• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 879
  • จำนวนผู้ชม : 1256370
  • จำนวนผู้โหวต : 4641
  • ส่ง msg :
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/black
วันจันทร์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2551
Blog TV...จาก 1 ศพ 6 ตุลาฯถึง 5,000 ศพฆ่าตัดตอน
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 1474 , 09:13:39 น.  
พิมพ์หน้านี้


คลิกชมสุทธิชัย หยุ่นวิพากษ์คำประกาศนโยบายปราบปรามยาเศพติดอย่าง "เด็ดขาด" และบอกว่าหาก "ฆ่าตัดตอนกันเอง" 5,000 ศพก็เป็นเรื่องของเขา...หมายความว่าอย่างไร?

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15
เสรีชนคนธรรมดา วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 11.56 น.
http://www.oknation.net/blog/wewon

เผด็จการในคราบประชาธิปไตย พฤติกรรมมันต่ำช้ากว่าเผด็จการตัวจริงสะอีก
ความคิดเห็นที่ 14
khunphai วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 09.01 น.
http://www.oknation.net/blog/khunphai
...ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา...

อย่าให้พูดเลยคนพันนั่น

พูดมาไม่คิดไร

หาหลักความจริงไม่ได้

ฟังแล้ว คิด อ่านที่โพสน์โพสน์

กันเหมือนเหตการณ์วันนั่นไม่มีค่าอะไรเลย

วีรชนเหล่านั่น....สาปสูญหรือไง
ความคิดเห็นที่ 13
ting วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 03.17 น.
http://www.oknation.net/blog/Germany

อำนาจเก่ากับอำนาจกรรมอะไรจะแรงกว่ากัน
จะรอดูค่ะ
ความคิดเห็นที่ 12
makaratta วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 01.31 น.
http://www.oknation.net/blog/mekaratta

นโยบายเช็คบิลเหมือนเคยครับ...
ใครที่ออกตัวต่อต้านอำนาจเก่าไว้ขอให้ระวังตัวครับ
.
คงป่วยการที่จะไปวิจารณ์ท่านหมัก เรื่องพลิกลิ้นสองเฉก กลับดำเป็นขาว ในการตอบคำถามสื่อ
.
เป็นกำลังใจให้สื่อ 'รู้ทัน' คนเยี่ยงนี้ให้ได้ครับ
ความคิดเห็นที่ 11
fonyukyik วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 00.46 น.
http://www.oknation.net/blog/fonyukyik

มาเที่ยวชมค่ะ
ความคิดเห็นที่ 10
คนเล่าเรื่อง วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 22.54 น.
http://www.oknation.net/blog/daniel

การปราบปรามยาเสพติดนั้น มันก้เหมือนกับการจัดการกับบัวเหล่าที่ 3 และ 4 บัวเหล่าที่ 3 ส่วนใหญ่สามารถหลุดพ้นได้ แต่บัวเหล่าที่ 4 ก็ยังแบ่งชั้นลงไปอีกว่าจมลึกไปถึงขั้นไหน ถ้าปล่อยเอาไว้ มันก็จะเน่าก่อให้เกิดมลพิษทางน้ำทำให้บัวเหล่าที่ 1-3 ตายไปทั้งสระ
นับเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งครับที่จะต้องมีการดำเนินการที่เด็ดขาดในบางครั้งเพื่อพิทักษ์รักษาคนส่วนใหญ่ในสังคมเอาไว้
แต่แน่นอนครับ ปัญหาก็คือ การจัดการที่ถูกต้องตรงตามเป้าหมายที่แท้จริงมากน้อยแค่ไหน แล้วสามารถสาวไปถึงตัวการในระดับใดได้บ้าง
อย่างไรก้ตาม ยังดีกว่านั่งเฉยๆ ปล่อยให้ยาเสพติดทำลายลูกหลานไทยลงไปทุกวี่วันครับ
ความคิดเห็นที่ 9
ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามและเงิน วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 20.30 น.
http://www.oknation.net/blog/whitaker

ชนะด้วยเหตุผลไม่ได้ ก็เอาชนะด้วยคารม โต้วาทีแท้ๆ...
ปัญหาของการฆ่าตัดตอน นอกจากผิดกฏหมายแล้ว ยังปกป้องตัวการใหญ่ข้างหลัง ทำให้ปัญหาไม่ได้รับการสะสางจริงจังครับ ตัวการใหญ่ข้างหลัง ก็พอจะรู้ๆกันอยู่ มันเลยไม่หมดซักที
เข้าใจว่า เอ่ยชื่อคนผิดคน ต่อไปอย่าพูดคำว่า นิติรัฐ เลยครับ เขาชื่อ นิติภูมิ เนาวรัตน์ ต่างหาก ฮา...
ความคิดเห็นที่ 8
ครูอุ๋ย วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 20.06 น.
http://www.oknation.net/blog/kru-oui
เด็กชายชนะ ตอนใหม่ มาแล้วจ้า.... [ ART 2 U : http://www.oknation.net/blog/art2u ]


ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 7
อาโป วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 17.21 น.
http://www.oknation.net/blog/agile

เป็นเรื่องธรรมดาของผู้บริหาร หนองน้ำ
ความคิดเห็นที่ 6
มาลัยอิสรา วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 16.54 น.
http://www.oknation.net/blog/womenfreedom
โครงการศึกษาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตสตรีศึกษา วิทยาลัยสหวิทยาการ  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โทร. 0–2613–3605, E–mail : women@tu.ac.th,wysp@tu.ac.th 

6 ตุลา กับสถานะทางประวัติศาสตร์
โดย : วิภา ดาวมณี


ในอดีตเคยมีเหตุการณ์นองเลือดทางการเมืองเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ หลายครั้งหลายหน ได้แก่ กบฎบวรเดช 11-27 ตุลาคม 2476 , กบฎวังหลัง 26 กุมภาพันธ์ 2492 , กบฎแมนฮัตตัน 29 มิถุนายน 2494 , เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 , เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 , เหตุการณ์ 18-20 พฤษภาคม 2535 คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าเหตุการณ์นองเลือด กลางพระนครครั้งรุนแรงและโหดร้ายที่สุดที่รัฐกระทำต่อประชาชน คือ เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

ในบทความซึ่งอาจจะดีที่สุดเกี่ยวกับ "การรัฐประหาร 6 ตุลาคม 2519" โดย ศาสตราจารย์เบเนดิก แอนเดอร์สัน กล่าวไว้ว่า โดยตัวของมันเองแล้วรัฐประหาร 6 ตุลา ไม่ใช่เรื่องใหม่ในประวัติศาสตร์ไทย ไม่ว่าจะในสมัยใหม่หรือสมัยเก่า เพราะเคยมีรัฐประหารหรือความพยายามที่จะทำรัฐประหารมาแล้วครั้งแล้วครั้งเล่า นับตั้งแต่การปฏิวัติ 2475 ดังนั้นทั้งนักวิชการและนักหนังสือพิมพ์ตะวันตก ต่างก็ลงความเห็นว่า "การรัฐประหาร 6 ตุลา" เป็นเรื่อง "ธรรมดาๆ" ของการเมืองไทย และเป็นการกลับไปสู่ "สภาพปกติ" หลังจากที่หลงระเริงอยู่กับ "ประชาธิปไตย" หลังการปฏิวัติ 14 ตุลา 2516 มาเป็นเวลา 3 ปี

แต่เบเนดิก แอนเดอร์สัน ก็กล่าวว่า "การรัฐประหาร 6 ตุลา" เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อใหม่ของการเมืองไทยอย่างน้อย 2 ประเด็น คือ

1) บรรดาผู้นำฝ่ายซ้าย แทนที่จะจบลงด้วยการถูกจับเข้าคุกจนลืม หรือไม่ก็ลี้ภัยการเมืองอยู่ที่ต่างประเทศ กลับเข้าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (กองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเศไทย) ในเขตป่าเขา

และ 2) การรัฐประหาร 6 ตุลา แตกต่างจากการรัฐประหารที่เคยมีมา คือ ไม่ใช่เพียงการยึดอำนาจกันในหมู่ผู้นำเท่านั้น แต่เป็นการรัฐประหารที่ฝ่ายขวาใช้เวลากว่า ๒ ปี ในการวางแผนการรณรงค์ คุกคามใช้ความรุนแรง อย่างเปิดเผย เห็นได้อย่างโจ่งแจ้งของ และปลุกปั่นยุยงให้เกิดความบ้าคลั่งของฝูงชน "ม็อบ" เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519

พร้อมๆ กับการเกิดของชนชั้นกระฎุมพี ความปั่นป่วนทางด้านอุดมการณ์ในช่วง 3 ปีของยุค "ประชาธิปไตย" เบ่งบานนั้น มีคนหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยที่เบื่อหน่ายต่อความอับจนทางปัญญาและการใช้สัญลักษณ์ทางจารีตโดยระบอบ สฤษฎิ์ - ถนอม - ประภาส คนหนุ่มสาวตั้งคำถามต่อค่านิยมและวัฒนธรรมจารีตนั้น ทำให้เกิดปฏิกิริยาตอบโต้ด้วยการโฆษณาเผยแพร่ สั่งสอนอุดมการณ์ชาติ - ศาสนา - พระมหากษัตริย์ หนักหน่วงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน สะท้อนออกมาในเพลง "หนักแผ่นดิน" และคำพูดของพระกิตติวุฒโทที่ว่า "ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป"

ดร.ธงชัย วินิจจะกูล อดีตผู้นำนักศึกษา (ม.ธรรรมศาสตร์ )ในสมัยนั้นและปัจจุบันเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ประเทศสหรัฐอเมริกา เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 2 นาฬิกา ของวันที่ 6 ตุลาคม ตำรวจกับกองกำลังติดอาวุธและกำลังพลฝ่ายขวา ได้เคลื่อนเข้าปิดล้อมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมีผู้คนจำนวน 4-5 พันคนชุมนุมอยู่ตลอดคืน ประท้วงการกลับมาของจอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งได้ถูกประชาชนลุกฮือขับไล่ออกจากประเทศไปเมื่อ 3 ปีก่อน (การปฏิวัติ 14 ตุลาคม 2516) ซึ่งก่อนหน้านี้ พนักงานไฟฟ้าภูมิภาค ได้ถูกฆ่าแขวนคอ โดยฝีมือตำรวจนครปฐมขณะที่กำลังปิดโปสเตอร์ประท้วงการกลับมาของจอมพลถนอม กิตติขจร

ในเช้าตรู่ของวันที่ 6 ตุลาคม 2519 เจ้าหน้าที่แต่งเครื่องแบบของฝ่ายรัฐไทยได้ใช้อาวุธสงครามหนัก ถล่มขบวนการนักศึกษาที่ชุมนุมต่อต้านการกลับมาของเผด็จการอย่างสงบในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมกันนั้น "องค์กรนอกระบบ" หรือกลุ่มอันธพาลการเมือง ซึ่งได้แก่ขบวนการลูกเสือชาวบ้าน กระทิงแดง และนวพล ได้ทำทารุณกรรมอย่างที่สุดกับนักศึกษาประชาชนที่ชุมนุมในธรรมศาสตร์ มีการลากคนออกมาแขวนคอที่ต้นมะขามสนามหลวง ลากคอไปตามสนามฟุตบอล และเตะต่อยทุบตีอย่างบ้าคลั่ง ทำอนาจารกับนักศึกษาทั้งหญิง เผาศพนั่งยางบนท้องถนน กระทั่งเอาไม้แหลมตอกศพอย่างเลือดเย็น ฯลฯ การกระทำผิดมนุษย์มนาดังกล่าว แม้แต่ศัตรูต่างสัญชาติที่รบกันในสนามรบก็ยังไม่ทำกันถึงเพียงนี้ แต่รัฐไทยที่อ้างว่าเป็นรัฐพุทธกับก่อกรรมทำเข็ญอย่างโหดเหี้ยมต่อนักศึกษา ประชาชนของตนในช่วงเวลาเข้าพรรษา !

หลังจากนั้นผู้ถูกกระทำที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงก็ถูกจับเข้าคุก ส่วนผู้ที่ก่ออาชญากรรมก็ได้รับการขอบคุณยกย่องจากบุคคลระดับสูงของสังคมไทย พอถึงเวลา 18 นาฬิกาของเย็นวันนั้น คณะทหารก็ประกาศยึดอำนาจ ทางการแถลงว่าในวันนั้นมีผู้เสียชีวิตประมาณ 40 คน บาดเจ็บเป็นร้อย และถูกจับกุมไป 3 พันคน แต่ก็เชื่อกันว่าจำนวนผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ รวมทั้งสูญหายน่าจะสูงกว่าที่ทางการแถลง

กล่าวโดยย่อ 6 ตุลาคม 2519 ก็คือวันที่มีการรัฐประหาร นำการเมืองไทยกลับไปสู่การปกครองโดยคณะทหารอีกครั้งหนึ่ง (แต่มีนายกรัฐมนตรีมาจากข้าราชการตุลาการ) การรัฐประหาร 6 ตุลา มาพร้อมกับความรุนแรงและป่าเถื่อน อย่างชนิดที่ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ในสังคมไทย ภาพของความทารุณโหดร้ายได้รับการเผยแพร่ไปทั่วโลก การสังหารหมู่กลางพระนคร หน้าพระบรมมหาราชวัง และพระอารามหลวงในวันนั้น ถูกถ่ายทอดออกโทรทัศน์ช่อง 9 ด้วย

แต่ก็เป็นที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่งที่ 6 ตุลาคม 2519 กลายเป็นอดีตที่ดูเหมือนผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ประหนึ่งว่าเป็นการพังพินาศของอดีต "ขาดสถานะทางประวัติศาสตร์" ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้นทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ทั้งจากอุดมการณ์ทั้งขวาและซ้าย ดูจะสับสน งุนงง เลอะลืมปฏิเสธ และบางครั้งขาดความเข้าใจต่อ ๖ ตุลา ในบริบทเฉพาะของการเมืองไทย และบริบทใหญ่ของการเมืองโลก

ในบริบทประวัติศาสตร์การเมืองไทย 6 ตุลา น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางสังคมที่เป็นปฏิปักษ์ ต่อต้าน และพยายามปลดปล่อยตนเองจากการครอบงำของระบอบสังคมเก่า (และเก่ากว่า) ขบวนการนี้รู้จักในชื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น "ประชาธิปไตย" "รัฐธรรมนูญ" หรือ "เสรีภาพ"

แนวความคิดทางการเมืองใหม่โดยพาะอย่างยิ่ง "เสรีนิยม" และ "สังคมนิยม" อันเป็นสิ่งที่ตรงข้ามและปฏิปักษ์กับลัทธิ "อนุรักษ์นิยม" หรือส่วนที่แตกหน่ออกมาเป็น "อำนาจนิยม" ที่เป็นพื้นฐานของ "สมบูรณาญาสิทธิ์" กับ "เสนา - อำมาตยนิยม"

ถ้าหากจะดูตามลำดับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์แล้ว จะเห็นได้ว่าความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและทางความคิด กินระยะเวลาอันยาวนานกว่า 100 ปี

อาจกล่าวได้ว่ากระแสความคิดทางการเมืองหลักของผู้ที่ต้องการจะปลดปล่อย นับตั้งแต่เทียนวรรณมาถึงพวกกบฎ ร.ศ. 130 (เก็กเหม็ง) จนกระทั่ง "ผู้ก่อการ" หรือ "คณะราษฎร 2475" นั้นเป็นความคิดด้านเสรีนิยมเป็นหลัก รูปแบบของระบอบประชาธิปไตยและลัทธิรัฐธรรมนูญ ที่ได้รับความบันดาลใจจากยุโรปตะวันตกตั้งแต่การปฏิวัติฝรั่งเศส ค.ศ. 1789 ที่ชูแนวความคิดว่าด้วยเสรีภาพ เสมอภาพและภารดรภาพนั้นเป็นกระแสหลัก ส่วนอิทธิพลของสังคมนิยม อันเป็นผลพวงของการปฏิวัติรัสเซีย (ค.ศ. 1917) นับได้ว่าเป็นกระแสรอง

เมื่อการปลดปล่อยเข้าสู่ระบอบใหม่ภายหลังการปฏิวัติ 2475 ไม่บรรลุตามเป้าหมายหลังการสิ้นสุดของ "สมบูรณาญาสิทธิ์" การเมืองไทยจึงได้แปลงรูประบอบเข้าสู่ความเป็น "เสนา - อำมาตยนิยม" เรียกกันทั่วๆ ไปว่า "เผด็จการทหาร" ซึ่งในความจริงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงข้าราชการทหารเท่านั้น แต่รวมไปถึงข้าราชการพลเรือนและข้าราชการตุลาการด้วย

การปลดปล่อยตัวเองนี้ยังยืดเยื้อยาวนานมาอีก ผ่านช่วงของเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ผ่านช่วงพฤษภามหาโหด 2535 จนกระทั่งปัจจุบัน เมื่อ 19 กันยายน ปีที่ผ่านมา ในช่วงของการเดินทางของประวัติศาสตร์การเมืองไทยนับแต่ 2519 เป็นต้นมา ความคิดเสรีนิยมยังเป็นความคิดกระแสหลักอยู่

ในทางสากลกระแสคลื่นของการปฏิวัติยังคงกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป คละเคล้าด้วยความคิดทั้งแบบเสรีนิยมและแบบสังคมนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทศวรรษ 1960 และ 1970 ที่เป็นยุคสมัยของขบวนการนักศึกษาทั่วโลก ขบวนการนักศึกษากลายเป็นพลังทางสังคมและการเมืองสำคัญ 4 ทศวรรษที่กล่าวมาแล้ว ซึ่งก็ตรงกับช่วงของก่อนและหลัง 14 ตุลาคม 2516 พลังนี้มาจากปัญญาชนที่อยู่ในสถาบันทางความรู้ อยู่ในเมืองใหญ่ ใกล้กับอำนาจและสื่อมวลชน มาจากชนชั้นนำของสังคม การที่จะจำกัดและกำจัดนักศึกษาทำไม่ได้ง่ายนัก อธิการบดีของมหาวิทยาลัยไทยจึงเคยมีชื่อของจอมพลอยู่ในตำแหน่งดังกล่าว

ในประเทศด้อยพัฒนา และกำลังพัฒนา รัฐจะดูเปราะบาง ไม่คุ้นเคยกับ ประชาธิปไตยและเสรีภาพ และไม่ฉลาดพอกับการจัดการกับขบวนการศึกษาของตนโดยสันติวิธี บ่อยครั้งรัฐจะทำเกินกว่าเหตุ ใช้ความรุนแรงและการทำลายชีวิตในการเผชิญกับปัญหา อย่างในเอเชียภาพของ "อาชญากรรมโดยรัฐ" กลายเป็นภาพที่คุ้นตา ทั้งพม่า ไทย จีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เกาหลี ฯลฯ

ความจำเป็นในการชำระประวัติศาสตร์ 6 ตุลาคม 2519

มีเหตุการณ์นองเลือดครั้งใดเล่านอกจากเหตุการณ์ 6 ตุลา ที่มีการทำทารุณกรรมอย่างป่าเถื่อนต่อชนผู้ปราศจากอาวุธ ข้อกล่าวหาในการล้อมสังหารโหดนักศึกษาประชาชน คือ นักศึกษาทำละครเหมือนองค์พระบรมโอรสาธิราชฯ กลุ่มผู้ชุมนุมในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นพวกคอมมิวนิสต์และมีพวกญวนส่องสุมกำลังอาวุธไว้ในใต้ถุนหอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์

ขณะที่ครั้งหนึ่ง ไทยแลนด์ ในปี ค.ศ. 1973 สร้างความบันดาลการนักศึกษากรีกร้องตะโกนว่า "ไทยแลนด์ๆๆๆ" ประหนึ่งจะแปลว่า "เสรีภาพๆๆๆ" ในการประท้วงขับไล่รัฐบาลอำนาจนิยมของตน กระแสความคิดที่จะปลอดปล่อยและพลังของกระบวนการนักศึกษานี้แหละ ทำให้เห็นที่มาและที่ไปของ 14 ตุลาคม 2516 กับ 6 ตุลาคม 2519 เยาวชนคนหนุ่มสาวมี "ความฝัน" ที่จะเห็นโลกใหม่ของเขาและเธอ

ถ้าวันนี้มีการทำโพลสำรวจความเห็นของสังคมไทยว่า มองกรณี 6 ตุลา 2519 อย่างไร มองนักศึกษาประชาชนที่ถูกแขวนคอ ถูกตอกอก ถูกเผากลางถนน ถูกล้อมยิงกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ฯลฯ ว่าเป็นพวกคอมมิวนิสต์หัวรุนแรงเป็นเหยื่อบริสุทธิ์ทางการเมือง หรือเป็นวีรชนต้านเผด็จการผลจะออกมาอย่างไร? สังคมไทยจะเปิดกว้างแค่ไหนในการประเมินฐานะทางประวัติศาสตร์ของคน 6 ตุลา อย่างแท้จริง

การสร้างประติมานุสรณ์ 6 ตุลา ควรนำไปสู่การตั้งคำถามว่า "ใครสั่งให้เจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบของรัฐถล่มนักศึกษาด้วยปืนอาวุธสงคราม? " ใครสนับสนุนให้องค์กรอันธพาลนอกระบบประหัตประหารประชาชนและนักศึกษาที่ธรรมศาสตร์?" และ "บุคคลระดับสูงเหล่านี้ยังมีบทบาทสำคัญในสังคมไทยหรือไม่?" เพราะถ้าเขายังมีบทบาทอยู่ เราควรมีท่าทีต่อเขาอย่างไร?

ประติมานุสรณ์ 6 ตุลา ที่หน้าหอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีลักษณะเป็นเขื่อนกั้นลำธาร การพัฒนาประชาธิปไตย ทำลายเจตนารมณ์ของหนุ่มสาวนักต่อสู้ที่ชิงชังต่อเผด็จการ แลอำนาจนิยม

ประชาธิปไตยในปัจจุบันนี้มีผลสะท้อนจากเหตุการณ์ 6 ตุลา

คนที่มองว่าเราควรลืมเหตุการณ์ 6 ตุลา เป็นคนที่ต้องการให้สังคมไทยล้มลุกคลุกคลานต่อไป ท่ามกลางความมืดมน ประติมานุสรณ์ 6 ตุลา เป็นความพยายามระดับหนึ่งที่จะนำแสงสว่างกลับมาสู่สังคมไทย นี่คือความจำเป็นในการชำระประวัติศาสตร์ 6 ตุลาคม 2519


หมายเหตุ: จาก ในหนังสือ 14-6 ตุลา พิมพ์ครั้งแรกในหนังสือประจำงาน 20 ปี 6 ตุลา ของ คณะกรรมการดำเนินงาน 20 ปี 6 ตุลา 2519 เขียนโดยชาญวิทย์ เกษตรศิริ และจากหนังสือ ประติมานุสรณ์ 6 ตุลา 2519 จัดทำโดย คณะกรรมการดำเนินงานสร้างกำแพงประวัติศาสตร์ ธรรมศาสตร์กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในวาระเปิดประติมานุสรณ์ 6 ตุลา เมื่อ วันที่ 6 ตุลา 2543 เขียนโดย สันติสุข โสภณสิริ ,ใจ อึ๊งภากรณ์
ความคิดเห็นที่ 5
มาลัยอิสรา วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 16.53 น.
http://www.oknation.net/blog/womenfreedom
โครงการศึกษาศิลปศาสตรมหาบัณฑิตสตรีศึกษา วิทยาลัยสหวิทยาการ  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โทร. 0–2613–3605, E–mail : women@tu.ac.th,wysp@tu.ac.th 

please click www.2519.net
ความคิดเห็นที่ 4
นายหมอดี(แท้) วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 10.51 น.
http://www.oknation.net/blog/NARKA

งานนี้ จะมาเอานิติรัฐมาพูดไม่ได้ในทางการเมือง
เห็นผู้ร้ายแน่ๆ ไปมัวทำตามกฏหมาย ก็ไม่ทันการ
จึงต้องใช้ ความมั่นคง อยู่เหนือเหตุผลใดๆ
ดูตอนท่าน พล.ต.อ.สพรั่งฯจับโจ ด่านช้างเป็นตัวอย่าง
จับเป็นได้ แต่ทำตามกฏหมายแล้ว เยาวชนแย่แน่นอน เพราะพวกนี้สามารถสั่งการในคุกได้
จึงต้องวิสามัญฆาตกรรม
หรือโจรที่ยิงตำรวจตายสามศพ มัวรอจับส่งศาล เดี๋ยวมันเกิดแหกคุกออกไปได้ ตำรวจได้ตายอีก จึงต้องใช้ความมั่นคงอยู่เหนือเหตุผล
ผู้คนที่ชอบเจาะแจ๊ะเกี่ยวกับเรื่องที่ต้อง"เข้าใจ"แบบนี้ต้องรู้ว่า ปชต.มันก็ต้องใช้การเป็นราชสีห์และสุนัขจิ้งจอกบ้าง
ถือเป็นกลยุทธ์
ก็บอกญาตพี่น้องอย่าไปข้องแวะ เดี๋ยวตายฟรี
ส่วนผู้บริสุทธิ์ ก็ดูกาละเทศะบุคคล ให้ดีๆอย่าไปมีบ้านใกล้เจ้าพ่อยาเสพติด ต้องรีบย้ายหนีทันที
ป้องกันตัวโดยเอาตู้เย็น มาตั้งบังไว้
เดี๋ยวคอมมานโดบุก ตู้เย็นจะได้รับเคราะห์แทน ฮา
ความคิดเห็นที่ 3
บาง...เยื่อเคย วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 10.48 น.
http://www.oknation.net/blog/samwa


การบริหารด้วย "โวหารวิธื" ที่ถนัด
แถมพูดแล้วมีแฟนคลับเคลิ้มตาม
หลายต่อหลายรายถึงขั้น "ศร้ทธา"
แถมยังมีไอ้ปื๊ดเป็นเงาอีก...
ถ้าท่านเป็นนายสมัครผู้ว่ากทม.ก็ยัง
พอทำใจได้........อันตรายแล้วละครับ..ประเทศไทย..
ความคิดเห็นที่ 2
เดชนิยม วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 10.20 น.
http://www.oknation.net/blog/detniyom

อำนาจในมือโจร จะเอาอย่างไร ประเทศและประชาชนที่ไม่ใช่พวกมันจะเป็นอย่างไร คงแล้วแต่พวกมันจริงๆเสียที ช่างมันเถอะครับ ประเทศไทยไม่ใช่ของเราอีกแล้ว
ความคิดเห็นที่ 1
tanatach วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 10.00 น.
http://www.oknation.net/blog/tanatach
การเมืองเรื่องใกล้ตัว  แต่ขอมองอย่างธนธัช // Tanatach  Kosirisant

เราได้นายกฯ..ผู้จบมาทางกฎหมาย
แต่กลับไม่มีความรู้เรื่องกฎหมาย
ถนัดเรื่องการโต้วาที...แก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ
การฆ่าตัดตอน...ดูเหมือนจะตอบคำถามไม่ตรงประเด็น
กลับถามย้อนว่า..แล้วคุณเดือดร้อนอะไร?
ช่างเดียงสา....
ช่างปัญญาอ่อนมากสำหรับนักกฎหมาย
ฆ่าตัดตอน 2500 ศพ...ฝีมือใคร?
ฆ่าตัดตอนกันจริง...ทำไมจับผู้ร้ายไม่ได้
นี้คือคดีอาญาของแผ่นดิน...หากไม่ใช่เป็นการสั่งฆ่า
ต้องจับผู้ร้ายมาลงโทษ..
และที่ผ่านมา...เคยจับผู้ร้ายได้กี่คน...นี้หมายความว่าอะไร?
นายสมัคร..เป็นผู้บริหารสูงสุดของแผ่นดิน..จะแสดงความจริงใจ...แสดงความถูกต้องให้สังคมเห็นว่า...คำพูดตนเองนั้นถูกต้อง...ลองบอกสังคมหน่อยสิครับ...ไหนลองพูดความจริงให้ครบทุกด้านสิ
อย่ามาถามย้อน...อย่ามาเบี่ยงเบนประเด็น
แสดงความเป็นผู้มีวุฒิภาวะในฐานะตำแหน่งนายกฯให้ประจักษ์สักครั้งเถอะ
อย่าโยนไปให้การฆ่าตัดตอน...ขอบเชตุอำนาจรัฐมีแค่ไหน..ใช้ให้มันเต็มที่เพื่อสังคม
อย่าใช้อำนาจเพื่อเจ้านายคนเดียว
อย่าให้ใครไปอ้างว่าฝีมือไอ้ปื๊ด
ธนธัช
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

จับชีพจรโลก 13 พฤษภาคม 2551

ปีมหามงคลของจีน กลับมีแต่ภัยพิบัติ ทุกรูปแบบ

View All
<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29  



รายการชีพจรโลก คุณสุทธิชัยสัมภาษณ์ ฑูต 3 ประเทศ ท่านคิดว่า ทูตท่านไหนพูดไทยถูกใจท่านที่สุด?
จีน
2000 คน
สหราชอาณาจักร (อังกฤษ)
165 คน
สหรัฐอเมริกา
464 คน

  โหวต 2629 คน