พิมพ์หน้านี้
|
นายกรัฐมนตรีของไทยประกาศต่อต้านการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือ EIA (Environmental Impact Assessment) ผ่านรายการ พูดจาประสาสมัคร วันอาทิตย์ที่ผ่านมา...ต้องถือว่าเป็นการประกาศจุดยืนในเรื่องสำคัญมากเรื่องหนึ่งทั้งสำหรับในประเทศและต่างประเทศ ไอ้ความยุ่งยากทั้งหลายทั้งปวงในบ้านเมือง ผมพูดตรง ๆ ด้วยว่าสิ่งแวดล้อมมันเข้าไปแวดล้อมทุกสิ่ง, แวดล้อมจนทำอะไรไม่ได้, กระดิกกระเดี้ยไม่ได้... นายกฯบอกพร้อมกับยกตัวอย่าง กรณีรถขนส่งมวลชนข้ามฟากที่สร้างในสมัยเป็นผู้ว่าฯ กทม. ทำที่สถานีตากสิน, ระยะทาง ๔.๓ กิโลเมตร, กำลังจะของบประมาณทำสถานีและราง แต่สุดท้ายผ่านอีไอเอได้แค่ ๒.๒ กิโลเมตร จึงสร้างได้แค่วงเวียนใหญ่ ...แต่ปัจจุบันต่อจากที่ได้ทำเป็น ๖.๘ กิโลเมตรแล้ว แปลว่ายังไง? แปลว่าคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมเห็นว่าทุกอย่างปลอดภัยให้แค่ ๒.๒ แล้วไอ้ ๖.๘ สร้างไว้เสร็จเรียบร้อย ทำไมไม่ห้ามสร้างเสียแต่แรกละ แล้วสุดท้าย, ยังไงก็ต้องให้ แล้วถ่วงไว้ทำไม ต้องพูดตรง ๆ อย่างนี้แหละ, คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม, แวดล้อมทุกสิ่ง, เดือนร้อนกันหมด... คุณสมัครบอกด้วยว่าการตั้งโรงงานจะต้องนับปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ว่ามีปริมาณเท่าไหร่ด้วย นี่แหละคือปัญหาของบ้านเมือง คือข้อสรุปของนายกรัฐมนตรี นายกฯ ยังกล่าวหาด้วยว่าที่ผ่านมา, การจะผ่านหรือไม่ผ่านอีไอเอของบริษัทจะต้องมีการบีบว่าหากบริษัทนี้ทำ, จะผ่าน, หากไม่ใช่บริษัทนี้, ไม่ผ่าน...และยังมีการเรียกเงิน ๑๐ ล้าน, ๒๐ ล้าน, ๓๐ ล้าน...เข้าผิดบริษัทไม่ผ่าน, ถูกต้องบริษัทปั๊บผ่านพั้วเลย... คุณสมัครเอาเรื่องการทำ EIA กับเรื่องข้อสงสัยการ ทำมาหากิน ของคนบางคนในแวดวงนี้ (ที่นายกฯจะต้องพิสูจน์ว่าไม่ได้กล่าวหาลอย ๆ) มาปนเป็นเรื่องเดียวกัน, จึงเกิดความสับสน แนวโน้มของโลกในเรื่องการทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการต่าง ๆ นั้นกำลังมาแรง และประเทศไทยก็ไม่อาจจะ ฝืนโลก ด้วยการอ้างว่าเป็นเรื่อง ดัดจริต ที่เราไม่ต้องใส่ใจและจะไม่ทำ จะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม, การติดต่อกับต่างชาติและการค้าการขายของเรากำลังไปพัวพันกับเงื่อนไขเรื่องมาตรฐานสิ่งแวดล้อม, แรงงานและสิทธิมนุษยชนมากขึ้นทุกวัน อีกทั้งหากเราต้องการจะยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย, ไทยก็ต้องเอาจริงเอาจังกับการประเมินผลกระทบของสิ่งแวดล้อมก่อนที่จะอนุญาตให้ทำโครงการที่มีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนที่มีข้างเคียงต่อทั้งสังคมในระยะยาว คุณสมัครจะชอบหรือไม่ชอบคนที่อยู่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติก็ตาม, แต่นี่คือกติกาที่รัฐบาลไทยได้ตั้งขึ้นมาเพื่อให้สอดคล้องกับการเคารพในการรักษาสิ่งแวดล้อมที่กำลังย่ำแย่ลงทุกวัน แน่นอนว่า, มาตรฐานการทำ EIA ของเราเคร่งครัดเกินไปหรือไม่, ควรจะมีการปรับปรุงแก้ไขอย่างไรหรือไม่, ย่อมเป็นเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์และทบทวนกันได้ แต่การประกาศว่า ไอ้ความยุ่งยากทั้งหลายทั้งปวงในบ้านเมืองมาจาก EIA นั้นเห็นจะเป็นการ ด่ากราด ด้วยความรู้สึกส่วนตัวมากกว่าจะเป็นการพูดของผู้นำประเทศที่ต้องรับผิดชอบมาตรฐานของสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างสูงด้วย ยิ่งนายกรัฐมนตรีบอกว่ามีคนในวงการนี้ใช้ EIA ทำมาหากิน ด้วยการเก็บเงินเป็นสิบ ๆ ล้านเพื่อให้ผ่าน และมีการเล่นเส้นเล่นสายกับบางบริษัทเพื่อผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม, ก็ยิ่งจะต้องลงไปสืบเสาะ, หาหลักฐานและจับคนกระทำผิดให้ได้, มิใช่เพียงแค่พูดผ่านรายการทีวี, ด่า ๆๆๆ, ชี้นิ้วกล่าวหา ๆๆๆ, แล้วทุกอย่างก็เหมือนเดิมอีก การที่ผู้นำออกมาประกาศไม่ยอมรับความสำคัญของการทำการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือ EIA นั้นเป็นอันตรายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และมีผลทางลบต่อความเชื่อมั่นของแวดวงที่รณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมผู้ที่คาดหวังว่าประเทศไทยจะเห็นปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญยิ่งนัก เราจะปกป้องธรรมชาติได้อย่างไร, จะรักษาอากาศให้ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้อย่างไร, จะรักษาป่าไม้ให้ลูกหลานต่อไปอย่างไร...ถ้าผู้นำรัฐบาลบอกว่าการทำเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็น เรื่องดัดจริต? เฮ้อ, สงสารประเทศไทยจริง ๆ (เข้ามาร่วมแสดงความเห็นใน www.oknation.net/blog/black ตลอด ๒๔ ชั่วโมง) |
| ในสนามข่าวเราคือตัวจริง | ||
ประมวลภาพงานเปิดตัว "ในสนามข่าวเราคือตัวจริง" |
||
|
View All |
||
| จับชีพจรโลก 13 พฤษภาคม 2551 | ||
ปีมหามงคลของจีน กลับมีแต่ภัยพิบัติ ทุกรูปแบบ |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||