พิมพ์หน้านี้
|
คุณอยากรู้ไหมว่าคนไทยประมาณ ๒๐ ล้านคนที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคมที่ผ่านมานั้น, เขามองบ้านเมืองวันนี้อย่างไร? ทำไมคนไทยจำนวนมากขนาดนั้นาจึงไม่ไปใช้สิทธิ์? ถ้า ๒๐ ล้านคนไปกาบัตร เห็นชอบ หรือ ไม่เห็นชอบ ร่างรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ฉบับนี้, ผลจะออกมาแตกต่างไปจากที่ออกมาหรือไม่? ที่บอกว่ามีคนไทยถึง ๒๐ ล้านคน (จำนวนนี้มากกว่าประชากรสิงคโปร์ทั้งเกาะถึง ๕ เท่า) ไม่ไปใช้สิทธิ์ในการลงประชามตินั้น เพราะยอดผู้มีสิทธิ์มีทั้งหมด ๔๕ ล้านคน, แต่ผู้ไปเข้าคูหากาบัตรมีเพียงประมาณ ๒๕ ล้านคนหรือเท่ากับร้อยละ ๕๖ โดยประมาณเท่านั้น ผู้ที่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญอยู่ที่ ๑๔ ล้านคน, และที่ไม่เห็นด้วยใกล้ ๆ กับ ๑๑ ล้านคน...ดังนั้น, จึงน่าวิเคราะห์และศึกษาเป็นอย่างยิ่งว่าคนที่ไม่ไปใช้สิทธิ์ร้อยละ ๔๔ หรือเท่ากับประมาณ ๒๐ ล้านคนนั้น, เขามีเหตุผลอะไรที่ นอนหลับทับสิทธิ์ อันสำคัญยิ่ง ผมพบบางคนที่ไม่ไปใช้สิทธิ์ และเขาเหล่านั้นไม่ใช่คน นอนหลับทับสิทธิ์ เลย หากแต่เพราะ ตัดสินใจแล้ว ที่จะแสดงออกถึงความ ไม่พอใจ กับบรรยากาศการเมืองด้วยการไม่ไปใช้สิทธิ์ คนบางคนในข่ายนี้บอกว่าคัดค้านทักษิณแต่ไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติเช่นกัน ดังนั้นจึง ประท้วงเงียบ เพราะบ้านเมืองไม่เปิดทางให้แสดงความเห็นเป็นอื่น จึงใช้วิธีที่ตอบสำนึกของตัวเองได้ด้วยการไม่ไปใช้สิทธิ์เสีย คนเหล่านี้บอกว่าไม่ต้องการจะไป ทำบัตรเสีย เพราะนั่นเป็นการแสดงออกที่อาจจะก่อความสับสนระหว่างคนจงใจทำบัตรเสียกับคนทำเพราะไม่รู้กติกาเพียงพอ...คนสองประเภทนี้ไม่ควรจะถูกประเมินว่าเป็นพวกเดียวกัน แต่ผมเชื่อว่าคนที่ไม่ไปใช้สิทธิ์วันนั้นอีกไม่น้อยไม่เห็นว่าตัวรัฐธรรมนูญเองจะมีผลจริงจังต่ออนาคตการเมืองของประเทศ เพราะคนเหล่านี้มองว่าการถกกันในหลาย ๆ ประเด็นระหว่างนักวิชาการทั้งค่าย รับ และ ไม่รับ นั้นไม่ใช่สาระสำคัญ เป็นแต่เพียงการ ยืนกันอยู่คนละจุด เท่านั้น ไม่ว่าฝ่ายไหนจะชนะจะแพ้ก็ไม่ได้ทำให้คุณภาพของการเมืองไทยดีขึ้นแต่อย่างไร คนที่เชื่ออย่างนั้นไม่ได้เวทีให้พูดในสังคมไทย เพราะเสียงของฝ่ายรับกับไม่รับ...เสียงของฝ่าย คมช. กับ ฝ่าย อำนาจเก่า เท่านั้นที่ดังกึกก้องไปทั่วสังคมไทย แต่ทั้งสองฝ่ายไม่ควรจะมีสิทธิ์ผูกขาดการแสดงความคิดเห็นของตนเท่านั้น เพราะคนที่ไม่ต้องการ สังกัดค่าย ในบรรยากาศของการ เอาเป็นเอาตาย กันระหว่างสองฝั่งนั้นเข้าไปยึดครองสังคมไทยในทุกส่วน ไม่เปิดโอกาสให้ เสียงอื่น ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องกับทั้งสองขั้วนี้ได้แสดงความเห็นของตนเองเลยแม้แต่น้อย เป็นไปได้ไหมว่าส่วนสำคัญของคนที่ตัดสินใจไม่ไปใช้สิทธิ์วันนั้นคือ เสียงที่สาม ที่ถูกบดบังไปจากสมการการเมืองที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง คิดดูให้ลึกก็ยิ่งจะเห็น มิติ สำคัญที่หายไป เพราะถ้าหากเพียงแค่ครึ่งเดียวของคนที่ไม่ไปใช้สิทธิ์วันนั้นคือคนที่ไม่ต้องการถูกต้อนเข้าคอกใดของสองฝั่งนี้, ก็หมายความว่าคนเหล่านี้มีเสียงรวมกันถึง ๑๐ ล้านเสียง เป็น ๑๐ ล้านเสียงที่ไม่จำเป็นต้อง เห็นชอบ หรือ ไม่เห็นชอบ กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ แต่เขามีความเห็น เป็นอย่างอื่น ที่สังคมไทยดูเหมือนจะปิดประตูไม่ยอมรับฟัง หรือสังคมไทยมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับการ เผชิญหน้า ของสองฝ่าย, จนลืมไปว่าบ้านเมืองไม่ได้มีแต่เพียงคนสองฝ่ายนี้เท่านั้น หากแต่ยังมี สติ และ ปัญญา อยู่ในประเทศชาติอีกมากมายหลายฝ่ายที่มองเห็นทางออกจาก หลุมดำ แห่งการเอาชนะคะคานกัน ประเทศนี้จะหาทางออกได้อย่างลุ่มลึก, รอบด้านและยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อสามารถเปิดทางให้กับคน ๒๐ ล้านคนที่สละสิทธิ์วันลงประชามติได้แสดงออกอย่างชัดเจนด้วย โดยไม่ต้องรอให้เพียงแค่เดินเข้าคูหาเพื่อกาบัตรเท่านั้น เพราะคุณภาพการเมืองไทยวันนี้เสื่อมทรุดจนไม่อาจจะเสนอ ทางเลือก ใด ๆ ที่แก้ปัญหาบ้านเมืองได้อย่างจริงจังเลย เขาจึงไม่เลือกเพราะทางที่ให้เลือกนั้นเลือกไม่ได้ |
| สุทธิชัย | ||
ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา |
||
|
View All |
||
| งานเปิดตัวหนังสือ " ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา " | ||
บรรยากาศงานเปิดตัวหนังสือ "ผิดจากนี้ไม่ใช่เรา" |
||
|
View All |
||
| << | สิงหาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |