|
แม่น้ำเทมส์...ธารชีวิตแห่งอังกฤษ แม่น้ำเทมส์ เป็นสายเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงอังกฤษ มานับแต่อดีตจวบปัจจุบัน และเป็นแม่น้ำหนึ่งในจำนวนไม่กี่สายที่คลาสสิกระดับโลก ชาวอังกฤษเทิดทูนและยกย่องแม่น้ำอันเป็นสมบัติของเขา โดยเรียกว่า พ่อเฒ่าเทมส์ ซึ่งส่วนหัวซบอยู่ในธรรมชาติงดงามดุจหมอนอันอ่อนนุ่มที่ Cotswold ทอดร่างไหลเลาะผ่านมาทางใต้ของอังกฤษ จนกระทั่งผ่านที่ตั้งมหานครลอนดอนและออกสู่ปากแม่น้ำลงทะเลเหนือ
จากต้นแม่น้ำจนถึงปากอ่าวมีระยะทาง 236 ไมล์ ซึ่งแม้ไม่ได้ยาวเหยียดเหมือนแม่น้ำสายสำคัญอื่นๆ หากแต่สองฝั่งแห่งเทมส์ได้เก็บงำเรื่องราวแห่งอดีตไว้อย่างมากมาย ไม่ว่าเป็นตำนานที่จารึกด้วยคราบเลือด น้ำตา ถึงการต่อสู้ของขุนนางอัศวินต่างๆ หรือแม้กระทั่งเป็นแม่น้ำแห่งความหวานซึ้งที่กวีเขียนบทพรรณนาด้วยน้ำผึ้ง ...เทมส์คือสายธารชีวิตแห่งอังกฤษโดยแท้ กวีและนักเขียนมากมายนัก ไม่ว่าเป็น เช็คสเปียร์ เวิร์ดสเวิร์ธ หรือดิคเก้น ล้วนมีความชื่นชมและเทิดทูนเกียรติศักดิ์แห่งแม่น้ำเทมส์ ใครคนหนึ่งในจำนวนนี้ถึงกับบอกว่า แม่น้ำเทมส์คือลูกชายสุดรัก ของห้วงน้ำมหาสมุทรของโลกทั้งมวล ความงามของเทมส์ไม่เพียงแต่เป็นคำรจนา ศิลปินหลายๆคนได้ถ่ายทอดความประทับใจของเขาลงสู่ผืนผ้าใบ เป็นภาพวาดที่ล้ำค่าตลอดกาล
ปากอ่าวของแม่น้ำเทมส์สองฟากฝั่งเลาะไปถึงมหานครลอนดอน ล้วนเป็นประวัติศาสตร์ในการสร้างความยิ่งใหญ่ของอังกฤษ เป็นทั้งฐานทัพเรือ เป็นเจ้าทะเล แผ่กระจายความเป็นมหาอำนาจไปทั่วโลก เรือสินค้าทั่วโลกมาแล้วจากไปเพื่อการค้าขาย ราวกับว่าศูนย์กลางของโลกได้มาบรรจบที่นี่ ถึงแม้ว่านั่นจะเป็นอดีตไปแล้ว แต่ก็ยังแฝงความยิ่งใหญ่เอาไว้จนถึงปัจจุบัน ต้นน้ำของแม่น้ำเทมส์ ซึ่งเรียกกันว่า Thames Head เป็นสายน้ำเล็กๆ จากภูมิประเทศที่เป็นเนินสูงต่ำ มีชื่อเรียกตามชาวบ้านท้องถิ่นนั้นว่า Seven Springs พื้นน้ำแถบนั้นเป็นสายน้ำนิ่ง อยู่ในบรรยากาศชนบท ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเป็นเวลานับร้อยปีที่ผ่านมา ทุ่งหญ้าเขียวขจี แมกไม้ร่มครึ้ม เหมาะสำหรับพายเรือแคนูเอื่อยๆ ชมบรรยากาศ มีบ้านเรือนชาวไร่อยู่เป็นกระหย่อม สิ่งที่ให้เห็นว่ามีคนอยู่ในแถบนั้น ก็คือ ยอดโบสถ์เก่าแก่สองฟากริมแม่น้ำ
จากสายน้ำ Thames Head ก็ได้บรรจบกับสายน้ำอื่นๆ จนกระทั่งได้กลายเป็นแม่น้ำใหญ่ กว้าง ลัดเลาะมาจากตำบล Newbridge ก็จะมาถึง Oxford จุดกำเนิดปัญญาชนของอังกฤษ ที่นี่คือ สถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของอังกฤษ โดยก่อตั้งมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 แม่น้ำเทมส์ผ่านมหาวิทยาลัย อ๊อกซ์ฟอร์ด
อ๊อกซ์ฟอร์ด มีสถานศึกษาทั้งมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยรวมอยู่ถึง 35 แห่ง พลเมืองของเมืองนี้จึงเป็นนักศึกษาแทบทั้งนั้น และกว่าสิบสถาปนิกเก่าแก่มีชื่อเสียง ก่อตั้งมาก่อนที่โคลัมบัสจะพบทวีปอเมริกาเหนือเสียอีก 
ลอนดอน เป็นเมืองอกแตกเช่นเดียวกับกรุงเทพฯ จึงต้องมีการสร้างสะพานเชื่อมสองฝั่งเมืองข้ามแม่น้ำเทมส์นับสิบๆ สะพาน เพื่อให้ทันกับการเจริญเติบโตทางการค้าที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นนครหลวงของโลกในศตวรรษที่ 18 ก่อนจะเสียตำแหน่งให้ นครนิวยอร์ก ไปในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 สะพานข้ามแม่น้ำเทมส์ที่สวยงามและเป็นภาพสัญลักษณ์ของอังกฤษ ได้แก่ สะพานทาวเวอร์บริดจ์ ช่วงที่ลอนดอนเจริญสุดๆ สะพานแห่งนี้ต้องเปิดปิดให้เรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ เข้าออกจากเมืองท่าลอนดอนไปยังเมืองท่าทั่วโลกวันละร่วม 10 ครั้ง แต่ปัจจุบันพาวเวอร์บริดจ์จะเปิดให้เรือใหญ่เข้าออกเพียงอาทิตย์ละ 2-3 ครั้งเท่านั้น
ในยุคอุตสาหกรรมของกรุงลอนดอนช่วงศตวรรษที่ 18 แม่น้ำเทมส์เป็นแม่น้ำที่ตายไปแล้ว มีมลภาวะเพราะโรงงานต่างทิ้งน้ำเสียลงไปในแม่น้ำ ในปี 1849 และ 1854 มีความเสื่อมโทรมขนาดหนัก เกิดอหิวาต์ระบาดที่ให้ชาวลอนดอนเสียชีวิตอย่างรวดเร็วถึง 25,000 ราย เทมส์ก็คือแม่น้ำที่สกปรกเลวร้ายที่สุดในโลกสายหนึ่ง ไม่มีสัตว์น้ำชนิดไหนอาศัยอยู่ได้นอกจากปลาไหลบางชนิด ทั้งที่ในสมัยก่อนเทมส์อุดมไปด้วยปลาต่างๆ
แต่เมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อังกฤษได้สังคายนาประเทศ พร้อมๆ กับการสร้างเมืองที่ย่อยยับจากการถล่มของเยอรมัน หน่วยงานรักษาแม่น้ำเทมส์และหน่วยงานกิจการอุตสาหกรรม ได้ร่วมมือกัน เอาจริง กับการทิ้งของสียลงไปในเทมส์ พยายามรักษาให้เทมส์กลับฟื้นคืนมาอีก
และก็ราวกับอาศัยปาฏิหาริย์ เพียง 30 ปีจากนั้น สภาพของแม่น้ำเทมส์ก็ดีขึ้น สภาพมลภาวะเป็นพิษหมดไปถึง 90 เปอร์เซ็นต์ แม่น้ำเทมส์ได้กลายเป็นแม่น้ำที่แสนสะอาดเหมือนกับอดีต มีนกน้ำ ปลาหลากพันธุ์มาอาศัยอยู่ และพบว่าในท้องน้ำเทมส์มีปลาพันธุ์ต่างๆ ถึง 104 ชนิด โดยในจำนวนนั้นมีอยู่ถึง 20 ชนิด ที่แทงบัญชีสูญพันธุ์ไปแล้วเมื่อ 15 ปีก่อน ก็กลับมามีอีก ซึ่บนับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก
และที่ดีที่สุดก็คือ แม่น้ำเทมส์ไม่มีปลาแซลมอนมานานกว่า 150 ปีแล้ว ทั้งที่ในอดีตเคยมีอยู่ เจ้าหน้าที่การประมงของอังกฤษ จึงทดลองนำลูกปลาแซลมอนเกือบ 2 แสนตัวปล่อยลงไปในแม่น้ำเทมส์ บัดนี้ปลาแซลมอนได้กลับมาเป็นปลาที่มีอยู่ประจำถิ่นแห่งเทมส์ไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม พ่อเฒ่าเทมส์ ก็ไม่ใช่เพื่อเป็นที่สร้างสรรค์ชีวิตอย่างเดียว แต่เป็นหนทางสุดท้ายของชีวิตมนุษย์ ซึ่งมากมายมาฝากร่างและวิญญาณในท้องน้ำแห่งนี้
อาทิตย์อัศดงแล้ว...สายน้ำแห่งเทมส์ยังคงราบเรียบ เรือน้อยใหญ่เปิดหวูดเหมือนเสียงถอนหายใจ หลังจากทำงานเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ถึงเวลาที่ต้องพักผ่อน แสงไฟริมฝั่งเริ่มทอประกายระยิบ เงาของสะพานทาวเวอร์บริดจ์ทอดทาบไปตามสายน้ำ มันเป็นภาพแห่งความงดงาม ภาพแห่งศักดิ์ศรี ที่ไม่ว่าชาวใดหรือชาวอังกฤษเจ้าของประเทศเอง มองแล้วต้องบอกกับตัวเองว่า...เทมส์คือสายนทีที่เป็นทั้งชีวิตและวิญญาณแห่งอังกฤษ...
ขอขอบคุณ http://www.arunsawat.com/board/index.php?topic=4652.0;prev_next=prev ภาพจาก www.chrs.ca/photogallery/ www.thames-path.org.uk/
|