• สุทธิชัย หยุ่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : yoon@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2006-12-22
  • จำนวนเรื่อง : 880
  • จำนวนผู้ชม : 1261975
  • จำนวนผู้โหวต : 4656
  • ส่ง msg :
สุทธิชัย หยุ่น
เวทีแลกเปลี่ยนความเห็นว่าด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองของเราอย่างเปิดกว้างและรอบด้าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/black
วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม 2551
Blog TV...วิเคราะห์สาเหตุระเบิดโรงแรม CS ปัตตานีและยะลา
Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 2148 , 11:19:21 น.  
พิมพ์หน้านี้


คลิกชมสุทธิชัย หยุ่นวิเคราะห์หลากหลายมุมของระเบิดโรงแรมใหญ่กลางเมืองปัตตานีและที่ยะลาในวันเดียวกันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา...

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9
tkgb วันที่ : 19/03/2008 เวลา : 17.57 น.


พปช.ขึ้นเป็นรัฐฐะหลัง23ธค50 อ้างว่าปราบมันได้แต่ดูเหมือนว่าจะรุนแรงขึ้นกว่าเดิมนะครับ
ยังงี้ต้องให้...นปก.ลงไป
ก็เห็นเคยบอกว่า...แน่นัก...ไม่ใช่รึ?
ความคิดเห็นที่ 8
peeta วันที่ : 19/03/2008 เวลา : 13.15 น.
http://www.oknation.net/blog/peeta

ลุงหมัก กะเหลิม เมื่อไหร่จะเริ่มทำงาน งานรออยู่ตั้งมากมายที่คนเป็นนายกฯและ มท.1 ต้องทำให้เสร็จ ทำไรอยู่อ่ะ วัน ๆ เห็นแต่ปกป้องตัวเอง ด่าคนอื่น ประเทศถึงวุ่นวายงี้ แทนที่จะให้ผวจ.เข้าไป "รายงานตัว แสดงวิสัยทัศน์" ที่คฤหาสน์ตัวเองอ่ะ ไปดูภาคใต้ อย่าโบ้ยให้ทหารอย่างเดียว อย่าเอาแต่ดีเข้าตัว เรื่องยาก ๆ โบ้ยให้คนอื่น
ความคิดเห็นที่ 7
วิสัชนา วันที่ : 18/03/2008 เวลา : 12.09 น.
http://www.oknation.net/blog/wisatchana

ชอบหนังสือของคุณมากหากมีชีวิตแบบไม่มีอะไรเลยแบบในหนังสือของคุณคงจะดีไม่น้อย
ความคิดเห็นที่ 6
หนุ่มเจียงฮาย วันที่ : 18/03/2008 เวลา : 09.26 น.

นายกยังอ่านรายงานจากข่าวหนังสือพิมพ์เลย
แบบนี้เราจะมี สนง.ข่าวกรองแห่งชาติ ไว้ทำไมให้เปลืองเงิน จ้างนักข่าวลงไปทำงานหาข่าวในพื้นที่ไม่ดีกว่าหรือครับ นายก..............
ความคิดเห็นที่ 5
ค.โคกทราย วันที่ : 18/03/2008 เวลา : 08.20 น.
http://www.oknation.net/blog/SeksantS

อยากให้ที่นี่ฝนตกทั้งปี
ความคิดเห็นที่ 4
สุขศิริ วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 21.35 น.
http://www.oknation.net/blog/14tree

รักกันไว้เถิดเราเกิดร่วมแดนไทย
จะอยู่ชาติไหนๆ ก็ไทยด้วยกัน
ความคิดเห็นที่ 3
เสาะหา วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 20.59 น.
http://www.oknation.net/blog/starbiography

ปัญหาชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องของความคิดความเชื่อ ทุกกลุ่มน่าจะหาวิธีที่จะอยู่ร่วมกันได้ ลองหาวิธีจากประเทศที่ประสบผลสำเร็จในการแก้ปัญหา มาเป็นแนวทางแก้ไข และปรับนโยบายไปในทางเดียวกัน
ความคิดเห็นที่ 2
อายุบปาทาน วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 15.20 น.
http://www.oknation.net/blog/ayub
วัดปรอท....ชายแดนใต้

บึ้ม ‘ซีเอส’ ปัตตานี ทำลายพื้นที่ปลอดภัย เขย่าแนวทาง ‘สันติภาพ’
สกู๊ป/รายงานพิเศษ | 2551-03-16 14:53:56
http://www.deepsouthwatch.org/index.php?l=content&id=225

ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้
www.deepsouthwatch.org
แม้การลอบวางระเบิดโรงแรม สถานบริการ ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้จะเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง แต่สำหรับเหตุการณ์คาร์บอมบ์โรงแรมซีเอสปัตตานี เมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 มีนาคม กล่าวได้ว่า นี่คือปรากฏการณ์ใหม่ ที่สะเทือนความรู้สึกของผู้ที่ใกล้ชิด และเกี่ยวข้องกับปัญหาการก่อความไม่สงบชายแดนภาคใต้

ก่อนหน้านั้นช่วงบ่ายวันเดียวกันเกิดเหตุคาร์บอมขึ้นกลางเมืองยะลา โดยรถยนต์ที่มีวัตถุระเบิดแสวงเครื่องบรรจุอยู่ภายในถังดับเพลิงรวม 3 ลูกๆ ละ 15 กิโลกรัม ซึ่งคนร้ายกำลังขับอยู่นั้นเกิดระเบิดขึ้นกลางถนนบริเวณด้านหน้าโรงเรียนนิบงชนูปถัมภ์ เขตเทศบาลเมืองยะลา ทำให้นายสาลาฮูดิน ปูลา อายุ 20 ปี แนวร่วมก่อความไม่สงบซึ่งเป็นผู้ขับรถคันดังกล่าวเสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าน่าจะเกิดความผิดพลาดขึ้น

และช่วงค่ำวันเดียวกันนั้นเองก็เกิดเหตุขึ้นที่โรงแรมซีเอสปัตตานี

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งสองพื้นที่ ซึ่งมีการใช้รถยนต์บรรทุกวัตถุระเบิดจำนวนมากเช่นเดียวกัน กล่าวได้ว่านี่คือการวางแผนก่อเหตุมาแล้วล่วงหน้า

กรณีซึ่งเกิดขึ้นที่จ.ยะลา พล.ต.วรรณทิพย์ ว่องไว ผู้บัญชาการหน่วยเฉพาะกิจยะลา(ผบ.ฉก.ยะลา) เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเชื่อมโยงกับการก่อเหตุที่โรงแรมซีเอส ที่ จ.ปัตตานี เพราะมีลักษณะของการวางระเบิดคล้ายคลึงกัน นายสาลาฮูดิน เป็นสมาชิกของกลุ่มอาร์เคเค และมีประวัติเคยถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่เมื่อไม่นานมานี้ แต่ไม่มีหลักฐานเพียงพอสำหรับการดำเนินคดี เมื่อถูกปล่อยตัวก็กลับมาก่อเหตุดังกล่าว โดยเป้าหมายหลักของการก่อเหตุวิเคราะห์ได้หลายด้าน ซึ่งนอกจากจะมุ่งก่อการในพื้นที่ที่มีประชาชนจำนวนมากแล้ว
อาจหวังสร้างผลงานขยายผลไปสู่การเรียกร้องบางอย่างต่อต่างประเทศ

"ทราบว่าขณะนี้กำลังมีการประชุมตัวแทนประเทศมุสลิมในที่ประชุมองค์กรโอไอซีในตะวันออกกลางนอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นที่เชื่อมโยงกับวันสำคัญของกลุ่มขบวนการโดยเฉพาะวันที่ 13 มีนาคม ซึ่งเป็นวันก่อตั้งขบวนการบีอาร์เอ็นอีกด้วย"

พ.อ.ชินวัตน์ แม้นเดช รอง ผบ.ฉก.ยะลา กล่าวเสริมว่า การก่อเหตุทั้งที่ปัตตานีและที่ยะลาในลักษณะของการซุกซ่อนภายในรถยนต์ เป็นพัฒนาการด้านยุทธวิธีของฝ่ายตรงกันข้าม เพราะที่ผ่านมาการวางระเบิดในรูปแบบต่างๆ ถูกเจ้าหน้าที่จับทางได้หมดแล้ว แต่สำคัญกว่านั้นการก่อเหตุครั้งนี้ต้องการสะท้อนให้สาธารณะเห็นว่าพวกเขายังมีศักยภาพในการก่อเหตุอยู่
ในขณะเดียวกันก็ต้องการสื่อสารกับส่วนต่างๆ หรือเซลล์ภายในขบวนการเองด้วย

"ธรรมชาติของกองกำลังในสงครามกองโจรจะต้องเป็นผู้ริเริ่มกระทำก่อน และที่สำคัญจะต้องกระตุ้นให้เซลล์ต่างๆ ของพวกเขาเห็นว่าพวกเขายังต่อสู้อยู่ถ้าไม่มีการกระตุ้นอย่างนี้ อุดมการณ์การต่อสู้จะฝ่อ เซลล์ต่างๆ จะถดถอย ในแง่หนึ่งการก่อเหตุในลักษณะช็อคอย่างนี้ก็เป็นการจัดตั้งของพวกเขาอย่างหนึ่งซึ่งแตกต่างกับระบบข้าราชการที่มีโครงสร้างชัดเจน"

พ.อ.ชินวัตน์ วิเคราะห์ว่า สำหรับการก่อเหตุใน จ.ยะลา นั้น เชื่อว่าเป้าหมายในการวางระเบิดน่าจะอยู่ที่ ม.ราชภัฎยะลา ซึ่งที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่พยายามเข้าไปทำงานความคิดกับนักศึกษาหนักขึ้น การวางระเบิดภายในสถาบันซึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ คือปฏิกิริยาตอบโต้มาตรการของฝ่ายรัฐ

ส่วนกรณีซึ่งเกิดขึ้นที่โรงแรมซีเอส จ.ปัตตานี พล.ต.ธวัชชัย สมุทรสาคร ผบ.ฉก.ปัตตานี กล่าวว่า คนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องขนาดเล็ก ซุกซ่อนไว้ที่โถฉี่ห้องน้ำชายด้านล่าง และเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. แต่ทางโรงแรมไม่ต้องการให้ผู้มาใช้บริการแตกตื่นหวาดกลัว จึงปิดข่าวเอาไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบระเบิดอีกลูกหนึ่งอยู่ภายในห้องส้วม ภายในห้องน้ำชายเช่นเดียวกัน คาดว่าเป็นระเบิดลูกที่สอง เพื่อทำร้ายเจ้าหน้าที่ซึ่งเข้าไปตรวจสอบ แต่ระเบิดไม่ทำงาน หลังจากนั้นเวลาประมาณ 20.00 น. จึงเกิดระเบิดขึ้นที่ด้านหน้าโรงแรม โดยคนร้ายซุกซ่อนระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังดับเพลิง 2 ลูกๆ ละ 15 กิโลกรัมไว้ในรถยนต์ และจุดชนวนระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือ

ข้อมูลการก่อเหตุของคนร้ายตามที่ผบ.ฉก.ปัตตานีระบุมา อาจวิเคราะห์ได้ว่า ระเบิดที่ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องน้ำหวังผลให้เกิดความแตกตื่น เมื่อผู้มาใช้บริการวิ่งหนีออกมาด้านนอกโรงแรม ระเบิดในรถยนต์ดังกล่าวจะสร้างความสูญเสียอย่างมหาศาล ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า ถือเป็นโชคดีที่ทางโรงแรมพยายามปิดข่าวเพื่อป้องกันความแตกตื่น

ปัญญศักดิ์ โสภณวสุ นักวิชาการโครงการความมั่นคงศึกษา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) กล่าวว่า การก่อเหตุเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2550 ช่วงเทศกาลตรุษจีน มีการก่อเหตุขึ้นพร้อมกันหลายจุดในพื้นที่จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยที่อ.สุไหงโก-ลกจ.นราธิวาสคนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องซุกซ่อนไว้ในโซฟา ภายในร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง เมื่อเกิดระเบิดขึ้นลูกค้าที่มาใช้บริการพากันแตกตื่นวิ่งหนีออกมาภายนอก คนร้ายจึงจุดชนวนระเบิดที่ซุกซ่อนไว้ในรถจักรยานยนต์ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย

เหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นที่โรงแรมซีเอสจ.ปัตตานีและที่จ.ยะลา แม้รูปแบบการก่อเหตุจะมีความคล้ายกัน แต่การวิเคราะห์ถึงสาเหตุเป้าหมายการก่อเหตุของผู้รับผิดชอบพื้นที่ทั้งสองกลับแตกต่างกัน ผบ.ฉก.ยะลาระบุเป้าหมายการก่อเหตุว่าเป็นการก่อการร้าย 100 % แต่สำหรับผบ.ฉก.ปัตตานี กลับให้น้ำหนักในประเด็นนี้แค่ 40 %

"ผมคิดว่าสาเหตุหลักน่าจะเป็นเรื่องการเมือง ขณะนี้กำลังจะมีการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี ช่วงเวลาที่เกิดเหตุมีการนัดหมายหารือกลุ่มต่างๆ ในการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นจำนวนมาก คาดว่าเป้าหมายอาจเป็นการหวังผลในประเด็นทางการเมืองมากกว่า"

ประเด็นเป้าหมายการก่อเหตุซึ่งผบ.ฉก.ปัตตานี พุ่งเป้าไปยังประเด็นทางการเมือง สำหรับปัญญศักดิ์ เขากลับไม่เห็นด้วย เนื่องจากแน่ชัดว่ารูปแบบของการก่อเหตุครั้งนี้มีลักษณะที่น่าจะเชื่อได้ว่า หวังผลความสูญเสียจำนวนมาก ที่สำคัญนี่คือการ Shock ความรู้สึก เป็นการก่อความรุนแรงในเชิงคุณภาพ หลังจากที่ฝ่ายทางการพยายามตอกย้ำอยู่เสมอว่าจำนวนเหตุการณ์ ความถี่ในการก่อเหตุลดลง

"พื้นที่โรงแรมซีเอสเป็นพื้นที่ซึ่งทุกฝ่ายใช้เป็นที่จัดประชุม จัดกิจกรรม ทั้งฝ่ายรัฐ ภาคเอกชน เอ็นจีโอ รวมทั้งสื่อมวลชน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เห็นว่าพื้นที่ปลอดภัย ไม่มีความปลอดภัยอีกต่อไป เป็นเรื่องของกระบวนการวิธีคิดของผู้ก่อเหตุ ที่จะต้องตามให้ทัน กรณีซีเอสถือเป็นการสร้างผลสะเทือนขนาดหนักต่อความรู้สึกของทุกฝ่าย"

พื้นที่ปลอดภัยและการสร้างผลสะเทือนทางความรู้สึกของทุกฝ่าย ที่ปัญญศักดิ์กล่าวถึง คงต้องย้อนอดีตช่วง 4 ปีที่ผ่านมาของสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ ไม่เคยมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นที่โรงแรมแห่งนี้เลย เรียกได้ว่านี่คือพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง ไม่แปลกหากทุกภาคส่วนทั้งรัฐ เอกชน จะใช้สถานที่แห่งนี้เป็นเวทีประชุม สัมมนา และเวทีวิชาการทั้งในระดับภูมิภาคและนานาชาติ ตลอดจนฝ่ายต่างๆ ซึ่งลงมาทำงานในพื้นที่จะเลือกเป็นที่พัก ไม่เพียงเท่านั้นโรงแรมแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งสำนักงานภาคสนามขององค์ระหว่างประเทศที่ให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม องค์กรทุนสนับสนุนการวิจัยนานาชาติ อีกทั้งที่พักของสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศที่ลงมาในพื้นที่

โรงแรมซีเอสปัตตานี จึงเป็นพื้นที่ หรือเวทีการแห่งการขับเคลื่อนทางความคิดของทุกฝ่าย และทุกระดับ

ดังนั้นการก่อเหตุที่เกิดขึ้นถึงแม้จะยังไม่มีข้อมูลใดระบุได้อย่างชัดเจนว่า เป็นการพุ่งเป้าหมายไปเพื่อปิดกั้นโอกาส การทำงานของภาคส่วนต่างๆ ในการร่วมกันสร้างสันติสุข และหาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี แต่ในแง่ของความรู้สึกเมื่อสูญเสียพื้นที่ปลอดภัยเช่นนี้ไปแล้ว อาจปิดกั้นโอกาสที่ภาคส่วนต่างๆ จะลงมาทำงานขับเคลื่อนการสร้างสันติสุขในพื้นที่

และหากมองถึงการเป็นสถานที่พักของสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศที่ลงมาในพื้นที่ ประเด็นการก่อเหตุเพื่อยกระดับความรุนแรงขยายปัญหาให้เป็นที่รับรู้ของสังคมโลก ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ความรุนแรงครั้งนี้จึงอาจกล่าวได้ว่าส่งผลสะเทือนอย่างสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม และมองกันแค่ประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองเท่านั้น

วรวิทย์ บารู อดีตผู้อำนวยการสถาบันสมุทรรัฐ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และสว.ปัตตานี เป็นอีกผู้หนึ่งซึ่งแสดงความห่วงใยในประเด็นนี้ เขาบอกว่า สถานที่แห่งนี้ถือเป็นศูนย์รวมของคนหลายกลุ่ม ถือเป็นที่ปลอดภัยสำหรับทุกฝ่าย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ของทุกฝ่ายซึ่งลงมาทำงานที่นี่ ทั้งภาครัฐ เอกชน สื่อมวลชน และเอ็นจีโอ เพราะจิตใจของคนเหล่านี้มาด้วยความเป็นกลาง เพื่อความเป็นธรรม การแสวงหาข้อเท็จจริงไม่ใช่จะไปเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

"ผมว่าเราคงต้องจับทิศทางให้ถูกในการที่จะลดความรุนแรง ผมยืนยันว่าวันนี้ต้องให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ วันนี้ถ้าประชาชนเห็นด้วยกับความรุนแรงเราคงอยู่ไม่ได้ แต่ความใฝ่ฝันถึงสันติสุขยังมีมากกว่า ซึ่งรัฐจะต้องเพิ่มมาตรการเพื่อความปลอดภัย รักษาโอกาสในการทำงานเพื่อสันติสุขเหล่านี้ไว้"

ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งซึ่งไม่ควรมองข้ามนั่นคือห้วงเวลาการก่อเหตุครั้งนี้ มีนัยผุกโยงกับประวัติศาสตร์การต่อสู้ของขบวนการก่อความไม่สงบเมื่อครั้งอดีต นั่นคือ

วันที่ 10 มีนาคม คือวันลงนามในสนธิสัญญาปักปันเขตแดนปัตตานี ไทย-อังกฤษ เมื่อพุทธศักราช 2452 ซึ่งหากนับถึงขณะนี้รวมเวลาได้ 99 ปี ขณะที่วันที่ 13 มีนาคม คือวันสถาปนาขบวนการบีอาร์เอ็น

ในประเด็นนี้วรวิทย์กล่าวว่า หากมองเช่นนี้ก็ถือว่าขบวนการก่อความไม่สงบจงใจแสดงศักยภาพ กรณีที่มีการแจ้งเตือนความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 10 และ 13 มีนาคม และมีสื่อมวลชนนำเสนอประเด็นนี้ไปก่อนหน้านี้ นี่คือความไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง การปรามกลายเป็นการท้าทาย และสิ่งที่เกิดขึ้นก็แสดงให้เห็นว่า ขบวนการก่อความไม่สงบยังสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่

ปัญญศักดิ์ กล่าวว่า ปัญหาความไม่สงบชายแดนภาคใต้ กำลังเข้าสู่ ‘ศักราชใหม่แห่งความรุนแรง' หลังเหตุการณ์วางระเบิด ซุ่มโจมตีทหารเสียชีวิต 8 นาย และตัดศีรษะหนึ่งในนั้นไปด้วย พร้อมทั้งชิงอาวุธปืนกลประจำรถ ที่บ้านลือเปาะ ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของความรุนแรง ซึ่งการก่อเหตุจะไม่เน้นจำนวนเหตุการณ์ ไม่เน้นจำนวนการสูญเสีย แต่มุ่งเน้นการก่อเหตุซึ่งแม้จะใช้รูปแบบวิธีการเดิมๆ แต่จะพัฒนาวิธีการความรุนแรงให้ส่งผลสะเทือนต่อความรู้สึก เช่นกรณีวางระเบิด ซุ่มโจมตีแล้วตัดศีรษะซ้ำ พร้อมทั้งนำศีรษะไปวางไว้บนรถฮัมวี่ และถัดมาในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ก็มีการก่อเหตุพร้อมกันหลายจุดในพื้นที่ชายแดนภาคใต้

ปัญญศักดิ์มองว่า ความรุนแรงซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีนัยต่อการแสดงศักยภาพของขบวนการก่อความไม่สงบ เพราะพื้นที่ความรุนแรงในช่วงดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ดุซงญอ รวมทั้งต.จ๊ะก๊วะ ต.วังพญา อ.รามัน เป็นพื้นที่ซึ่งฝ่ายทหารดำเนินยุทธการปิดล้อม ตรวจค้น และจับกุมแกนนำในพื้นที่ไปแล้วเป็นจำนวนมาก และสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่เหล่านี้เงียบหายไปนาน

เขาตีความว่านี่คือการทุ่มกำลังเข้าโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อแสดงให้มวลชนเห็นว่ายังสามารถควบคุมพื้นที่ได้ เจ้าหน้าที่รัฐ ืโดยเฉพาะทหาร ไร้ความสามารถแม้แต่จะคุ้มครองตนเอง

สอดคล้องกับข้อมูลจากแหล่งข่าวด้านความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งเปิดเผยว่า หลังการใช้มาตรการทางทหารเพื่อกดดันขบวนการก่อความไม่สงบอย่างหนัก ทั้งการตรวจค้น จับกุม เชิญตัวมาสอบสวน ก็มีความขัดแย้งขึ้นในขบวนการก่อความไม่สงบ

"ฝ่ายการเมืองมาต่อว่าฝ่ายกองกำลังว่าไม่เข้มแข็ง ทำให้ฝ่ายการเมืองถูกจับกุม ขณะที่ฝ่ายกองกำลังก็ถูกลิดรอน ถูกควบคุมโดยการสกัดกั้นการก่อเหตุ ช่วงไม่นานมานี้ มีทั้งใบปลิวหลายพื้นที่ หรือข่าวลือซึ่งพูดต่อๆ กันมาว่า จะมีการสูญเสียครั้งใหญ่"

แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า สิ่งที่เจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายต่างๆ เพ่งเล็งมากในขณะนี้คือการก่อเหตุโดยใช้คาร์บอมบ์ โดยเลือกเป้าหมายซึ่งเป็นฐานที่มั่นกองกำลังของรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่ริมถนน

ประเด็นดังกล่าวมิใช่ข้อมูลซึ่งหลุดออกสู่การรับรู้ต่อสาธารณะหลังเกิดเหตุ ผู้สื่อข่าวซึ่งทำงานในพื้นที่ยืนยันว่า มีการแจ้งเตือนประเด็นเหล่านี้จริง แต่หน่วยงานด้านความมั่นคงได้ขอร้องมิให้สื่อมวลชนนำเสนอออกไป เพื่อป้องกันความตื่นตระหนก ประเด็นการแจ้งเตือนก่อนหน้านี้ก็คือ อาจจะมีการก่อเหตุในลักษณะ ‘ดับไฟเผาเมือง' เช่นที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในเขตเทศบาลนครยะลา เมื่อเดือนกรกฏาคม 2548 แต่จากการวิเคราะห์หลังเกิดเหตุครั้งนี้แหล่งข่าววิเคราะห์ว่า อาจเป็นการเลือกเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง เพียงไม่กี่เป้าหมาย เพื่อให้เกิดผลสะเทือนทางความรู้สึกมากที่สุด เนื่องจากขบวนการก่อความไม่สงบมีกำลังไม่เพียงพอที่จะก่อเหตุพร้อมกันอย่างเช่นที่เคยทำในอดีต

สถานการณ์ชายแดนใต้หลังจากนี้ไป จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันคิดและวิเคราะห์ เพื่อเจาะเข้าไปให้ถึงวิธีการก่อเหตุซึ่งแม้จะไม่ผิดแผกแตกต่างไปจากเดิม มิหนำซ้ำเหตุร้ายรายวันยังลดจำนวน มีความถี่น้อยลง แต่มุ่งความสูญเสียใจแง่ความรู้สึกหวาดผวา ปิดกั้นโอกาส แนวทางแห่งการสร้างสันติสุข ซึ่งจะส่งผลให้สถานการณ์อาจพลิกโฉมเปลี่ยนแปลงไปอย่างคาดไม่ถึง


















--------------------------------------------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 1
นายหมอดี(แท้) วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 13.13 น.
http://www.oknation.net/blog/NARKA

ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ผ่านมา
จนมาถึงยุค ร.5
เลยมาถึงตอน ผกค.จคม.ขจก.
เรื่อยมายุคชวนฯยุคทักษิณฯยุค คมช.
และมายุค พปช.
มีการ"ต่อต้านอำนาจรัฐ" ระดับความเข้มมากน้อยต่างกันไปในแต่ละยุค
ปัญหาความยุติธรรม ปัญหากระแสต้านตะวันตกจากภายนอก
ปัญหาผลประโยชน์ภายใน โจรกระจอก
กลุ่มพูโลบีอาร์เอ็น อาร์เคเค บวก การเมืองท้องถิ่นและระดับประเทศ
บวกความมั่นคง
และเมื่อเกิดเหตุ กลุ่มก่อเหตุก็ไม่ออกมารับผิดชอบว่าตนเองเป็นคนทำ
การใช้ศาสนา ความเชื่อคำสาบาญหรือสารเสพติดต่างๆ
กองกำลังที่ถูกส่งลงไป บวกกับจังหวัด บวก ศอ.บต.พตท.ต่างๆ
"ขี่ช้างจับตั๊กแตน"
รบร้อยครั้ง แพ้ร้อยครา
ไม่รู้มันเป็นใคร อยู่ที่ไหน ตรงไหนหัวตรงไหนหาง
ตายเดือนละประมาณ80 คนทุกเดือน
BLACK HAWK DOWN
โจรจริงโจรปลอมมั่วกันไปหมด
พลเรือนก็ปราบไม่ลง ทหารก็ปราบไม่ได้
ยอมแพ้เขาดีกว่า จะได้สงบและรู้ตัวว่าใครเป็นใคร ฮา
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

จับชีพจรโลก 13 พฤษภาคม 2551

ปีมหามงคลของจีน กลับมีแต่ภัยพิบัติ ทุกรูปแบบ

View All
<< มีนาคม 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



รายการชีพจรโลก คุณสุทธิชัยสัมภาษณ์ ฑูต 3 ประเทศ ท่านคิดว่า ทูตท่านไหนพูดไทยถูกใจท่านที่สุด?
จีน
2005 คน
สหราชอาณาจักร (อังกฤษ)
165 คน
สหรัฐอเมริกา
464 คน

  โหวต 2634 คน