พิมพ์หน้านี้
|
และไม่ใช่เพียงแค่นักการเมืองหาเสียงด้วยถ้อยแถลงไพเราะในช่วงหาเสียงเลือกตั้งเท่านั้น เพราะยิ่งแนวโน้มเห็นชัดว่าคนรุ่นใหม่จากชนบทมุ่งเข้ากรุงเพื่อหางานอย่างอื่นที่ไม่ใช่การเกษตรด้วยแล้ว, ก็ยิ่งน่าเป็นห่วงว่าใครจะเป็นชาวนารุ่นต่อไปที่จะสร้างให้ไร่นาสาโทของประเทศเป็น น้ำมันบนดิน อย่างที่คุณธนินทร์ เจียรวนนท์แห่งเครือซีพีได้ประกาศเอาไว้เมื่อเร็ว ๆ นี้ รัฐมนตรีเกษตรฯสมศักดิ์ ปริศนานันทกุลยืนยันตัวเลขทางการว่าปัจจุบันอายุเฉลี่ยของผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมในไทยสูงเกินกว่า ๕๐ ปีเป็นจำนวนมาก และเพราะอายมากนี่เอง, ชาวนาไทยจึงไม่สามารถทำการเกษตรได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย อีกทั้งบุตรหลานของเกษตรมีความสนใจที่จะสานต่ออาชีพเกษตรลดลงและแนวโน้มหันเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น คุณสมศักดิ์บอกว่ากระทรวงเกษตรฯกับกระทรวงศึกษาจัดโครงการสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ผ่านการศึกษาทั่วประเทศเพื่อ ปั้น เกษตรกรรุ่นใหม่มาทดแทนรุ่นเก่า และเพื่อพัฒนาอาชีพการเกษตรให้มีความแข็งแกร่งและยั่งยืนกว่าที่เป็นอยู่ ต้องไม่ลืมว่าเหตุเพราะชีวิตชาวไร่ชาวนาไทยลำบากยากเข็ญมาตลอด, ลูกหลานชาวไร่ชาวนาไทยจึงทิ้งถิ่นฐานเข้าเมือง และไม่เคยคิดจะหวนกลับไปทำการเกษตรอีก แต่วันนี้, ได้เห็นเป็นประจักษ์แล้วว่าโลกกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหารและหากไทยจะเป็น ฮับ หรือศูนย์กลางของการผลิตข้าวและอาหารสำหรับโลก, ก็จะต้องมี เกษตรกร รุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถและทันสมัยเพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มโลกยุคใหม่ ในหลายประเทศนั้น, อาชีพชาวไร่ชาวนาหรือ farming หรือ agriculture เป็นอาชีพสำคัญและสามารถสร้างหลักสร้างฐานได้เพราะรู้จักใช้เทคโนโลยีและความรู้ทางด้านการผลิตผสมกับการรับรู้ข่าวสารด้านการตลาดอย่างทันท่วงทีทำให้คนทำไร่ทำนาไม่เสียเปรียบคนกลางหรือเป็นเหยื่อของกลไกทุนนิยมล้าสมัยอย่างที่ไทยเรายังเป็นอยู่ทุกวันนี้ เราต้องการ เกษตรกร รุ่นใหม่ที่แกร่งกล้าทางด้านการผลิต, การรู้จักใช้เทคโนโลยีล่าสุดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต, และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้านการผลิต, การตลาดและการบริโภคไม่เพียงแต่ของในประเทศเท่านั้น แต่ยังต้องเข้าใจถึงความเป็นไปทั่วโลกอีกด้วย เกษตรกรรุ่นใหม่ของไทยต้องไม่ใช่ประชาชนชั้นสองที่ไร้อำนาจต่อรองกับรัฐและพ่อค้าคนกลางอีกต่อไป หากแต่จะต้องได้รับการบ่มเพาะและฝึกปรือให้เป็น ผู้ประกอบการ หรือ entrepreneur รุ่นใหม่ที่รู้ทันข่าวสารทุก ๆ ด้านและสามารถนำเอาผลการวิจัยและการพัฒนาทุก ๆ ด้านมาใช้ในท้องไร่ท้องนา กลไกการผลิตและกระบวนการจากท้องนาไปถึงผู้บริโภคจะต้องเอื้อต้อง ผู้ประกอบการเกษตร รายย่อย, กลางและใหญ่อย่างเป็นธรรม, โดยไม่ปล่อยให้ระบบทุนนิยมสุดขั้วที่เป็นอยู่ขณะนี้กำหนดชะตากรรมของ ชาวนาผู้ยากไร้ อีกต่อไป วัฏจักรอาจจะกำลังหมุนกลับ...เมื่อโลกมีความต้องการอาหารโดยเฉพาะธัญพืชมากขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงเช่นนี้, ไร่นาที่เคยถูกขายทิ้งไปสร้างโรงงานอุตสาหกรรมหรือหมู่บ้านจัดสรรอาจจะต้องถูกจัดสรรกลับไปทำการเกษตรอย่างเป็นระบบ เพราะ ชาวนาไทย รุ่นใหม่ไม่ควรจะเป็น ผู้รับจ้างปลูกข้าว ให้กับกลุ่มธุรกิจหรือพ่อค้าคนกลางหรือเจ้าของโรงสีเท่านั้น หากแต่จะต้องพัฒนาตนเองขึ้นมาเป็น หุ้นส่วนที่เสมอภาค ของกระบวนการผลิตอาหารของไทยสู่โลกอย่างแท้จริงเสียที ความจริง, แม้จะเริ่มวันนี้, ก็ดูเหมือนจะสายไปเสียแล้ว...แต่เหตุการณ์โลกวันนี้กำลังบอกเราว่าแม้จะเริ่มช้าไปบ้าง, แต่ไทยเราก็ไม่อาจจะพลาดโอกาสทองนี้ได้เป็นอันขาด (เข้ามาตรวจสอบข่าวร้อน ๆ ทั้งในและต่างประเทศ, ทั้งภาพ, เสียงและวีดีโอได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมงที่ www.suthichaiyoon.com) |
| ในสนามข่าวเราคือตัวจริง | ||
ประมวลภาพงานเปิดตัว "ในสนามข่าวเราคือตัวจริง" |
||
|
View All |
||
| จับชีพจรโลก 12 พฤษภาคม 2551 | ||
บทความติดอันดับ 1 ในเว็บของ Time คือ ถึงเวลาจะบุกพม่าแล้วหรือยัง |
||
|
View All |
||
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||