พิมพ์หน้านี้
|
Fight or Flight แก้ว เฮ้ยอัดเข้าไปอีก เอาให้มันลอยเลย มึงวาดกล้ามเป็นป่าววะ หยอย เดี๋ยวมันหลอกตานะพี่ ไอ้ขวัญมึงเอาไดร์เป่าพี่แก้วหน่อยดิ กูจะเทียบดูสองข้าง ขวัญ ปลาแม่งมองอยู่ได้ ปลา เปล่านะ หนูไม่ได้มองข้างบนเลย.....หนูมองแต่ไอ้ข้างล่าง แป๋ว พี่แก้วหิวมั้ย
คืนก่อนวันแข่งขันทีมงาน Back Office ของผมต่างช่วยกันทำงานกันอย่างคร่ำเคร่งราวกับว่าพวกเขาจะลงประกวดกันซะเอง อันที่จริงผมเหนื่อย หิว แต่ผมก็ยืนให้ Back Office ของผมช่วยกันทาสีได้ร่วมสามชั่วโมง มันคงเป็นความสนุกสนานและความซาบซึ้งในน้ำใจของทุกคนที่มีต่อผมกระมังที่ทำให้งานของพวกเราเดินต่อไปได้ ผมไม่ได้อาบน้ำเพียงแค่แปรงฟันก่อนนอน แม่หาผ้าแพรมาปูบนที่นอนเนื่องจากกลัวสีรองพื้นติดผ้าปูที่นอน คืนนั้นผมไม่ได้กินน้ำ ไม่ได้กินข้าวแต่ก็หลับเป็นตาย ผมตื่นขึ้นมาล้างหน้า ไม่เห็นสภาพตัวเองแต่น้องชายบอกว่ายังกะศพเดินได้ เส้นเลือดผมไม่พอง มันขึ้นมาแบบลีบ ๆ แต่เยอะเหมือนใยแมงมุม พวกเราขับรถ 2 คันสู่สนามกีฬาไทยญี่ปุ่นตั้งแต่เช้าเพื่อจองที่ พี่สมศรีก็มาแต่เช้าเพื่อเอากางเกงมาให้ผมใส่ชั่งน้ำหนัก
โอย.... ปกติใครอยู่กับผมแล้วเครียดนี่ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว แต่ 15 วันก่อนแข่งนี่ขอเลยครับ ผมจะเป็นกบ ขออยู่ในกะลาฝึกในกะลา พอถึงเวลาฝึกเราก็ฝึก พอถึงเวลากินก็รอให้คนเค้าเอาอาหารมาหยอดอย่างเดียว ทัศนคติของคนรอบข้างมีผลต่อความสำเร็จของนักเพาะกายมากนะครับ บางทีคนใกล้ตัวเค้าเห็นเราทรมานแล้วทนไม่ได้ พี่ศรีอธิบายให้พ่อกับแม่ผมฟัง สายหน่อยกรรมการก็เรียกตัวนักกีฬาขึ้นชั่งน้ำหนักทีละรุ่น อาจารย์สันติบอกให้ load carbohydrate ทันทีที่ผมเหยียบตราชั่งที่ตั้งไว้ 70 กิโลกรัมได้โดยไม่กระดก อาจารย์ส่งซิกให้เราเข้าเตรียมตัวหลังเวที พวกเรารออยู่ที่นั่นนานเสียจนไม่ได้เห็นอะไรดี ๆ หน้าเวที แต่พวกเราได้เห็นอะไรดี ๆ หลังเวที โดยเฉพาะวิธีการทาสีของไมค์ ไมค์เป็นอดีตโปรชาวสวิสฯ ที่หลงรักในเสน่ห์ของประเทศไทยและอยากใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ด้วยคุณสมบัตินี้ทำให้ไมค์ได้เปลี่ยนสถานภาพจากอดีตนักเพาะกายยุโรปมาเป็นผู้ฝึกสอนนักกีฬาทีมชาติไทย และงานนี้ไมค์ก็รับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับบรรดานักกีฬาตัวเต็งจากค่ายหนึ่ง ไมค์จึงจำต้องรับภาระเรื่องการทาสีให้นักกีฬาของค่ายนั้นเกือบทุกรุ่น ซึ่งดูจะเป็นงานหนักไม่น้อย และไมค์ก็ทำได้หนักจริง ๆ (คนที่เคยโดนเล่าให้ฟัง) บ่ายโมงครึ่งทีมงานหลังเวทีเรียกนักกีฬาแต่ละรุ่นให้เตรียมตัวอย่างรีบร้อน ไม่ทันตั้งตัวผมก็ได้มาอยู่หน้าเวที ต่อหน้าคนนับพัน
กรรมการสั่งโพสท์ 7 ท่าบังคับ ผมมองไม่เห็นอะไรนอกจากตัวเองกับความว่างเปล่า ลงจากเวทีน้อง ๆ ที่มาเชียร์ต่างพากันมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ช่วงบ่ายแม้ว่าจะรู้ว่าผมไม่ได้ติด 1 ใน 5 แต่ก็ไม่ได้เสียอกเสียใจอะไร ผมออกจะเกรงใจทีมงาน Back Office ของผมที่ดูจะเหนื่อยล้าไม่แพ้กัน จึงชวนกันออกไปหาสิ่งที่มนุษย์อื่นเค้ากินกันมาใส่ท้อง ซึ่งในตอนแรกวางแผนกันว่าจะไปเซ็นทรัลปิ่นเกล้า แต่ก็ไปไม่ถึงฝัน หลังจากที่ต้องกินอกไก่ต้มมาเป็นเดือนต่อมความหิวของผมระเบิด พวกเราจึงต้องลงเอยกันที่ S&P ตั้งฮั่วเส็ง
อิ่มเหรอพี่แก้ว ขนาดเรายังไม่อิ่มเลย น้องชายผมถามด้วยความเป็นห่วง ผมเลยสนองความห่วงใยด้วยการกินจนต้องไปล้วงคออยู่หน้าห้าง ทำไมมันทรมานอย่างนี้วะ ผมคิด
กลับมาถึงบ้านผมขึ้นนอนทันทีด้วยความเหนื่อยล้า หลังจากนอนได้สักสองชั่วโมงก็ตื่นขึ้นมากินแล้วก็ล้วง แล้วก็ลงไปนอน กินแล้วก็ล้วง แล้วก็ลงไปนอน ซ้ำ ๆ อย่างนี้จนน่าสังเวชใจ
อย่างไรก็ตาม ใจหมาไม่สามารถอยู่ในร่างของนักกีฬาได้ แม้ว่าผมจะไม่ได้รางวัลอะไรเลยจากการแข่งขันครั้งนี้ แต่ผมก็ไม่สามารถก้าวขึ้นเวทีได้โดยปราศจากการสนับสนุนจากหลาย ๆ ท่าน ผมจึงต้องแสดงน้ำใจนักกีฬา โดยการหอบสังขารที่เหนื่อยล้าไปร่วมขบวนพาเหรดนักกีฬาและรับประกาศเกียรติบัตรให้กับชมรมฯ ในวันอาทิตย์ช่วงบ่าย ตอนพวกเราเป็นเด็ก ทุกครั้งที่ผมกับน้องไปดูการแข่งเพาะกายเราจะกลับมาบ้านแล้วก็ยกลูกเหล็กทันทีด้วยแรงบันดาลใจที่เปี่ยมล้น ผ่านมาแล้วสิบปีวันนี้ผมเป็นผู้เข้าแข่งขันเสียเองแต่ความรู้สึกเหล่านั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย แม้ว่าน้องผมจะร้างราจากการเพาะกายไปแล้วแต่ผมมั่นใจว่ากลิ่นอายวันนั้นยังคงอยู่ในความทรงจำของพวกเราเสมอ
พี่แก้ว
อีกไม่ถึงเจ็ดวันพี่แก้วก็จะได้ขึ้นเวทีเพาะกายเป็นครั้งแรกแล้ว ตำแหน่งหรือรางวัลที่พี่แก้วได้ยังไงก็คงไม่สำคัญเท่ากับว่าพี่แก้วกำลังมีความสุขกับสิ่งที่ทำหรือไม่ การเตรียมตัวอาจจะดูเป็นเรื่องเจ็บปวดแต่อยากให้พี่แก้วนึกถึงวันแรกที่พวกเราซ้อมว่ายน้ำกับอาจารย์ปรีชาว่ามันเหนื่อยเพียงไร แต่พวกเราก็ผ่านมันมาได้ แม้ว่าการฝึกฝนจะหนักขึ้นทุกวันก็ตาม
นึกถึงวันแรกที่พวกเราสคอวทด้วยดัมเบลล์ กับอุปกรณ์แบบตามมีตามเกิด เพาะกายใช่ชีวิตของพวกเราพรือไม่ เวลาว่างในช่วงวัยเด็กของพวกเราจึงหมดไปในโรงรถแทนที่จะเป็นโรงเรียนกวดวิชาอย่างที่คนอื่นทำกัน
พวกเรามองกระจกแทบทุกครั้งที่เดินผ่านแล้วรู้สึกว่ากล้ามมันใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ มันเป็นช่วงเวลาอันยาวนานพอ ๆ กับชีวิตวัยรุ่นของคนหนึ่งคน สิบกว่าปีที่ผ่านมาเร็วเหมือนฝันและเพียงแค่กระพริบตาความฝันของพี่แก้วรวมทั้งทุก ๆ คนที่อยู่เบื้องหลังก็จะเป็นจริงแล้ว
เมื่อไรที่ท้อแท้ขอให้นึกถึงกำลังใจของคนที่อยู่ข้างหลังที่ยืนอยู่เคียงข้างพี่แก้วเสมอ
ขวัญ
Twelve years ago สมัยที่ผมเรียนมัธยมอยู่ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย จำได้ว่ามีที่ ๆ หนึ่งซึ่งผมจะต้องเข้าไปขลุกอยู่ทุกครั้งที่มีเวลาว่างนั่นคือ ห้องสมุด อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าผมเป็นพวกรักการอ่าน ผมแค่อยากหาที่แอร์เย็น ๆ ใว้นั่งเล่นเฉย ๆ กระนั้นอานิสงส์ของการอยู่ในห้องสมุดวันละหลาย ๆ ชั่วโมงก็ได้ช่วยให้ผมรู้จักหนังสือเกือบทุกเล่มในนั้น ทว่ารู้จักหาใช่รู้แจ้ง ไม่อย่างนั้นผมคงสอบได้ทุน King ไปแล้ว พูดตรง ๆ เลยดีกว่าผมกับน้องเป็นพวกรักการใช้กำลังมากกว่าปัญญา พวกเราเป็นนักว่ายน้ำของโรงเรียนที่จำต้องลาออกจากทีมเพราะมีโปรแกรมคัดตัวพร้อมกับลูกผู้อุปถัมภ์สระว่ายน้ำรายใหญ่คนหนึ่ง หลังจากถูกบาทากระแทกก้นออกมาได้ไม่กี่เดือนผมก็เริ่มรู้จักกับคำว่า ย้วย อันเป็นผลมาจากร้างราการออกกำลังกายแต่ไม่เคยห่างหายในเรื่องกิน ก็ไอ้ตอนนั้นยายผมยังแข็งแรงประกอบกับฝีมือการปรุงอาหารระดับเทพของแกชีวิตช่วงวัยรุ่นตอนต้นของพวกผมก็มีแต่คำว่า เปรม วันหนึ่งขณะผมเข้าไปทำการ ชิ่งแอร์ (ศัพท์เทคนิกเรียกการเข้าห้องสมุดเพื่อให้เหงื่อแห้งในช่วงพักเที่ยง) ผมได้อ่านเจอบทความหนึ่งในนิตยสาร ใกล้หมอ เขียนโดย ดร.วีดี (ไม่ไช่ DVD นะครับ) ท่านได้พูดถึงกีฬาเพาะกายซึ่งช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อ ความแข็งแกร่ง และเผาผลาญไขมันได้ ไอ้ข้อหลังเนี่ยแหละทำให้ผมอยากเพาะกายซะตั้งแต่เดี๋ยวนั้น กลับถึงบ้านผมจึงเขียนจดหมายไปหา ดร.วีดี ที่ว่าเพื่อขอตารางฝึกด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่าผมและน้องจะได้แข็งแกร่งกว่าตอนเป็นนักว่ายน้ำเสียอีก
เวลาล่วงเลยไปร่วม 5 6 เดือนไม่มีวี่แววของตารางฝึก ตัวผมเองก็ไปรับใช้น้องที่บวชอยู่วัดที่ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ช่วงใกล้เปิดเทอมน้องผมศึกออกมาแม่ก็พาพวกผมไปเที่ยวแคนาดาและอเมริกาให้ใจเบิกบานก่อนเปิดเทอม กลับถึงบ้านอีกครั้งตารางฝึกของ ดร.วีดี ที่ถูกลืมก็มาถึงมือพวกผม ทันทีที่เห็นซองจดหมายจาก ใกล้หมอ พวกผมฉีกออกและศึกษาอย่างละเอียดทันที และมันก็ถูกกองไว้อย่างนั้น ใช่ครับผมไม่ได้พิมพ์ผิด พวกเราก็กองมันไว้อย่างนั้น ไม่มีการฝึกใด ๆ ทั้งสิ้นเกิดขึ้น กระทั่งเวลาล่วงเลยไปอีกหลายเดือน ช่วงนั้นมีฝนตกหนักติดต่อกันอยู่หลายสัปดาห์จนในที่สุดก็เกิดน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ (ประมาณปีพ.ศ.2538) ครั้งนั้นโรงเรียนประกาศหยุดเรียนถึงสองสัปดาห์ ในสัปดาห์แรกพวกผมดีใจมากกับการติดเกาะ กิน ๆ นอน ๆ ไปวัน ๆ จนเข้าสู่สัปดาห์ที่สองความเบื่อหน่ายก็เข้าครอบงำ หนังเรื่องเก่า ๆ ฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่าทาง UBC เอย เครื่องสูบน้ำบุโรทั่งเอย มาม่าเอย ไส้กรอกเอย ขนมปังเอย
จนเย็นวันหนึ่งผมกับน้องชายจึงตัดสินใจหยิบมันขึ้นมาปัดฝุ่น ดัมเบลล์ 5 กิโลฯ 1 คู่ ตำราเพาะกายฉบับถ่ายเอกสาร 1 เล่ม ของเหล่านี้ที่ผมต้องกราบก่อนขึ้นเวที เย็นวันนั้นพวกผมได้เรียนรู้ว่านอกจากการฝึกว่ายน้ำกับอาจารย์ปรีชาที่เรียกว่าเป็นขุมนรกได้แล้ว ในโลกนี้ยังมีนรกอีกขุมหนึ่งซึ่งไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน มันชื่อว่า การสคอวทด้วยดัมเบลล์ ซึ่งเป็น1ใน 4 ท่าของตารางฝึก พวกเราแบกดัมเบลล์ไว้บนไหล่ทั้งสองข้างและทำท่าลุกนั่ง ยี่สิบครั้ง แปดเซ็ท พักระหว่างเซ็ท 1 นาที เซ็ทที่ 1 พวกเราเริ่มเหนื่อย เซ็ทที่ 2หายใจถี่ยิบ เซ็ทที่ 3 อยากหยุดเข็มนาฬิกาในช่วงพัก เซ็ทที่ 4 ไม่เข็มนาฬิกาก็หัวใจพวกเรานี่แหละจะหยุดก่อน เซ็ทที่ 5 ผมเหลือบมองนางแบบโฆษณาในทีวีแล้วหลอกตัวเองว่ายกครบแล้วจะได้ปี้อีนังคนนั้น เซ็ทที่ 6 แฮ่ก....แฮ่ก...อีนังคนนั้นด้วยได้มั้ย แฮ่ก... เซ็ทที่ 7 แฮ่ก....แฮ่ก...อีกเซ็ทเดียว...อีกเซ็ทเดียว... เซ็ทที่ 8 แฮ่ก....แฮ่ก...แฮ่ก... สิบแปด...อีกสองที....สิบเก้า.....อีกทีเดียว...ยี่สิบ...เฮ้อ...ตายรึยังวะขวัญ และแล้วดัมเบลล์เหล็ก 5 กิโลฯ ที่พวกเราแบกกันมา 2 อาทิตย์ก็กลายเป็นดัมเบลล์นุ่น ผมอยากเพิ่มน้ำหนักแต่ไม่มีปัญญาซื้อหาดัมเบลล์คู่ใหม่ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการหาซากที่หลงเหลืออยู่ในบ้านหลังน้ำท่วมมาใช้ประโยชน์ นั่นก็คือท่อแป๊บ อิฐบล็อก และเชือก สามสิ่งที่ว่าเมื่อถูกประกอบเข้าด้วยกันพวกเราเรียกมันว่า บาร์เบลล์ อีกทางหนึ่งเศษไม้ ตะปู บานพับ หยาดเหงื่อก็รวบรวมกันเข้าเป็น เตียงเพาะกาย
แม้ว่าชายคนหนึ่งจะเป็นนักกอล์ฟฝีมือเยี่ยม แต่ผู้คนรอบข้างจะไม่รู้เลยจนกว่าจะได้เห็นเขาคนนั้นบนสนามกอล์ฟ ก็แล้วชีวิตหนึ่งของคนรอบข้างที่ว่านั้น จะมีโอกาสได้ไปเดินที่สนามกอล์ฟกี่ครั้งกันเล่า ในขณะที่นักเพาะกายนั้น ในทุกที่ทุกทางที่เขาย่างกรายไป มันเป็นสถานที่ที่เดียวกันกับที่ทุกคนใช้ชีวิตประจำวันอยู่ และทุกคนที่เห็น ก็จะรู้ได้ทันทีว่าเขาคือนักเพาะกาย เพราะนักเพาะกาย คือผู้ที่สวมชุดกีฬาของเขาเอาไว้กับตัวตลอดเวลา 24 ชั่วโมงต่อวันนั่นเอง - Joe Weider
เพาะกายไม่เพียงเป็นงานอดิเรกแต่มันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเรา ในใจของพวกเรามีแต่ความเชื่อว่าวันนึงจะต้องเป็นเหมือนกับนักเพาะกายฝรั่งตัวมหึมา ตั้งแต่ตอนนั้นไม่มีการเรียนพิเศษ ไม่มีกิจกรรมอื่นหลังเลิกเรียน พวกเรารีบกลับมาบ้านและยกหินผูกเหล็กนั่น ค่าขนมที่พวกเราเก็บหอมรอมริบมาตลอดเทอมนั้นมักจะถูกใช้ไปหมดในช่วงปิดเทอมเพื่อเป็นค่าสมัครยิม บางทีเงินไม่พอค่ายิม หรือบางทีเจ้าของยิมเขาขี้เกียจนับเหรียญเรามีตังเท่าไหร่เขาก็เอาแค่นั้น ทุกครั้งของการเปิดเทอมเพื่อน ๆ มักตื่นตลึงกับกล้ามแขนของพวกเราที่ใหญ่ขึ้นทันตาและจบลงด้วยการงัดข้อที่มีเดิมพันคืออาหารกลางวัน ซึ่งช่วยให้ผมประหยัดค่าขนมมาเป็นค่าวิตามินเสริมได้ไม่น้อย การเพาะกายได้หยั่งรากลึกลงไปถึงก้นบึ้งของหัวใจพวกเรา มันเป็นศาสนา มันเป็นความเชื่อ มันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว นี่คือเหตุผลของการมีวันนี้ วันที่ไม่ใช่ก้าวแรกแต่ดูเหมือนก้าวแรกของผม วันที่ผมโพสท์ท่าอยู่บนเวทีต่อหน้าคนนับร้อยนับพัน หลังจากยกลูกเหล็กมาสิบสองปีวันนี้เป็นวันแรกที่ใคร ๆ ต่างเรียกผมว่า นักกล้าม |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||