ขวัญผู้ยิ่งใหญ่ - จนมิอาจนอนคว่ำ
เป็นเพียงเรื่องราวที่พัดผ่าน และความคิดที่วาบขึ้นมา
Permalink : http://www.oknation.net/blog/bloodybrother
วันศุกร์ ที่ 2 มีนาคม 2555
Posted by ขวัญผู้ยิ่งใหญ่จนมิอาจนอนคว่ำ , ผู้อ่าน : 4176 , 07:16:15 น.  
หมวด : รถยนต์

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตัวเลือกที่แคบลง

 เช้าวันหนึ่งอาเดินออกไปขายยางแต่เช้าแล้วสักพักก็เดินจ้ำกลับมาบ้านพร้อมขับรถ 4x4 ที่ล้อแม็กยี่สิบนิ้วยังเรียกพ่อ "เอาไปลากรถรถซื้อยางเดี๋ยว พวกนี้ขนยางเป็นตันเลยไม่กล้าวิ่งทับร่องถนน สงสัยกลัวติดใต้ท้องรถ พอวิ่งบนเลนมันก็ไปไม่รอด" เสียงอาตะโกนมา


 ผมจำไม่ได้ว่าอาทิตย์นั้นอาขับรถ Kubota กี่ครั้งเพื่อไปลากรถกระบะที่มาเกยตื้นในสวน แต่จำได้ว่าอาทิตย์นั้นเองที่ผมได้ข้อสรุปว่าต้องการรถตอนครึ่งยกสูงขับสี่ ด้วยเหตุนี้รถหลายรุ่นจากหลายค่ายจึงตกสเป็คไปเพราะขาดคุณสมบัติที่ต้องการอาทิ Mitsubishi Triton (ไม่ผลิตรถตอนครึ่งที่ขับเคลื่อนสี่ล้อ), Kia และ TATA เป็นต้น ทั้ง ๆ ที่แต่ละคันก็มีจุดเด่นในแบบฉบับของตน

เรื่องในกรอบ ๒ – คุณภาพคืออะไร

ทุกคนล้วนต้องการสินค้าที่มีคุณภาพในขณะที่แต่ละคนกลับให้ความหมายของคำนี้แตกต่างกัน ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะในแวดวงอุตสาหกรรมพวกเขาได้พยายามศึกษาคำว่า "คุณภาพ" กันมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้วจนพอจะสรุปอย่างเรียบง่ายว่า "คุณภาพคือการตอบสนองต่อสิ่งที่ลูกค้าต้องการ" เช่นบอกแท็กซี่ให้ไปส่งที่สนามบินอาคารผู้โดยสารขาออก แต่ถ้าแท็กซี่กลับไปส่งที่อาคารผู้โดยสารขาเข้านี่ย่อมไม่ใช่การบริการที่มีคุณภาพ หรือนาย ก ติดต่อเช่ารถตู้เพื่อพาครอบครัวไปเที่ยวแต่บริษัทรถเช่ากลับนำรถสปอร์ตมาให้ ในกรณีนี้รถสปอร์ตย่อมไม่ใช่สินค้าที่มีคุณภาพแม้ว่ามันจะมีสมรรถนะหรือราคาสูงเพียงไรก็ตาม


ดังนั้นไม่ว่ารถจะมีกำลังเท่าไร หรูหราแค่ไหน ราคาขายต่อเป็นอย่างไร แต่หากว่ามันไม่มีคุณสมบัติที่เราต้องการแล้วก็ถือว่ามันไม่ใช่รถที่มี "คุณภาพ"


รถคันแรก

 ผมกลับมาเก็บข้อมูลเพิ่มเติมที่กรุงเทพอีกครั้ง พ่อออกปากจะถอยกระบะมือสองให้เมื่อรู้ว่าผมต้องการจะซื้อรถใหม่ ผมดีใจที่พ่ออยากจะช่วยแต่พ่อคงไม่เข้าใจว่าผมเอือมกับการใช้ของมือสองมากเพียงไร การเกิดมาเป็นน้องที่อายุไล่เลี่ยกับพี่ชายทำให้ผมใช้ของมือสองมาเกือบจะตลอดชีวิต นี่ผมก็แก่ปูนนี้แล้วยังหนีมันไม่พ้นอีกหรือ ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าพ่อไม่เข็ดกับรถมือสองของตัวเองที่อยู่ในสภาพขับไปซ่อมไปเลยหรือยังไง แม้ว่ามันจะมีดาวสามแฉกติดอยู่บนฝากระโปรงก็ตามแต่ถ้ามันอยู่ในสภาพแบบนี้แล้วมันดีกว่ารถญี่ปุ่นตรงไหน

 Ford คือเป้าหมายถัดไปของผม เว็บไซต์ Ford.co.th บอกที่ตั้งศูนย์บริการได้ดีมากจนผมไม่รู้ว่าศูนย์สาขาสิรินธรอยู่ตรงไหนจึงแวะไปดูที่พุทธมณฑลแทน T T พนักงานขายหญิงเข้ามาต้อนรับและให้ข้อมูลเป็นอย่างดี เธอบอกผมว่า Ford กำลังจะออกกระบะรุ่นใหม่โดยวันนี้ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกในงาน "รถคันแรก" [ที่รัฐบาลจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศและเพื่อสร้างนิสัยฟุ้งเฟ้อให้กับประชนที่ยังไม่มีรถในชื่อของตนเอง] ซึ่งผู้บริโภคสามารถขอภาษีสรรพสามิตคืนได้หลังจากที่ซื้อรถไปแล้วหนึ่งปี ถึงจะมองว่านโยบายแบบนี้ทำให้คนฟุ้งเฟ้อแต่สำหรับคนที่จำเป็นจะต้องซื้อรถแล้วก็ถือว่าได้รับอานิสงส์ไม่น้อย (และผมก็จะได้มีข้ออ้างไปบอกพ่อว่าอย่าซื้อรถมือสองให้ผมเลย...)

 นอกจากนั้นนี่คือโอกาสที่ดีมากสำหรับคนที่ต้องการจะซื้อรถเคยใหม่ในราคาถูกเพราะทันทีค่ายรถกำลังเปิดตัวรถรุ่นใหม่รถรุ่นที่กำลังจำหน่ายอยู่ก็จะกลายเป็นรถรุ่นเก่าไปทันที แน่นอนว่าราคามันจะตกลงพร้อมกันทั่วประเทศโดยมิได้นัดหมายซึ่งก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย อีกทั้งยังสามารถขอภาษีคืนได้เช่นกัน ผมเกือบจะใจอ่อนถอย Ford คันที่จอดอยู่ในศูนย์แต่เมื่อผมได้รับแผ่นพับ New Ranger (T6) จากพนักงานขาย....

"เฮ้ย Ford Ranger ตัวใหม่ แม่งโคตรสวยเลย ข้างในก็หรูอย่างกับ SUV" ผมร้องด้วยสายตาอย่างไม่เก็บอาการ

 แผ่นพับเป็นรูปรถรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด ๒.๒ ลิตร ที่มาพร้อมกับพละกำลัง ๑๕๐ แรงม้าซึ่งปั่นมาด้วยเทอร์โบแปรผัน เครื่องยนต์ที่เล็กกว่ายังช่วยประหยัดค่าภาษีขนส่งได้อีก ระบบขับเคลื่อนมี ๖ สปีด บนกระบะมี Roll Bar สแตนเลสที่ลาดออกมาด้านหลังค่อนข้างมากโดยมีคานขวางด้านบนเพียงอันเดียวช่วยให้ดูโปร่ง Ford ใจดีให้ล้อแม็ก ๑๗ นิ้วเป็นอุปกรณ์มาตรฐานซึ่งต่างจากค่ายอื่นที่มักจะเป็นขนาด ๑๖ นิ้ว บันไดข้างสแตนเลสรูปทรงทันสมัยเรียบหรูไม่เกะกะ การออกแบบใหม่เปลี่ยนรูปแบบของหน้ารถที่ดูแบน ๆ ยาว ๆ ให้สั้นลงและเชิดขึ้นช่วยเพิ่มปริมาตรการบรรทุกอีกทั้งยังทำให้รถดูดีขึ้นด้วย หากพิจารณาดี ๆ ลักษณะภายของโดยเฉพาะด้านข้างของ New Ranger นั้นดูละม้ายคล้ายคลึงกับ Toyota Hilux Vigo มากกว่า Ranger ตัวเก่าเสียอีก ใครว่ามีแต่ญี่ปุ่นที่ Copy and Develop เป็น แต่อย่างไรก็ตามก็คงมีน้อยคนนักที่จะปฏิเสธว่า New Ranger ดูดีที่สุดในตอนนี้

 ห้องโดยสารภายในเป็นแบบทูโทนเทาเงินสลับดำ กระจกข้างพับไฟฟ้า ระบบเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth ระบบการสั่งงานด้วยเสียง และที่น่าสนใจที่สุดคือระบบทำความเย็นเป็นแบบ Digital ซึ่งสามารถปรับอุณหภูมิห้องโดยสารซีกซ้ายและขวาได้อย่างเป็นอิสระต่อกัน....นี่มันอะไรกัน....... นอกจากนั้น New Ranger ยังมากับระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ESP), Adaptive Load Control, ระบบควบคุมการส่ายจากการลาก (Trailer Sway Control) และที่เจ๋งไม่น้อยไปกว่านั้นคือที่ปกหลังให้ข้อมูลว่าระบบเฟืองท้ายมีให้เลือกแบบ Limited Slip Rear Differential (LSD) และ Locking Rear Differential (LRD) อีกทั้งในเว็บยังบอกด้วยว่ารถมาพร้อมกับระบบ Hill Launch Assist ถ้าแปลเป็นภาษาคนก็คือระบบกันรถไหลเมื่อออกตัวจากทางชัน ระบบ Hill Descent Control ซึ่งช่วยควบคุมความเร็วเมื่อลงจากทางชัน....นี่มันบ้าไปแล้ว.....ไม่มีค่ายไหนทำแบบนี้ได้แน่ ๆ

 พนักงานขายบอกว่า Ford ปล่อยออกมาก่อนสามรุ่นเพื่อเรียกน้ำย่อย จริง ๆ แล้วเตรียมตัวไม่ทันงานรถคันแรกเลยมีปัญญาทำได้แค่นี้ ถ้าอยากจะเห็นตัวจริงสามารถไปดูได้ที่ไบเทคตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 เมื่อออกจากศูนย์ผมรีบบึ่งกลับบ้านเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถรุ่นนี้จากในเว็บ รูปรถในเว็บสวยมากและสามารถดูได้แบบ ๓๖๐ องศาทั้งรุ่นสี่ประตูและโอเพ่นแคบ Ford บอกว่าการออกแบบภายในที่ดูทันสมัย บึกบึน และสะดวกต่อการใช้งานนั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากนาฬิกา Casio รุ่น G-shock (ค่ายนี้มาแปลกใช้ชื่อเสียงของนาฬิกามาโปรโมทสินค้าแทนที่จะใช้พวกดารา ศิลปิน ไม่แน่ว่าต่อไปอาจมีคนใช้น้ำหอมมาเป็น Presenter โดยอ้างว่ารถรุ่นนี้ออกแบบตามแรงบันดาลใจจากกลิ่นของน้ำหอมก็เป็นได้) อย่างไรก็ตามสำหรับแฟน G-shock พันธุ์แท้อย่างผมแล้ว... "New Ranger คือรถที่ออกแบบมาสำหรับผม (และนาฬิกาอันเป็นอาภรประจำกาย)" สโลแกนที่ว่า "การรอคอยของคนทั้งโลกสิ้นสุดลง" นั้นสงสัยจะจริง ผมจะไม่คิดอะไรให้มากมายอีกแล้ว พรุ่งนี้ผมจะไปไบเทค เพื่อเก็บข้อมูลรถมาพิจารณาเป็นครั้งสุดท้ายถ้าพอใจก็จะถอย Ford Ranger จากในงาน

One Ford?

 One Ford คือนโยบายเชิงคุณภาพของรถค่ายนี้ว่ารถทุกคันจะต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก จะจริงหรือไม่อีกไม่กี่ก้าวผมก็จะได้พบกับมันแล้ว...The New Ranger

 เมื่อเข้าไปในงานผมเดินตรงดิ่งไปยังรถฟอร์ดที่นำมาตั้งประดับงาน มันเป็นรถกระบะสี่ประตูสีขาว ผูกโบว์แดงอันสุดอุบาทว์ตามแนวคิดของงาน เห็นได้ชัดเจนว่าใหญ่กว่ารถรุ่นเก่าพอสมควร บันไดข้างของจริงดูดีมาก ๆ แต่แปลกใจว่า Roll Bar หายไปไหน ผมพยายามมองเข้าไปในตัวรถที่ล็อคอยู่แต่ทำได้ไม่ถนัดนักจึงต้องไปดูอีกคันที่ซุ้มของ Ford

 รถ Ford Ranger สี่ประตูสีฟ้าจอดเด่นเป็นสง่า สี Aurora Blue สวยกว่าสีฟ้าของรุ่นเก่ามาก แต่รถคันนี้ยังคงไม่มี Roll Bar เช่นคันก่อน อีกทั้งยังแปลกใจด้วยว่าทำไม Ford ถึงเอารถมาแสดงที่ซุ้มคันเดียวทั้ง ๆ ที่เปิดให้จองแล้วสามรุ่น เมื่อก้าวเข้าไปในรถทัศนคติของผมที่มีต่อ Ford ก็เริ่มเปลี่ยนไป...

 สิ่งที่คาดว่าจะได้เห็นกลับกลายเป็นความจริงที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า การตกแต่งแบบทูโทนที่บริเวณ Console แผงประตู และเครื่องปรับอากาศแบบ Digital ปรับอุณหภูมิแยกซ้ายขวา ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัยเป็นเพียงสิ่งที่เห็นในแผ่นพับ ผมเดินไปขอข้อมูลจากพนักงานขายแต่ก็ไม่ได้อะไรมากไปกว่ากระดาษหนึ่งแผ่นที่ให้ข้อมูลแบบหยาบ ๆ ของรถฟอร์ดสามรุ่นพร้อมราคาขาย เสป็คบางอย่างที่เป็นจุดเด่นของรถกระบะ Ford เช่น ถุงลมนิรภัยแบบม่านกลับถูกตัดออกไปราวกับว่าขับรถ Ford แล้วจะไม่มีวันถูกชน เฟืองท้าย Limited Slip และ Differential Lock ที่โม้ว่าเลือกได้สองระบบกลับไม่มีแม้แต่ในรุ่น XLT ส่วนในรุ่น Wild Track ก็มีเพียงแค่ Limited Slip เท่านั้น ซึ่งมันอนาถมากเพราะรถกระบะอย่าง TATA ก็ยังมีคุณสมบัติอันหลังนี้ ถ้าคุณคาดหวังจะได้ Spec แบบคม ๆ เช่น ขนาดกระบะ น้ำหนักบรรทุก รัศมีเลี้ยวแคบสุด อัตราทด ความจุถังน้ำมัน อัตราสิ้นเปลืองงานนี้ก็คงจะมาเสียเที่ยว

 One Ford คงจะหมายถึงประเทศไทยเพียงประเทศเดียวที่ได้รถกระจอกกว่าเพื่อน แม้เสป็ครถ Ford Ranger ของประเทศไทยจะด้อยกว่าต่างประเทศมาก ๆ แต่ด้วยเหตุที่รถทำมาจากโครงสร้างพื้นฐานเดียวกันผู้ที่ต้องการทราบข้อมูลเฉพาะทางเทคนิค เช่น ระบบกำลังส่ง มิติกระบะ น้ำหนักบรรทุก-ลากสูงสุด อัตราสิ้นเปลือง มุมประทะ มุมคร่อม มุมจาก ฯลฯ ต้องไปหาดูจากได้จากเว็บไซต์ Ford ในต่างประเทศ การปิดบังข้อมูลในลักษณะนี้ก็เป็นอีกกลยุทธ์ไม่ให้ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบสินค้ากับผู้ผลิตรายอื่นได้อย่างสะดวก Ford ประเทศไทยตีปี๊บดังลั่นว่า New Ranger 2.2 XLT Double Cab สามารถวิ่งได้ถึง ๑๙ กม ด้วยน้ำมันเพียง ๑ ลิตร (ด้วยความเร็วเฉลี่ย ๗๐ กม/ชม ซึ่งแน่นอนว่าเป็นสิ่งที่คนปรกติไม่ทำ) ในขณะที่ทาง Ford ออสเตรเลียระบุว่าอัตราสิ้นเปลืองของรุ่นเดียวกันที่ ๘.๑ ลิตร/๑๐๐ กม ซึ่งก็คือ ๑๒.๓๔ กม ต่อน้ำมัน ๑ ลิตร...แล้วคุณจะเชื่อใคร

 จุดเด่นของ New Ranger ใช่ว่าจะไม่มีเลย เปลือก การออกแบบภายนอกดูดีมาก ๆ กระจกข้างพับไฟฟ้า เส้นขอบกระบะและขอบหน้าต่างต่อเนื่องเป็นแนวเดียวกันช่วยสร้างเอกภาพของตัวรถได้เป็นอย่างดี ฝาปิดกระบะท้ายให้ความรู้สึกที่แข็งแกร่งมาก ยกมือเดียวแทบไม่ขึ้น ถ้าให้ผู้ใช้ Isuzu หรือ Mitsubishi มายกก็คงจะให้ความเห็นเหมือนกับผม แน่นอนว่าส่วนหนึ่งของน้ำหนักมาจากมิติความสูงของกระบะที่มากขึ้นแต่ก็คงจะปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่ามันมาจากความแน่นหนาของตัวรถ นอกจากนั้นความรู้สึกแน่น ๆ แบบนี้ยังรู้สึกได้เมื่อปิดประตูด้วยเช่นกัน เสียอย่างเดียวที่ร่องจับประตูด้านในทำใกล้จุดพับ (Pivot) มากจึงต้องเอื้อมขาหน้าไปไกลและออกแรงในการดึงประตูเข้ามา (ปัญหานี้กลับไม่มีใน New Mazda ที่ข้างประตูเกือบจะเหมือนกันแต่เลื่อนตำเหน่งจับบานประตูให้ใกล้เข้ามาและยังสามารถใช้เป็นที่ใส่ของเล็ก ๆ ได้อีกด้วย)

 กลับมาสู่สิ่งที่กำลังเผชิญอีกครั้ง ระหว่างที่ผมกำลังช็อคอยู่กับสิ่งที่เห็น พนักงานขายก็ทำให้ผมช็อคมากกว่าเก่าเมื่อเธอพยายามยัดเยียดให้ผมจองรุ่น Open Cab ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีใครเคยเห็นรถ ไม่รู้ว่าเธอลืมไปหรือเปล่าว่ากำลังขายรถราคาเฉียดล้านไม่ได้กำลังขายหวยที่ลูกค้าไม่ต้องเห็นของ ไม่ต้องทดลองขับ นี่มันดูถูกผู้บริโภคกันมากเกินไปแล้ว Ford แสดงข้อมูลในเว็บและแผ่นพับมาอย่างแต่ของจริงกลับเป็นอีกอย่าง นี่รถก็ยังไม่นำมาแสดงแต่จะให้รีบจองแบบนี้จะให้ผู้บริโภครู้สึกอย่างไร ทั้ง ๆ ที่เธอไม่เคยเห็นรถ เธอบอกผมว่ากระบะตัวใหม่กว้างกว่า ยาวกว่า ดีกว่าตัวเก่า แต่พอผมถามเธอว่ามันกว้างยาวเท่าไรและดีกว่าอย่างไร จนถึงป่านนี้ผมก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากเธอ

 ผมพยายามมองในแง่ดีว่าบางที Ford อาจจะเตรียมตัวไม่ทันกับงานที่รัฐบาลจัดขึ้นอย่างปุบปับจึงนำรถมาแสดงเพียงคันเดียวเพียงเพื่อให้ผู้บริโภคพอจะเห็นภาพว่า New Ranger นั้นหน้าตาเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นจึงยังไม่ทำแผ่นพับรายละเอียดรถออกมาแจก พยายามหลอกตัวเองว่าบางทีรถที่จำหน่ายจริงอาจแตกต่างไปจากนี้ ถามพนักงานขายแม่งก็ไม่รู้ห่าอะไรทางที่ดีผมจะควรเมลไปถามทาง Ford โดยตรง แต่จนถึงวันนี้ Ford ก็ไม่เคยตอบเมลฉบับนั้นของผม

 หนังสือหน้า (Facebook) คือช่องทางสุดท้ายที่ผมจะสื่อสารกับรถค่ายนี้ ผมถามคำถามเดียวกันกับที่ส่งอีเมลไปโดยเลือก post ลงบนที่กระทู้เกี่ยวกับ New Ranger ที่มีคนถามตอบและมีหน้าม้ากด like เป็นจำนวนมากเพื่อกดดันให้ admin รีบมาตอบคำถามเหล่านี้

 แต่ผมกลับได้รับคำตอบเพียงสั้น ๆ ว่า แผ่นพับนั้นทำมาก่อนการผลิตรถ (แล้วมึงประสานงานกันภาษาห่าอะไรวะ ไม่มีการวางแผนการผลิตหรือยังไง) และรถจริงก็จะมีเสป็คตามที่เห็นในงาน (นี่พูดเล่นใช่ไหม) ยังไงก็ขอให้ส่งคำถามไปที่[email protected] (นี่มึงไม่ได้อ่านที่กู post เลยใช่ไหม ว่ากูส่งเมลไปแล้ว)

 การให้บริการบนหนังสือหน้าของ Ford ในช่วงนั้นถือว่าอับปัญญามาก มีลูกค้าท่านหนึ่งถามง่าย ๆ ว่ากระบะรุ่นใหม่นี้มีเหล็กกันโครงหรือไม่ (หนึ่งในจุดขายของ Ranger ตัวเก่าคือ "เกาะทุกโค้งกับเหล็กกันโคลงหน้า-หลัง รายแรกในเมืองไทย") ทว่าพนักงานกลับตอบอย่างมักง่ายขอไปทีว่า "สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www…….." ทั้ง ๆ ที่เขาสามารถตอบกลับเพียงสั้น ๆ สองคำว่า "ไม่มี"

 จากการศึกษาข้อมูลไปเรื่อย ๆ ทำให้เข้าใจว่าข้อมูลและภาพของสินค้าที่ปรากฏอยู่บนเว็บของ Ford นั้นไม่ใช่สินค้าที่จำหน่ายในประเทศไทย เพื่อการสร้างภาพลักษณ์ที่สวยหรูและด้วยความมักง่าย ซึ่ง Ford ไม่คิดจะปรับเปลี่ยนข้อมูลดังกล่าวให้ตรงกับความเป็นจริง แต่กลับใช้คาถาป้องกันตัวว่า "รายละเอียดของรถอาจแตกต่างกันในแต่ละประเทศ" ลองพิจารณาให้ดีว่ามีที่ไหนบ้างที่ใช้ภาษาไทย และถ้าเว็บ Ford ประเทศไทยไม่แสดงข้อมูลให้ตรงกับสินค้าที่จำหน่ายแล้วจะให้คนไทยไปศึกษาข้อมูลสินค้าจากที่ไหน อย่าบอกว่าให้เมลไปที่ [email protected] หรือพนักงานขายเลย เพราะพวกนี้ไม่เคยตอบและไม่รู้ห่าอะไรทั้งสิ้น ยิ่งถ้าไปถามอะไรที่ facebook เจ้าหน้าที่ก็จะให้ส่งคำถามเดิมอีกรอบไปที่ [email protected]แทนที่จะตอบคำถามเสียตรงนั้นหรืออย่างน้อยก็ช่วยส่งต่อไปผู้ที่สามารถตอบคำถามได้

 Ford พยายามสร้างภาพให้ New Ranger เป็นรถกระบะระดับหรูดังที่เห็นได้จากสเป็ครถที่จำหน่ายในต่างประเทศ แน่นอนว่าราคาขายต้องปรับตามทำให้ Ford อาจเสียลูกค้าบางส่วน จะว่าไปมันก็เหมือนกับการเลือกคู่ที่จะมีสักกี่คนที่ไม่อยากได้คู่ครองหน้าตาดี ทว่าจะมีสักกี่คนกันที่มีคู่ครองเช่นนั้น ฉันใดก็ฉันนั้นใคร ๆ ก็ชอบกระบะหรู ๆ แต่จะมีสักกี่คนที่จะมีปัญญาครอบครอง นอกจากนั้นหาก Ford ต้องการจะฉวยปลามันจากโครงการรถคันแรก New Ranger จะต้องจำหน่ายในราคาไม่เกิน ๑ ล้านบาท จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ Ford จะตัดสเป็คเพื่อลดต้นทุนการผลิตให้สามารถแข่งกับรถเจ้าตลาดและสามารถรับประโยชน์จากโครงการของรัฐบาลด้วย จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายที่รถกระบะที่ผลิตโดยแรงงาน (ราคาถูก) ชาวไทย สร้างมลพิษที่ประเทศไทย ใช้ประโยชน์จาก พรบ.ส่งเสริมการลงทุนและสิทธิอื่น ๆ อีกสารพัด รวมถึงนโยบายการค้าเสรีที่เอื้อประโยชน์ให้อุตสาหกรรมจากต่างชาติที่มาถลุงทรัพยากรไทยในขณะที่กลับทำให้เกษตรกรของเราถูกแย่งตลาดจากผลิตผลต่างประเทศ ที่น่าเศร้าไม่แพ้กันคือรถ Ford ที่คนไทยได้ใช้กลับไม่อยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกันกับที่จำหน่ายในประเทศอื่น นี่ความเนรคุณที่ Ford ทำกับตลาดรถกระบะหนึ่งตันที่ใหญ่ที่สุดในโลกอันเป็นบ้านเกิดของมัน ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าคนที่พร่ำเพ้อโหยหา T6 นั้นคิดอะไรกันอยู่ บางทีอาจจะเป็นพวกพนักงานที่ปั่นกระทู้กันเอง

 New Ranger เป็น One Ford เพียงแต่เปลือกหาใช่ที่สมรรถนะหรือความปลอดภัยแต่อย่างใด การรอคอยของคนทั้งโลกเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่การรอคอยของผมสิ้นสุดลงแล้ว





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน