีงาม

 

 

ประสานรอยร้าว ความกลัวและความรุนแรงในภาคใต้

พระอาจารย์ติช นัท ฮันห์ ได้เสนอแนวทางแก้ปัญหาความรุนแรงในสามจังหวัดภาคใต้ของไทยให้ทุกฝ่ายมาร่วมนั่งพูดจากันอย่างสันติ เพื่อบรรเทาความขัดแย้งและระแวงสงสัยในกันและกัน โดยให้กลุ่มดังกล่าวมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความกลัว ความระแวงสงสัย ความเจ็บปวดต่างๆ พร้อมทั้งต้อง “ฟังอย่างลึกซึ้ง”

ท่านแนะนำให้ รัฐบาลไทยเชิญผู้มีปัญญาในสังคมทั้งหมด ผู้แทนและเชื้อเชิญทุกฝ่ายในความขัดแย้งนี้มา ฟังกันอย่างลึกซึ้ง ด้วยความเมตตากรุณา เพื่อให้รู้ว่าอีกฝ่ายหนึ่งมีความโกรธแค้นชิงชังและสงสัยคลางแคลงเพราะอะไร แลกเปลี่ยนข้อมูลให้ทุกฝ่ายมีความเข้าใจกัน

จากการฟังเช่นนี้เอง เราจะตระหนักว่า เราเองก็ได้ทำอะไรผิดพลาดเช่นกัน เราควรใช้โอกาสนี้ในการขอโทษและสัญญาว่าจะไม่ทำเช่นนั้นอีก เพื่อสมานไมตรีที่ดีต่อกัน

 

เริ่มต้นใหม่ในความสัมพันธ์

วิธีเริ่มต้นใหม่ในความสัมพันธ์ หรือ Beginning Anew คือ วิธีการดูแลรักษา และสมานความสัมพันธ์ที่ขัดแย้ง ไม่เข้าใจกัน

“การเริ่มต้นใหม่ในความสัมพันธ์” คือ วิถีทางในการดูแลความรู้สึกของกันและกัน ด้วยการมองและรับฟังกันและกันอย่างลึกซึ้ง ด้วยสายตาแห่งสติและความรัก

การเริ่มต้นใหม่ เริ่มต้นด้วยการหว่านวาจาแห่งรัก รดน้ำดอกไม้แห่งการชื่นชมจากใจจริง บอกเล่าความทุกข์ในใจ แบ่งปันความเจ็บปวดและขอความช่วยเหลือจากเพื่อน การกระทำเช่นนี้ก่อให้เกิดความเข้าใจและการช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง

เราจะร่วมเรียนรู้วิธีการ ขั้นตอน การเริ่มต้นใหม่ ในความสัมพันธ์ในครอบครัว หมู่เพื่อน ในที่ทำงาน หรือแม้แต่ตัวเราเอง

 

วิธีจัดการความโกรธ

                เมื่อเราโกรธใครคนหนึ่งสิ่งที่พระอาจารย์ติช นัท ฮันห์ได้แนะนำคือการกลับมาตามลมหายใจ เชื้อเชิญพลังแห่งสติขึ้นมาโอบอุ้มแห่งความโกรธ เมื่อเราสงบขึ้น ขอให้เราพยายามสื่อสารกับคนที่เราโกรธด้วยข้อความที่เต็มไปด้วยสันติ พระอาจารย์ติช นัท ฮันห์ได้แนะนำสามประโยคหลักในการประสานความรู้สึกและความสัมพันธ์ดังต่อไปนี้

1.      ที่รักฉันกำลังโกรธ ฉันอยากให้เธอรู้

2.      ฉันพยายามอย่างดีที่สุดแล้ว

3.      กรุณาช่วยฉันด้วย และกรุณาอย่าทำอย่างนี้อีก

การทำเช่นนี้เป็นการบอกให้คนทั้งคู่ ทั้งผู้ที่โกรธและทำให้โกรธได้มองอย่างลึกซึ้งในตัวเองและอีกฝ่าย ทั้งสองฝ่ายจะมองอย่างลึกซึ้งว่าได้ทำอะไรกับอีกฝ่ายและพยายามปรับปรุงพฤติกรรม การสื่อสารเช่นนี้ทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น เราควรบ่มเพาะวาจาแห่งรักและฟังกันอย่างลึกซึ้งเพื่อดูแลความสัมพันธ์ต่อไป

 

ข้อฝึกอบรมสติ ๕ ประการ

ข้อฝึกอบรมสติ ๕ ประการ หรือ ศีล ๕ ประการที่เรารู้จักกันดี ท่านติช นัท ฮันห์ได้นำศีล ๕ มาตีความใหม่ ให้มีเนื้อหาร่วมสมัย เข้ากับสภาวการณ์สังคมปัจจุบัน โดยมีมิติที่กว้าง ลึก ตระหนักรู้และเอาใจใส่ในทุกกระทำของชีวิต

ไม่ว่าจะเป็นข้อฝึกอบรมสติข้อ ๑ ที่ไม่เพียงแต่ห้ามการทำลายชีวิต แต่ยังหมายถึงการปกป้องชีวิตและธรรมชาติ

ข้อ ๒ ซึ่งคือการไม่ลักทรัพย์ ท่านได้หมายรวมไปถึงการตระหนักรู้ถึงความอยุติธรรมทางสังคมและจิตใจที่พร้อมจะแบ่งปัน

ข้อ ๓ ไม่ประพฤติผิดในกาม ที่เน้นย้ำความซื่อสัตย์และเคารพในพันธะสัญญาของคู่สมรส การไม่ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

ข้อ ๔ คือการตั้งมั่นที่จะพูดความจริง ไม่พูดเท็จ และยังรวมถึงการบ่มเพาะนิสัยการพูดถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความมั่นใจ ความสุข และความหวัง

สำหรับข้อสุดท้ายที่เป็นข้อห้ามการดื่มสุราและอบายมุข ท่านได้ขยายหมุดหมายไปถึงการละเว้น “การบริโภค” ทุกประเภทที่ไม่ถนอมร่างกายและจิตวิญญาณ ท่าน ติช นัท ฮันห์ ยังหมายถึง การผลิตและบริโภคข้อมูล ข่าวสาร หรือสื่อบางประเภททีทำร้าย ทำลายจิตสำนึกที่ดีด้วย

ข้อฝึกอบรมสติ ๕ ประการจึงไม่ใช้ “ข้อห้าม” แต่คือการตระหนักรู้และเอาใจใส่ต่อการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง

 

พุทธศาสนาสมสมัย

เราควรจะทำให้พุทธศาสนาให้ใหม่อยู่เสมอ ค้นคว้าวิธีการใหม่ๆ ในการนำเสนอพุทธศาสนา เพื่อให้เข้ากับสมัยใหม่ กับคนรุ่นใหม่ เราควรจะอธิบายคำสอนที่ง่ายและเป็นรูปธรรม

คนรุ่นใหม่ ไม่เข้าวัดอีกแล้ว เพราะเราไม่ได้ทำพุทธศาสนาให้ใหม่ เราต้องทำให้พุทธศาสนาให้น่าสนใจ และมองให้ลึกซึ้งในคำสอนของพุทธองค์

การปฏิบัติควรนำมาซึ่งความสมานฉันท์ สงบ สันติ และความสุข พระพุทธเจ้ากล่าวว่าพระธรรมนั้นมีความงามในขั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นปลาย เราต้องใช้ความพยายามที่จะใช้ปัญญาไหวพริบ ความคิดสร้างสรรค์เพื่อทำให้พระธรรมเป็นสิ่งที่เข้าใจง่ายโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่

 

มองอย่างลึกซึ้ง : ไร้การเกิด ไร้การตาย

            เมื่อเรามองอย่างลึกซึ้งในสรรพสิ่ง จะพบว่าไม่มีการเกิด หรือการดับ แต่เป็นการสืบเนื่อง ดั่งเช่นเมฆ เมื่อมองอย่างลึกซึ้ง เราอาจถามว่า ก้อนเมฆมาจากไหน และจะไปไหนเมื่อตายแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างเราและก้อนเมฆคืออะไร?

                ก้อนเมฆได้เกิดมาก่อนจะเป็นก้อนเมฆ เคยเป็น ฝน หิมะ ตอนนี้กลายเป็นน้ำชาในมือเรา และกำลังกลายเป็นคำพูดบรรยายธรรม ฉะนั้นการเกิด การตายนั้นหามีไม่ แต่เป็นการสืบเนื่องของชีวิต

                เช่นเดียวกับตัวเราเอง ก่อนที่เราจะเกิด เราอยู่ในครรภ์ของมารดามาก่อน เราอาจบอกว่าเราเกิดเมื่อปฏิสนธิ แต่เราอาจถามว่าเราอยู่มาก่อนนั้นหรือเปล่า? ถ้ามองให้ลึกซึ้งเราดำรงอยู่ก่อนหน้านั้น ครึ่งหนึ่งอยู่ในพ่อ ครึ่งหนึ่งอยู่ในแม่ ฉะนั้นในขณะที่เราเกิด คือ ช่วงขณะแห่งการสืบเนื่อง

            ความคิดว่ามีการเกิด การตาย เป็นความจริงจากการสมมุติความจริงขึ้น แต่หากเรามองอย่างลึกซึ้งเราจะเห็นความจริงสูงสุด คือ ธรรมชาติของการไร้การเกิดและการตาย หรือ นิพพาน   


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7
Euclidian วันที่ : 31/05/2007 เวลา : 18.44 น.
http://www.oknation.net/blog/euclidian

ชอบบทความนี้ครับ
ความคิดเห็นที่ 6
istee วันที่ : 31/05/2007 เวลา : 01.28 น.
http://www.samong.net

การตื่นอยู่เสมอเป็นที่มาของพลังแห่งสติ หรือที่มาของพลังแห่งปัญญา เห็นด้วยไหมครับ?
ผมลองประยุกต์กฏอิทัปปัจจยตา ด้วยนิยามคือ
ทุกสิ่งในโลกล้วนเป็นไปตามเหตุและปัจจัย
(System Task Event Entity) หรือ STEE (สตี)
ส่วนตัวผมอ่านว่า สติ ครับ ใช้เป็นเทคนิคในการวิเคราะห์สิ่งต่างๆ ในเชิงวิทยาศาสตร์ มาหลายปีแล้วใช้ได้ผลดีครับ
ง่ายๆ ทำให้สติอยู่กับตัวมากขึ้น อาจจะมีประโยชน์บ้างครับ
ความคิดเห็นที่ 5
ภัทรพร วันที่ : 30/05/2007 เวลา : 22.25 น.
http://www.oknation.net/blog/pataraporn

ขอบคุณสำหรับหลักธรรมคำสอนที่นำมาแบ่งปันคะ
ความคิดเห็นที่ 4
Freedomheart วันที่ : 30/05/2007 เวลา : 16.26 น.
http://www.oknation.net/blog/Freedomheart


.....สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์พุทธศาสน์.................
.....อย่าลืมไปปฏิบัติ.....ทางบุญ - กุศล.....ที่วัดใกล้บ้านนะ....
.....ขออนุโมทนา............สาธุ..........
ความคิดเห็นที่ 3
ฅนไทบ้าน วันที่ : 30/05/2007 เวลา : 13.24 น.
http://www.oknation.net/blog/konthaiban

ผมมองท่านฯเป็นตัวหนังสือ ครับ
อยากอ่าน อยากค้นหา
มีความรู้สึกเหมือนญาติที่ไว้วางใหญ่

แม้ไม่เคยเห็น ก็เหมือนคุ้นเคย
แม้ไม่เคยสนทนา ก็เหมือนกำลังคุยสนทนาธรรม (จากหนังสือ)
ความคิดเห็นที่ 2
คนใส่แว่น วันที่ : 30/05/2007 เวลา : 13.07 น.
http://www.oknation.net/blog/chattrg

ขอบคุณครับ
คุณ สุทธิชัย
นำสิ่งดีๆ มาเสนอ อย่างเสมอ
นับถือครับ

ความคิดเห็นที่ 1
delicoco วันที่ : 30/05/2007 เวลา : 13.07 น.
http://www.oknation.net/blog/delicoco
need to be next to "ปาย"

ได้ไปเข้าร่วมกิจกรรม "วันแห่งสติ" ที่สวนลุมพินี เมื่อวันที่ 20 พฤษภามาค่ะ

ได้ยินชื่อของท่านมานาน จนเมื่อต้องทำงานที่เกี่ยวกับการมาเยือนเมืองไทยของท่านถึงได้อ่านหนังสือของท่าน (แต่ก็เพียงเล่ม 2 เล่มค่ะ ถ้ามีโอกาสว่าจะไปเสาะหามาอ่านอีก)

โลกกำลังวุ่นวาย สงบจิตสงบใจด้วยคำสอนของท่านก็เป็นการดีไม่น้อยเลยค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ชมสัมภาษณ์พิเศษเตช บุนนาค ก่อนลาออกเพียง 1 วัน

คืนนี้ 5 ทุ่ม ทางช่อง 9 อย่าพลาดชม "ชีพจรโลกกับสุทธิชัย หยุ่น" ชมผมสัมภาษณ์ รมต. ต่างประเทส เตช บุนนาต ก่อนลาออกเพียง 1 วัน ...หลายเรื่องที่ไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน

View All