พิมพ์หน้านี้
|
หลังกลับจากเกาะ กูอยากไปเปิดยิมอยู่เกาะพงันว่ะ ผมพูดกับน้อง ๆ ที่เล่นกล้ามด้วยกัน ดีพี่ ลุยเลย ชื่อ I dare you เป็นไง hardcore ดีมั้ยพี่ แต่ตอนนี้กูทำกล้ามกูให้มันดูได้ก่อน (หลังจากเรียนจบสภาพผมเหมือนหมูออฟฟิซ หนัก 88 กิโลฯ) ทันทีที่ผมเห็นรูปถ่ายสวมชุดครุยรับปริญญาของตัวเอง ผมรู้ว่าผมต้องทำอะไรสักอย่าง
เดี๋ยวนี้...........
จากนั้นทุกวันหลังเลิกงาน ผมกับน้องชายจะตรงเข้าไปที่ยิมพร้อมกัน (ในช่วงที่ที่ทำงานอยู่ใกล้กันคือ ผมอยู่คลองเตย ส่วนน้องชายอยู่ศูนย์สิริกิต์ เราจะไปเล่นยิมที่อโศก) บางครั้งหากน้องชายผมไม่มาด้วยก็จะเข้าไปเล่นกับบัดดี้อีก 2 คนคือ ปาล์มกับต้อง ผมเข้ากับบัดดี้ใหม่ทั้งสองคนได้ดี โปรแกรมการฝึกของผมก็ลงตัว ผมเริ่มคุมอาหารทีละมื้อ จากเดิมที่เป็น every meal ข้าวแกง กลายมาเป็น ไข่ขาว every morning จนคนที่ทำงานหาว่าผมเป็นตัวประหลาด แต่นั่นไม่มีนัยสำคัญใด ที่จะทำให้ผมล้มเลิกสิ่งที่ผมทำอยู่ เพราะผมได้บอกกับตัวเองไว้แล้วว่าจะทุ่มเทชีวิตให้กับการเพาะกาย
Are you one of them or one of the other? I mean, are you a robot or are you an alien? Robots do what they tell them to do, while aliens dont care about the others and do what they want to. Reincarnation ผลของการทำตัวเป็น alien คือเมื่อเวลาล่วงเลยไป 1 เดือนน้ำหนักผมลดลงไปถึง 6 กิโลฯ ไม่ว่าจะเป็นผลของการออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร การได้นอนเวลาที่คนปกติควรนอน ตื่นเวลาที่ควรตื่น กินเวลาที่ควรกิน หรือความเหนื่อยหน่ายในชีวิตที่หมดไปวัน ๆ ก็ตาม ผมเริ่มใส่กางเกง slack เครื่องแบบหมูออฟฟิซของผมด้วยความมั่นใจว่าเป้าจะไม่แตกเวลาผมก้มเก็บสบู่ แน่นอนว่าผมยังคงทำสิ่งเหล่านี้ต่อไปอย่างน้อย ๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเข็มขัดรูเดิมจะได้หวนคืนตำแหน่งอีกครั้ง Regenerate ช่วงเวลาที่ผ่านมาไวเหมือนกระพริบตา ผมใช้เวลาแต่ละวันหลังเลิกงานหมดไปในโรงยิม ไม่เคยกลับบ้านเร็วกว่าสองทุ่ม เริ่มหอบอาหารมื้อกลางวันมารับประทาน และกินอาหารเย็นที่แปลกกว่าปกติ (ผมเริ่มกิน นอน ฝึก แบบนักเพาะกายแล้วโดยไม่ทันรู้ตัว) หลังจากนั้นไม่นานผมได้ยินเสียงจากทางด้านหลัง แว่วๆมาว่า นักกล้าม ๆ ..........อะไรสักอย่าง ผมเริ่มรู้สึกตัวว่าผมเป็น alien แล้วจริง ๆ มีเพื่อน ๆ หลายคนเข้ามาทักว่าจะไปประกวดเหรอ ผมไม่เคยมีความคิดเหล่านั้นอยู่ในหัว จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อทราบข่าวการเสด็จสู่สวรรคาลัยของสมเด็จพระพี่นางฯ ทำให้รายการแข่งขันเพาะกายชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ ที่จากเดิมมีกำหนดการแข่งขันในเดือนกุมภาพันธ์ต้องเลื่อนไปแข่งขันกันในเดือนพฤษภาคมซึ่งทำให้ผมมีเวลาถึงสามเดือนในการเตรียมตัว diet ตั้งแต่วินาทีนั้นจนถึงวินาทีที่ผมนอนหมดสภาพอยู่นี้ ผมเฝ้าบอกตัวเองอยู่เสมอว่า ทุกอย่างมันถูกกำหนดมาแล้ว วันหนึ่งหลังจากเล่นเสร็จ ผมได้พบกับนักเพาะกายชั้นแนวหน้าอย่างพี่สมศรีในห้อง locker มีอะไรให้รับใช้ว่ามาครับ คือ...ผมอยากแข่งรายการชิงถ้วยพระราชทานครับพี่ พี่ว่าผมจะไหวมั้ย ไหวสิ...เธอใจเกินร้อยหรือเปล่าล่ะ ตั้งแต่วันนั้นผมได้รับคำแนะนำจากพี่ศรี และบางครั้งก็ได้มีโอกาสฝึกร่วมกับแก ทำให้ร่างกายผมค่อย ๆ พัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง ผมตัดสินใจกระโจนเข้าสู่โปรแกรม Pre-Contest Diet อย่างเต็มตัว แม้ว่าตอนนั้นจะยังไม่รู้ว่านรก-สวรรค์เป็นอย่างไรแต่ตอนนี้ได้รู้แล้ว จึงอยากแบ่งปันความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาจากความเจ็บปวด และการลองผิดลองถูกเพื่อให้ผู้อ่านเป็นแนวทางในการประยุกต์ใช้กับตัวเอง ผมจะขออธิบายเรื่องการ diet เพื่อการเข้าประกวดในมุมมองของผมเอง แบ่งเป็น 3 stage คือ
· 1st stage (body fat 15% down to 7.5% ) ระยะนี้อธิบายง่าย ๆ คือ ผมจะทำ cardio ทุก ๆ วันหลังเล่นเสร็จเป็นเวลา 30 45 นาที เพิ่มจากโปรแกรมการฝึกที่เคยทำอยู่ประจำนั่นเอง การทำเช่นนี้ทำให้ผมกลับบ้านช้าลงอีกร่วมชั่วโมง บางครั้งผมก็ต้องเข้ายิมให้ไวขึ้นเพราะผมยังเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่ ยังไงก็ต้องตื่นแต่เช้าไปทำงาน ถ้ากลับดึกนักคงไม่ดีแน่ ๆ แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยอะไรกับการทำแบบนี้ แถมยังรู้สึกดีเพราะน้ำหนักผมก็ลดลงเรื่อย ๆ และทุกครั้งที่วัดไขมัน มันก็มีตัวเลขสวย ๆ ที่แสดงถึงพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าผมจะประสบอุบัติเหตุจักรยานยนต์ประสานงากับรถปิคอัพ cyclone ที่มันจอดอยู่เฉย ๆ (เหตุเกิดหลังกลับจากยิมตอนหัวค่ำโดนหมาไล่กัดเลยแถไปชนรถชาวบ้านเขา) จนทำให้เดินไม่ได้อยู่หลายวัน ผมก็ยังคงเดินหน้าต่อไป
อดแข่งแน่เลยพี่ศรี แก้วมอเตอร์ไซค์ชน ไหนดูแผลซิ โอ้ย...อีกตั้ง 3 เดือน เหลือเฟือน่ะน้อง แล้วรถที่เราไปชนเค้าล่ะ...มันบุบมากมั้ย.. ไม่ว่าผมจะท้อแท้ขนาดไหนมุขของพี่หม่ำ on drug ทำให้ผมลืมความเจ็บปวดได้เสมอ
ในขณะนั้นกล้ามเนื้อที่ด้อยที่สุดในร่างกายของผมคือน่อง ซึ่งเป็นผลจากการละเลยการฝึกมาเป็นเวลาหลายปี ผมพยายามแก้ไขด้วยท่า seated calf raise แต่ไม่เป็นผล หลังจากการบาดเจ็บ ผมจำเป็นต้องเลื่อนจุดวางน้ำหนักจากจุดเดิมขึ้นมาทางต้นขาอีกครึ่งคืบซึ่งส่งผลต่อการพัฒนากล้ามเนื้อน่องของผมในช่วงสามเดือนสุดท้ายก่อนแข่ง (ในความซวยมักมีความโชคดีเสมอ)
· 2nd stage (body fat 7.5% down to 4.5% ) มาถึงจุดนี้เริ่มจะเรียกว่าทางตีบ คือมันยังไม่ตันซะทีเดียว แค่ผมต้องเพิ่มการ cardio และการฝึกเป็น 2 ครั้งต่อวัน โชคดีที่ระยะนี้เป็นช่วงที่เด็กเริ่มปิดเทอมผมจึงออกจากบ้านสายได้ บางวันผมจะตื่นตั้งแต่ตีสามครึ่งหรือตีสี่เพื่อจะมาทำ cardio ก่อนออกจากบ้าน และตอนเย็นก็จะทำการฝึกแบบปกติ ทำอย่างนี้เรื่อยมาได้เกือบเดือน ความซวยมาเยือนอีกครั้งเมื่อผมดันเอาเข่าไปกระแทกแผง console ของจักรยานไฟฟ้าจนทำให้เดินไม่ได้อีก 2 วัน ผมเจ็บไม่น้อยกว่าอุบัติเหตุครั้งแรก แต่ครั้งนี้ผมได้รู้จักเพื่อนใหม่ที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อนมันชื่อว่า ความกลัว เออนี่...กูแปลกใจว่าคนอย่างมึงกลัวเป็นด้วยเหรอ ข้อความใน e-mail จากไอ้ต้องเพื่อนเก่าทำผมสะอึก แล้วเราจะเอาอะไรชนะความกลัวดี ผมคิด
เวลาเริ่มผ่านไปช้าลง ผมเริ่มไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อ ผมจึงแสวงหาปัญญาเพื่อเป็นแสงสว่างส่องทางออกจากปัญหาที่รุมเร้า หนังสือเก่า ๆ บทความเมื่อสิบปีที่แล้วตอนพวกผมเพิ่งได้สัมผัสลูกเหล็ก เริ่มถูกขุดขึ้นมาทบทวน บางครั้งก็ถามจากผู้มีประสบการณ์ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีใครรู้ดีเท่าตัวของเราเอง เราต้องหมั่นสังเกตและอ่านให้ออกว่าตอนนี้ร่างกายกำลังบอกอะไรกับเรา กินเถอะแก้ว...ถ้าเราหิวแสดงว่าร่างกายเราต้องการอาหารนะ พ่อกำลังช่วยผมในขณะที่ผมคิดว่าพ่อกำลังทำลายความฝันของผมที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม หากย้อนเวลากลับไปได้วันนั้นผมจะกินแต่ไม่ใช่ตามร่างกายโหยหา แต่จะกินอาหารที่ควรจะกินในปริมาณที่เหมาะสม เพราะอาการหิวไม่ได้ทำให้ผมโหยจนเป็นลม แต่มันทำให้ผมโหมจนตาค้าง นอนไม่หลับซึ่งเป็นสิ่งที่แย่กว่าการเป็นลมเสียอีก
บ่ายวันหนึ่งขณะที่ผมพยายามหลับอยู่ใต้โต๊ะทำงาน จู่ ๆ มือถือก็สั่นขึ้น... ใครเสือกโทรมาปลุกกูวะ บ้าจริง คนยิ่งหลับยาก ๆ อยู่ เธอมีสังกัดหรือยังแก้ว เอารูปถ่าย 1 นิ้วกับสำเนาบัตรประชาชนมานะ เดี๋ยวพี่ส่งบางกอกยิมให้ บางกอกยิมเหรอพี่ ผมแอบคิดในใจว่า กูไปคุยกับอาจารย์สันติขอสังกัดเพาะกายนนท์ดีกว่า
แม้ว่าบางกอกยิมจะเป็นค่ายที่มีชื่อเสียงมากในอดีตแต่เนื่องจากผมไม่เคยไปฝึกที่บางกอกยิมมาก่อน ซึ่งต่างจากเพาะกายนนท์ซึ่งเคยเป็นที่ฝึกซ้อมของผมกับน้องชายอยู่หลายปี ทำให้ผมมีความผูกพันกับอาจารย์สันติซึ่งเป็นเจ้าของค่าย และพี่น้องร่วมค่ายอย่างมาก (สังคมนักเพาะกายในยิมเล็ก ๆ จะมีความสนิทสนมกันมาก บางคนมักเรียกยิมแบบนี้ว่า hardcore gym)
ณ ชมรมเพาะกายจังหวัดนนทบุรี (สถานที่ใหม่ บางบัวทอง) พี่ก็ดูเป็น...หุ่นอย่างนี้ผ่านเลย เดี๋ยวเย็นนี้พี่บอกอาจารย์หมูให้ พี่ไก่ภรรยาคู่ใจอาจารย์สันติให้การตอบรับทันทีที่ผมตามหายิมแห่งใหม่ของแกจนเจอ ตั้งแต่วันนั้นผมได้ที่เก็บตัวใหม่ ที่ซึ่งผมกลายสภาพจาก alien มาเป็น hero
ถ้าผมเป็นพี่นะ ผมออกจากงาน เผาเสื้อหมดตู้เลย ผมจะถอดเสื้อเดินตลาดมันทั้งวันเลยพี่ แข่งวันไหนครับพี่ ป๋าบอกว่าพี่จะเป็นตัวแทนให้จังหวัดเรา ตั้งแต่พี่แก้วมาเล่นที่นี่ ผมก็อยากมาเล่นกล้ามทุกวันเลย น้องคะ อย่าเพิ่งกลับบ้านนะคะ พี่จะพาแฟนมาดู จะเอาหุ่นแบบเนี้ย
ประมาณ 1 เดือนก่อนการแข่งขัน ผมต้องเตรียมตัวเรื่องการ posing ซึ่งผมต้องยอมรับว่าไม่สันทัดจริง ๆ อย่างไรก็ดี ด้วยความเป็นแฟนพันธ์แท้ youtube น้องชายผมอาสาเป็นผู้ดูแลเรื่องการโพสท์ประกอบเพลง ผมได้เพลงที่ดีที่สุดจากความร่วมมือกันตั้งแต่สี่ทุ่มจนถึงตีสองของ DJ ฟันเหลืองอย่างน้องชิน กับคนบ้า Kai Green อย่างน้องชายผม ผมจึงได้เพลงของ Metalica ทั้ง ๆ ที่เป็นแฟน Gun&Roses
แต่......เรื่องท่าที่จะโพสท์นี่สิ
หนึ่ง...สอง...สาม...สี่...ห้า...หก...เจ็ด...แปด...หนึ่ง...สอง...สาม...สี่...ห้า...หก...เจ็ด...แปด... เสียงนังโบว์ เทรนเนอร์ส่วนตัว กำลังให้จังหวะในการโพสท์ ผมรู้ดีว่าสมองผมช่วงนี้ด้อยประสิทธิภาพในการรับรู้ แต่เทรนเนอร์คนนี้ก็ไม่เคยเหนื่อยหน่ายในการแสดงท่าโพสท์ให้ผมดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนในที่สุดสิ่งที่เรียกว่า Posing Routine ก็คลอดออกมา แม้ว่าท่านที่มีส่วนสนับสนุนจะไม่เคยเห็นก็ตาม
· 3rd stage (body fat 4.5% down to as close to 0% as possible ) และแล้วนรกขุมที่โหดที่สุดในพื้นพิภพก็มาถึง นั่นคือ การตัดคาร์โบไฮเดรตออกจากรายการอาหารปกติ ลองจินตนาการดูครับว่าถ้าวันนึงเรากินไก่ต้มอย่างเดียวโดยที่ไม่กินข้าวเลยสักคำ เราต้องกินไก่สักกี่ขีดกว่าเราจะอิ่ม ไม่มีใครตอบได้หรอกครับหลังจากได้ลองทำดู ท่านจะทราบว่าถ้าไม่มีคาร์โบไฮเดรตเลย กินไก่อย่างเดียว 5 กิโลฯ ไม่มีทางจะทำให้ผมอิ่มได้
เหตุผลของการตัดคาร์โบไฮเดรต คือเราจะทำให้ร่างกายไม่เหลือแหล่งพลังงานที่เก็บไว้ (glycogen) เลย เพราะคาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานอันดับหนึ่ง พอร่างกายใช้พลังงานจากแป้งไม่ได้ก็ต้องดึงเอาไขมันที่เหลืออยู่นั่นแหละครับมาเผาเป็นพลังงาน ฟังดูง่ายครับแต่บางครั้งเราไม่มีแรงหรือหมดสติเอาได้ง่าย ๆ เลยนี่แหละนรกของจริง สัปดาห์สุดท้ายนักกล้ามแต่ละคนต่างหมดเรี่ยว หมดแรง เวลาที่ควร จะหลับผมก็ไม่ค่อยหลับ เวลาที่ควรจะตื่นผมก็ไม่ค่อยมีแรง เวลาไม่ควรกินผมก็ หิว ผมเริ่มไม่แน่ใจในสิ่งที่ผมทำ ความลังเลใจไม่ควรเกิดขึ้นในโค้งสุดท้าย ผมอยากหยุด แต่รถที่วิ่งมา 140กม/ชม เจอโค้งหักศอกเราจะเหยียบเบรคให้รถหมุนแล้วลงไปตายข้างทาง หรือเราจะสาดเข้าโค้งนี้ให้มันผ่านไปจะผ่านหรือจะหลุดลงไปตายข้างทางอีก อย่างน้อยก็ยังขึ้นชื่อว่าเราสู้ไม่ถอย หากว่าจิตใจผมเปรียบเสมือนโอ่งน้ำ ความกลัวของผมคงเป็นเหมือนน้ำที่ปริ่มขอบโอ่ง ว่ากันว่าสมัยพุทธกาลเกิดสงครามกันระหว่างเทวดากับหมู่มารทั้งหลาย ความสยดสยองทำให้หมู่เทวดาทั้งหลายเกิดความรู้สึกขนพองสยองเกล้าขึ้น กระนั้นท้าวจตุโลกบาลท่านให้เทวดาทั้งหลายรำลึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ขึ้นจักทำให้ความขนพองสยองเกล้านั้นหายไป ผมนึกถึงพระธรรมได้ข้อหนึ่ง คือ ทางสายกลาง ผมไม่แน่ใจว่าที่ทำอยู่คือทางสายกลางหรือไม่ There is a thin line between the extremist and the disciplined. แล้วอะไรล่ะ ไอ้เส้นบาง ๆ ที่ว่านั่น
You suffer because your need exceeds your existing potential. คนเรามีความทุกข์เนื่องจากเราอยากได้ในสิ่งที่เกินกำลังความสามารถของเราจะแสวงหามาได้ ผมไม่รู้ไปคว้าหนังสือของหลวงพ่อมิตซูโอะ มาตั้งแต่เมื่อไหร่ เปิดมาเจอหน้านี้พอดี ผมได้คำตอบแล้วว่าเส้นบาง ๆ นั่นคืออะไร มันถูกกำหนดเอาไว้แล้ว ผมแอบคิดเข้าข้างตัวเองอีกครั้ง
เช้าวันรุ่งขึ้นผมออกไปตัดผมแต่เช้า จักรยานยนต์คันหนึ่งวิ่งตัดหน้า ผมเบรค ผมชน ผมล้มทับไอ้เด็ก แว๊นท์คนนั้น ข้อเท้าซ้ายโดน header ท่อไอเสีย หนังผมไหม้ หลุดเป็นแผ่นทันที พี่...ผมขอโทษครับ ไปเถอะ ขับรถระวังหน่อยนะน้อง ผมไม่โกรธ ...................................................................แต่ผมกลัวกว่าเดิมล้านเท่า....................................................... |
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||