พิมพ์หน้านี้
|
รู้ไหมครับว่าปี ค.ศ.2008 นี้ สมาคมสวนสัตว์โลกได้กำหนดให้เป็นปีอนุรักษ์กบโลก (หรือชื่อเท่ๆในภาษาปะกิตว่า Year of the Frog นั่นเอง) เนื่องจากกบหลายชนิดทั่วโลกมีจำนวนลดลงมากจนเข้าขั้นเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ บล็อกนี้ก็ยังคงขอยกพื้นที่มาเล่าเรื่องราวกบๆกันอีกรอบ หวังว่าคงยังไม่เบื่อกันนะครับ ก็แหม ปีนี้เป็นปีอนุรักษ์กบโลกทั้งที ขอเต็มที่กับกบและผองเพื่อนสะเทินน้ำสะเทินบกกันอีกสักรอบก็แล้วกัน มีเรื่องน่ายินดีที่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมได้ยินเสียงที่คุ้นเคยของ อึ่งหลังขีด (Inornate Froglet | Micryletta inornata) ที่บ่อน้ำในบริเวณบ้านอีกครั้ง (หลายคนที่เคยอ่านบล็อกนี้เกี่ยวกับเจ้าตัวนี้น่าจะพอนึกออก) แต่ครั้งนี้เสียงดังมากครับ รู้เลยว่าคืนนี้จะต้องได้เห็นอึ่งชนิดนี้หลายตัวออกมาร้องหาคู่เพื่อผสมพันธุ์กันเต็มบ่อแน่ๆ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ ผมลองนับดูคร่าวๆได้เกิน 100 ตัวครับ!! (ถูกแล้วครับ มีศูนย์สองตัว ผมไม่ได้พิมพ์เกิน) นับจนขี้เกียจนับ จนสับสนว่าตัวไหนนับไปแล้วและตัวไหนยังไม่ถูกนับ ยังไม่รวมถึงที่ไม่เห็นตัวอีก!! แต่เนื่องจากเป็นตอนกลางคืน อึ่งน้อยเหล่านี้ตื่นตัวมาก ไม่ยอมให้เข้าใกล้ ต่างจากตอนกลางวันซึ่งเป็นเวลาหลับนอน เลยขอนำภาพที่พอดูได้มาโชว์แค่ภาพเดียวละกันครับ (แต่อาจจะติดเรทสักหน่อย ก็แทบจะทุกคู่อยู่ในท่านี้ทั้งนั้นเลยครับ เหอๆ)
เราอาจจะคุ้นเคยกันดีกับ อึ่งอ่าง คางคก และกบอีกไม่กี่ชนิด แต่แท้จริงแล้วผมเชื่อว่า รอบๆบ้านเรา หากมีสนามหญ้าหรืออยู่ใกล้ท้องทุ่ง หนองบึง แหล่งน้ำอะไรสักหน่อย แม้จะอยู่ในบริเวณกรุงเทพฯ ก็ยังมีสัตว์เหล่านี้อีกหลายชนิดเลยล่ะครับให้ค้นหา พวกที่แท้จริงแล้วมีชุกชุมแต่มักเล็ดรอดสายตาเราไปก็คืออึ่งทั้งหลายเนี่ยแหละ ส่วนใหญ่จะออกหากินและส่งเสียงร้องในตอนกลางคืนหรือกลางวันเวลาที่ฟ้ามืดครึ้ม ตัวเต็มวัยยาวแค่ประมาณ 2 ซ.ม. นิดๆ ถ้าไม่สังเกตก็คงคิดว่าเป็นลูกคางคก ลูกอึ่งอ่าง จึงไม่แปลกที่เราจะรู้สึกไม่ค่อยคุ้นกับอึ่งตัวจิ๋วเหล่านี้ ในบล็อกนี้ขอนำรูปอึ่งขนาดเล็กอีกชนิดที่เรียกได้ว่าเป็นญาติห่างๆของเจ้าอึ่งหลังขีดมาโชว์ตั้งแต่วัยลูกอ๊อดเลยละกันครับ เจ้าตัวเล็กนี่ทำเอาผมสับสนงงงวยว่าเป็นใครตั้งแต่วัยลูกอ๊อดแล้ว เพราะสีสันและรูปร่างต่างกับลูกอ๊อดชนิดอื่นๆทุกตัวที่เคยเจอในบริเวณบ้านผม แต่จริงๆแล้วก็คุ้นหน้าคุ้นตาอยู่เหมือนกันนะครับ กับเจ้าลูกอ๊อดที่มีแถบสีขาวที่บริเวณหน้า ทำให้ดูเหมือนมีตาเรืองแสงชนิดนี้ เพียงแต่ว่านี่เป็นครั้งแรกที่สังเกตเห็นว่าในบ่อน้ำที่บ้านผมก็มีมันด้วย
เปรียบเทียบกับลูกอ๊อดอื่นๆในบ่อเดียวกัน
ลูกอ๊อดตัวนี้มีความพิเศษที่ผมไม่เคยสังเกตอยู่อย่างหนึ่งคือ แม้จะมีขางอกออกมาแล้ว มันก็ยังลอยตัวนิ่งๆเหมือนตอนขายังไม่งอกไม่มีผิด ต่างจากลูกอ๊อดอื่นๆที่ชอบลอยตัวนิ่งๆ แต่พอถึงวัยขางอกจะเริ่มกบดานอยู่ตามพื้น ไม่ลอยตัวนิ่งๆอีกต่อไป
หลังจากขาหลังงอกเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น เจ้าตัวเล็กก็ขึ้นมาจากน้ำ!!
ผมรีบเอาหนังสือมาเทียบทันที ได้ความว่ามันต้องเป็นอึ่งขนาดเล็กในสกุล Microhyla แน่ๆ แต่ลวดลายก้ำกึ่งอยู่หลายชนิด บวกกับไม่มีความรู้เรื่องลูกอ๊อดด้วย (จริงๆแล้วแม้จะอยู่ในสกุลเดียวกันและมีหน้าตาคล้ายกันมาก แต่อึ่งเหล่านี้สามารถจำแนกชนิดได้ไม่ยากตั้งแต่วัยลูกอ๊อดกันเลยทีเดียวนะครับ) ก็เลยโพสต์ถามไปในเวบ siamensis.org ซึ่งขนาดผู้เชี่ยวชาญหลายคนเห็นรูปอึ่งน้อยที่ขึ้นจากน้ำเป็นวันแรกตัวนี้แล้ว ยังไม่มีใครกล้าสรุปว่าเป็นชนิดไหนเลยครับ จนในที่สุดก็มีผู้เชี่ยวชาญท่านนึงมาฟันธง (โดยจำแนกจากลูกอ๊อดที่มีรูปทรงยาวๆ และมีแถบสีดำพาดกลางลำตัว) ว่าเจ้านี่คือ อึ่งข้างดำ (Dark-sided Chorus Frog | Microhyla heymonsi) นั่นเอง ผมลองกักตัวเจ้าตัวน้อยนี้ไว้ตั้งแต่วันที่ขึ้นจากน้ำ (วันพฤหัสฯ) จนถึงวันเสาร์ หน้าตามันก็เปลี่ยนไปจนคล้ายตัวผู้ใหญ่ที่มีรูปอยู่ในหนังสือที่มีข้างลำตัวเป็นสีเข้มสมชื่ออึ่งข้างดำ อีกทั้งยังกระโดดเก่งกว่าวันแรกมาก
แม้จะมีขนาดเล็กมาก (ลองดูในรูปข้างบนครับ เปรียบเทียบกับนิ้วหัวแม่มือ) แต่ก็โดดไกลหลายฟุตเลยทีเดียว จึงคิดว่าเห็นควรแก่เวลาปล่อยให้เจ้าตัวเล็กนี่ได้ไปใช้ชีวิตหากินเองตามธรรมชาติที่เค้าควรจะอยู่ครับ สุดท้ายแล้ว ขอแถม 3 รูป เป็นพัฒนาการการเจริญเติบโตของกบหนอง หรือเขียดอีโม่ ที่มีอยู่เยอะมากแทบจะทุกที่ในเมืองไทย ตั้งแต่วัยอ๊อด จนถึงวันแรกที่ขึ้นจากน้ำ และอีก 2 วันถัดมา
เจ้าผิวขรุขระตัวน้อยนี้ก็ขึ้นจากน้ำและถูกปล่อยไปในวันเดียวกับเจ้าอึ่งข้างดำเช่นกัน สัตว์โลกน่ารัก ที่อยู่ใกล้ตัวเรายังมีอีกเยอะครับ^ ^ |
| << | กันยายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | ||||