• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 972
  • จำนวนผู้ชม : 1682069
  • จำนวนผู้โหวต : 5347
  • ส่ง msg :
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/black
วันเสาร์ ที่ 7 กรกฎาคม 2550
มีผลต้องมีเหตุ...อยู่ดีๆ ทำไมเงินทะลักเข้าไทย?
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 9872 , 15:52:29 น.   | หมวดหมู่ : กาแฟดำ  
พิมพ์หน้านี้


หากจะวิเคราะห์ว่าการดีดขึ้นของดัชนีตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ มีเหตุผลอันใดจึงทำสถิติสูงสุดใน 10 ปี ก็ต้องมองไปรอบๆ บ้าน และปัจจัยระหว่างประเทศประกอบด้วย

เพราะปรากฏการณ์เช่นว่านี้มิอาจจะเข้าใจได้ด้วยการถามหาคำตอบจากในประเทศเท่านั้น

การกระโดดขึ้นของดัชนีตลาดหุ้นครั้งนี้เกิดขึ้นทั่วภูมิภาค มิใช่เฉพาะประเทศไทย ทั้งนี้ เพราะเงินทุนจากกองทุนลงทุนหุ้น และกองทุนเก็งกำไรจากเมืองนอก ที่เรียกว่า private equity firms กับ hedge funds ไหลเทเข้าเอเชียอย่างคึกคัก เพื่อจะแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อดอกเบี้ยของพันธบัตรรัฐบาลในสหรัฐหดตัวลง

พูดง่ายๆ คือเงินนั้นไหลจากที่ผลตอบแทนต่ำไปหาที่ๆ เสนอผลตอบแทนสูงเสมอ

ปัจจัยจากข้างนอกจึงมีความสำคัญไม่น้อยกว่าปัจจัยภายในประเทศ...และเพราะความเปรี๊ยงปร๊างของดัชนีตลาดหุ้นในเอเชียในช่วงหลังนี้แหละ ทำให้มีเสียงเตือนจากสำนักวิจัยของ Nomura แห่งญี่ปุ่น ที่มีเครือข่ายสาขาทั่วโลก ออกมาเตือนว่าระวัง "ฟองสบู่" เอาไว้ด้วย

เพราะมีอาการแปลกๆ ที่อธิบายไม่ได้ด้วยผลเหตุทางด้านเศรษฐกิจปกติแฝงตัวอยู่กับการก้าวกระโดดของดัชนีหุ้นในหลายๆ ตลาดในเอเชีย (ซึ่งผมคิดว่ารวมทั้งตลาดหุ้นของไทยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย)

ตลาดหุ้นของจีนที่เซี่ยงไฮ้ และเสิ่นเจิ้น เป็นตัวอย่างของความร้อนแรงผิดปกติ ที่จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดกว่าใคร

เพราะตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา ดัชนีราคาหุ้นของเซี่ยงไฮ้กระโดดไปร้อยละ 42.6 ขณะที่ของเสิ่นเจิ้น ยิ่งดุเดือดกว่านั้นอีก โตขึ้นถึง 96 เปอร์เซ็นต์ หรือเกือบจะเท่าตัว

หันไปดูตัวเลขราคาบ้านจัดสรรใน 70 เมืองใหญ่ๆ ของจีน ก็มีอาการน่าทึ่งพอๆ กัน เพราะตัวเลขสำหรับเดือนพฤษภาคมบอกว่า ราคาบ้านในเมืองหลักๆ เหล่านั้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.4 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว โตกว่าของเดือนเมษายน ซึ่งเพิ่มขึ้น 4.5 เปอร์เซ็นต์เมื่อเปรียบกันเดือนต่อเดือน...

ความร้อนแรงเหล่านี้อธิบายไม่ได้ด้วยเพียงอ้างถึงการเติบโตทางภาพรวมเศรษฐกิจ หรือ macro-economics ของจีน เพราะอัตราโตของจีดีพี หรือผลผลิตมวลรวมที่เพิ่มขึ้นปีละ 9 หรือ 10 เปอร์เซ็นต์นั้นไม่ควรที่จะไปดันให้ราคาหุ้นหรือราคาบ้านวิ่งขึ้นอย่างไม่มีการติดเบรกเลยเช่นนี้

ยิ่งถ้ามองตัวเลขของการไหลทะลักของเงินทุนต่างประเทศที่เข้ามาในเอเชียช่วงนี้ ก็เกือบจะเท่ากับร้อยละ 6 ถึง 7 ของผลผลิตมวลรวมทั้งเอเชีย

แปลว่า "เงินนอก" ที่วิ่งเข้ามาแสวงหาผลตอบแทนที่ดีกว่าที่ภูมิภาคอื่นๆ ของโลกนั้นบัดนี้ได้กลับไปสู่ระดับสูงพอๆ กับก่อนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ "ต้มยำกุ้ง" แล้ว

พูดอีกนัยหนึ่งก็คือเรากำลังเห็นอาการของการวิ่งขึ้นไปอยู่ที่สูงจนน่าหวาดเสียว...ยิ่งสูง ยิ่งหนาว และยิ่งมีโอกาสที่จะร่วงหล่นลงมาอย่างหนักหน่วงเช่นกัน

สำนักวิจัยโนมูร่า บอกว่าเพียงแค่ 5 เดือนแรกของปีนี้ เงินต่างประเทศที่ไหลเข้าสิงคโปร์ประเทศเดียวก็เท่ากับ 1.1 พันล้าน หรือ 38,500 ล้านบาท และที่ทะลักเข้ามาเลเซียในช่วงเดียวกัน ก็มีไม่น้อยกว่า 507.1 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 17,000 ล้านบาท

และเพราะเงินต่างด้าวที่เข้าไปแออัดยัดเยียดที่นั่น ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา ดัชนีราคาของตลาดหุ้นสิงคโปร์ก็เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 20 ขณะที่มาเลเซียวิ่งสูงขึ้นไปอีก 25 เปอร์เซ็นต์แล้ว

ดังนั้น ปรากฏการณ์ที่ตลาดหุ้นของไทย จึงไม่ใช่เป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจเฉพาะตัว หากแต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแนวโน้ม ที่สร้างความงุนงงให้กับนักวิเคราะห์หลายๆ สำนักอยู่ขณะนี้

ยิ่งของไทยยิ่งน่ามองให้ลึกกว่าที่เห็นผิวเผิน เพราะหลายเดือนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์การลงทุนหุ้นต่างประเทศมักจะบอกว่า การเมืองไทยไม่นิ่ง มีปัจจัยเสี่ยงมากมายหลายด้าน อีกทั้งบางสำนักยังไปเน้นว่า มีแนวโน้มของ "ชาตินิยม" สูงขึ้นในการเมืองไทย หลังการปฏิวัติวันที่ 19 กันยายนปีที่แล้ว

แต่จู่ๆ เงินทุนต่างประเทศก็แห่กันเข้ามาเพื่อซื้อหุ้นไทย ดันให้ดัชนีตลาดหุ้นและอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทพุ่งขึ้นไปสูงสุดใน 10 ปี

น่าขบขันมากหากได้ยินนักวิเคราะห์หุ้นต่างด้าวคนเดียวกันที่เคยบอกว่า การเมืองไทยหลังทักษิณ ชินวัตร ถูกโค่นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีความน่าเป็นห่วงยิ่งนัก...เพราะเขามองว่ารัฐบาลชั่วคราวของนายกฯ สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติ...จึงควรจะระงับการลงทุนต่างๆ เอาไว้

แต่หนังสือพิมพ์ International Herald Tribune รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา พาดหัวใหญ่ขึ้นหน้าหนึ่งว่า "Thailand unstable? Tell it to the market." ซึ่งแปลว่าถ้าใครคิดว่าเมืองไทยไม่มีเสถียรภาพ ก็ลองไปบอกกับตลาดหุ้นไทยดู...แปลว่า ผู้คนแห่กันเข้ามาซื้อหุ้นไทยอย่างคึกคัก ทั้งๆ ที่มีคนวิพากษ์ว่าการเมืองไม่นิ่ง

และเขาก็อ้างนักวิเคราะห์คนสำคัญคนหนึ่งของธนาคาร HSBC ที่ฮ่องกง ว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยร้อนแรงขึ้นครั้งนี้ ก็เพราะ คมช.เอาจริงกับทักษิณแล้วด้วยการอายัดทรัพย์สินและฟ้องร้องทักษิณกับพวกอย่างจริงจัง

"อย่างนี้แปลว่า ทุกอย่างเริ่มชัดเจนขึ้นแล้วสำหรับการเมืองไทย...นักลงทุนต่างชาติจึงเริ่มกลับมามีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทยอีกครั้ง..."

ใครที่ติดตามความเห็นของนักวิเคราะห์ต่างประเทศ ในเรื่องการลงทุนและตลาดหุ้นของไทยหลัง 19 กันยายนปีที่แล้ว...กับความเห็นของพวกเขาวันนี้...ก็ได้แต่หัวเราะร่วน

เพราะเมื่อวานนี้ ท่านทั้งหลายยังเล่นงานไทยอยู่เลย...วันนี้พอจะหาแหล่งลงทุนเพื่อให้ผลตอบแทนเงินของท่านสูงขึ้นกว่าที่บ้าน ท่านก็บอกว่า "ภาพการเมืองไทยชัดเจนแล้ว..."

ความจริงที่เปลี่ยนไม่ใช่การเมืองไทยหรอก...ที่เปลี่ยนคือความต้องการแห่งทุนนิยมสุดขั้วของท่านเองนั่นแหละ (ฮา)


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 29
หาดใหญ่2521 วันที่ : 13/07/2007 เวลา : 09.10 น.
http://www.oknation.net/blog/wanderer

ผมเชื่อว่าฝรั่งสามัคคีกันมากว่าคนเอเซีย หรือแม้แต่คนไทยภายในประเทศกันเอง เวลาที่เขาจะทำธุรกิจ โดยไม่ต้องสื่อสารหรือพูดอะไรให้ยืดเยื้อมากเรื่อง
ในเว็บของ อัลจาซีร่า มีเรื่องนึง Conspiracy theory ผมชอบมากเลย
ที่สุมหัวกันทุบเอเซียเราสิบกว่าปีก่อนก็หนนึง แต่หนนี้ยากหน่อย แต่ถ้าทำสำเร็จก็คุ้ม
เหมือนเราเก็บหอมรอบริบมาสิบปี เขาเข้ามาตีหัวทีเดียวกวาดดอกกวาดผลเราไปเสียเจ็ด แปดปีเลย ทิ้งผลสองปีให้เราเป็นทุนต่อ
เขาไม่ยอมให้เราเจริญหรือรวยทันเขาหรอกครับ
แล้วเราก็ไม่ยอมฉลาดกว่าเขาด้วย นี่สิปัญหา
ความคิดเห็นที่ 28
ch-388 วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 11.48 น.
http://www.oknation.net/blog/ch-388

ตลาดหลักทรัพย์ต้องดูแลเข็มแข้งหน่อย
ที่สำคัญที่สุดเป็นห่วงธปท.ที่ทำงานอ่อนแอ
ไม่ทันเกม ไม่ทันเงินนอกที่เข้ามาผิดปรกติ
ความคิดเห็นที่ 27
auithekop วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 09.54 น.
http://www.oknation.net/blog/auithekop

ก็หุ้นไทยมันถูกอ่ะ ขึ้นจาก 700 ไป 850 ทำตื่นเต้นไปได้ ดูมาเลเซียสิ จาก 900 ไป 1400 มันยังเฉยๆเลย

ง่ายๆดูTOPสิ อีกไม่ถึง 2 เดือนก็จะประกาศจ่ายเงินปันผลครึ่งปีแรก คาดว่าไม่ต่ำกว่า 2 บาท รวมทั้งปีน่าจะไม่ต่ำกว่า 4 บาท ณ ราคาหุ้นตอนนี้ 78 คิดเป็นปันผลตอบแทน 5.1%

แต่นังลงทุนไทยชอบนักหุ้นปั่น ไอ...ซียู งี้ ติดแล้วติดยาวปันผลก็ไม่ได้ มันเคยลากจาก ไม่ถึงบาทไป 7 บาท ระหว่างทางที่ลง ไม่รู้ใครโดนไปเท่าไหร่

แต่ต้องระวังหุ้นจีน บางวันลบ 5 % อีกวันกลับบวก 3 % สลับไปสลับมาอยู่แบบนี้มาเป็นเดือนแล้ว

คล้ายๆหุ้นไทยตอน 1700 เลย หุ้นไฟแนนซ์ FIN1 ตอนเช้าลงไปฟลอร์ ตอนบ่าย ขึ้นลิ่งเฉยเลย อาการแบบนี้มาเมื่อไหร่ แปลว่า ฟองสบู่จะแตกชัวร์

คาดว่าเมืองจีนไม่เกินปีหน้า ตลาดหุ้นพัง นึกไม่ออกจะส่งผลต่อเมืองไทยแค่ไหน
ความคิดเห็นที่ 26
ไกอาร์ วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 00.05 น.
http://www.oknation.net/blog/kulkomut

เราบ้ากะตัวเลขจอมปลอมไปรึเปล่า ผมว่าถ้าเรามีภาคการผลิตและภาคการทำงานของระบบครัวเรือนที่แข็งพอ ต่อให้มันติดลบเป็นหมื่นจุดหน้ากระดานก็ไม่เห็นสึกหรอ และพวกที่บ้าอยากได้เงินเยอะ ๆ ถ้าลงไปแล้วเดี้ยงเดี๋ยวก้อหันมาทำการงานจริง ๆ สักทีไม่ต้องไปหวังของแบบนั้นหรอก มันของในอากาศไม่ได้สร้างสรรค์ จรรโลงอะไรเลย
ความคิดเห็นที่ 25
นารถ_บูรพา วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 14.38 น.
http://www.oknation.net/blog/dinhinzai
 ต้องมุ่งหน้าหา ดวงตะวัน ....ไม่งั้นก็ "แพ้"  แม้แต่เงาตัวเอง

อ.โฆสิต บอกว่า ระยะสั้นแบงก์ชาติอาจต้องแทรกแซงบ้างหากเงินไหลเข้ารุนแรงเกินไป เพราะผู้ประกอบการไทยย่อมปรับตัวไม่ทัน แต่ระยะยาวต้องเน้นที่การปรับตัวเพื่อรองรับความผันผวนที่นับวันจะยิ่งทวีมากขึ้น

เห็นด้วยครับ รัฐบาลไม่ควรจะอุ้มตลอดไป เพราะเด็กจะไม่ยอมโตครับ 10 ปีที่ผ่านมา นับจากวิกฤต ก็ยังไม่โตมากเท่าไหร่ ทั้งๆ ที่น่าจะโตได้มากกว่านี้
ความคิดเห็นที่ 24
dekchoncm วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 11.54 น.

นักเล่นหุ้นระวังเป็นแม่งเม่าบินเข้ากองไฟรอบแล้วรอบเล่า
ถ้าฟองสบู่แตกอีกคราวนี้รุนแรงกว่าเดิมแน่ เฮ้อ อาการน่าเป็นห่วง...
ความคิดเห็นที่ 23
อรุณ วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 08.01 น.
http://www.oknation.net/blog/thinking-aloud

ตลาดหุ้นเป็นหัวใจของระบบทุนนิยม ทั้งในด้านการระดมทุนเพื่อขยายกิจการ และสะท้อนอารมณ์ของนักลงทุนในแต่ละสภาวการณ์ ปกติทุนไม่มีพรมแดนจะรุกไปที่ที่มีโอกาสทำกำไรในระยะสั้นๆ และจะออกเมื่อได้ผลตามเป้าหมาย หรือกระโดดหนีทันทีที่มีสัญญาณคุกคาม

สำหรับคนทั่วไปที่หวังกำไรสั้นๆ การอยู่ห่างจากตลาดหุ้นเปรียบได้กับการไม่ข้องแวะสนามม้า หรือบ่อนการพนัน แต่สำหรับผู้มีเงินออมระยะยาว ตลาดหุ้นก็ยังเป็นแหล่งลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าฝากธนาคาร อย่างไรก็ตาม จำนวนคนที่เข้าไปทำธุรกรรมในตลาดหุ้นน่าจะไม่ถึงร้อยละหนึ่งของประชากรทั้งประเทศ ในรอบนี้ คนส่วนใหญ่คงเป็นผู้เฝ้าดูที่ไม่จำเป็นไปตื่นเต้นอะไรด้วย หากจะมีมุทิตาและอุเบกขา คือยินดีกับเขาหากทำกำไรได้หรือเห็นเป็นธรรมดาหากขาดทุนขึ้นมา ก็น่าจะเป็นแนวทางที่ดีในขณะที่ประเทศกำลังก้าวออกจากปลักหล่มทางการเมือง
ความคิดเห็นที่ 22
TK วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 07.19 น.
http://www.oknation.net/blog/TaeKung
coz I living on a jet plane, don't know when i be back again

อาการน่าเป็นห่วง ใครๆเค้าก็เตือน ใครอ่านบทความนี้แล้วคิดตาม ก็พอจะเดาออกได้ว่า ถ้าเราเดินหมากไม่ดี อาจจะเกิดฟองสบู่แตกชนิดที่เข้าขั้นโคม่าเลยทีเดียว เพราะเศรษกิจบ้านเรากำลังจะพังอีกครั้ง อยากให้คนไทยรู้รักสามัคคีเอาไว้ คนที่ไม่รักบ้านเกิดตัวเองก็ปล่อยเค้าไป เพราะเค้าทำตัวเอง
ความคิดเห็นที่ 21
เทียนสีชา วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 07.00 น.
http://www.oknation.net/blog/2516

หุ้นจะขึ้นหรือจะลง?
ไม่สำคัญเท่ากับว่า คนอีก90%ของ คนไทย จะมีชีวิตอยู่ไปได้อย่างไร? นี่คือเรื่องสำคัญกว่า หุ้นขึ้น ก็ไม่ได้หมายความว่า นักลงทุนจะมาช่วย ผ่อนบ้าน บ้านรถ จ่ายค่าเทอมลูก จ่ายค่าโทรศัพท์ หรือมาประนอมหนี้ให้เรา
อนาคตของประชาชนอยู่ที่ความน่าเชื่อถือของผู้นำ ซึ่งมิใช่ตลาดหุ้น แต่อย่างไร!!!!!
ความคิดเห็นที่ 20
Gacia วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 04.29 น.
http://www.oknation.net/blog/DannyGacia

ใหลเข้าแรง แต่ใหลออกโดยทักษิณน่ะแรงกว่า.........
ความคิดเห็นที่ 19
นักรักผู้อาภัพ วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 02.47 น.
http://www.oknation.net/blog/suknaseang

มาตราการที่รัฐ จะออกมาควบคุม บอกได้คำเดียวว่า อย่าให้ยาแรงจนเกินไป มิฉะนั้นอาจจะเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
ความคิดเห็นที่ 18
malaratn วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 02.06 น.
http://www.oknation.net/blog/malaratn
มองในมุมที่แตกต่าง ใช้ชีวิตในแบบที่เป็นคุณ


" ความจริงที่เปลี่ยนไม่ใช่การเมืองไทยหรอก...ที่เปลี่ยนคือความต้องการแห่งทุนนิยมสุดขั้วของท่านเองนั่นแหละ "

แน่นอนที่สุดครับ.................
ความคิดเห็นที่ 17
ช่อฟ้าใบระกา วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 01.40 น.
http://www.oknation.net/blog/about-advertising
ความ สนุกในชีวิตมันอยู่ที่เราไม่เครียดครับ พี่น้อง มาหัวเราะกันสักนิดกับโฆษณาไทยกัน

แบบ นี้คนไทยคงจะสบายขึ้น ด้วยรึ ปล่าวนะครับ
ความคิดเห็นที่ 16
W_T_Y_S_L วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 01.01 น.
http://www.oknation.net/blog/whattookyousolong


10 ปีที่แล้วก็ปัญหาค่าเงิน
ครบ 10 ปีนี้ก็เรื่องค่าเงิน ....

ยังไงก็อยู่กันต่อไปครับ ...
ความคิดเห็นที่ 15
Angelyui วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 00.48 น.
http://www.oknation.net/blog/angelyui
~Angelyui~

เกรงอย่างเดียวค่ะ "ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเดิม"
ความคิดเห็นที่ 14
ปลิวลม วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 00.37 น.
http://www.oknation.net/blog/pliewlom

ไม่เล่นหุ้นค่ะ
ความคิดเห็นที่ 13
Visaninee วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 00.25 น.
http://www.oknation.net/blog/lawyee

จะพยายามเป็นนักข่าวที่มีสังกัดให้ตนเองหาข่าวได้มากที่สุดคะแวะมาสวัสดีคะทักทายด้วยนะคะ
ความคิดเห็นที่ 12
มะลิ วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 23.01 น.
http://www.oknation.net/blog/mali

ผมไม่เห็นจะต้องไประวังอะไรเลยยิ่งมีแรงซื้อจากต่างชาติเข้ามาเยอะยิ่งดียิ่งดี เค้าต่างหากที่เสี่ยง เงินที่เข้ามาไม่ลงทุนไม่มีความหมายอะไรหรอกและไม่เสี่ยงด้วย แต่ที่เสี่ยงก็เพราะเอาเงินไปลงทุน หรือขยายกิจการโดยไม่เผื่อปัจจัยเสียง แต่ผมว่าเรามีบทเรียน ก็อยู่แต่ว่ารัฐจะมีมารตการใดออกมา เพื่อจะผลักดันเงินทุนที่เข้ามานี้ให้เกิดดอกผลจริงแบบไม่เสียง คือต้องมีเครื่องมือที่ควบคุมได้มากกว่า ปัจจุบัน อาจจะเป็นกฏหมายซักฉบับที่ซึง่แทนที่จะไปบังคับทุน ก็ไปบังคับผู้ใช้ทุนแทนซะ
ความคิดเห็นที่ 11
มโนมัย วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 19.54 น.
http://www.oknation.net/blog/meehuajai

อ่านเรื่องนอกตัว
เห็นเรื่องในตัว
ทุนนิยมคนนิยมทุน
ความคิดเห็นที่ 10
ต้นฝ้าย วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 19.37 น.
http://www.oknation.net/blog/123shoot
แล้วทุกอย่างก็จะผ่านเราไปไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ทำไมเราจึงไม่เก็บแต่ความสุขไว้ในความทรงจำ ตามไปดูความสุขของผมกัน..

รัฐน่าจะมีมาตรการอะไร กั๊กๆ พวกเงินต่างชาติบ้างนะค่ะ
(สะกัดทุนนิยมสุดขั้ว) อย่าปล่อยให้เข้าออกตามใจ ปล่อยข่าว ป่วน โน้นนี่ อย่าให้มีอิทธิพลอะไรกับประเทศเรามากนักดีกว่า เราอยู่แบบพออยู่พอกิน....น่าจะดี
ความคิดเห็นที่ 9
Hudjung วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 19.21 น.
http://www.oknation.net/blog/Hudjung

คงต้องเก็บข้อมูลนี้ไว้ศึกษาต่อ และคนไทยก็ไม่ควรประมาท
ความคิดเห็นที่ 8
naive วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 18.24 น.
http://www.oknation.net/blog/wickedgirl

ตลาดหุ้นไม่เคยตั้งอยู่บนปัจจัยพื้นฐานแห่งความเป็นจริงเลยค่ะ... ยิ่งมาวูบขึ้นอย่างนี้น่ากลัวการดิ่งลงจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 7
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 18.18 น.
http://www.oknation.net/blog/whitaker

เบื่อแถบ "อัพเดทข่าวสารและบริการล่าสุด..." ทำให้เข้าค้นหาไม่ได้ พวกโฆษณาน่ารำคาญยังงี้ เอาออกได้มั้ย?
ความคิดเห็นที่ 6
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 18.15 น.
http://www.oknation.net/blog/whitaker

เงินทะลักเข้ากลุ่มพลังงาน เพราะราคาน้ำมันขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ เศรษฐกิจยืนตายซาก ครับ มาม่ากับไข่ไก่
กลุ่มธนาคาร รอดูผลประกอบการกลางเดือนนี้ ไม่ว่าดีหรือไม่ดี(คิกว่าไม่ดีมากกว่า) หุ้นก็ต้องลง (sell on facts)
เศษเงินไหลออกจากมะกัน อย่าตื่นเต้น
ความคิดเห็นที่ 5
ชายชาวดอย วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 17.50 น.
http://www.oknation.net/blog/konbondoy

อาจารย์ ทำไมไม่เตือนรายย่อยบ้างครับ ระวังจะเป็นแมงเม่า
ความคิดเห็นที่ 4
ลูกสาวเมืองเลย วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 16.04 น.
http://www.oknation.net/blog/molly

มันวูบ ๆ วาบ ๆ อาจบอกถึงสัญญาณอะไรหรือเปล่าอย่าพึ่งดีใจไปนะคะ เรื่องเงินเรื่องทองนี่มันเข้ามาแล้วออกไปภายในไม่กี่นาทีก็เคยเจอมาแล้ว มองลึก ๆ คิดมาก ๆ เข้าไว้ คิดรอบด้านค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
เจเจค่ะ วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 16.03 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
หนีไปเท่ว อิอิ..... 


น่าขัน

นักวิเคราะห์ก็ช่างแถนะคะ
ความคิดเห็นที่ 2
mirage วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 16.00 น.
http://www.oknation.net/blog/mirage
...ภาพลวงตา... "สิ่งที่เห็น  อาจไม่เป็นจริงเสมอไป" 


อย่าไปตื่นเต้นดีใจกับเงินของคนอื่น...
เขาเอาเงินเข้ามาลงทุน
เขาก็ต้องหวังผลกำไรตอบแทน
เป็นเรื่องธรรมดา

+++++++++++
อย่าลืมหลักการที่พ่อพร่ำสอน
"การพึ่งตนเอง"
ขอให้คนไทยใช้ชีวิตอย่างพอเพียง
และมีภูมิคุ้มกัน

ความคิดเห็นที่ 1
feng_shui วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 15.56 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

อย่างที่เราทราบค่ะ ว่าการที่เงินไหลเข้า มันเหมือนดาบ2คม หากเป็นเงินไหลเข้าที่มิมีนัยยะแฝง หรือเข้ามาแต่ไม่เพื่อลงทุน ก่อให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ อันนี้น่าห่วงนะค่ะ
ส่วนต่วยังเห็นว่าการที่เงินไหลเข้าไม่ได้มีผลหลักจาก เรื่องคมช.เอาจริงอย่างเดียวค่ะ
ขอบคุณค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

จับชีพจรโลก 11 สิงหาคม 2551

ศึกรัสเซีย VS จอร์เจียจะเผชิญทางออกได้หรือไม่ ?

View All
<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



รายการชีพจรโลก คุณสุทธิชัยสัมภาษณ์ ฑูต 3 ประเทศ ท่านคิดว่า ทูตท่านไหนพูดไทยถูกใจท่านที่สุด?
จีน
2253 คน
สหราชอาณาจักร (อังกฤษ)
187 คน
สหรัฐอเมริกา
499 คน

  โหวต 2939 คน