พิมพ์หน้านี้
|
คืนนี้เมื่อปีก่อน, ใครดูจังหวะลีลาอันเชื่องช้าของการประกาศยึดอำนาจของคณะปฏิวัติที่นำโดยผู้บัญชาการทหารบกที่ชื่อพลเอกสนธิ บุญยรัตกลินทางโทรทัศน์และวิทยุก็พอจะบอกได้ว่าอืดอาดและ ขี้เกรงใจ จนน่าสงสัยว่าได้ตระเตรียมการมานานแค่ไหน อาจจะเพราะความ ไม่เป็นมืออาชีพ กระมัง, ทำให้บางคนให้อภัย, และอีกหลายคนออกไปมอบดอกไม้เพื่อเสียบที่ปลายปืนเพราะโล่งอกที่เอาระบอบทักษิณออกไปจากระบบ และป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงกลางถนนอย่างที่ทำท่าว่าจะเกิดขึ้นในวันนั้นหรืออีกไม่กี่วันต่อมา แต่สำหรับผมแล้ว, ยินดีที่ยุติความฟอนเฟะและอำนาจล้นฟ้าของคนคนเดียวได้...แต่ไม่ยินดีที่ทำด้วยวิธีการยึดอำนาจ เพราะประเทศต้องจ่ายราคาแพงเกินไปสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่ควรจะเกิดขึ้นได้ด้วยระบอบประชาธิปไตยที่กำหนดขั้นตอนไว้ในรัฐธรรมนูญ อีกบางคนบอกว่าการล้มล้างอำนาจทักษิณวันนั้นเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องทำเพราะบ้านเมืองเข้าขั้นกลียุค, และเมื่อบ้านเมืองตกอยู่ในภาวะไม่ปกติ, ก็ต้องแก้ด้วยวิธีการที่ไม่ปกติ...ปัญหาอื่น ๆ ค่อยว่ากันทีหลัง
บางคนบอกว่าเมื่อได้ยินข่าวเรื่องปฏิวัติ, เขา แปลกใจที่ตัวเองไม่โกรธ ไม่ต้องสงสัยว่าคนเก่าของทักษิณก็ยืนอยู่ข้างต่อต้านเหตุการณ์ ๑๙ กันยายนเช่นกัน...และเขาเหล่านี้ไม่จำเป็นจะต้องเป็นผู้มีอุดมการณ์รักประชาธิปไตยสุดขั้วหัวใจแต่ประการใด ความหมายก็คือว่าในฐานะเป็นคนที่ยึดมั่นในความเป็นประชาธิปไตยของบ้านเมือง, เขาควรจะต้องโกรธมาก ๆ ที่ทหารยกพวกออกจากกรมกองมาเพื่อล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง...แต่ระบอบทักษิณทำให้เห็นว่าคำว่า ประชาธิปไตย กลายเป็นเพียงแค่ ข้ออ้าง สำหรับการยึดครองประเทศชาติด้วยอำนาจและเงินเท่านั้น, ก็ทำให้ต้องมาทบทวนวิธีคิดเสียใหม่ ระหว่างที่กำลังคิดอยู่นี่แหละ, ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงด้วยการรัฐประหาร...ซึ่งควรจะทำให้เขาโกรธมาก ๆ...แต่เขากลับไม่รู้สึกอย่างที่ควรจะรู้สึก หนึ่งปีผ่านไป, คนเหล่านี้อาจจะกำลังประเมินว่าเป็นปีแห่งการ เสียของ หรือ ผิดหวัง หรือ โกรธเคือง หรือเป็นปีที่สูญเปล่า (The Lost Year) เพราะคณะปฏิวัติไม่สามารถดำเนินการกับสี่เหตุผลประเด็นหลักที่อ้างเพื่อล้มระบอบทักษิณซึ่งเป็นที่มาของแรงสนับสนุนตั้งแต่ต้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องคอร์รับชั่นใหญ่โตมโหฬาร, การแทรกแซงองค์กรอิสระ, การกระทบสถาบันชั้นสูงและการสร้างความแตกแยกในบ้านเมืองอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน รัฐบาลสุรยุทธ์ จุลานนท์ที่ได้มาจากการแต่งตั้งของ คมช. ก็ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของคนไทยส่วนใหญ่ที่อยากเห็นความเด็ดขาดชัดเจนและหนุนเนื่องเศรษฐกิจให้เดินบนเส้นทางที่หนักแน่นและสร้างความเป็นธรรมในสังคมได้มากขึ้นทั้ง ๆ ที่ในระยะแรกนั้น, คะแนนนิยมสำหรับภาพลักษณ์ที่ดีของผู้นำรัฐบาลเป็นปัจจัยสนับสนุนอย่างแรงกล้ายิ่งนัก ดังนั้น, จึงไม่ใช่เรื่องแปลกใจถ้าหากใครต่อใครจะให้คะแนน สอบตก กับทั้ง คมช. และรัฐบาล แม้กระทั่งคนที่เห็นใจ คมช. และรัฐบาลที่สุดก็ต้องยอมรับว่าผลงาน ๑ ปีที่ผ่านมาของ อำนาจวันนี้ นั้นไม่อาจจะลบล้างความเสียหายที่เกิดจากการต้องใช้รถถังออกมาขับไล่รัฐบาลที่มีปัญหาความน่าเชื่อถือและไว้วางใจกับคนค่อนประเทศ แต่ถ้าจะให้คะแนนกันจริง ๆ ก็จะต้องประเมินให้รอบด้าน...เพราะ ๑ ปีที่ผ่านมานั้น, ประชาสังคมไทยส่วนรวมก็ไม่ได้สร้างเสริมความแข็งแกร่งในการตรวจสอบการทำงานของ คมช. และรัฐบาลอย่างเข้มข้นเพียงพอ ตรงกันข้าม, ความสนใจของชนชั้นกลาง, ชนชั้นธุรกิจ, นักวิชาการและสื่อก็ยังอยู่เพียงแค่ผิวเผินในเรื่องบางเรื่องที่มองไปในอดีตมากกว่าการปูพื้นให้แข็งแกร่งเพื่อเดินไปสู่อนาคต...และก็ยังหวังพึ่งพา ผู้มีอำนาจ มาแก้ไขปัญหาของตนเองมากกว่าการแสดงความเป็นเจ้าของประเทศอย่างแท้จริงในการระดมความคิดความอ่านเพื่อกำหนดทิศทางของชาติอย่างแท้จริง หนึ่งปีที่ผ่านมา, สังคมไทย สูญเปล่าเพราะไม่ได้ใช้ความหลากหลายทางความคิดมาสร้างเป็นความแข็งแกร่งของประเทศชาติ ตรงกันข้าม, กลับหมกมุ่นอยู่กับความขัดแย้งเดิม ๆ ที่เป็นมรดกเลวร้ายของระบอบทักษิณ ก่อน ๑๙ กันยายน, เราหลงกลระบอบประชานิยม พรุ่งนี้, ถ้าสังคมไทยยังไม่สร้างภูมิต้านทานและพลังสำหรับตัวเอง, วงจรแห่งความลุ่มหลงเก่า ๆ ก็จะวนกลับมาเท่านั้นเอง |
| ในสนามข่าวเราคือตัวจริง | ||
ประมวลภาพงานเปิดตัว "ในสนามข่าวเราคือตัวจริง" |
||
|
View All |
||
| จับชีพจรโลก 25 สิงหาคม 2551 | ||
สถานภาพจีนบนเวทีโลกจะเป็นอย่างไรหลังเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||