พิมพ์หน้านี้
|
ฟังเหมือนเรื่องตลกแต่ความจริงไม่ขันเลย...เพราะบรรยากาศการพบปะของคนในครอบครัวบนโต๊ะอาหารเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการสร้างความอบอุ่นให้แก่กันและกัน...พ่อแม่ลูกพี่น้องมีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความเป็นไปของชีวิตแต่ละคนที่ผ่านมาทั้งวัน...เกื้อกูลกัน, หยอกล้อกัน, ถกเถียงประเด็นรอบตัวกัน...หรือแม้แต่เห็นหน้าค่าตากันก็เป็นการสร้างคุณภาพให้กับชีวิตของคนในครอบครัวแล้ว เหตุที่ครอบครัวไทยทุกวันนี้มีอาการเหมือนห่างเหินกัน, พูดกันไม่รู้เรื่องหรือมีความรู้สึกว่าคนอื่นในบ้านไม่เข้าใจตัวเองก็เพราะไม่ได้พบปะกันที่บนโต๊ะอาหารนั่นแหละ...ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้า (ต่างคนต่างเร่งร้อน) หรือมื้อเที่ยง (ต่างคนต่างกินเองที่ที่ทำงานหรือโรงเรียน) หรือมื้อเย็น (ต่างคนต่างมีเหตุจะไม่กลับบ้านกินข้าวกับสมาชิกในครอบครัวคนอื่น) ทุกวันนี้, ผมเห็นบางครอบครัวนัดกินข้าวเย็นกันตามห้างสรรพสินค้าหรือซูเปอร์มาร์เก็ตที่สั่งอาหารสำเร็จรูปมากินกันทั้งพ่อแม่ลูก...แม้จะไม่มีบรรยากาศเหมือนบ้านแต่ก็ยังดีกว่าที่ไม่ได้เจอะเจอกันเลย...กลับถึงบ้าน, ต่างคนต่างนอนเพื่อตื่นขึ้นวันรุ่งขึ้นเพื่อจะได้ไม่ต้องเจอกันอีก โดยไม่ได้นัดหมาย, หนังสือใหม่ที่ผมหยิบจากแผงหนังสือที่อเมริการะหว่างไปแวะเวียนเมื่อเร็ว ๆ นี้ชื่อ Dinner with Dad: How I Found My Way Back to the Family Table โดย Cameron Stratcher ซึ่งเป็นทั้งทนายความ, นักเขียนนิยายและคอลัมน์หนังสือพิมพ์ที่มีงานยุ่งวุ่นวายตลอดวันจนไม่เคยมีเวลาสำหรับครอบครัวเลย (อย่างนี้สังคมเรียกว่าเป็น ผู้ประสบความสำเร็จ?) วันดีคืนดี, เขารู้สึกว่าชีวิตเขายุ่งเหยิงเกินไป ความรู้สึกห่างเหินครอบครัวทำให้เขาเห็นว่าชีวิตที่ดิ้นรนเพื่อสร้างผลงานและชื่อเสียงและรายได้ (ที่อ้างว่าทำเพื่อครอบครัวนั่นแหละ) ไม่ได้คุ้มกันเลย เพราะเอาเข้าจริง ๆ, เขาไม่เคยรู้สึกลูกและเมียของตัวเองอย่างใกล้ชิดเลย เพราะไม่ค่อยได้กินข้าวเย็นที่บ้านกับลูกเมียมานานแสนนานแล้ว วันหนึ่ง, เขาก็ตัดสินใจประกาศสัจธรรมว่าจะเลิกวิ่งไปกินไป, เลิกซื้ออาหาร แดกด่วน จากข้างถนนขณะที่เร่งร้อนไปตามนัดหมายเพื่องานการ เขาตั้งปณิธานว่าจะกลับมากินข้าวเย็นที่บ้านอย่างอบอุ่นและมีความสุขอาทิตย์ละอย่างน้อย ๕ วัน...และจะทำอาหารสำหรับครอบครัวอย่างน้อยครึ่งหนึ่งที่วางบนโต๊ะอาหาร เขาบอกว่าทุกค่ำ, ทั่วอเมริกาจะมีเด็กไม่น้อยกว่า ๕๐ ล้านคนที่กินอาหารเย็นโดยไม่มีพ่ออยู่ด้วย...ซึ่งกลายเป็นประเด็นของการวิเคราะห์ของนักสังคมวิทยาที่เกี่ยวโยงกับปัญหาสังคมอื่น ๆ การศึกษาอย่างเป็นทางการของสหรัฐฯเรื่องหนึ่งสรุปว่าหากวัยรุ่นได้นั่งกินข้าวเย็นกับครอบครัวมากเท่าไหร่, โอกาสที่จะติดยา, ติดเหล้าก็จะต้องลงตามสัดส่วนเท่านั้น การศึกษาอีกสำนักหนึ่งบอกว่าหากเด็ก ๆ ได้นั่งลงร่วมโต๊ะอาหารมื้อเย็นกับพ่อและแม่, โอกาสที่จะติด โรคอ้วน ก็จะน้อยลงไปด้วย คนเขียนหนังสือเล่มนี้บอกว่าในฐานะที่เป็นพ่อนั้น, การที่ไม่เคยกินข้าวเย็นกับลูก ๆ เป็นการทำลายโอกาสของตัวเองในการเรียนรู้ถึงชีวิตของลูกของตัวเองโดยเฉพาะในช่วงที่ลูก ๆ กำลังโต พูดง่าย ๆ คือเป็นพ่อที่ไม่รู้จักลูกของตัวเอง...และมีลูก ๆ ที่เข้าใจพ่อแม่ของตัวเองเช่นกัน และถ้าหากคนเป็นพ่อและแม่ไม่ให้ความสำคัญของการที่คนทั้งครอบครัวมานั่งร่วมโต๊ะอาหารกันเป็นประจำแล้วไซร้, ชีวิตครอบครัวก็จะอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว, รู้จักแต่หน้าตาของกันและกัน, แต่ไม่รู้ว่าในใจของแต่ละคนในครอบครัวนั้นคิดอย่างไร, มีปัญหาอยากจะปรึกษาอย่างไร หรือมารู้อีกทีก็ช้าเกินไปเสียแล้ว คนเขียนหนังสือเล่มนี้เห็นตรงกับผมที่ว่าโต๊ะอาหารเย็น (ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่อาหารหากแต่อยู่ที่บรรยากาศของการมาอยู่ร่วมกัน (โดยไม่ใช้โทรศัพท์มือถือ, ไม่ดูทีวีพร้อมกันไปด้วย) คือโอกาสที่จะทำให้ทุกคนในบ้านรู้สึกว่าเป็นเวลาที่มีค่าที่สุดช่วงหนึ่งของวัน พ่อแม่หลายคนอยากจะไม่สำเหนียกว่าเด็กโตขึ้นเร็วเหลือเกิน...ปั๊บเดียว, ก็ออกจากบ้านไปแล้ว, โต๊ะอาหารที่บ้านกลายเป็นเรื่องอดีตไปได้อย่างรวดเร็ว...ไม่ช้าไม่นาน, ลูก ๆ ก็โตขึ้นและก็ไม่ได้รู้สึกผูกพันกับบ้านหรือพ่อและแม่อย่างที่ครอบครัวอบอุ่นทั้งหลายควรจะรู้สึก คนเขียนหนังสือเล่มนี้บอกว่า ลูก ๆ ของเราอาจจะหายจากความรู้สึกโดดเดี่ยวและเปล่าเปลี่ยวอย่างนั้นได้ง่าย แต่สำหรับพ่อและแม่นั้น, เป็นเรื่องยากที่จะทำใจอย่างนั้นได้... เขาบอกว่ามีเหตุผลง่าย ๆ สำหรับพ่อและแม่ที่ควรจะต้องกลับบ้านมากินข้าวมื้อเย็นกับลูก ๆ... ลูกสาวอายุ ๗ ขวบ...ถือแก้วต่อหน้าพ่อ, พยายามจะเอาใส่ปากของตัวเองอย่างน่ารัก...และถามพ่อว่า พ่อขา...ทำไมนมจึงสีขาว? คำตอบควรจะอยู่แค่เอื้อมสำหรับพ่อแม่ที่ต้องการความสุขแห่งการมีครอบครัว วันนี้, คุณกลับบ้านกินข้าวเย็นหรือยัง? |
| ในสนามข่าวเราคือตัวจริง | ||
ประมวลภาพงานเปิดตัว "ในสนามข่าวเราคือตัวจริง" |
||
|
View All |
||
| จับชีพจรโลก 24 เมษายน 2551 | ||
โลกเตือนใกล้หมดยุคเสื้อผ้าราคาถูก หลังหมดยุคอาหารถูกไปแล้ว |
||
|
View All |
||
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||