• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 956
  • จำนวนผู้ชม : 1587126
  • จำนวนผู้โหวต : 5250
  • ส่ง msg :
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/black
วันศุกร์ ที่ 9 พฤศจิกายน 2550
พลังไฟฟ้านิวเคลียร์...ประเมินปัจจัยเสี่ยงกับปัจจัยพึ่งพาน้ำมัน
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 1581 , 15:21:37 น.   | หมวดหมู่ : กาแฟดำ  
พิมพ์หน้านี้


 
รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ คาดการณ์ว่าประเทศไทยจะมีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ประมาณอีก 13 ปีข้างหน้า หลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้ "เดินหน้า" โครงการที่มีการถกเถียงกันมาช้านาน

ผมเข้าใจเอาเองจากคำให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีวิทยาศาสตร์ ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ก่อนหน้านี้วันสองวันว่าคำว่า "เดินหน้า" โครงการนี้ไม่ได้แปลว่าให้ "ก่อสร้าง" ได้ แต่ให้ใช้เวลา 3 ปีข้างหน้านี้แสวงหาเหตุและผลของทั้งฝ่ายเห็นพ้อง และฝ่ายคัดค้านกับทำความเข้าใจกับประชาชนให้กว้างขวางและรอบด้านก่อนจะตัดสินใจว่าจะสร้างหรือไม่สร้าง

คุณปิยสวัสดิ์ บอกว่า ปัจจุบันการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์มีมาตรฐานความปลอดภัยดีมาก ประชาชนไม่ต้องกังวล ทุกวันนี้ ทั้งโลกมีโรงงานประเภทนี้ถึง 240 แห่ง และอีก 40 แห่งกำลังก่อสร้างอยู่ และประเทศเพื่อนบ้านก็กำลังเตรียมการกันอยู่หลายประเทศ

แต่องค์กรพัฒนาเอกชนหรือเอ็นจีโอ ที่ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดมาตลอดก็ "เดินเครื่อง" ทันทีเหมือนกัน...มีการจัดสัมมนาหัวข้อนี้โดยเน้นว่า การสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ยังมีอุปสรรคนานาประการ เพราะทุกวันนี้ ยังไม่มีมาตรการที่ปลอดภัยในการเก็บ และกำจัดกากนิวเคลียร์ และการก่อสร้างจะล่าช้า งบประมาณบานปลาย สู้ไปหาพลังงานทดแทนอย่างอื่นไม่ได้

อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ สื่อมวลชนหลายค่ายก็ได้รับเชิญไปยุโรป เพื่อศึกษาการก่อสร้างโครงการไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่เขาว่าปลอดภัยและสามารถผลิตไฟฟ้าได้ราคาถูกกว่าการใช้น้ำมันมาก

ความพยายามของทุกฝ่ายที่จะถกแถลงด้วยเหตุผลและหลักฐานของตนเองอย่างสงบสุขุม และมองประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นหลักย่อมจะเป็นเรื่องที่ดี

ที่สำคัญคือ นักการเมืองที่เข้ามาปกครองประเทศ จะต้องทำความเข้าใจกับเนื้อหาสาระของโครงการนี้ให้ดี ไม่สมควรจะทำให้กลายเป็น "ประเด็นการเมือง" ซึ่งมักจะโดนบิดเบือนได้โดยง่าย จากกลุ่มคนที่ "พูดเป็น แต่ทำไม่เป็น" จนทำให้ประเทศชาติเสียโอกาสมามากแล้ว

และการมองปัญหาว่าจะใช้พลังงานนิวเคลียร์หรือไม่ จะต้องมองเป็นภาพรวมของ "พลังงานทดแทน" และการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ หรือระบบอื่นใด ที่จะช่วยในการประหยัดพลังงานทั้งหมด

ทุกครั้งที่เปิดประเด็นเรื่องพลังงานนิวเคลียร์ในอดีต ก็จะกลายเป็นเรื่องของการสร้างข่าวสะเทือนขวัญจากฝ่ายคัดค้าน และการอ้างข้อมูลดิบๆ ที่พิสูจน์ไม่ได้จากฝ่ายสนับสนุนโดยไม่อาจจะตอบโต้ประเด็น "ความเสี่ยง" ที่เป็นหัวใจของเรื่องนี้มาตลอด

จะว่าไปแล้ว ปัจจัย "ความเสี่ยง" นั้น ไม่ว่าจะใช้แหล่งพลังงานใดก็จะต้องมีด้วยกันทั้งนั้น อยู่ที่ว่าเป็นความเสี่ยงที่เราประเมินแล้วรับได้หรือไม่ และอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นนั้น มีมากน้อยเพียงใด

การใช้น้ำมันเป็นแหล่งพลังงานหลัก (เราต้องสั่งเข้าร้อยละ 80 และปีที่แล้ว ใช้เงินเพื่อการนี้อย่างเดียว 7 แสนล้านบาท) ก็มีความเสี่ยงเมื่อราคามันวิ่งพรวดพราดไปอย่างไม่หยุดยั้ง จนกลายเป็นปัจจัยที่ไม่อาจจะควบคุมได้

ดังนั้น ขณะที่เราพยายามหาทางออกจากการต้องพึ่งพาน้ำมันที่กำลังจะมีความเสี่ยงมากขึ้นนั้น ก็จะต้องมีแผนการพัฒนา "พลังงานทางเลือก" อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ลม แสงอาทิตย์ นิวเคลียร์ ระบบขนส่งมวลชน และพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของคนไทยทั้งหลายทั้งปวงด้วย

(ผมได้ข่าวการไฟฟ้าฝ่ายผลิตของเราจะไปลงทุนร่วมกับรัฐบาลภูฏาน เพื่อผลิตไฟฟ้าขายให้กับอินเดีย ก็ชื่นชมความเก่งกาจสามารถของคนไทยเรา...แต่เรื่องในบ้าน ทำไมเรายังเก่งน้อยกว่าที่ควรจะเป็น?)

(เข้ามาร่วมแสดงความเห็นได้ที่ blog ของผม ที่ www.oknation.net/blog/black และเกาะติดข่าวและความเห็นร้อนๆ ได้ ที่ www.suthichaiyoon.com ตลอด 24 ชั่วโมง
 
 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8
นักฆ่าเงินเฟ้อ วันที่ : 07/04/2008 เวลา : 10.55 น.
http://www.oknation.net/blog/dome

อย่าสร้างใกล้บ้านผม ก็พอ
ความคิดเห็นที่ 7
Twinkle_Star วันที่ : 09/12/2007 เวลา : 21.55 น.
http://www.oknation.net/blog/twinkle
บล็อคเรื่องของชีวิต ทั้งเรื่องสุขภาพ, การใช้ชีวิต, ศิลปะ, พุทธศาสน์ และ สารพันเรื่องราวน่ารู้

ที่ว่าปลอดภัยๆ แต่มันก็มีโอกาสพลาดได้ หลายๆประเทศก็เคยมีการรั่วไหล
อีกอย่างชาวบ้านที่ไหนจะรับได้กับโรงงานนิวเคลียร์ใกล้บ้าน

ให้ดีแล้วใช้พลังงานสะอาด พวกน้ำ ลม แสงอาทิตย์ น่าจะเหมาะกว่า
แม้ว่าต้นทุนจะแพง แต่ถ้ารวมต้นทุนทางสังคมน่าจะคุ้มกว่า
ความคิดเห็นที่ 6
pigletlovepooh วันที่ : 12/11/2007 เวลา : 17.52 น.
http://www.oknation.net/blog/pigletLOVEpooh
“I just want to be sure of you.”

เรื่องความเก่ง หรือการพัฒนาเทคโนโลยี ของไทย ไม่เป็นประเด็นที่น่าห่วง . . .
แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาเป็นอย่างยิ่ง คือ วินัย และสำนึกรับผิดชอบต่อหน้าที่ . . สิ่งนี้ที่น่ากลัว
ความคิดเห็นที่ 5
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 09/11/2007 เวลา : 20.50 น.
http://www.oknation.net/blog/whitaker

ถ่านหินก็ไม่เอา แล้วจะเอานิวเคลียร์ได้ยังไง เวลายกตัวอย่าง ก็จะเอาที่น่ากลัวที่สุด อย่างเชโนบิล ที่เขาปลอดภัยก็ไม่พูดถึง
อย่าไปทำประชาพิจารณ์เลยครับ มีแต่คนไม่เห็นด้วยออกมาเรียกร้องค่าเสียหาย คนเห็นด้วยเขาก็เงียบๆไม่ต่อต้าน
อย่างFTA ไทย-ญี่ปุ่น กว่าจะผ่านได้ ท่านนายกฯต้องทุบโต๊ะและบินไปเซ็นเจเทป้าเอง ไม่งั้นยังเถียงกันไม่จบ
เทคโนโลยีนิวเคลียร์มีอยู่แล้ว หาฝรั่งมาทำให้ดีๆ อย่างซีเมนส์หรือที่เขามีประสพการณ์บริหารและกำจัดกากนิวเคลียร์ด้วย
ความคิดเห็นที่ 4
namo วันที่ : 09/11/2007 เวลา : 18.41 น.
http://www.oknation.net/blog/namo

ผมคิดว่า ประเทศไทยเราคงหลีกเลี่ยง พลังงานไฟฟ้านิวเคลียส ในอนาคตอันใกล้นี้ ได้อยากลำบาก เพราะโลกกำลังให้ความสำคัญกับ ภาวะโลกร้อน พลังงานเชื้อเพลิงที่ราคาถูกและเป็นมลภาวะที่เป็นพิษ ต่อสิ่งแวดล้อม คือ ถ่านหิน ที่ไทยเรานำมาเป็นส่วนหนึ่งในการผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ภายในประเทศ จะเป็นที่รังเกียจต่อประชาคมโลก หากโรงงานอุตสาหกรรมของประเทศใดที่ใช้พลังงานไฟฟ้าที่เป็นสาเหตุ ทำให้โลกร้อน สินค้าจากประเทศนั้น ก็จะส่งออกไปขายลำบาก จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงในพลังงาน หากไทยเราไม่เตรียมการเกี่ยวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียส ตั้งแต่ตอนนี้ เราจะเสียเปรียบในความสามารถในการแข่งขันทางการค้า ที่ต้นทุนของผู้ประกอบการภายในประเทศจะสูง เพราะค่าไฟฟ้าแพง แต่ขณะที่ประเทศคู่แข่งทางด้านเศรษฐกิจ เช่น เวียดนาม ซึ่งได้ตัดสินใจลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียสแล้วและจะแล้วเสร็จในอีก 10 ปีข้างหน้า จะมีความสามรถในการแข้งขันสูงกว่าไทยเรา เพราะต้นทุนในการประกอบการที่ต่ำกว่าจากการที่ค่าไฟฟ้าราคาถูก สินค้าจากเวียดนามก็ราคาต่ำกว่าไทย สินค้าไทยก็แข่งขันลำบาก ไทยเราจะประสบทั้งปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ และความมั่นคงในด้านพลังงาน อยากให้ทุกฝ่ายที่มีหน้าที่เร่งทำความเข้าใจถึงเหตุผลในความจำเป็นที่จะต้องมีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียสให้พี่น้องคนไทยได้ร่วมตัดสินใจ อย่าปล่อยเวลาให้สูญเปล่าไปวันๆหนึ่งโดยที่ไม่ได้ทำอะไร หากเป็นเช่นนั้นประเทศไทยเราคงได้รับผลกระทบดังที่กล่าวข้างต้น
ความคิดเห็นที่ 3
FollwEr วันที่ : 09/11/2007 เวลา : 17.25 น.
http://www.oknation.net/blog/ning25348
WhAt !!!!

กำลังตามอ่านอยู่เหมือนกันค่ะ...ฝ่ายเชียร์ก็จะยกเหตุผลมาอ้างสารพัดว่าดีอย่างโน้นดีอย่างนี้ ฝ่ายไม่เห็นด้วยก็ยกเหตุผลเหมือนกันว่าสร้างไปแล้วจะก่อให้เกิดอย่างโน้นอย่างนี้ แต่จริง ๆ แล้วปัญหาใหญ่ ๆ ไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยีหรอก อยู่ที่พฤติกรรมของมนุษย์เองนี่แหล่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
rirut วันที่ : 09/11/2007 เวลา : 15.49 น.
http://www.oknation.net/blog/rirut

การกำจัดกากนิวเคลียร์ล่ะปัญหาใหญ่
สิ่งแวดล้อมปัจจุบันก็แย่อยู่แล้ว
จะทำอะไรก็ต้องให้รอบคอบแรดกุมมากที่สุดค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 09/11/2007 เวลา : 15.30 น.
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ที่สำคัญคือ นักการเมืองที่เข้ามาปกครองประเทศ จะต้องทำความเข้าใจกับเนื้อหาสาระของโครงการนี้ให้ดี ไม่สมควรจะทำให้กลายเป็น "ประเด็นการเมือง" ซึ่งมักจะโดนบิดเบือนได้โดยง่าย จากกลุ่มคนที่ "พูดเป็น แต่ทำไม่เป็น" จนทำให้ประเทศชาติเสียโอกาสมามากแล้ว

....................................................................

พูดเป็น แต่ทำไม่ป็น คำพูดนี้ สะท้อนมุมมอง
การเมืองไทย ได้อย่างเห็นภาพค่ะ

เราควรนำมาพิจารณา ประเด็นนนี้ให้มาก
สนับสนุนความคิดคุณสุทธิชัยนะคะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

จับชีพจรโลก 24 กรกฎาคม 2551

ฟังผู้นำไทยพูดเรื่องข้อพิพาทกับกัมพูชา และบทสัมภาษณ์ทูตไทยประจำ UN

View All
<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



รายการชีพจรโลก คุณสุทธิชัยสัมภาษณ์ ฑูต 3 ประเทศ ท่านคิดว่า ทูตท่านไหนพูดไทยถูกใจท่านที่สุด?
จีน
2206 คน
สหราชอาณาจักร (อังกฤษ)
178 คน
สหรัฐอเมริกา
494 คน

  โหวต 2878 คน