พิมพ์หน้านี้
|
ภาค 5 (จริงๆ) เช้าวันรุ่งขึ้นผมหยิบกระเป๋าดำน้ำแล้วควบมอไซไปที่ร้านดำน้ำ Bubble Blue ทันที แต่พอไปถึงร้านปรากฏว่าไม่มีคนอยู่............... ผมไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจดี ที่ตอนนั้นคิดว่าตกรถเสียแล้ว ผมนึกขึ้นได้ว่าเคยชวนพี่เก่งมาดำน้ำงมศพแล้วครั้งหนึ่งแต่แกปฏิเสธ แกอธิบายว่า เห็นพี่ นิ่งๆแบบ แต่ในใจพี่มันไม่ใช่.... คำพูดประโยคนี้ทำให้ผมหวนคิดไปถึงวันที่ไปทำงานอาสาช่วยเหลือผู้ประสบภัย คนหลายๆคนกรีดร้อง หรือแทบจะเป็นลมยามที่ได้เห็นศพของคนอันเป็นที่รัก มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะยอมรับความจริงอันนั้น ถ้าคุณเห็นคนที่คุณรักในสภาพที่ .................................... ผมร่วงหมดกบาล เพราะหนังหัวเน่าไปแล้ว ตาเกือบจะถลนออกมานอกเบ้า ริมฝีปากบวมเหมือนห่วงยางกลมๆ ที่ตอนเด็กชอบโยนเล่น แล้วมีลิ้นเน่าๆอันเท่ากำปั้นจุกอยู่ตรงกลาง ท้องบวมจนแตก น้ำหนองไหล พร้อมกับกลิ่นอันหอมรัญจวนใจ .......................................................... ศพบวมมากจนปิดฝาโลงไม่ได้ นี่คือความจริงที่ไม่มีใครอยากจะยอมรับ มันโหดร้าย ผมถึงเข้าใจพี่เขามากขึ้น ..........................................................................
ผมนึกต่อไป.......อ้าวเหี้ยให้กูดำในบึงเน่าๆ เนี่ยนะ......... โฮมันช่างเป็นงานที่โหดร้ายกับคนที่บอบบางน่าทะนุถนอมอย่างผมเสียเหลือเกิน ผมถูกนำตัวไปส่งที่บึงแห่งหนึ่ง ที่นั่นมีทีมงานที่เตรียมตัวจะลงน้ำอยู่แล้ว......ผมนึกในใจ 5 5 สบายแล้วสิกูไม่ต้องลง คนที่มาก่อนคือเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรทางทะเล ซึ่งใช้อุปกรณ์เหมือนกันทุกคน (แน่ละซิ ก็ของหลวงนี่หว่า) พวกเขาพยายามที่จะนำศพออกมาจากซากรถที่จมอยู่ใต้กองโคลน แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จเพราะโคลนหนามากแล้วรถก็จอดซ้อนคัน (ในแนวตั้ง) ทีมงานจึงขอรถ ขุดเพื่อมาลากกองรถออกจากน้ำ ลากกันจนเชือกขาดแต่ก็ยังไม่ได้................พี่จก เจ้าของร้าน Bubble blue แอบบ่นว่าประสานงานกันยังไง แทนที่จะเอารถ ขุดแบบตีนเป็ดมาจะได้ลุยน้ำได้ เอารถขุดแบบธรรมดาชาติหน้าก็ไม่เสร็จ เราใช้รถขุดลากซากรถจนเชือกขาดแต่ก็ไม่สำเร็จ ทีมงานประชุมกันว่าจะต้องสูบน้ำออกไปก่อนแล้วค่อยลุยใหม่ จากนั้นไม่นานทีมกู้ภัยก็กู้ศพที่จมอยู่ที่น้ำตื้นได้ 1 ศพ นับว่าเป็นศพที่เห็นแล้วอยากจะอ้วกจิงๆ ผมนึกในใจนี่นะหรอที่ผมต้องไปเอาขึ้นมาจากน้ำ พวกเราย้ายไปสถานที่ใหม่ซึ่งเคนเป็นเหมืองมาก่อน ชาวบ้านบอกว่าตรงนี้ลึกสัก 4 -5 เมตรได้ ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าสนามฟุตบอลเล็กน้อย พวกเราทำการสำรวจที่ผิวน้ำเป็นอย่างแรกด้วยการพายเรือยางไปให้ทั่วฝั่งแล้วใช้ไม้คลำเอาว่า แต่ละจุดมีความลึกเท่าไหร่ และตรงไหนมีซากปรักหักพังบ้าง เราเชื่อว่าศพที่อยู่ใต้น้ำน่าจะอยู่ใต้ซากหาไม่แล้วก็คงจะลอยตุ๊บป่องขึ้นมา เราทำเครื่องหมายที่บริเวณซากใต้น้ำโดยใช้ไม้ปักเอาไว้ จากนั้นนักดำน้ำทีมแรกก็ลงไปสำรวจ.........5 5 สงสัยกูจะรอด ทีมแรกดำไปซักพักในขณะที่พวกผมยังคงใช้ไม้คลำตำแหน่งบนเรือยางอยู่ แต่ก็ยังไม่พบอะไร พวกเราเริ่มจะเห็นว่านักดำน้ำทีมแรกเริ่มมีสีหน้าไม่ค่อยดี จึงต้องกัดฟันอาสาลงไปแทน ผมปรากฏกายอีกครั้งราวกับมัจจุราจ.......... ชุดดำน้ำสีดำ ชูชีพลมสีดำ สายอากาศสีดำ รองเท้าสีดำ จอมยุทธขวัญเยื้องกายลงน้ำด้วยกระบวนท่าอันสง่างาม พร้อมกับทีมงานอีก1 องค์ (ขออภัยที่จำชื่อไม่ได้ จำได้แต่ว่าเป็นทหารเรือ และพ่อทำงานในกรมทรัพยากรทางทะเล วันนี้มาช่วยพ่อ) ษาบาญด้าญหว้าวัฬณั้ณเปนวรรญธี่ณ้ามขุ่นมากธี่ษุฏเธ่าธี่เคญฎำณ้ำมา (แปลว่าน้ำขุ่นมองควยอะไรไม่เห็น) เอาเป็นว่ามือวางห่างหน้าตัวเองคืบเดียวยังมองไม่เห็น ด้วยเหตุนี้เองการดำน้ำในวันนั้นจึงมีรสชาติ หลอน มากขึ้น ผมจึงใช้โอกาสนี้ลูบๆคลำไปตามตัวเธอ เพราะยังไงก็เชื่อว่าคนที่นั่งเบาะข้างก็คงจะมองไม่เห็น........เอ้ยไม่ใช่ ผมใช้มือลูบไปตามซากปรักหักพังต่าง ซึ่งผมยังต้องคอยระวังตะปูและเสี้ยนไม่ให้ตำมือ เหมืองนั้นมีความลึกประมาณ 2 เมตร ซึ่งตื้นกว่าที่พวกชาวบ้านบอกเอาไว้มาก ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะคลื่นได้ซัดเอาโคลนหนาเป็นเมตรมาลงที่เหมือง และแล้วเรื่องหลอนๆก็เกิดขึ้น ................................................................... พวกเรายังคงทำการดำน้ำต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่ง . . . (บันทึกการดำน้ำไดว์นั้นจากไดว์คอมพิวเตอร์ - ก็คล้าย ๆ กับกล่องดวงใจ เอ้ยกล่องดำของนักดำน้ำ) ต่อภาค 6 |
| << | มิถุนายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |