• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 878
  • จำนวนผู้ชม : 1250924
  • จำนวนผู้โหวต : 4632
  • ส่ง msg :
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/black
วันเสาร์ ที่ 26 มกราคม 2551
"เมื่อหมอบอกว่าผมเป็นมะเร็ง....."
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 3855 , 13:35:05 น.   | หมวดหมู่ : ไม้เกาหลัง  
พิมพ์หน้านี้


ผมเพิ่งอ่านพบบางตอนของหนังสือ "เปลี่ยนมะเร็งเป็นพลัง" ของหมอนักสู้...นพ. สงวน นิตยารัมภ์พงศ์...เจ้าของแนวความคิด "30 บาทรักษาทุกโรค" ตัวจริงที่เพิ่งเสียชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย

"หมอหงวน" รู้ตัวว่าเป็นมะเร็งเมื่อ ๔ ปีก่อนและบางตอนของบันทึกของหมอสงวนน่าจะส่ง ต่อให้ได้อ่านกันมาก ๆ...เพื่อได้รู้ถึงความในใจจริง ๆ ของหมอผู้น่านับถือท่านนี้...

บทที่ 1

ตั้งหลักอย่างมีสติ 
ในวันที่หมอบอกว่า...คุณมีมะเร็ง


หลังผ่านกระบวนการตรวจมาแล้ว  เราก็มานั่งรอฟังผลกันด้วยใจที่ไม่ค่อยดีนัก
“สงสัยในปอดคงจะมีปัญหา”

คุณหมอที่ตรวจพูดพร้อมกับพาผมไปดูฟิล์มเอ็กซเรย์โดยชี้จุดที่ผิดปกติให้ดูและมองหน้าอย่างที่เราเริ่มรู้สึกตัวว่าจะมีอะไรเพราะน้ำเสียงและสีหน้าของหมอผู้ตรวจบ่งบอกถึงความเห็นใจว่าเราอาจจะกำลังเผชิญกับโรคซึ่งทุกคนหวั่นเกรงนั่นก็คือมะเร็ง

และนับจากชั่วโมงนั้นทุกย่างก็เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วจนผมแทบจะไม่ได้ลงไปเอาใจใส่ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในกระบวนการติดต่อประสานงาน หาหมอ หาเตียง เตรียมการไปตรวจอื่นๆ เพิ่มเติม และไปจนถึงการเตรียมการรักษา  ในตอนนั้นผมรู้สึกว่าตนเองกำลังพบกับอะไรบางอย่างที่ไม่อยากนึกถึง  ไม่อยากจะไปค้นหารายละเอียดกับมันด้วยตนเองมากนัก ประกอบกับยังมีงานหลายอย่างที่ยังต้องจัดการอยู่  เลยคิดแต่ว่าหากจะเป็นอะไร ต้องป่วยยาสักนิดก็ขอจัดการงานให้หมดห่วงไปก่อนแล้วกัน

ภาระในเรื่องการติดต่อหาที่รักษาตัวผมแทบจะทั้งหมดจึงตกอยู่ที่ภรรยาของผมซึ่งมีเพื่อนเป็นหมอที่ศิริราช  ทั้งๆ ที่ผมก็มีอาจารย์ มีพี่ มีเพื่อน และรุ่นน้องอยู่ที่รามาธิบดีหลายต่อหลายคน แต่ผมก็ได้แต่ปล่อยให้ภรรยาผมอาศัยช่องทางที่เขามีคนคุ้นเคยประสานงานทุกอย่างให้ ส่วนผมเองในเวลานั้นยังเหมือนกับงงๆก็ได้แต่จัดการกับงานที่คิดว่าอยากให้เสร็จในระยะนั้นไปก่อน

การพบโรคมะเร็งย่อมเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในชีวิต  ผมก็คงเหมือนกับผู้ป่วยมะเร็งทุกคนที่อดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามว่าทำไมต้องเป็นผม  และทำไมต้องเป็นตอนนี้ด้วย เพราะว่าวันที่พบว่ามีโรคร้ายนี้อยู่ในตัวและในจุดที่สำคัญของร่างกาย กำลังเป็นช่วงของการที่เกือบจะถึงจุดสูงสุดของการที่จะทำสิ่งที่เราใฝ่ฝันมาตลอดชีวิต  แต่อยู่ๆ ผมก็ป่วยขึ้นมา การงานที่วางแผนไว้หลายเรื่องต้องชะงักหรือชะลอออกไป

มันช่างเป็นเวลาที่เลวร้ายเหลือเกิดสำหรับผม  นอกจากจะกลัวความเจ็บป่วยและความเจ็บปวดทางร่างกายแล้วมันยังทำให้คล้ายๆ กับรู้สึกเวิ้งว้าง จากที่กำลังรู้สึกสนุกและมุ่งมั่นกับความคืบหน้าของงานที่กำลังเดินไปได้อย่างดี

ในทางจิตวิทยาซึ่งผมมาเรียนรู้ภายหลังทราบว่า  ความรู้สึกโดยปกติของทุกคนที่รู้ว่าเป็นมะเร็งหรือเป็นโรคร้ายแรงใดก็ตามความรู้สึกอย่างแรกคือจะตกใจ ต่อมาสักไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วันก็จะเริ่มซึมเศร้า เริ่มคิดน้อยใจในโชคชะตาว่าเราก็ไม่ได้ทำอะไรที่ไม่ดีแต่ทำไมถึงเป็นเรา ทำไมไม่เป็นคนอื่น  คนอื่นที่มีดีกว่าเรามีตั้งเยอะแยะ  คนอื่นที่เขาทำความชั่วร้ายไว้ ทำไมเขาไม่มีโรคอย่างนี้  เราทำความดีตั้งเยอะ แต่เรากลับมาเป็นอย่างนี้  ถัดจากนั้นก็เริ่มจะคิดโทษโน่นโทษนี่ เช่น สิ่งแวดล้อมที่เราคิดว่าเป็นสาเหตุของมะเร็ง  โทษที่เราไม่เคยไปตรวจร่างกาย ไม่ดูแลตัวเอง ฯลฯ คือ โทษทั้งคนอื่นและตัวเอง ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้มันเป็นอารมณ์ความรู้สึกที่เป็นเรื่องธรรมดาที่คนเราจะรู้สึกได้

เมื่อเราต้องรับรู้ว่าเรามีโรคเป็นครั้งแรก  เวลานั้นถือว่าเป็นเวลาวิกฤตของชีวิต  การตั้งหลักอย่างมีสติจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด  เมื่อรับรู้ว่าป่วย ต้องพยายามตั้งสติให้ได้โดยเร็วที่สุด   การตั้งสติได้เร็วจะมี่ผลดีต่อชีวิตตนเอง เพราะจะตามมาด้วยการคิดวางแผนที่จะรับมือกับปัญหาใหญ่อื่น ๆ ในชีวิต  นอกจากนี้การตั้งสติได้จะลดความตึงเครียดในความคิด เพราะท่ากับเราทำใจยอมรับและปล่อยวางได้ รับรู้ว่าเป็นแต่ไม่ร้อนรน  ซึ่งการตั้งหลักอย่างมีสตินี้จะมีผลเกี่ยวเนื่องไปถึงสุขภาพทางจิตวิญญาณของเราด้วยในระยะยาว

ดังนี้ใครก็ตามที่กำลังจะพาตัวเองไปตรวจร่างกาย สิ่งที่ผมให้ข้อคิดไว้ก็คือว่า ท่านต้องเตรียมความพร้อมทางจิตใจไว้ โดยเฉพาะคนที่มีอาการผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นแล้ว เมื่อผลตรวจออกมาท่านอาจจะได้รับคำตอบที่นำไปสู่ความตกใจ ความกลัว  หรือความวิตกกังวลได้ ดังนั้นท่านต้องตระหนักถึงข้อนี้ไว้เป็นอย่างดี การมีเพื่อนคู่คิดหรือคนสนิทที่ดูแลกันได้ไปเป็นเพื่อนจะเป็นสิ่งที่มีความหมายมาก ดังเช่นในกรณีของผมที่มีภรรยาไปด้วยในวันนั้น

คำพูดปลอบประโลมให้กำลังใจกันและกัน ทำให้เราผ่านเวลานั้นด้วยกันมาได้  แทนที่วันที่หมอบอกว่าผมมีมะเร็งจะเป็นวันที่เหมือนฟ้าถล่มทลายก็กลายเป็นว่า เราได้ช่วยกันคิดว่าเราจะจัดการกับโรคอย่างไรและลงมือทำทันที…..

นี่คือตอนที่หมอหงวนได้รับการยืนยันจากนายแพทย์ว่าเขาเป็นมะเร็งจริง....เข้าไปหาอ่าน ฉบับเต็มได้ที่ http://www.nhso.go.th และเข้าร่วมสนับสนุนกองทุนนายแพทย์สงวนฯได้ ที่สำนักสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคี สปสช. โท. 0-2831-4000 ต่อ 4134 ครับ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15
beauty วันที่ : 31/01/2008 เวลา : 09.48 น.
http://www.oknation.net/blog/best

ตอนแรกที่อ่านแค่ข้อความนำเรื่องหนูก็ตกใจ นึกเหมือนกันว่าคุณสุทธิชัยเป็นหรือ แต่เท่าที่เห็นไม่ เพราะดูคุณสุทธิชัยแข็งแรง หนูก็เป็นโรคมะเร็งเหมือนกัน เป็นมาเข้าปีที่สามแล้ว ตอนแรกขอบอกว่าตกใจ และก็คิดเหมือนกันว่า ทำไมต้องเป็นเรา มันรู้สึกอึ้งอยู่ข้างใน พูดไม่ออก จะร้องไห้ก็ร้องไม่ออก แต่มาปัจจุบันนี้ หนูคิดว่า หนูหายดีแล้ว เพราะสุขภาพก็ดี ยิ้มแย้ม แจ่มใส ได้ เพราะคิดเสมอว่า เราต้องเข้มแข็ง ไม่เครียดกับมัน ทานอาหารที่มีประโยชน์ แต่ต้องงดเนื้อสัตว์ กินผักและผลไม้เยอะ เหมือนคุณสุทธิชัยเคยบอกไว้ และที่สำคัญเรายังมีลูก ที่ต้องคอยดูแลเขาอีก เพราะเขายังเล็กอยู่ จึงทำให้หนูมีพลังที่จะต่อสู้กับมันเช่นกัน
ความคิดเห็นที่ 14
เรือนข้าหลวง วันที่ : 30/01/2008 เวลา : 02.55 น.
http://www.oknation.net/blog/banklangtung

ตกใจหมดเลย
คิดว่าคุณสุทธิชัย หยุ่น เป็น...
ดิฉันชอบอ่านไม้เกาหลังในชีวจิตมาก
ให้ความรู้ใหม่ๆมาใช้ในชีวิตจริง
ชอบนำข้อเขียนของคุณมาอ้างอิงเสมอ
และนำข้อเขียน ข้อคิด slow philososhy
มาใช้และทำ homestay" baanklangtung"
ทำชีวิตให้slow down and live longer
มีผู้ร่วมแนวคิดพอสมควร
ชาว oknation สนใจเปิดดูที่blogนะจ๊ะ
ความคิดเห็นที่ 13
ไผ่ วันที่ : 28/01/2008 เวลา : 17.30 น.
http://www.oknation.net/blog/therb

ขอให้นั่งสมาธิบ่อย ๆ ปล่อยวางอย่าหมกมุ่นกับตนเองให้มากนัก มันจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น
ความคิดเห็นที่ 12
พระจันทร์สีเก่า วันที่ : 28/01/2008 เวลา : 14.55 น.
http://www.oknation.net/blog/graticnumkaeng
...เวลาก็คล้ายกับความคิดสรรพชีวิตร่วงหล่นภายในช่วงของสมมุติ... 

มีช่วงหนึ่งหนูเป็นมะเร็ง

เป็นมะเร็งร้ายทางความคิด

โดนฉายรังสีความคิดตัวเองแทบแย่

ดีที่ไม่ขั้นร้ายแรง

ไม่เช่นนั้นต้องถูกทำลายทั้งหมด

และโอกาสดีที่หลายคนกล่าวบ่อยๆ

สติทำให้มะเร็งมีความเจ็บปวดน้อยลง


ปล..หนูนอกประเด็นฮะ
ความคิดเห็นที่ 11
khunjumbo วันที่ : 28/01/2008 เวลา : 13.29 น.
http://www.oknation.net/blog/khunjumbo

มะเร็ง เป็นโรคที่น่ากลัวมา๊ก ถ้าวันนึงเกิดกับตัวเราคงจะไม่เจ๋ง เหมือนคุณหมอสงวน แหงๆ ว่าแต่ระบบ30 บาทจะo.k.กับตาสี หรือป่าวครับ? เพราะคุณหมอสงวนท่านกรุณาทดลองด้วยตัวท่านเอง เพื่อความมั่นใจว่าเกิดชาวบ้านตัวดำๆมารับบริการจะได้รับการเหลียวแล ผมอ่านใน เนชั่นแล้ว โอ...ซึ้งจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 10
น้ำใส วันที่ : 27/01/2008 เวลา : 05.06 น.
http://www.oknation.net/blog/chayada
พยายามจะช่างเล่า

คนเราต่างก็เกิดมาและใช้ชีวิตไปตามแนวทางที่ตนเชื่อ
ระหว่างมีชีิวิตก็ทำหน้าที่ของตนไป
แต่เมื่อพันธกิจจำต้องยุติเนื่องเพราะสังขารสู่จุดดับสูญ
หน้าที่เหล่านั้นก็ย่อมยุติลงไปด้วยเช่นกัน
มนุษย์ทุกคน ล้วนต้องบรรจบพบเจอมิอาจเลี่ยง
จิตใจยามนั้นหากสงบและมีความสุข
กายเป็นเช่นไรก็ทำอะไรใจเราได้ยาก
หากใครอดทนอดกลั้นได้ดี ก็จะผ่านสู่ภาวะเปลี่ยนภพได้ดีกว่า
และเป็นอันทายได้ว่าย่อมสู่ที่อันเป็นสุขในภพใหม่
ความคิดเห็นที่ 9
hathai วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 22.16 น.
http://www.oknation.net/blog/hathai

คิดเหมือนกับความเห็นที่ 8 นึกว่าคุณสุทธิชัยเป็นอะไรหรือเปล่า เห็นพาดหัวซะน่ากลัว

ยิ่งช่วงนี้คนดีๆ ป่วยด้วยโรคร้ายกันเยอะค่ะ เห็นบอกว่า อ.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ เจ้าพ่อกฎหมายมหาชนแห่งค่ายแม่โดม ก็เป็นโรคไต

อ.ไชยันต์ ไชยพร เจ้าพ่อโพสต์โมเดิร์น แห่งจุฬาฯ ก็เป็นโรคหัวใจ อ้อ อ.ธีรยุทธ บุญมี แห่งแม่โดม ก็เป็นเพิ่งไปทำบัลลูนหัวใจมา

หนูก็นึกว่า คุณสุทธิชัยจะเป็นโรคฮิตไปกับเขาด้วย

อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะคะ หมั่นออกกำลังกาย และตรวจสุขภาพด้วยค่ะ อย่าให้คนข่าวรุ่นหลังหมดกำลังใจนะคะ
ความคิดเห็นที่ 8
mookie วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 20.35 น.
http://www.oknation.net/blog/mookie
มนุษย์…ยืดสุดตัว ก็ไปไม่ถึงไหน  ก้มต่ำสุดก็ไป ไม่ได้ไกล.. แล้วใยยังไขว่คว้า หาในสิ่งเกินตัว...

โอ้...

ตกใจหมดเลยครับ

นึกว่าท่านสุทธิชัย เป็นมะเร็งซะอีก...

โล่งอกครับ
ความคิดเห็นที่ 7
น้องจ๋า วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 19.21 น.
http://www.oknation.net/blog/nongjar
อย่าแวะทักนะ....เดี๋ยวจะหลงรัก..น้องจ๋า

รู้ แต่เนิ่นๆ ตั้งสติได้
มีการรักษาหลายทางค่ะ
เรามีแพทย์ และ การรักษา ทางเลือก
มะเร้งหายได้ ถ้ารู้เร้ว และรักษาทันที
เอาใจช่วยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 6
สุวิริโย วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 15.03 น.
http://www.oknation.net/blog/19

ยอมรับความจริง มีสติ เรียนรู้ เข้าใจ ปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น...
นำมาใช้ได้หลายอย่างเลย...
ดีครับ...
ความคิดเห็นที่ 5
redribbons07 วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 13.56 น.
http://www.oknation.net/blog/redribbons07

กำลังใจและสติสำคัญที่สุดในการต่อสู้กับโรคร้าย

เคยพบกับคนที่เป็นมะเร็งหลายคน บางคนสามารถต่อสู้ได้นาน แต่บางคนก็จากไปในเวลาอันรวดเร็ว แต่ดู ๆ แล้วผู้ป่วยเองมีความสำคัญอย่างมากที่จะทำให้อาการลุกลาม หรือควบคุมไว้ได้
ความคิดเห็นที่ 4
ล้านเล็กๆ วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 13.55 น.
http://www.oknation.net/blog/lan-car-fair

เห็นด้วยกับ คหที่2 ครับ

อย่าปลอดประ...ละเลย
ความคิดเห็นที่ 3
cancer วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 13.54 น.
http://www.oknation.net/blog/ION

สวัสดีค่ะ ตอนที่ดิฉันทราบว่าเป็นมะเร็ง ดิฉันบอกคุณหมอในตอนนั้นเลย ตัดทิ้งไปเลย หมอพร้อมเมื่อไหร่ ผ่าตัดได้ทันที เราต้องมีสติ ต้องยอมรับกับมันให้ได้ อย่าอ่อนแอ อย่ายอมแพ้ ต้องสู้ค่ะ 3ปี กว่าแล้ว โรคก็ไม่ได้ลามไปที่ใด ทั้งๆที่ดิฉันเป็นมะร็งระยะที่ 3
ความคิดเห็นที่ 2
วัชรากร วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 13.47 น.
http://www.oknation.net/blog/watcharakorn

ต้องตั้งสติให้ดีก่อน
แต่เอ ! ถ้าเตรียมตัวไม่พร้อมยังไม่ต้องตรวจหรือเปล่า
ที่จริงตรวจทุกปีน่ะน่าจะดีนะคะ รู้ตัวได้รักษา
แล้วถ้าตรวจทุกๆปี เราก้เตรียมตัวเตรียมใจไว้ตลอด
ความคิดเห็นที่ 1
TaTee วันที่ : 26/01/2008 เวลา : 13.40 น.
http://www.oknation.net/blog/poo

แค่คิดก็น่ากลัวแล้วครับ
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

จับชีพจรโลก 24 เมษายน 2551

โลกเตือนใกล้หมดยุคเสื้อผ้าราคาถูก หลังหมดยุคอาหารถูกไปแล้ว

View All
<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



รายการชีพจรโลก คุณสุทธิชัยสัมภาษณ์ ฑูต 3 ประเทศ ท่านคิดว่า ทูตท่านไหนพูดไทยถูกใจท่านที่สุด?
จีน
1993 คน
สหราชอาณาจักร (อังกฤษ)
165 คน
สหรัฐอเมริกา
463 คน

  โหวต 2621 คน