พิมพ์หน้านี้
|
ผมเข้าใจเอาเองจากคำให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีวิทยาศาสตร์ ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ก่อนหน้านี้วันสองวันว่าคำว่า "เดินหน้า" โครงการนี้ไม่ได้แปลว่าให้ "ก่อสร้าง" ได้ แต่ให้ใช้เวลา 3 ปีข้างหน้านี้แสวงหาเหตุและผลของทั้งฝ่ายเห็นพ้อง และฝ่ายคัดค้านกับทำความเข้าใจกับประชาชนให้กว้างขวางและรอบด้านก่อนจะตัดสินใจว่าจะสร้างหรือไม่สร้าง คุณปิยสวัสดิ์ บอกว่า ปัจจุบันการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์มีมาตรฐานความปลอดภัยดีมาก ประชาชนไม่ต้องกังวล ทุกวันนี้ ทั้งโลกมีโรงงานประเภทนี้ถึง 240 แห่ง และอีก 40 แห่งกำลังก่อสร้างอยู่ และประเทศเพื่อนบ้านก็กำลังเตรียมการกันอยู่หลายประเทศ แต่องค์กรพัฒนาเอกชนหรือเอ็นจีโอ ที่ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดมาตลอดก็ "เดินเครื่อง" ทันทีเหมือนกัน...มีการจัดสัมมนาหัวข้อนี้โดยเน้นว่า การสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ยังมีอุปสรรคนานาประการ เพราะทุกวันนี้ ยังไม่มีมาตรการที่ปลอดภัยในการเก็บ และกำจัดกากนิวเคลียร์ และการก่อสร้างจะล่าช้า งบประมาณบานปลาย สู้ไปหาพลังงานทดแทนอย่างอื่นไม่ได้ อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ สื่อมวลชนหลายค่ายก็ได้รับเชิญไปยุโรป เพื่อศึกษาการก่อสร้างโครงการไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่เขาว่าปลอดภัยและสามารถผลิตไฟฟ้าได้ราคาถูกกว่าการใช้น้ำมันมาก ความพยายามของทุกฝ่ายที่จะถกแถลงด้วยเหตุผลและหลักฐานของตนเองอย่างสงบสุขุม และมองประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นหลักย่อมจะเป็นเรื่องที่ดี ที่สำคัญคือ นักการเมืองที่เข้ามาปกครองประเทศ จะต้องทำความเข้าใจกับเนื้อหาสาระของโครงการนี้ให้ดี ไม่สมควรจะทำให้กลายเป็น "ประเด็นการเมือง" ซึ่งมักจะโดนบิดเบือนได้โดยง่าย จากกลุ่มคนที่ "พูดเป็น แต่ทำไม่เป็น" จนทำให้ประเทศชาติเสียโอกาสมามากแล้ว และการมองปัญหาว่าจะใช้พลังงานนิวเคลียร์หรือไม่ จะต้องมองเป็นภาพรวมของ "พลังงานทดแทน" และการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ หรือระบบอื่นใด ที่จะช่วยในการประหยัดพลังงานทั้งหมด ทุกครั้งที่เปิดประเด็นเรื่องพลังงานนิวเคลียร์ในอดีต ก็จะกลายเป็นเรื่องของการสร้างข่าวสะเทือนขวัญจากฝ่ายคัดค้าน และการอ้างข้อมูลดิบๆ ที่พิสูจน์ไม่ได้จากฝ่ายสนับสนุนโดยไม่อาจจะตอบโต้ประเด็น "ความเสี่ยง" ที่เป็นหัวใจของเรื่องนี้มาตลอด จะว่าไปแล้ว ปัจจัย "ความเสี่ยง" นั้น ไม่ว่าจะใช้แหล่งพลังงานใดก็จะต้องมีด้วยกันทั้งนั้น อยู่ที่ว่าเป็นความเสี่ยงที่เราประเมินแล้วรับได้หรือไม่ และอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นนั้น มีมากน้อยเพียงใด การใช้น้ำมันเป็นแหล่งพลังงานหลัก (เราต้องสั่งเข้าร้อยละ 80 และปีที่แล้ว ใช้เงินเพื่อการนี้อย่างเดียว 7 แสนล้านบาท) ก็มีความเสี่ยงเมื่อราคามันวิ่งพรวดพราดไปอย่างไม่หยุดยั้ง จนกลายเป็นปัจจัยที่ไม่อาจจะควบคุมได้ ดังนั้น ขณะที่เราพยายามหาทางออกจากการต้องพึ่งพาน้ำมันที่กำลังจะมีความเสี่ยงมากขึ้นนั้น ก็จะต้องมีแผนการพัฒนา "พลังงานทางเลือก" อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ลม แสงอาทิตย์ นิวเคลียร์ ระบบขนส่งมวลชน และพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของคนไทยทั้งหลายทั้งปวงด้วย (ผมได้ข่าวการไฟฟ้าฝ่ายผลิตของเราจะไปลงทุนร่วมกับรัฐบาลภูฏาน เพื่อผลิตไฟฟ้าขายให้กับอินเดีย ก็ชื่นชมความเก่งกาจสามารถของคนไทยเรา...แต่เรื่องในบ้าน ทำไมเรายังเก่งน้อยกว่าที่ควรจะเป็น?) (เข้ามาร่วมแสดงความเห็นได้ที่ blog ของผม ที่ www.oknation.net/blog/black และเกาะติดข่าวและความเห็นร้อนๆ ได้ ที่ www.suthichaiyoon.com ตลอด 24 ชั่วโมง |
| ในสนามข่าวเราคือตัวจริง | ||
ประมวลภาพงานเปิดตัว "ในสนามข่าวเราคือตัวจริง" |
||
|
View All |
||
| จับชีพจรโลก 24 กรกฎาคม 2551 | ||
ฟังผู้นำไทยพูดเรื่องข้อพิพาทกับกัมพูชา และบทสัมภาษณ์ทูตไทยประจำ UN |
||
|
View All |
||
| << | พฤศจิกายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |