พิมพ์หน้านี้
|
อย่าเพิ่งกระดี้กระด้าให้มากไปที่ดัชนีตลาดหุ้นของไทยเรากระโดดไปจุดสูงสุดใน ๑๐ ปีในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา..หรือที่เงินบาทแข็งทำลายสถิติในรอบทศวรรษเหมือนกัน ถ้าเป็นรัฐบาลยุคทุนนิยมสุดขั้วของทักษิณ, ป่านนี้คงจะอ้างเป็นฝีมือการบริหารของ ท่านผู้นำ ผู้เก่งกาจด้านเศรษฐกิจแต่เพียงผู้เดียวแล้ว แต่ปรากฎการณ์ฮือฮาที่เกิดในตลาดหุ้นนั้นไม่จำเป็นต้องสะท้อนความแข็งแกร่งของพื้นฐานเศรษฐกิจเสมอไป...เพราะถ้าถามฝรั่งนักลงทุนที่แห่งกันเข้ามาซื้อหุ้นไทยในช่วงหลังนี้, เขาก็จะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า เพราะหุ้นของคุณราคาถูกกว่าของคนอื่นในแถบนี้... คำว่า ของถูก ไม่ได้แปลว่าเป็น ของดี เสมอไป...อาจจะเป็นเพราะเอาเพียงต้องการเข้ามาเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น หรือตีหัวเข้าบ้านอย่างที่เราเคยเจ็บปวดรวดร้าวมาแล้ว อีกสาเหตุหนึ่งที่รัฐมนตรีคลังฉลองภพ สุสังกรณ์กาญจน์ชี้ให้เห็นว่าเงินต่างประเทศเข้ามามากในช่วงนี้ก็มีสาเหตุของการโยกย้ายเงินจากที่มีผลตอบแทนต่ำไปหาที่เสนอผลตอบแทนสูงระยะสั้นเท่านั้นเอง...เพราะดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐฯอายุ ๑๐ ปีลดลงต่ำกว่าร้อยละ ๕ เขาหนีร้อนมาพึ่งเย็นชั่วคราวอีกเหมือนกัน จากนี้ไปอีก ๖ เดือน, รัฐบาลกับเอกชนยังจะต้องจับสัญญาณเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เพราะความแน่นอนในประเทศและต่างประเทศมีสูง... อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นสำหรับเงินกู้ทำให้ธุรกิจแบกรับภาระที่หนักขึ้น...และเป็นสิ่งที่ธุรกิจระดับกลางกับเล็กหรือ SME ได้รับผลกระทบมากกว่าธุรกิจใหญ่ที่มีกันชนป้องกันตัวเองได้ อัตราแลกเปลี่ยนเป็นตัวแปรอีกตัวหนึ่งที่จะมีผลต่อ สุขภาพ องค์รวมของเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะแข็งหรืออ่อน, ประเด็นอยู่ที่การคาดการณ์ได้โดยเฉพาะสำหรับผู้ส่งออกที่ต้องบริหารต้นทุนของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ข่าวร้ายเรื่องราคาน้ำมันดิบที่กลับพุ่งขึ้นไปที่บาเรลละ ๗๐ เหรียญอีกครั้งหนึ่งก็เป็นประเด็นที่ประมาทไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ดัชนีตลาดหุ้นกระเตื้องขึ้นจะมีผลส่งให้ ดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจ หรือ Business Sentiment Index พลอยขยับขึ้นไปทางด้านบวกหรือไม่...ยังไม่มีความชัดเจนด้านนี้ เพราะที่ผ่านมาหลายเดือน, ความเชื่อมั่นทั้งของผู้ประกอบการเองและของผู้บริโภคก็ล้วนอยู่ในภาวะไม่น่าไว้วางใจทั้งสิ้น การสำรวจของ Reuter เมื่อไม่กี่วันก่อนบอกว่าภาพรวมของ๑๒ ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิกสำหรับ ๖ เดือนจากนี้ไปดูจะดีขึ้น แต่ประเทศไทยยังเป็น underachiever อยู่ แปลว่ายังเป็นเด็กที่สอบได้คะแนนต่ำกว่าเพื่อนในห้องเรียนเดียวกันอยู่ดี ฉะนั้น, ถ้าถามว่าเศรษฐกิจไทย ฟื้น แล้วหรือยัง, ก็จะต้องวิเคราะห์ลงลึกไปถึงทุก ๆ ด้านของเศรษฐกิจไทย, โดยเฉพาะคนเศรษฐกิจระดับรากหญ้า, ชนชั้นกลางและการดำเนินตามนโยบายเศรษฐกิจพอเพียงว่าประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด หากปัญหาความยากจนพื้นฐานยังไม่ได้แก้อย่างมีนัยสำคัญหรือตัวเลขเศรษฐกิจที่กระเตื้องขึ้นกระจุกตัวอยู่เพียงไม่กี่อุตสาห เพียงแค่เราขายของถูกกว่าคนอื่น, อย่าเพิ่งตีปีกหรือเปิดแชมเปญฉลองเป็นอันขาด จากจุดนี้ถึงการฟื้นที่ยั่งยืนยังมีการบ้านที่ต้องทำกันอีกมากมายนัก |
| สุทธิชัย | ||
ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา |
||
|
View All |
||
| งานเปิดตัวหนังสือ " ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา " | ||
บรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา" |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||