พิมพ์หน้านี้
|
ผมเพิ่งอ่านพบบางตอนของหนังสือ "เปลี่ยนมะเร็งเป็นพลัง" ของหมอนักสู้...นพ. สงวน นิตยารัมภ์พงศ์...เจ้าของแนวความคิด "30 บาทรักษาทุกโรค" ตัวจริงที่เพิ่งเสียชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย "หมอหงวน" รู้ตัวว่าเป็นมะเร็งเมื่อ ๔ ปีก่อนและบางตอนของบันทึกของหมอสงวนน่าจะส่ง ต่อให้ได้อ่านกันมาก ๆ...เพื่อได้รู้ถึงความในใจจริง ๆ ของหมอผู้น่านับถือท่านนี้... บทที่ 1 ตั้งหลักอย่างมีสติ
คุณหมอที่ตรวจพูดพร้อมกับพาผมไปดูฟิล์มเอ็กซเรย์โดยชี้จุดที่ผิดปกติให้ดูและมองหน้าอย่างที่เราเริ่มรู้สึกตัวว่าจะมีอะไรเพราะน้ำเสียงและสีหน้าของหมอผู้ตรวจบ่งบอกถึงความเห็นใจว่าเราอาจจะกำลังเผชิญกับโรคซึ่งทุกคนหวั่นเกรงนั่นก็คือมะเร็ง และนับจากชั่วโมงนั้นทุกย่างก็เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วจนผมแทบจะไม่ได้ลงไปเอาใจใส่ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในกระบวนการติดต่อประสานงาน หาหมอ หาเตียง เตรียมการไปตรวจอื่นๆ เพิ่มเติม และไปจนถึงการเตรียมการรักษา ในตอนนั้นผมรู้สึกว่าตนเองกำลังพบกับอะไรบางอย่างที่ไม่อยากนึกถึง ไม่อยากจะไปค้นหารายละเอียดกับมันด้วยตนเองมากนัก ประกอบกับยังมีงานหลายอย่างที่ยังต้องจัดการอยู่ เลยคิดแต่ว่าหากจะเป็นอะไร ต้องป่วยยาสักนิดก็ขอจัดการงานให้หมดห่วงไปก่อนแล้วกัน ภาระในเรื่องการติดต่อหาที่รักษาตัวผมแทบจะทั้งหมดจึงตกอยู่ที่ภรรยาของผมซึ่งมีเพื่อนเป็นหมอที่ศิริราช ทั้งๆ ที่ผมก็มีอาจารย์ มีพี่ มีเพื่อน และรุ่นน้องอยู่ที่รามาธิบดีหลายต่อหลายคน แต่ผมก็ได้แต่ปล่อยให้ภรรยาผมอาศัยช่องทางที่เขามีคนคุ้นเคยประสานงานทุกอย่างให้ ส่วนผมเองในเวลานั้นยังเหมือนกับงงๆก็ได้แต่จัดการกับงานที่คิดว่าอยากให้เสร็จในระยะนั้นไปก่อน การพบโรคมะเร็งย่อมเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในชีวิต ผมก็คงเหมือนกับผู้ป่วยมะเร็งทุกคนที่อดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามว่าทำไมต้องเป็นผม และทำไมต้องเป็นตอนนี้ด้วย เพราะว่าวันที่พบว่ามีโรคร้ายนี้อยู่ในตัวและในจุดที่สำคัญของร่างกาย กำลังเป็นช่วงของการที่เกือบจะถึงจุดสูงสุดของการที่จะทำสิ่งที่เราใฝ่ฝันมาตลอดชีวิต แต่อยู่ๆ ผมก็ป่วยขึ้นมา การงานที่วางแผนไว้หลายเรื่องต้องชะงักหรือชะลอออกไป มันช่างเป็นเวลาที่เลวร้ายเหลือเกิดสำหรับผม นอกจากจะกลัวความเจ็บป่วยและความเจ็บปวดทางร่างกายแล้วมันยังทำให้คล้ายๆ กับรู้สึกเวิ้งว้าง จากที่กำลังรู้สึกสนุกและมุ่งมั่นกับความคืบหน้าของงานที่กำลังเดินไปได้อย่างดี ในทางจิตวิทยาซึ่งผมมาเรียนรู้ภายหลังทราบว่า ความรู้สึกโดยปกติของทุกคนที่รู้ว่าเป็นมะเร็งหรือเป็นโรคร้ายแรงใดก็ตามความรู้สึกอย่างแรกคือจะตกใจ ต่อมาสักไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วันก็จะเริ่มซึมเศร้า เริ่มคิดน้อยใจในโชคชะตาว่าเราก็ไม่ได้ทำอะไรที่ไม่ดีแต่ทำไมถึงเป็นเรา ทำไมไม่เป็นคนอื่น คนอื่นที่มีดีกว่าเรามีตั้งเยอะแยะ คนอื่นที่เขาทำความชั่วร้ายไว้ ทำไมเขาไม่มีโรคอย่างนี้ เราทำความดีตั้งเยอะ แต่เรากลับมาเป็นอย่างนี้ ถัดจากนั้นก็เริ่มจะคิดโทษโน่นโทษนี่ เช่น สิ่งแวดล้อมที่เราคิดว่าเป็นสาเหตุของมะเร็ง โทษที่เราไม่เคยไปตรวจร่างกาย ไม่ดูแลตัวเอง ฯลฯ คือ โทษทั้งคนอื่นและตัวเอง ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้มันเป็นอารมณ์ความรู้สึกที่เป็นเรื่องธรรมดาที่คนเราจะรู้สึกได้ เมื่อเราต้องรับรู้ว่าเรามีโรคเป็นครั้งแรก เวลานั้นถือว่าเป็นเวลาวิกฤตของชีวิต การตั้งหลักอย่างมีสติจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เมื่อรับรู้ว่าป่วย ต้องพยายามตั้งสติให้ได้โดยเร็วที่สุด การตั้งสติได้เร็วจะมี่ผลดีต่อชีวิตตนเอง เพราะจะตามมาด้วยการคิดวางแผนที่จะรับมือกับปัญหาใหญ่อื่น ๆ ในชีวิต นอกจากนี้การตั้งสติได้จะลดความตึงเครียดในความคิด เพราะท่ากับเราทำใจยอมรับและปล่อยวางได้ รับรู้ว่าเป็นแต่ไม่ร้อนรน ซึ่งการตั้งหลักอย่างมีสตินี้จะมีผลเกี่ยวเนื่องไปถึงสุขภาพทางจิตวิญญาณของเราด้วยในระยะยาว ดังนี้ใครก็ตามที่กำลังจะพาตัวเองไปตรวจร่างกาย สิ่งที่ผมให้ข้อคิดไว้ก็คือว่า ท่านต้องเตรียมความพร้อมทางจิตใจไว้ โดยเฉพาะคนที่มีอาการผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นแล้ว เมื่อผลตรวจออกมาท่านอาจจะได้รับคำตอบที่นำไปสู่ความตกใจ ความกลัว หรือความวิตกกังวลได้ ดังนั้นท่านต้องตระหนักถึงข้อนี้ไว้เป็นอย่างดี การมีเพื่อนคู่คิดหรือคนสนิทที่ดูแลกันได้ไปเป็นเพื่อนจะเป็นสิ่งที่มีความหมายมาก ดังเช่นในกรณีของผมที่มีภรรยาไปด้วยในวันนั้น คำพูดปลอบประโลมให้กำลังใจกันและกัน ทำให้เราผ่านเวลานั้นด้วยกันมาได้ แทนที่วันที่หมอบอกว่าผมมีมะเร็งจะเป็นวันที่เหมือนฟ้าถล่มทลายก็กลายเป็นว่า เราได้ช่วยกันคิดว่าเราจะจัดการกับโรคอย่างไรและลงมือทำทันที .. นี่คือตอนที่หมอหงวนได้รับการยืนยันจากนายแพทย์ว่าเขาเป็นมะเร็งจริง....เข้าไปหาอ่าน ฉบับเต็มได้ที่ http://www.nhso.go.th และเข้าร่วมสนับสนุนกองทุนนายแพทย์สงวนฯได้ ที่สำนักสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคี สปสช. โท. 0-2831-4000 ต่อ 4134 ครับ |
| ในสนามข่าวเราคือตัวจริง | ||
ประมวลภาพงานเปิดตัว "ในสนามข่าวเราคือตัวจริง" |
||
|
View All |
||
| จับชีพจรโลก 24 เมษายน 2551 | ||
โลกเตือนใกล้หมดยุคเสื้อผ้าราคาถูก หลังหมดยุคอาหารถูกไปแล้ว |
||
|
View All |
||
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||