พิมพ์หน้านี้
|
เพราะพรรคร่วมรัฐบาลรุกหนักอย่างร้อนรนเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ, ความอึมครึมทางการเมืองก็บังเกิดขึ้นมาอีกระลอกหนึ่ง...และถ้ารองนายกฯด้านเศรษฐกิจของประเทศจะอ้างว่า การเมืองทำให้บรรยากาศเศรษฐกิจแย่ลง ก็ควรจะหันนิ้วที่ชี้ไปที่คนอื่นนั้นกลับมาหาตัวเอง เพราะนักการเมืองที่อาสามาทำงานเพื่อชาตินั้นต้องรู้ว่าการผลักดันในสิ่งที่ถูกสังคมตั้งข้อสงสัยอย่างชัดเจนนั้นเป็นการก่อเงื่อนไขให้เกิดการเผชิญหน้าทางการเมืองที่มีผลส่งไปถึงด้านอื่น ๆ ของสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากพรรคพลังประชาชนได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบด้าน (ที่ไม่เกี่ยวกับพรรคฝ่ายค้านหรือกลุ่มก้อนการเมืองที่ขัดแย้งผลประโยชน์กับพรรครัฐบาล) ก็จะรู้ว่าไม่มีใครคัดค้านการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญหากมีการใช้ กระบวนการ ที่โปร่งใส, ชัดเจนและไม่ใช่เป็นเพียงการใช้เสียงส่วนใหญ่ของตัวเองในสภาฯผลักดันในสิ่งที่พรรคของตนได้ประโยชน์เท่านั้น บรรยากาศการ เผชิญหน้า เช่นนี้นำไปสู่เส้นทาง ตีบตัน ทางการเมืองและทำให้เกิดความคิดแผลง ๆ ที่จะหาทางออกจาก มุมอับ หรือ กับดัก นี้ในวิธีทางที่จะ ฉีกรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้อย่างผิดกติกาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของฝ่ายมีอำนาจอยู่ในขณะนี้ ความคิดใด ๆ ที่จะใช้วิธี นอกรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มี ที่มา ที่ไม่ถูกต้องชอบธรรมเช่นกันย่อมหมายถึงการสร้าง กับดัก ใหม่ที่วุ่นวายและสับสนกว่าเดิม ข่าวคราวเรื่อง ปฏิวัติตัวเอง เพื่อล้มกระดานการเมืองเพื่อสถาปนาตัวเองให้มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดนั้นไม่ใช่ข่าวลือไร้แหล่งที่มาเสียเลยทีเดียว และนั่นคืออันตรายของบ้านเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้นหากกลุ่มคนที่กำลังดิ้นรนเพื่อจะเอาตัวเองหลุดรอดจากมาตรา ๒๓๗ และ ๓๐๙ มองว่าอาจจะแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ทันการที่จะปกป้องผลประโยชน์แห่งตน...และมุ่งไปรวมกลุ่มกับคนในเครื่องแบบบางคนบางกลุ่มเพื่อกระทำการล้มกระดานอีกรอบหนึ่ง คล้าย ๆ จะบอกว่าถ้าคุณทำ ๑๙ กันยาฯได้, ฉันก็ทำเหมือนคุณได้...และนั่นคือความเหลวแหลกที่กำลังมาเยือนประเทศชาติหากความเคลื่อนไหวเช่นนี้กลายเป็นความจริงขึ้นมาเพราะความบ้าคลั่งที่จะต้องเอาอำนาจคืนให้ได้ไม่ว่าด้วยวิธีการใด เพราะความชั่วสองหนไม่ได้ทำให้เกิดความถูกต้องหนึ่งหน เสียงขู่เป็นทางการจากหัวหน้าพรรรพลังประชาชนและนายกรัฐมนตรีที่ชื่อสมัคร สุนทรเวชนั้นคือ ถ้ายุบพรรคผม, ผมก็จะยุบสภา ใครจะฟังดูว่าเป็นการตอบโต้, ขู่เข็ญหรือหนทางของนักการเมืองจนตรอก, ก็ยังถือว่าเป็นการเล่นเกมที่อยู่ในกติกา, ใครจะชอบหรือไม่ชอบ, จะเห็นพ้องหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เสียงขู่ที่ไม่มีใครพูดออกมาให้ได้ยินในที่สาธารณะก็คือที่ออกมาจากบางส่วนบางมุมของกลุ่มอำนาจปัจจุบัน (ทั้งที่อยู่ในทำเนียบรัฐบาลและนอกทำเนียบรัฐบาล) ก็คือการล้มกระดานด้วยวิธีการ ปฏิวัติตัวเอง หรือวิธีการทำนองเดียวกันนี้ที่ไม่สนใจว่าจะเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติเช่นไร ใครที่กำลังคิดทางออกที่จะทำลายชาติไทยไปอีกนานแสนนานเช่นนี้, จงเลิกคิดเถิด นักการเมือง คือคนที่คิดถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไป, แต่ รัฐบุรุษ คือคนที่คิดถึงอนาคตของประเทศชาติ นักการเมืองที่ใช้วิธีล้มกระดานเพื่อให้ตนมีอำนาจต่อไปนั้นคือ คนขายชาติ แน่นอน หาทางออกด้วยการเลิกเผชิญหน้า, เลี่ยง วิกฤตรัฐธรรมนูญ รอบใหม่...และหาทางออกแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยการปรึกษาหารือเจ้าของประเทศโดยทั่วหน้ากันนั่นแหละคือทางออกที่จะประคับประคองบ้านเมืองให้หลุดพ้นจากภาวะตีบตันวันนี้ได้ (เข้ามาเกาะติดสถานการณ์ร้อน ๆ ได้ที่ www.suthichaiyoon.com ตลอด ๒๔ ชั่วโมง) |
| ในสนามข่าวเราคือตัวจริง | ||
ประมวลภาพงานเปิดตัว "ในสนามข่าวเราคือตัวจริง" |
||
|
View All |
||
| จับชีพจรโลก 13 พฤษภาคม 2551 | ||
ปีมหามงคลของจีน กลับมีแต่ภัยพิบัติ ทุกรูปแบบ |
||
|
View All |
||
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||