พิมพ์หน้านี้
|
แม้จะยังเช้าหากแดดร้อนอบอ้าว สายลมจางๆที่พัดผ่านมานั้น เพียงทำให้อุณหภูมิผ่อนคลายลงไปเล็กน้อย และทันทีที่ช่วงจังหวะเช่นนั้นผ่านพ้น เพลิงร้อนรอบกายต่างก็กลับเข้ามากลุ้มรุมแผ่นเนื้อผิวเปลือยอันบอบบางเหมือนเช่นเคย...
หากน้ำทะเลเบื้องหน้ากลับไม่ใส่ใจต่อความเลวร้ายของสภาพอากาศแม้แต่น้อย เกลียวคลื่นยังเคลื่อนไหวเป็นระรอกยกตัวให้เปลิวแดดได้ลามเลีย ก่อนที่จะมุดหายไปใต้ผิวน้ำเพื่อเปิดทางให้ ท้องคลื่นได้อวดเนื้อตัวกับเปลิวแดด... ณ ปลายขอบทะเล วัตถุบางอย่างกำลังเคลื่อนที่เข้ามาหาฝั่ง เชื่องช้าเมื่อไกล หากว่องไวเมื่อใกล้ตา... เรือกกาบงอนลำนั้นแล่นลิ่วตัดเกลียวคลื่นจนทะเลแตกฟองฝอย แต่ครั้นจะได้ดูอย่างเต้มตา คนท้ายกลับดับเครื่องหยุดลงเพียงเท่านั้น ... คนเฝ้ารอใจแป้ว หากคนเลบนเรือกลับใจชื้น เพราะเมื่อถึงเป้าหมายเขาเหล่านั้นก็เพียงโยนเครื่องมือลงไปเท่านั้น ไม่นาน รอยยิ้มที่เห็นสินทะเลก็เกลื่อนหน้า... ...ทะเล หาใช่เพียงอาหารสำหรับเติมเต็มความรู้สึกเช่นนั้น...
ย้ายตัวออกจากริมทะเลข้ามมายัง สะพานสุขตา ที่อยู่ไม่ห่างกันนัก สะพานยามนี้กลับโล่งโปร่งปราศจากนักท่องเที่ยว ผู้คนแถบถิ่นปากน้ำ ตั้งแต่วัยกลางคนถึงเฒ่าชรา อาสัยเวลาอันสงบออกจากเรือนมุ่งหน้าสู่ทะเลเพียงเพื่อมาฟังเสียงลมและคลื่นเท่านั้น หญิงชายที่ยังมีเรี่ยวแรงต่างก็วิ่งวอร์มเรียกเหงื่อ หากหญิงเฒ่าชายชราต่างก้พาร่างกายอันผุพังมานั่งหย่อนอารมณ์และเปลี่ยนความทรงจำกันอย่างออกรส ต่อเมื่อได้เข้าไปร่วมวงสนทนาผมกลับพบว่า ถ้อยความที่แลกเปลี่ยนกันมันไม่ต่างไปจากบันทึกประวัติศาสตร์ที่ยังมีลมหายใจ เรื่องราวมากมายหลั่งไหลออกมาจากความทรงจำงหนักอึ้ง บ้างชวนอมยิ้ม... ...ชีวิตเราเกิดมาก็เป็นเพียงความทรงจำของกันและกันเท่านั้นแหละพ่อหนุ่ม...
ชายชราบอกความหมายอีกแง่หนึ่งของชีวิตให้เข้าใจ... |
| ทะเล | ||
... |
||
|
View All |
||