more
ขวัญผู้ยิ่งใหญ่ - จนมิอาจนอนคว่ำ
เป็นเพียงเรื่องราวที่พัดผ่าน และความคิดที่วาบขึ้นมา
Permalink : http://www.oknation.net/blog/bloodybrother
วันอังคาร ที่ 1 กรกฎาคม 2551
เส้นทางสู่แชมป์ประเทศไทย ๓
Posted by ขวัญผู้ยิ่งใหญ่จนมิอาจนอนคว่ำ , ผู้อ่าน : 133 , 18:00:52 น.  
พิมพ์หน้านี้


Fight or Flight

แก้ว        “เฮ้ยอัดเข้าไปอีก เอาให้มันลอยเลย มึงวาดกล้ามเป็นป่าววะ”

หยอย     “เดี๋ยวมันหลอกตานะพี่ ไอ้ขวัญมึงเอาไดร์เป่าพี่แก้วหน่อยดิ กูจะเทียบดูสองข้าง”

ขวัญ       “ปลาแม่งมองอยู่ได้”

ปลา        “เปล่านะ หนูไม่ได้มองข้างบนเลย.....หนูมองแต่ไอ้ข้างล่าง”

แป๋ว        “พี่แก้วหิวมั้ย”  

  

GetAttachment             

 คืนก่อนวันแข่งขันทีมงาน Back Office ของผมต่างช่วยกันทำงานกันอย่างคร่ำเคร่งราวกับว่าพวกเขาจะลงประกวดกันซะเอง อันที่จริงผมเหนื่อย หิว แต่ผมก็ยืนให้ Back Office ของผมช่วยกันทาสีได้ร่วมสามชั่วโมง มันคงเป็นความสนุกสนานและความซาบซึ้งในน้ำใจของทุกคนที่มีต่อผมกระมังที่ทำให้งานของพวกเราเดินต่อไปได้

                ผมไม่ได้อาบน้ำเพียงแค่แปรงฟันก่อนนอน แม่หาผ้าแพรมาปูบนที่นอนเนื่องจากกลัวสีรองพื้นติดผ้าปูที่นอน  คืนนั้นผมไม่ได้กินน้ำ ไม่ได้กินข้าวแต่ก็หลับเป็นตาย

                ผมตื่นขึ้นมาล้างหน้า ไม่เห็นสภาพตัวเองแต่น้องชายบอกว่ายังกะศพเดินได้ เส้นเลือดผมไม่พอง มันขึ้นมาแบบลีบ ๆ แต่เยอะเหมือนใยแมงมุม พวกเราขับรถ 2 คันสู่สนามกีฬาไทยญี่ปุ่นตั้งแต่เช้าเพื่อจองที่ พี่สมศรีก็มาแต่เช้าเพื่อเอากางเกงมาให้ผมใส่ชั่งน้ำหนัก

 DSC_0011DSC_0010

 

 

“โอย.... ปกติใครอยู่กับผมแล้วเครียดนี่ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว แต่ 15 วันก่อนแข่งนี่ขอเลยครับ ผมจะเป็นกบ ขออยู่ในกะลาฝึกในกะลา พอถึงเวลาฝึกเราก็ฝึก พอถึงเวลากินก็รอให้คนเค้าเอาอาหารมาหยอดอย่างเดียว ทัศนคติของคนรอบข้างมีผลต่อความสำเร็จของนักเพาะกายมากนะครับ บางทีคนใกล้ตัวเค้าเห็นเราทรมานแล้วทนไม่ได้”   พี่ศรีอธิบายให้พ่อกับแม่ผมฟัง

         DSC_0027      

สายหน่อยกรรมการก็เรียกตัวนักกีฬาขึ้นชั่งน้ำหนักทีละรุ่น อาจารย์สันติบอกให้ load carbohydrate ทันทีที่ผมเหยียบตราชั่งที่ตั้งไว้ 70 กิโลกรัมได้โดยไม่กระดก อาจารย์ส่งซิกให้เราเข้าเตรียมตัวหลังเวที พวกเรารออยู่ที่นั่นนานเสียจนไม่ได้เห็นอะไรดี ๆ หน้าเวที แต่พวกเราได้เห็นอะไรดี ๆ หลังเวที โดยเฉพาะวิธีการทาสีของไมค์

               DSC_0210

            ไมค์เป็นอดีตโปรชาวสวิสฯ ที่หลงรักในเสน่ห์ของประเทศไทยและอยากใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ด้วยคุณสมบัตินี้ทำให้ไมค์ได้เปลี่ยนสถานภาพจากอดีตนักเพาะกายยุโรปมาเป็นผู้ฝึกสอนนักกีฬาทีมชาติไทย และงานนี้ไมค์ก็รับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับบรรดานักกีฬาตัวเต็งจากค่ายหนึ่ง ไมค์จึงจำต้องรับภาระเรื่องการทาสีให้นักกีฬาของค่ายนั้นเกือบทุกรุ่น ซึ่งดูจะเป็นงานหนักไม่น้อย และไมค์ก็ทำได้หนักจริง ๆ (คนที่เคยโดนเล่าให้ฟัง)

                บ่ายโมงครึ่งทีมงานหลังเวทีเรียกนักกีฬาแต่ละรุ่นให้เตรียมตัวอย่างรีบร้อน ไม่ทันตั้งตัวผมก็ได้มาอยู่หน้าเวที ต่อหน้าคนนับพัน

 DSC_0236

 

t_dscf0890_200

กรรมการสั่งโพสท์ 7 ท่าบังคับ

ผมมองไม่เห็นอะไรนอกจากตัวเองกับความว่างเปล่า

ลงจากเวทีน้อง ๆ ที่มาเชียร์ต่างพากันมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

ช่วงบ่ายแม้ว่าจะรู้ว่าผมไม่ได้ติด 1 ใน 5 แต่ก็ไม่ได้เสียอกเสียใจอะไร ผมออกจะเกรงใจทีมงาน Back Office ของผมที่ดูจะเหนื่อยล้าไม่แพ้กัน จึงชวนกันออกไปหาสิ่งที่มนุษย์อื่นเค้ากินกันมาใส่ท้อง ซึ่งในตอนแรกวางแผนกันว่าจะไปเซ็นทรัลปิ่นเกล้า แต่ก็ไปไม่ถึงฝัน หลังจากที่ต้องกินอกไก่ต้มมาเป็นเดือนต่อมความหิวของผมระเบิด พวกเราจึงต้องลงเอยกันที่ S&P ตั้งฮั่วเส็ง 

 

“อิ่มเหรอพี่แก้ว ขนาดเรายังไม่อิ่มเลย” น้องชายผมถามด้วยความเป็นห่วง ผมเลยสนองความห่วงใยด้วยการกินจนต้องไปล้วงคออยู่หน้าห้าง

ทำไมมันทรมานอย่างนี้วะ ผมคิด

 

กลับมาถึงบ้านผมขึ้นนอนทันทีด้วยความเหนื่อยล้า หลังจากนอนได้สักสองชั่วโมงก็ตื่นขึ้นมากินแล้วก็ล้วง แล้วก็ลงไปนอน

กินแล้วก็ล้วง แล้วก็ลงไปนอน ซ้ำ ๆ อย่างนี้จนน่าสังเวชใจ

 

DSC_0247

                อย่างไรก็ตาม ใจหมาไม่สามารถอยู่ในร่างของนักกีฬาได้ แม้ว่าผมจะไม่ได้รางวัลอะไรเลยจากการแข่งขันครั้งนี้ แต่ผมก็ไม่สามารถก้าวขึ้นเวทีได้โดยปราศจากการสนับสนุนจากหลาย ๆ ท่าน ผมจึงต้องแสดงน้ำใจนักกีฬา โดยการหอบสังขารที่เหนื่อยล้าไปร่วมขบวนพาเหรดนักกีฬาและรับประกาศเกียรติบัตรให้กับชมรมฯ ในวันอาทิตย์ช่วงบ่าย

ตอนพวกเราเป็นเด็ก ทุกครั้งที่ผมกับน้องไปดูการแข่งเพาะกายเราจะกลับมาบ้านแล้วก็ยกลูกเหล็กทันทีด้วยแรงบันดาลใจที่เปี่ยมล้น ผ่านมาแล้วสิบปีวันนี้ผมเป็นผู้เข้าแข่งขันเสียเองแต่ความรู้สึกเหล่านั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย แม้ว่าน้องผมจะร้างราจากการเพาะกายไปแล้วแต่ผมมั่นใจว่ากลิ่นอายวันนั้นยังคงอยู่ในความทรงจำของพวกเราเสมอ

 

 

 

พี่แก้ว

 

อีกไม่ถึงเจ็ดวันพี่แก้วก็จะได้ขึ้นเวทีเพาะกายเป็นครั้งแรกแล้ว ตำแหน่งหรือรางวัลที่พี่แก้วได้ยังไงก็คงไม่สำคัญเท่ากับว่าพี่แก้วกำลังมีความสุขกับสิ่งที่ทำหรือไม่ การเตรียมตัวอาจจะดูเป็นเรื่องเจ็บปวดแต่อยากให้พี่แก้วนึกถึงวันแรกที่พวกเราซ้อมว่ายน้ำกับอาจารย์ปรีชาว่ามันเหนื่อยเพียงไร แต่พวกเราก็ผ่านมันมาได้ แม้ว่าการฝึกฝนจะหนักขึ้นทุกวันก็ตาม

 

นึกถึงวันแรกที่พวกเราสคอวทด้วยดัมเบลล์ กับอุปกรณ์แบบตามมีตามเกิด เพาะกายใช่ชีวิตของพวกเราพรือไม่ เวลาว่างในช่วงวัยเด็กของพวกเราจึงหมดไปในโรงรถแทนที่จะเป็นโรงเรียนกวดวิชาอย่างที่คนอื่นทำกัน

 

พวกเรามองกระจกแทบทุกครั้งที่เดินผ่านแล้วรู้สึกว่ากล้ามมันใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ มันเป็นช่วงเวลาอันยาวนานพอ ๆ กับชีวิตวัยรุ่นของคนหนึ่งคน สิบกว่าปีที่ผ่านมาเร็วเหมือนฝันและเพียงแค่กระพริบตาความฝันของพี่แก้วรวมทั้งทุก ๆ คนที่อยู่เบื้องหลังก็จะเป็นจริงแล้ว

 

เมื่อไรที่ท้อแท้ขอให้นึกถึงกำลังใจของคนที่อยู่ข้างหลังที่ยืนอยู่เคียงข้างพี่แก้วเสมอ

 

ขวั

 

 

Twelve years ago

สมัยที่ผมเรียนมัธยมอยู่ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จำได้ว่ามีที่ ๆ หนึ่งซึ่งผมจะต้องเข้าไปขลุกอยู่ทุกครั้งที่มีเวลาว่างนั่นคือ “ห้องสมุด” อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าผมเป็นพวกรักการอ่าน ผมแค่อยากหาที่แอร์เย็น ๆ ใว้นั่งเล่นเฉย ๆ กระนั้นอานิสงส์ของการอยู่ในห้องสมุดวันละหลาย ๆ ชั่วโมงก็ได้ช่วยให้ผมรู้จักหนังสือเกือบทุกเล่มในนั้น ทว่ารู้จักหาใช่รู้แจ้ง ไม่อย่างนั้นผมคงสอบได้ทุน King ไปแล้ว พูดตรง ๆ เลยดีกว่าผมกับน้องเป็นพวกรักการใช้กำลังมากกว่าปัญญา พวกเราเป็นนักว่ายน้ำของโรงเรียนที่จำต้องลาออกจากทีมเพราะมีโปรแกรมคัดตัวพร้อมกับลูกผู้อุปถัมภ์สระว่ายน้ำรายใหญ่คนหนึ่ง หลังจากถูกบาทากระแทกก้นออกมาได้ไม่กี่เดือนผมก็เริ่มรู้จักกับคำว่า “ย้วย” อันเป็นผลมาจากร้างราการออกกำลังกายแต่ไม่เคยห่างหายในเรื่องกิน ก็ไอ้ตอนนั้นยายผมยังแข็งแรงประกอบกับฝีมือการปรุงอาหารระดับเทพของแกชีวิตช่วงวัยรุ่นตอนต้นของพวกผมก็มีแต่คำว่า “เปรม” 

วันหนึ่งขณะผมเข้าไปทำการ “ชิ่งแอร์” (ศัพท์เทคนิกเรียกการเข้าห้องสมุดเพื่อให้เหงื่อแห้งในช่วงพักเที่ยง)  ผมได้อ่านเจอบทความหนึ่งในนิตยสาร “ใกล้หมอ” เขียนโดย ดร.วีดี (ไม่ไช่  DVD นะครับ) ท่านได้พูดถึงกีฬาเพาะกายซึ่งช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อ ความแข็งแกร่ง และเผาผลาญไขมันได้ ไอ้ข้อหลังเนี่ยแหละทำให้ผมอยากเพาะกายซะตั้งแต่เดี๋ยวนั้น กลับถึงบ้านผมจึงเขียนจดหมายไปหา ดร.วีดี ที่ว่าเพื่อขอตารางฝึกด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่าผมและน้องจะได้แข็งแกร่งกว่าตอนเป็นนักว่ายน้ำเสียอีก

 

IMAGE0002

เวลาล่วงเลยไปร่วม 5 – 6 เดือนไม่มีวี่แววของตารางฝึก ตัวผมเองก็ไปรับใช้น้องที่บวชอยู่วัดที่ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ช่วงใกล้เปิดเทอมน้องผมศึกออกมาแม่ก็พาพวกผมไปเที่ยวแคนาดาและอเมริกาให้ใจเบิกบานก่อนเปิดเทอม กลับถึงบ้านอีกครั้งตารางฝึกของ ดร.วีดี ที่ถูกลืมก็มาถึงมือพวกผม ทันทีที่เห็นซองจดหมายจาก “ใกล้หมอ” พวกผมฉีกออกและศึกษาอย่างละเอียดทันที และมันก็ถูกกองไว้อย่างนั้น ใช่ครับผมไม่ได้พิมพ์ผิด พวกเราก็กองมันไว้อย่างนั้น ไม่มีการฝึกใด ๆ ทั้งสิ้นเกิดขึ้น

กระทั่งเวลาล่วงเลยไปอีกหลายเดือน ช่วงนั้นมีฝนตกหนักติดต่อกันอยู่หลายสัปดาห์จนในที่สุดก็เกิดน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ (ประมาณปีพ.ศ.2538) ครั้งนั้นโรงเรียนประกาศหยุดเรียนถึงสองสัปดาห์ ในสัปดาห์แรกพวกผมดีใจมากกับการติดเกาะ กิน ๆ นอน ๆ ไปวัน ๆ จนเข้าสู่สัปดาห์ที่สองความเบื่อหน่ายก็เข้าครอบงำ หนังเรื่องเก่า ๆ ฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่าทาง UBC เอย เครื่องสูบน้ำบุโรทั่งเอย มาม่าเอย ไส้กรอกเอย ขนมปังเอย

 

จนเย็นวันหนึ่งผมกับน้องชายจึงตัดสินใจหยิบมันขึ้นมาปัดฝุ่น

ดัมเบลล์ 5 กิโลฯ 1 คู่

ตำราเพาะกายฉบับถ่ายเอกสาร 1 เล่ม

ของเหล่านี้ที่ผมต้องกราบก่อนขึ้นเวที

                เย็นวันนั้นพวกผมได้เรียนรู้ว่านอกจากการฝึกว่ายน้ำกับอาจารย์ปรีชาที่เรียกว่าเป็นขุมนรกได้แล้ว ในโลกนี้ยังมีนรกอีกขุมหนึ่งซึ่งไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน มันชื่อว่า “การสคอวทด้วยดัมเบลล์” ซึ่งเป็น1ใน 4 ท่าของตารางฝึก พวกเราแบกดัมเบลล์ไว้บนไหล่ทั้งสองข้างและทำท่าลุกนั่ง ยี่สิบครั้ง แปดเซ็ท พักระหว่างเซ็ท 1 นาที

เซ็ทที่ 1 พวกเราเริ่มเหนื่อย

เซ็ทที่ 2หายใจถี่ยิบ

เซ็ทที่ 3 อยากหยุดเข็มนาฬิกาในช่วงพัก

เซ็ทที่ 4 ไม่เข็มนาฬิกาก็หัวใจพวกเรานี่แหละจะหยุดก่อน

เซ็ทที่ 5 ผมเหลือบมองนางแบบโฆษณาในทีวีแล้วหลอกตัวเองว่ายกครบแล้วจะได้ปี้อีนังคนนั้น

เซ็ทที่ 6 แฮ่ก....แฮ่ก...อีนังคนนั้นด้วยได้มั้ย แฮ่ก...

เซ็ทที่ 7 แฮ่ก....แฮ่ก...อีกเซ็ทเดียว...อีกเซ็ทเดียว...

เซ็ทที่ 8 แฮ่ก....แฮ่ก...แฮ่ก... สิบแปด...อีกสองที....สิบเก้า.....อีกทีเดียว...ยี่สิบ...เฮ้อ...ตายรึยังวะขวัญ

                และแล้วดัมเบลล์เหล็ก 5 กิโลฯ ที่พวกเราแบกกันมา 2 อาทิตย์ก็กลายเป็นดัมเบลล์นุ่น ผมอยากเพิ่มน้ำหนักแต่ไม่มีปัญญาซื้อหาดัมเบลล์คู่ใหม่ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการหาซากที่หลงเหลืออยู่ในบ้านหลังน้ำท่วมมาใช้ประโยชน์ นั่นก็คือท่อแป๊บ อิฐบล็อก และเชือก สามสิ่งที่ว่าเมื่อถูกประกอบเข้าด้วยกันพวกเราเรียกมันว่า “บาร์เบลล์”   อีกทางหนึ่งเศษไม้ ตะปู บานพับ หยาดเหงื่อก็รวบรวมกันเข้าเป็น “เตียงเพาะกาย” 

 

แม้ว่าชายคนหนึ่งจะเป็นนักกอล์ฟฝีมือเยี่ยม แต่ผู้คนรอบข้างจะไม่รู้เลยจนกว่าจะได้เห็นเขาคนนั้นบนสนามกอล์ฟ ก็แล้วชีวิตหนึ่งของคนรอบข้างที่ว่านั้น  จะมีโอกาสได้ไปเดินที่สนามกอล์ฟกี่ครั้งกันเล่า  ในขณะที่นักเพาะกายนั้น ในทุกที่ทุกทางที่เขาย่างกรายไป มันเป็นสถานที่ที่เดียวกันกับที่ทุกคนใช้ชีวิตประจำวันอยู่ และทุกคนที่เห็น ก็จะรู้ได้ทันทีว่าเขาคือนักเพาะกาย เพราะนักเพาะกาย คือผู้ที่สวมชุดกีฬาของเขาเอาไว้กับตัวตลอดเวลา 24 ชั่วโมงต่อวันนั่นเอง - Joe  Weider 

 

เพาะกายไม่เพียงเป็นงานอดิเรกแต่มันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเรา ในใจของพวกเรามีแต่ความเชื่อว่าวันนึงจะต้องเป็นเหมือนกับนักเพาะกายฝรั่งตัวมหึมา ตั้งแต่ตอนนั้นไม่มีการเรียนพิเศษ ไม่มีกิจกรรมอื่นหลังเลิกเรียน พวกเรารีบกลับมาบ้านและยกหินผูกเหล็กนั่น ค่าขนมที่พวกเราเก็บหอมรอมริบมาตลอดเทอมนั้นมักจะถูกใช้ไปหมดในช่วงปิดเทอมเพื่อเป็นค่าสมัครยิม บางทีเงินไม่พอค่ายิม หรือบางทีเจ้าของยิมเขาขี้เกียจนับเหรียญเรามีตังเท่าไหร่เขาก็เอาแค่นั้น ทุกครั้งของการเปิดเทอมเพื่อน ๆ มักตื่นตลึงกับกล้ามแขนของพวกเราที่ใหญ่ขึ้นทันตาและจบลงด้วยการงัดข้อที่มีเดิมพันคืออาหารกลางวัน ซึ่งช่วยให้ผมประหยัดค่าขนมมาเป็นค่าวิตามินเสริมได้ไม่น้อย การเพาะกายได้หยั่งรากลึกลงไปถึงก้นบึ้งของหัวใจพวกเรา มันเป็นศาสนา มันเป็นความเชื่อ มันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว นี่คือเหตุผลของการมีวันนี้ วันที่ไม่ใช่ก้าวแรกแต่ดูเหมือนก้าวแรกของผม วันที่ผมโพสท์ท่าอยู่บนเวทีต่อหน้าคนนับร้อยนับพัน หลังจากยกลูกเหล็กมาสิบสองปีวันนี้เป็นวันแรกที่ใคร ๆ ต่างเรียกผมว่า

 2z822-27b8ece2-preview

“นักกล้าม” 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
นายโจอี้ วันที่ : 17/07/2008 เวลา : 18.34 น.
http://www.oknation.net/blog/mrjoey

สู่ต่อไป

ความคิดเห็นที่ 1
chompoopookha วันที่ : 01/07/2008 เวลา : 20.26 น.
http://www.oknation.net/blog/chompoopookha

แวะมาทักทาย หายไปนานเลยนะคะ....
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน