• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 1082
  • จำนวนผู้ชม : 2223625
  • จำนวนผู้โหวต : 6096
  • ส่ง msg :
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/black
วันจันทร์ ที่ 9 กรกฎาคม 2550
ทำไมเด็กไทยเรียนภาษาอังกฤษกันมากมายแต่ยังสู้เพื่อนบ้านไม่ได้?
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 1384 , 09:48:03 น.   | หมวดหมู่ : กาแฟดำ  
พิมพ์หน้านี้


 

เราเห็นโรงเรียนสอนภาษาพิเศษอังกฤษผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด, เห็นโรงงานานาชาติตั้งกันอย่างคึกคัก, เห็นเด็กไทยเดินตามแฟชั่นต่างประเทศกันอย่างเมามัน, ถามว่าเด็กไทยพูดภาษาอังกฤษได้ดีขึ้นกว่าเดิมหรือไม่?

ที่ต้องตั้งคำถามนี้อีกครั้งในช่วงนี้ก็เพราะเพื่อนบ้านเราอย่างเวียดนามและกัมพูชาและลาวกำลังมีความร้อนแรงเรื่องการเรียนภาษาอังกฤษโดยเฉพาะสำหรับเยาวชนของเขาเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของตน...เราเห็นการปรับตัวของเขาอย่างจริงจังและได้ผลทันตาเห็น

ใครไปฮานอยหรือโฮจิมินห์ซีตี้ของเวียนามในยามนี้จะเห็นความตื่นตัวเรื่องภาษาต่างประเทศของเขาอย่างชัดเจน...แต่ก่อนเป็นภาษาฝรั่งเศสและรัสเซีย แต่วันนี้คนรุ่นใหม่ของเวียดนามเน้นความคล่องทางภาษาอังกฤษและภาษาจีน

เพราะนี่คือสองภาษาสากลที่จะวัดความเก่งกาจสามารถของเขาในวันนี้และอนาคต...และผลที่ออกมานั้นปรากฏชัดแจ้งแล้ว

ระดับมาตรฐานภาษาอังกฤษของเด็กสิงคโปร์และมาเลเซียนั้นต้องยอมรับว่าอยู่เหนือคนไทยมานานแล้ว...แม้แต่เยาวชนพม่า, แม้ว่าจะถูกเผด็จการทหารปิดโอกาสการเรียนหนังสืออย่างเปิดกว้างมานาน, แต่เจอเด็กรุ่นใหม่จากย่างกุ้งแล้วจะรู้ว่าเขาสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วกว่าเด็กไทย

สาเหตุหนึ่งอาจจะเป็นเพราะการที่สองประเทศเพื่อนบ้านนี้เคยถูกอังกฤษปกครอง แต่นั่นก็เป็นข้ออ้างสำหรับคนไทยมานานหลายสิบปีแล้ว ไม่อาจจะใช้กับเด็กรุ่นใหม่ที่เกิดในช่วง ๑๕ ถึง ๒๐ ปีที่ผ่าน เพราะต้องถือว่าในระยะสองทศวรรษที่เพิ่งล่วงมานั้น, สถานการณ์ของไทยกับเพื่อนบ้านทั้งหมดในเรื่องภาษต่างประเทศต้องนับหนึ่งกันใหม่ได้

พูดอีกนัยหนึ่งก็คือไทยเราไม่สามารถจะอ้างเหตุผลด้านประวัติศาสตร์มาอธิบายได้ตลอดไปว่าเราแพ้เขาเพราะเขาเคยมีต่างชาติมาปกครอง เพราะถ้าเราอ้างความภาคภูมิของการที่ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใครเพื่อประกอบการชี้แจงว่าเราอ่อนภาษาต่างประเทศด้วยเหตุนี้, ก็เท่ากับเรายอมรับว่าเราจะต้องแพ้เขาไปตลอดกาล...และเด็กไทยจะต้องเป็นประชาชนชั้นสองในเวทีสากลตลอดไปอย่างนั้นหรือ?

ผมจึงขอสำรวจสถานการณ์ล่าสุดของการเรียนการสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กไทยด้วยการเชิญผู้ใกล้ชิดกับวงการนี้มาร่วมวงสนทนาในรายการ “ชีพจรโลกกับสุทธิชัย หยุ่น” เพื่อช่วยกันวิเคราะห์และวิพากษ์รูปแบบและเนื้อหาตลอดจนปัญหาของการเรียนและการสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กไทย

ผมเชิญ ครูเคท, คุณจ๊อบและChris Wright ซึ่งยังทำหน้าที่สอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กไทยอยู่ทุกวันและค่อนข้างจะกล้าบอกกล่าวเล่าความรู้สึกจริง ๆ ต่อปัญหาของการเรียนภาษาต่างประเทศของเด็กไทยให้คนไทยได้ฟังกันอย่างตรงไปตรงมา

กระซิบให้ได้ทราบกันล่วงหน้าเลยว่า, ครูคนดังทั้งสามท่านนี้ตอบคำถามและแลกเปลี่ยนกันเองในหัวข้อนี้อย่างถึงพริกถึงขิง และถ้าคุณเป็นเด็กที่กำลังเรียนภาษาอังกฤษอยู่หรือเป็นผู้ปกครองเด็กที่กำลังสงสัยว่าทำไมเรียนกันมาหลายปีดีดักแล้วเด็กของคุณยังเหนียมอาย, ไม่กล้าพูดภาษาต่างประเทศกับคนต่างด้าว, หรือถ้าคุณอยู่ในแวดวงการศึกษาที่กำลังมีคำถามเรื่องมาตรฐานของเด็กไทยในเรื่องนี้, ต้องฟังความเห็นของทั้งสามท่านในรายการนี้...แล้วจะรู้ว่าหากเราจะมุ่งหน้าสร้างชาติสร้างบ้านเมืองกันอย่างจริงจังแล้วไซร้, เรื่องการเรียนภาษาต่างด้าวยังเป็นเรื่องที่ต้องทำการบ้านกันอีกมากมายเหลือเกิน

คืนนี้ ๔ ทุ่ม, อย่าลืมติดตามรายการ “ชีพจรโลกกับสุทธิชัย หยุ่น” ทางช่อง ๙ อสมท. แล้วช่วยกันแสดงความเห็นเข้ามาที่คอลัมน์นี้หรือที่ blog ส่วนตัวของผมที่ www.oknation.net/blog/black ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมงครับ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 18
N3BMW วันที่ : 24/07/2007 เวลา : 23.26 น.

Simply stated, Thailand will never commit to promote English language equal to Thai language. If it is at all possible, English as a second language in Thailand will help majority of the population to be able to comprehend the English.
ความคิดเห็นที่ 17
ToeflThailand วันที่ : 11/07/2007 เวลา : 20.14 น.
http://www.oknation.net/blog/ToeflThailand
แวะมาทักทายกันหน่อยซิครับ :) 

คุณสุทธิชัย,

ที่ทางผมได้มีโอกาสสอนนักเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ
และ TOEFL ในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา
โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่านักเรียนที่เรียนในห้องเรียน
มีพัฒนาการที่ดีมากจากรุ่นสู่รุ่น เรามีนักเรียนที่สามารถ
ทำคะแนนข้อสอบการเขียนของ TOEFL ได้เต็มหลายคน
ในช่วงหลังนี้

ส่วนตัวผมว่าความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษมีความกระ
จุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่และในสถาบันการศึกษาชั้นนำเป็นหลักความ
เนื่องจากการจะเก่งภาษาอังกฤษต้องลงทั้งเวลา, ความทุ่มเท
และ ทุนทรัพย์ครับ

นอกจากนี้โอกาสที่จะได้เข้าถึงอาจารย์ผู้สอนที่เข้าใจถึงแ่ก่น
แท้ของภาษาก็ไม่เท่าเทียมกันครับ หากเราดูตัวเลขวิเคราห์
จากข้อสอบ Ent และ Onet จะพบได้ว่าวิชาภาษาอังกฤษ
จะมีการกระจายตัวของคะแนนมากที่สุดสูงกว่าวิชาฟิสิกข์ที่หลาย
คนทำไม่ค่อยได้อีกครั้ง

และการเรียนของนักเรียนก็จะมีระบบที่แตกต่างกันชัดเจน
บางส่วนเน้นการท่องศัพท์ บางส่วนเน้นความเข้าใจ
ซึ่งทางผมและโรงเรียนพยายามเน้นความเข้าใจเพื่อให้นัก
เรียนสามารถนำภาษาอังกฤษไปใช้งานได้จริง

สำหรับนักเรียนที่อยู่ในเมือง ผมค่อนข้างประหลาดใจกับ
ความคิดเห็นที่บอกว่านักเรียนอายที่จะพูดภาษาอังกฤษ
เพราะที่เห็นมีนักเรียนจำนวนไม่น้อยที่สนใจมีส่วนร่วมใน
การ discussion

ผมว่าเรา(ประเทศไทย) เราสู้กับประเทศเพื่อนบ้านได้ครับ
แต่อาจจะไม่ได้ทุกหย่อมหญ้าของประชากรครับ
เมื่อ 2-3 ปีเราขนาดมีนักเรียนที่สามารถทำคะแนน TOEFL
ได้ 300 จาก 300 ครับ

นี้ละครับความยากในการบริหารประเทศที่มีจำนวนประชากรมาก
และหลากหลายทางเศรษฐกิจและสังคม :)

ดร.สิระ สุทธิคำ
Tel. 02-252-0600


==========================================
เรียนภาษาอังกฤษ, สอบ TOEFL , ศึกษาต่อต่างประเทศ คลิกที่นี้ !!! http://www.ToeflThailand.com

ความคิดเห็นที่ 16
no_body วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 13.03 น.
http://www.oknation.net/blog/no-body

i saw your program yesterday and agreed with many ideas presented on the show. i also read many sma comments, some interesting, some make me surprise.
not even english, many thai cannot speak or write thai in the right way
ความคิดเห็นที่ 15
chon วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 09.07 น.
http://www.oknation.net/blog/chon

จากประสบการณ์ของตัวเอง เราเรียน gramma เยอะ แต่เอามาใช้ไม่เป็น และที่สำคัญเราไม่กล้า และกลัวเวลาจะพูดกับฝรั่ง ตอนที่ไปเรียนเมืองต่างประเทศใหม่ ต้องไปเรียน ขึ้นพื้นฐาน ทั้งๆ ที่เราจบมหาลัยแล้ว เราถามตัวเองตลอด เราเรียนมหาลัยแล้ว ยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ บอกตามตรงว่าตอนนี้ ภาษาอังกฤษนะง่าย ถ้าเรารู้หลัก และอย่ากลัวที่จะพูด
ความคิดเห็นที่ 14
chaitham วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 07.06 น.
http://www.oknation.net/blog/erp
ChaiTham

ขออนุญาติฝากแสดงความคิดเห็นนะครับ
ภาระกิจทางประวัติศาสตร์ไทย ที่เยาวชนไทยยังต้อง เรียนรู้และแบกรับ
http://www.oknation.net/blog/change/2007/07/10/entry-1
ความคิดเห็นที่ 13
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 23.39 น.
http://www.oknation.net/blog/whitaker

ดูรายการแล้ว ขอเพิ่มความเห็น เด็กไทยเป็น Passive Learner คือต้องมีคนบังคับหรือยัดเยียดให้ ถึงจะเรียน ประเภทเรียนรู้เองจากการสังเกตสิ่งแวดล้อมหรือดูหนังฝรั่งทางยูบีซี ไม่มี อีกอย่างคือเป็น Lazy Mentality เพราะภาษาไทยค่อนข้างช้า ไม่เร็วเหมือนภาษาฝรั่งหรืออินเดีย เราเคยกับการพูดสั้นๆไม่เต็มประโยค ไม่มี Past Tense พอเจอภาษาที่ต้องพูดเมประโคและมีTense เลยคิดไม่ทัน
ลองภาษาเยอรมันหรือรัสเซียดู มี 5-7 cases อุตลุดครับ โดยเฉพาะการแบ่งคำกริยาครึ่งนึงไว้กลางประโยค อีกครึ่งที่ท้ายประโยค วางแผนประโยคกันไม่ทันเลยครับ
คนไทยเป็นโรคขึ้อิจฉาและขี้หมั่นไส้ ล่าสุดก็หมั่นไส้คนรวยบ้าง คนที่ดูถูกคนไร้การศึกษา/คนชั้นล่าง (โดยไม่ดูว่าใครโกหกหรือเกิดอะไรขึ้นจริงๆ)
หมดแล้วครับ ความสามารถในการแข่งขัน ถ้ายังแพ้เวียดนาม ที่พูดติดสำเนียงด๋องแด๋งและไปเสียเวลากับสงครามเวียดนามราวสี่สิบปี ฝรั่งวันนี้ aggressiveกว่าเมื่อก่อนมาก แค่พูดภาษาเขาได้ยังไม่พอครับ ต้องคิดดุดันและรับมือเขาได้ด้วย จึงจะมีประโยชน์ในการเจรจาต่อรอง
โชคดี ประเทศไทย (อ้อ อย่าเพิ่งภูมิใจที่พูดอังกฤษแบบเมียจีไอนะครับ ขบขันแทบแย่ถ้าได้ยินน่ะ อายเค้าด้วยละ)
ความคิดเห็นที่ 12
nayroypc วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 17.20 น.
http://www.oknation.net/blog/nayroypc
ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว

แล้วจะรอชมรายการครับ น่าจะได้ข้อคิดดีๆแน่นอน
ความคิดเห็นที่ 11
musiclover วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 14.14 น.
Musiclover's พื้นที่เล็กๆในใจคุณ

มองว่าเป็นเพราะหลักสูตรบ้านเรายังคงส่งเสริมการท่องๆจำๆกันอยู่มั้งคะ
ในขณะเดียวกัน สภาพแวดล้อมก็ยังไม่เอื้อให้เราได้มีโอกาสใช้กันบ่อยๆ
น่าสนใจมากค่ะ คืนนี้จะรอดู
ความคิดเห็นที่ 10
กล้วยบวชชี วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 14.04 น.
http://www.oknation.net/blog/pacifism

ได้รู้จักเด็กจากโรงเรียนนานาชาติ 3 คน อายุ 4-6-11 ปี เก่งมากด้านการพูดทั้งภาษาอังกฤษ - จีน - ไทย และการเล่นดนตรีหลายประเภท แต่ที่น่าเสียดาย และน่าเศร้ามาก เพราะเด็กเป็นคนไทย แต่ไม่สามารถอ่านภาษาไทยได้คล่อง แม้อายุ 11 ปีแล้ว เช่นคำว่า คู่มือประกอบ อ่านเป็น คู คำว่า ไว้ อ่านเป็นไหว้ น่าเศร้ามากคะ เขาบอกว่าภาษาไทยอ่านยากกกกมากกคะ ภาษาอังกฤาง่ายกว่า ขอฝากถึง ผู้เกี่ยวข้อง หากจะมีการพัฒนาด้านภาษา ขอให้อย่าลืมว่า ภาษาไทย คนไทยยังอ่อนเลย ไม่ใช่การอ่าน การเขียนด้วย
ความคิดเห็นที่ 9
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 11.51 น.
http://www.oknation.net/blog/whitaker

สอนให้เด็กพูดคุยกันอย่างสบายๆ เช่นเรื่องสัพเพเหระ รึเปล่า พอเป็นเรื่องซีเรียสนิดนึงที่ไม่ได้ใช้คุยกับเพื่อน ก็เลยเปลี่ยนมาเป็นภาษาไทยดีกว่า แซวกันสนุกกว่าและไม่ต้องพูดเต็มประโยคแบบภาษาอังกฤษหรือยุโรปด้วย ง่ายดี
มีรุ่นน้องไปเรียนมหาลัยท็อปเท็นที่อมเริกา มาถึงวันแรกเราก็เตือนว่าอย่าคบเพื่อนนักเรียนไทยมาก เดี๋ยวจะไม่ได้ภาษา และก็จริง เขาทำตรีโทเอกภายในแปดปี แต่ภาษาอังกฤษก็ยังเป็นกะเหรี่ยงอยู่ พอให้พูดหน้าชั้นเป็นตะกุกตะกัก การฝึกPublic Speaking ก็ช่วยได้มากในการลดความประหม่าและฝึกให้คิดไปด้วยระหว่างพูด (คนไทยไม่ได้ยินเนื้อหาที่ตัวเองกำลังพูด เพราะกำลังนึกถึงแต่คำที่จะพูดต่อไป เลยทำให้พูดผิดแล้วไม่กลับมาแก้ เหมือนฝรั่งที่แก้ทันที)
ความคิดเห็นที่ 8
ไกอาร์ วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 11.37 น.
http://www.oknation.net/blog/kulkomut

เพราะถ้าคนไทยพุดอังกฤษกับเพื่อน ถูกหากว่ายกตนข่มท่าน เพราะคนไทย ไม่พยายามที่ยอมรับว่าเราจำเป็นแล้วที่ต้องพูดภาษานี้ควบคู่ภาษาไทยในชีวิตประจำวัน สองปีก่อนผมหัดพูดกับตัวเอง พูดเองฟังเอง เหมือนคนบ้า แต่ได้ผลพอควร พอไปเจอฝรั่งจริง ไม่มีใครคิดหรอกว่าผมเปนคนไทย กลับบอกว่า เกาหลีมั่ง จีนมาเลเซียมั่ง สิงคโปร์มั่ง เอ้อ แล้วคนไทยมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอครับ ผมถามตัวเอง และที่แน่ ๆ เพื่อนชาวมาเลย์ผมบอกเลยว่าทุกบริษัทที่บ้านเค้า บังคับให้พูดอังกฤษครับ ไม่พูดก็โดนเล่นงานได้ง่าย ๆ เอ่อแล้วเราจะไม่ส่งเสริมการเรียนแบบธรรมชาติแบบนี้มั่งเหรอครับ หรือต้องหาทางลัดกันเองที่โรงเรียนภาษา อย่างเดียว ไม่ไหวครับ อีกประเด็น คือ เราขาดการส่งเสริมคนวันรุ่นให้ไปเรียนรู้หาประสบการชีวิตเอาเอง อย่างตอนนี้เรามีแค่ สองประเทศที่ให้สิทธ์ นี้คือ ออสเตรเลีย และนิวซีลแลนด์ เสียดายให้วีซ่าแค่ปีละร้อยคน บ้าเหรอ คนไทยหกสิบสี่ล้านนะครับ ที พวกยุ่นพวกเกาหลีให้ไม่จำกัดจำนวน ผมว่างานการทูตเรายังต่ำกว่ามาตรฐานเยอะครับ ไม่งั้นคนไทยจะมีโอกาสเปิดหูเปิดไม่ต้องไปแอบโอเวอร์สเตย์ กันหรือเป็นแรงงานเถื่อน ๆ เมืองนอกต่อไป การส่งเสริมจ้องเป็นระบบครับ แค่นี้มันเหมือนของหลอกเด็กไม่พอหรอกครับ
ความคิดเห็นที่ 7
psty วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 11.21 น.
http://www.oknation.net/blog/prasityoo

ผมว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะหลักสูตรการสอนในโรงเรียน
มุ่งเน้น gramma มากกว่าการสนทนา และครูบาอาจารย์
ก็ต้องสอนตามหลักสูตรเป๊ะ ต่างกับครูต่างชาติ จึงเป็น
สาเหตุหนึ่งที่นักเรียน นักศึกษา ต้องเรียนเสริมด้านนี้กัน
ความคิดเห็นที่ 6
Destroyer วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 10.50 น.
 เกียรติศักดิ์รักช้า มอบไว้ แก่ตัว

อยู่บ้านก็พูดคำเมือง ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษเลย
ไม่ค่อยเก่ง วันศุกร์เจอฝรั่งทัก เค้าถามทาง
ซวยเลยครับ 555
ความคิดเห็นที่ 5
ลูกสาวเมืองเลย วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 10.23 น.
http://www.oknation.net/blog/molly

เดี๋ยวคืนนี้จะติดตามชีพจรโลกอย่างแน่นอนค่ะอยากรู้ว่าทำไงถึงจะเก่งภาษาอังกฤษ
ความคิดเห็นที่ 4
ลูกสาวเมืองเลย วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 10.22 น.
http://www.oknation.net/blog/molly

ลูกสาวเมืองเลยว่า เด็กเราขาดสังคมที่ส่งเสริมภาษาค่ะ ลูกสาวเมืองเลยเรียนมาเหมือนกัน แต่ด้วยสังคมที่ทำงานไม่ได้ใช้เลย มันลืมไปเลยค่ะ เขาเรียกว่า competely forgot เจอฝรั่งยังเก้ ๆ กัง ๆ นึกคำพูดอยู่นาน เลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 3
Rakan วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 10.00 น.
http://www.oknation.net/blog/siswa

จุดหมาย เป้าหมายของผู้เรียนเพื่อสิ่งใด ถ้าพูดตามหลักศาสนาอิสลาม
หากในใจเขาคิดดี คือ เขาต้องเรียนเพื่อที่จะได้ไปโอ้อวดคนอื่น การเรียนของเขา ก็ 0 ศูนย์เปล่า
ความคิดเห็นที่ 2
อาคม วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 09.55 น.
http://www.oknation.net/blog/akom

เป็นเรื่องที่เราต้องดูเรื่องวัฒนธรรมการเรียนรู้ด้านภาษาของไทยว่ามันบกพร่องอยู่ที่กระบวนการใด อย่างไรคืนนี้ผมจะรอดูครับ
ความคิดเห็นที่ 1
ราษีไศล วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 09.50 น.
http://www.oknation.net/blog/motorcyrubjang
บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ /www.banduannoi.com/ www.tourthailand.th.gs

แวะมาอ่านและทักทายชวนไปเที่ยวสวนงูด้วยกันครับผม
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

งานเปิดตัวหนังสือ " ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา "

บรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา"

View All