|
นั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันเคยเมา นั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันรู้จักเธอ แม่หนูน้อยหมวกแดงนามเก๋ไก๋ว่า "เตอกีร่า" แต่นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันเมาเพราะเธอ ที่ผ่านมา ฉันจะอยู่ห่างๆ เธอเสมอ ฉันจะเข้าใกล้เธอเพียง 1-2 ชอตเท่านั้น แต่วันนั้น ฉันคลุกคลีกับเธอ จนเรียกได้ว่าสนิทสนมกับเธอมากจนฉันจำไม่ได้ว่ามันผ่านไปกี่ชอตแล้ว แก้วเล็กๆ กับหมวกน้อยๆ สีแดงที่แลดูไร้เดียงสาของเธอ ทำฉันเจ็บแสบไม่แพ้ครั้งแรกที่ฉันได้รู้จักกับ "จิน" ซึ่งนั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันเมา แต่มันไม่สาหัสเท่ากับที่เธอทำกับฉันครั้งนี้ ยัยเตอกีร่า เธอทำให้ค่ำคืนอันแสนสนุกสุดเหวี่ยงของฉันจบลงด้วยการหัวทิ่มปักลงในหมู่ต้นกล้วยในบาร์หรูที่ชื่อ "Banana" ณ เกาะภูเก็ต มันเกิดขึ้นได้ยังไงนะเหรอ? เป็นคำถามที่ดีมาก มันเริ่มต้นที่งานเลี้ยงของบริษัทหนึ่งที่จัดขึ้นเพื่อขอบคุณผู้มีอุปการะคุณทั้งหลาย ที่มีเพื่อนสาวของฉันทำงานอยู่ (ฉันเลยได้เสนอหน้าไปงานนี้ด้วย) ค่ำคืนแรกที่รีสอร์ต Avantika ติดหาดป่าตอง ภูเก็ต ก่อนเกิดเหตุ ฉันก็เป็นฉันปกติ สนุกสนาน เฮฮา และดื่มบาร์คาร์ดี้หลากสีแทนน้ำเปล่า สเต็ปที่ 2 ของฉันก็ปกติอีก กับการดื่ม "หมดแก้ว" "หมดขวด" ติดกัน จำไม่ได้เหมือนกันว่ากี่ขวดแล้ว แต่มันไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกอะไรเลย จนกระทั่งคุณเพื่อนชวนไปแดนซ์ เพราะเครื่องเริ่มติดอยากแดนซ์กะคุณเพื่อน แรกเลยฉันไม่อยากไป เพราะฉันไม่ชอบเที่ยวกลางคืน แต่ถามว่า ไปได้ไหม ก็ได้ ขำขำ... เพื่อนชวนนิ โอเค ไปก็ไป และนั่นถือเป็น จุดเริ่มต้นของค่ำคืนอันร้ายกาจของฉัน พอเราไปถึง Banana บาร์หรูติดริมหาดป่าตอง คุณเพื่อนก็พา "ยัยเตอกีร่า" มาให้ฉันรู้จักเป็นทางการอีกครั้ง และฉันก็หลงลืมความร้ายกาจของหล่อนไปเสียสนิท เพราะมัวหลงเสน่ห์ความไร้เดียงสาของหมวกสีแดงที่เธอสวม ฉันเริ่มทักทายเธอด้วยชอตที่ 1 พร้อมเกลือและมะนาว สุดอร่อย ไม่รู้ว่าด้วยความมึนมาบ้างแล้วหรือเปล่า ทำให้ฉันรู้สึกว่า เธอน่ารัก อร่อยกว่าทุกครั้งที่ฉันเคยรู้จัก มันจึงตามมาด้วยชอต 2 ชอต 3 ชอต 4 ชอต 5.......... และอีกกี่ชอตก็ไม่รู้ รู้อีกที เธอก็จากไปซะแล้ว เตอกีร่าหมดขวดภายในเวลาอันรวดเร็วมาก ฉันก็ยังแดนซ์เป็นปกติ ปกติจริงๆ ยังคุยรู้เรื่อง ยังเห็นเพื่อนสาว คุณหนูสุดน่ารักของฉัน เดินขึ้นไปแดนซ์บนแท่นสูงๆ แล้วฉันก็ยังพยายามเดินไปลากเธอลงมา ถ้าเธอไม่ลงมาเองซะก่อน แต่พอฉันไปเข้าห้องน้ำเท่านั้น ฉันเริ่มนั่ง ยัยเตอกีร่า ก็เริ่มออกลายอาละวาดใส่ฉัน ทำเอาฉันมึนหัวจนสุดจะบรรยาย เริ่มประคองสติไม่อยู่ พอออกมา ฉันเริ่มหายใจไม่ออก เพราะกลิ่นบุหรี่ ฉันอยากไปสูดอากาศข้างนอก มีเพื่อนคนหนึ่งตามฉันมาพอดี แล้วพาฉันออกไป เพราะฉันเริ่มเดินไม่ถูก "ยัยเตอกีร่า" ยังคงปั่นหัวฉันไม่หยุด ฉันเริ่มไปนั่งข้าง กอกล้วย (ร้านชื่อ Banana ต้นกล้วยเลยเต็มร้านทีเดียว) และแล้วหัวฉันก็เริ่มทิ่มไปข้างๆ กอกล้วยเหล่านั้น สติเริ่มใกล้จะขาดเต็มที่ แต่ยังพอรู้ว่า เริ่มมีคนเดินมาหาฉัน เริ่มตัดสินใจ พาฉันกลับที่พัก เพราะสภาพฉัน ไร้สติสิ้นดีแล้ว ฉันจำไม่ได้ว่าใครเป็นคนแบกฉัน แต่ฉันได้ยินเสียงใครบางคนอยู่ข้างๆ หูฉัน แล้วในที่สุด ทุกคนก็พาฉันมาถึงห้องพัก 107 ด้วยอาการไหล่แทบทรุด (อันนี้ฉันมารู้ทีหลัง) ก่อนที่สติสุดท้ายของฉันจะขาด และหลับไปในที่สุด เช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนพยายามเหลือเกินที่จะลากฉันออกจากเตียง (ชั่วคราว) เพื่อชวนฉันไปดำน้ำ ดูปะการัง ภายใต้ท้องทะเลอันดามัน แต่ฉันไม่ค่อยอยากไปเท่าไร เลยตัดสินใจขออยู่โรงแรมดีกว่า และหลับยาวไปจนถึงบ่ายกว่าๆ พอตื่นขึ้นมา "ยัยเตอกีร่า" ยังรังควานฉันไม่พอ เพราะฉันยังกินอะไรไม่ได้เลยสักนิด ชีวิตฉันเริ่มเคว้งคว้างด้วยการอยู่โรงแรมคนเดียว มือถือไม่มี เงินไม่มี เพราะของทุกอย่างอยู่ที่ห้องเพื่อนอีกคน ฉันไปไหนไม่ได้ นอกจากอยู่นิ่งๆ ที่โรงแรม รอเพียงความหวังจากคนที่จะกลับมาที่โรงแรมอีกครั้ง ฉันเริ่มต้นทำใจ กับการต้องเผชิญหน้ากับเพื่อนๆ ร่วมทริปทุกคน ฉันต้องตอบคำถาม ต้องโดนล้อ ต้องเจอทุกอย่าง ฉันกำลังทำใจ ฉันไม่แคร์ ฉันมั่นใจ...ก็แค่เมาวะ ใครก็เคยเมาวะ อย่างน้อยฉันก็ยังเมาไม่เจ็บตัว หัว จมูกไม่กระแทกกับน้องสุขภัณฑ์ หรือกลายเป็นคนรักอเมริกัน สแตนดาร์ด (โถสุขภัณฑ์อันดับ 1 ตามโรงแรมและร้านเหล้า) ขึ้นมาชั่วข้ามคืน และแล้ว เวลาที่ต้องพบปะผู้คนก็มาถึง .... ฉันไม่สามารถหลบใครได้ แม้ว่าอยากทำก็ตาม ฉันต้องเจอทุกคนประณามกับการเมาหัวทิ่มครั้งนี้ แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ฉันเมาอย่างเดียว เพราะทุกคนไม่ได้พูดวิพากษ์วิจารณ์เรื่องฉันเมาได้มากเท่ากับ การบอกให้...ฉันลดน้ำหนักด่วน ตัวฉันหนักมาก แบกมาไหล่แทบทรุด แบกคนเดียวไม่ไหว เออ ฉันอ้วน ฉันน้ำหนักเกินลิมิดชีวิต ฉันรู้ แต่ไม่ต้องตอกย้ำได้ไหม ได้โปรด ทุกคนทั้งทริปเห็นฉันเมาหมดสภาพ ฉันต้องทำตัวเนียน เริ่ดๆๆ เชิ่ดๆๆ เข้าไว้... ท่องไว้ ก็แค่เมา ใครๆ ก็เคยเมา เพียงแต่ไม่ควรจะเป็นฉันก็เท่านั้นเอง 555 ฉันเริ่มกลายเป็นโรคซึมเซา กินข้าวได้น้อย เพราะยัยเตอกีร่าแท้ๆ เชียว จนทุกคนต้องคอยถามว่า ฉันดีขึ้นรึยัง เป็นไงบ้าง ฉันอยากจะบอกว่า ฉันหายแล้ว แต่ฉันแค่ขี้เกียจพูด ขี้เกียจคุย และไม่อยากไปเที่ยวผับ บาร์ หรือว่าที่ไหนอีกแล้ว นอกจากกลับโรงแรม ไม่ว่ารู้ว่าเป็นผลข้างเคียงจาก "ยัยเตอกีร่า" รึป่าว แล้วโชคก็เข้าข้างฉัน มีคนอื่นๆ ที่อยากไปเดินเล่น แล้วกลับโรงแรม เราเลยชวนกันไปกินสเวนเซ่นส์...ดูดีนะ วันก่อนยังกินเหล้า จนเมาหัวทิ่มอยู่เลย ข้ามวันมา ทำตัวเป็นเด็กมัธยม กินไอศกรีมชื่อดังกับก๊วนเพื่อนหญิง ซะงั้น 555 ท้ายที่สุด "ยัยเตอกีร่า" ก็ยังตามหลอกหลอนฉันไม่เลิก เพราะพอกลับมากรุงเทพฯ ฉันก็ยังโดนล้อ เพราะค่ำคืนอันร้ายกาจ กับ "สาวหมวกแดง" อย่างเธอ "ยัยเตอกีร่า" ฉันจะจดจำเธอไปนานแสนนานเลยทีเดียว!!! ปล. ยัยเตอกีร่า ถ้าเจอกันคราวหน้า อย่าว่าแต่ฉันจะทักทายเธอในฐานะคนคุ้นเคยเลย ฉันจะไม่แม้แต่จะมองหน้าเธอด้วยซ้ำ "แม่สาวหมวกแดงที่แกล้งไร้เดียงสา" ปล.สุดท้าย...การดื่มสุรา อาจทำให้คุณเป็นทุกอย่าง แบบที่คุณไม่เคยเป็นได้ 555
|