พิมพ์หน้านี้
|
ผมเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวของสองหนุ่มใหญ่ที่ชื่อหลี่เค้อเฉียง กับสีจิ้นผิงในการประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนตั้งแต่วันจันทร์แล้วก็เห็นความนิ่งและสงบ, ไม่มีอาการของการที่จะเป็นสองตัวเต็งที่จะก้าวขึ้นมาเป็น เบอร์หนึ่ง แทนประธานาธิบดีหูจิ่นเทาในอีก ๕ ปีข้างหน้า เพราะคนที่จะมาเป็นใหญ่ของจีนต้องแสดงความถ่อมตนโดยเฉพาะในงานใหญ่ที่คนทั้งประเทศจับตาดูอยู่ทุกฝีก้าว หลี่เค้อเฉียงอายุเพิ่งจะ ๕๒ ตามมาตรฐานของจีนแล้วยังถือว่าเป็น เด็ก แต่มีตำแหน่งใหญ่ถึงเลขาธิการพรรคประจำมณฑลเหลียวหนิง ส่วนสีจิ้นผิงปีนี้ ๕๔ และมีบารมีถึงขั้นเป็นเลขาธิการพรรคที่เซี่ยงไฮ้ที่เพิ่งจะเห็นการจัดการกับหัวหน้าใหญ่ของพรรคประจำเมืองอันดับต้น ๆ ของจีนที่ชื่อเฉินเหลียงหยี่อย่างเด็ดขาด...คือปลดจากตำแหน่ง, และส่งฟ้องศาลในข้อหาคอร์รับชั่นซึ่งหมายถึงการสูญสิ้นของอนาคตทางการเมืองอย่างไร้เกียรติและศักดิ์ศรี ทั้งหลี่เค้อเฉียงและสีจิ้นผิงต่างก็รู้ว่าการก้าวขึ้นมาถึงตำแหน่งสำคัญในวัยนี้มีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อยเช่นกัน เพราะพลาดนิดเดียว, ยืนผิดข้างในเรื่องสำคัญบางเรื่อง, หรือจับสัญญาณจากท่านผู้นำผิดไป, ก็อาจจะหมายถึงความล่มสลายของตนเองได้เช่นกัน คาดกันในแวดวงการเมืองจีนว่าทั้งสองจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกคณะกรรมการถาวรของกรมการเมืองที่มีอิทธิพลสูงสุดในประเทศจีน...หรือเป็นสองใน ๒๔ คนที่กุมอำนาจของพรรคอย่างเหนียวแน่น ถ้าเป็นไปตามความคาดหมาย, หนึ่งในสองนี่แหละจะก้าวขึ้นมาแทนหูจิ่นเทาในอีก ๕ ปีข้างหน้า...โดยมีเงื่อนไขว่าต้องก้าวย่างอย่างระมัดระวังและแสดงผลงานตามที่ระดับนำคาดหวังเอาไว้ ซึ่งแปลว่าจากนี้ไป ๕ ปีก็ไม่มีอะไรแน่นอนอีกเช่นกัน...เพราะอะไร ๆ ก็เกิดขึ้นได้ในเวทีการ ความจริง, เมื่อ ๑๐ ปีก่อน, ในการประชุมใหญ่ของพรรคครั้งที่ ๑๕, ชื่อของหูจิ่นเทาก็เริ่มปรากฏออกมาให้ได้ยินเหมือนกับหลี่และสีวันนี้ หูประคับประคองตัวเองอย่างระมัดระวังด้วยความนุ่มและสุขุมได้อย่างราบเรียบ, เมื่อถึงจังหวะที่เจียงเจ๋อหมินต้องก้าวลงขึ้นมาเป็นผู้นำรุ่นที่ ๔ หลังเหมาเจ๋อตุง, เติ้งเสี่ยวผิงและเจียงเองแล้ว, หูจิ่นเทาก็ก้าวขึ้นมาอย่างไร้คู่แข่ง แต่คราวนี้มีมากกว่า ๑ ชื่อ, ดังนั้นจึงกลายเป็นเรื่องที่ยังต้องลุ้นกันต่อไป เพราะนักวิเคราะห์จีนบางคนยังเชื่อว่าอิทธิพล"หลังม่าน" ของเจียงเจ๋อหมินยังไม่ได้หดหายไปหมดเสียทีเดียวแม้ว่าหูจิ่นเทาจะสามารถสร้างฐานอำนาจของตนตลอด ๕ ปีที่ผ่านมาได้อย่างน่าประทับใจก็ตาม นักวิเคราะห์บางคนบอกว่าหลี่เป็นคนใกล้ชิดหูจิ่นเทาขณะที่สีได้รับการหนุนเนื่องจากเจียงเจ๋อหมิน แต่เอาเข้าจริง ๆ, ทั้งหลี่ทั้งสีก็ต้องแสดงตนเป็นผู้สามารถนำเอาทิศทางของหูจิ่นเทาไปปฏิบัติให้ได้ผลก่อนที่จะสามารถก้าวสู่สุดยอดแห่งตำแหน่งหน้าที่ในที่สุด หลี่เค้อเฉียงจบปริญญาเอกทางกฎหมายและเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง และไต่เต้าผ่านสันนิบาตเยาวชนของพรรคคอมมิวนิสต์เหมือนหูจิ่นเทาตอนหนุ่ม ปี ๑๙๙๙, เขาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ว่าฯอายุ ๔๓ ซึ่งถือว่าอายุน้อยที่สุดของมณฑลเหอหนาน...มีชื่อเสียงเป็นนักพูดฝีปากกล้า และมีผลงานด้านการพัฒนาพื้นที่ยากจนกลายเป็นเขตที่สามารถดึงดูดการลงทุนได้ สีจิ้นผิงใช้ชีวิตทางการเมืองส่วนใหญ่ที่มณฑลฝูเจี้ยนทางใต้ของจีน และมาเป็นเลขาธิการพรรคที่เจ้อเจียงก่อนจะมาเป็นเบอร์หนึ่งของเซี่ยงไฮ้...เขามีความโดดเด่นในฐานะเป็นนักปกครองที่ต่อต้านคอร์รับชั่นอย่างแข็งขัน และเปิดกว้างสำหรับการปฏิรูปเศรษฐกิจการตลาดและการเมือง จากนี้ไปทั้งสองจะต้องพิสูจน์ว่าสามารถเอาชนะใจของระดับนำเพื่อก้าวขึ้นสู่เบอร์ ๑ และเบอร์ ๒ ของประเทศ (เข้ามาร่วมแสดงความเห็นได้ที่ blog ของผมที่ www.oknation.net/blog/black หรือเกาะติดข่าวร้อน ๆ ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมงที่ www.suthichaiyoon.com) |
| ในสนามข่าวเราคือตัวจริง | ||
ประมวลภาพงานเปิดตัว "ในสนามข่าวเราคือตัวจริง" |
||
|
View All |
||
| จับชีพจรโลก 25 สิงหาคม 2551 | ||
สถานภาพจีนบนเวทีโลกจะเป็นอย่างไรหลังเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก |
||
|
View All |
||
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||