วันพุธ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2551
Akira Takasaki : Van Halen แห่งญี่ปุ่น
Posted by
Mr_Com
,
ผู้อ่าน : 192
, 22:32:48 น.
พิมพ์หน้านี้
|

ทุกครั้งที่เราได้เห็นหรือได้ฟังการเล่นกีต้าร์ที่ยอดเยี่ยม การเล่นโซโล่ได้รวดเร็วและดุดัน มือกีต้าร์ที่เล่นในไสไตล์นี้ส่วนใหญ่เราจะได้ยินจากนักดนตรีผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายจากฝั่งตะวันตกทั้งหลาย ทำให้บางที่ชาวเอเชียอย่างเราเกิดอาการท้อๆไปตามๆกัน แต่ใครจะเชื่อว่าวันหนึ่งจะมีชาวเอเชียก้าวขึ้นไปนั่งอยู่บนบัลลังค์แห่งสิงค์นักปั่นที่สามารถทำเอาชาวตะวันตกทึ่งและต้องน้อมรับความเก่งกาจของเขาและยอมรับเขาว่าเป็นฮีโร่ของชาวตะวันตกในวิถีแห่งการเล่นกีต้าร์ และเขาก็คือมือกีต้าร์แห่งวง Loundnessหรือที่รู้จักในชื่อ Akira Takasaki
Akira เกิดเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 1961 มีคำบอกเล่าไว้ว่าเขาเริ่มหัดเล่นกีต้าร์เมื่อตอนอายุประมาณสิบกว่าขวบ และก็ได้รับอิทธิพลจากวงดนตรี Van Halen นั่นเองและด้วยความชื่นชอบ Eddie Van Halen อย่างแรงเขาจึงซ้อมอย่างหนัก และวันหนึ่งดาวดวงเล็กๆก็เริ่มที่จะฉายแววขึ้นมาอย่างชัดเจนเมื่อเขาได้ตัดสินใจเข้าร่วมประกวดการเล่นดนตรีของ Deep Purple และนับจากวันนั้นทุกอย่างก็เริ่มที่จะเปลี่ยน พอหลังจากงานนั้นสิ่งแรกที่เขาได้สานต่อก็คือเขามีวงเล่นอย่างเป็นทางการโดยใช้ชื่อวงว่า Lazy แต่ถึงอย่างไรวงดนตรีที่ชื่อว่า Lazy ก็ยังไม่ใช่วงที่เล่นเพลงที่เขาชอบนัก เพราะ Lazy เองก็หนักไปทางป็อปมากกว่า ดังนั้นเมื่อเขาค้นหาตัวเองเจอว่าแนวดนตรีที่เขาชอบก็คือ เฮวี่นั่นเอง เขาจึงเริ่มก่อตั้งวงขึ้นมาอีกหนึ่งวงโดยใช้ชื่อวงว่า Loundness
และแล้ววงดนตรีในนามว่า Loundness ก็เริ่มต้นขึ้น ณ จุดนี้ ในยุคแรกเริ่มนั้น จุดเริ่มต้นของวงมีเพียง Akira Takasaki ที่รับตำแหน่งกีต้าร์และ Munetaka Hiquchi ที่รับตำแหน่งมือกลอง และทั้งคู่นั้นก็เคยเล่นวงเดียวกันมาก่อนนั้นคือวง Lazy นั้นเอง และอีกเหตุผลหนึ่งที่ก่อตั้ง Loundness ขึ้นมาก็เพราะต้องการที่จะเดินตามวงเฮวี่ที่เป็นวงดนตรีแนวนี้วงแรกของญี่ปุ่นอย่างวง Bow Wow และทั้งสองก็เริ่มหาสมาชิกเพื่อให้ครบวงและแล้วพวกเขาก็ได้ Minoru Niihara เข้ามารับตำแห่งนักร้องนำและ Masayoshi Yamashita รับหน้าที่เล่นเบส ทั้งหมดนี่ก็คือวง Loudness และนี่ก็เป็นสมาชิกยุคแรกที่ขึ้นชื่อว่าเป็นยุคที่คลาสสิคที่สุดแล้ว
และแล้วทุกอย่างก็เป็นอย่างที่หลายๆคนได้คาดการไว้ว่า วงดนตรีหน้าใหม่วงนี้จะต้องมาแรงอย่างแน่นอน และทุกอย่างก็เป็นความจริง อัลบัมสามชุดแรกของ Loudness ได้รับความนิยมอย่างถล่มทลายในญี่ปุ่น ส่วนหนึ่งอาจจะไม่เคยมีวงไหนที่เล่นหนักอย่างนี้มาก่อน Loudness จึงกลายเป็นวงดนตรีที่ยิ่งใหญ่ไปแล้วในบ้านเกิดของเขา แต่พวกเขาก็ไม่ได้หยุดความยิ่งใหญ่อยู่แค่นั้น Loudness ต้องการพิสูจน์ให้โลกตะวันตกให้เห็นว่าพวกเขาจะต้องทำให้คนฝั่งตะวันตกยอมรับพวกเขาให้ได้ ดังนั้นอัลบัมชุดต่อมา Dilliusion พวกเขาจึงตัดสินใจแต่งเนื้อเพลงเป็นภาษาอังกฤษ และแล้วต้นสังกัดใหญ่อย่าง Atlantic Records ก็ต้องการที่ผลักดันวงให้ก้าวไปสู่ระดับแนวหน้าเพื่อแข่งกับวงดนตรีทางตะวันตก หริที่เรียกกันว่าอยากจะดันวง Loudness ให้ไปสู่ระดับอินเตอร์นั่นเอง และในปี 1985 พวกเขาก็ทำงานระดับมาสเตอร์พีชออกมาเพื่อการก้าวไปสู่ระดับโลกและอัลบัมชุดนี้เองก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในกลุ่มคนฟังของชาวตะวันตกโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อเมริกาเรียกว่าเป็นช็อกคนฟังเลยก็ว่าได้เพราะไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะมีวงจากเอเชียเล่นได้เช่นนี้และก็ตามมาด้วยอัลบัม Lightning Strikes และ Hurricane Eyes เพื่อตอกย้ำอุดมการ์ณอีกครั้ง
ความยิ่งใหญ่ของ Loudness นั้นเริ่มต่อเนื่องมาเป็นระรอกคลื่นที่ใหญ่และต่อเนื่องจนกระทั่งปี 1989 หลังจากออกอัลบัมชุด Jealousy ทางวงเองก็ถึงคราวยุติ Loudness ยุคคลาสสิก โดยที่ได้มีการเปลี่ยนตัวจาก Minoru Niihara นักร้องนำมาเป็น Mike Vercera นักร้องนำซึ่งเป็นชาวอเมริกันแท้ๆ และ Vercera ก็ได้เข้ามาทำหน้าที่ใน ชุด Soldier Of Fortune และชุด On The Prowl แต่ Mike Vercera ก็ทำหน้าที่ร้องนำกับวง Loudness ได้ไม่นานก็ออกไปเป็นนักร้องนำให้กับมือกีต้าร์สุดยอดลมกรดอย่าง Yngwie J Malmsteen และก็ได้มีการเปลี่ยนตัวนักร้องนำอีกครั้งโดยครั้งนี้ Loudness ได้ Yamada Masaki ซึ่งเป็นนักร้องนำที่มาจากวง EZO และก็ออกอัลบัม Heavy Metal Hippies ,Ghetto Machine , Dragon และ Engine ในส่วนของสมาชิกวงก็ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดและการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งที่สำคัญและเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ของวงการดนตรีญี่ปุ่นก็คือการที่วง Loudness ที่ได้มือเบสที่จัดว่าเป็นสุดยอดฝีมือชั้นแนวหน้าแห่งวงการดนตรีในญี่ปุ่น เขาคนนี้มาจากวงรุ่นน้องที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้จาก Loudness เช่นกัน นั้นคือ Taiji Sawada ผู้ที่เคยรับตำแหน่งนี้ในวง X Japan ในตอนนั้นเขาเองก็พึ่งลาออกจากวง X มาหมาดๆ ซึ่งสามารถหาฟังได้จากชุด Loundess ที่เป็นชื่อเดียวกับวง
Loundess เองก็ยังคงทำอัลบัมออกมาให้ฟังกันอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งตัว Akira Takasaski เองก็เริ่มกลายเป็นฮีโร่ให้กับเหล่าบรรดามือกีต้าร์ลมกรดชาวตะวันตกมากขึ้นด้วย งานประเภทคอนเสริตที่เป็นงานใหญ่ๆหลายๆงานทั้งในยุโรปและอเมริกาทุกครั้งที่จัดจะต้องมีชื่อวง Loundess เข้าไปร่วมเล่นด้วยและหนึ่งในงานที่ยิ่งใหญ่อีกหนึ่งงานนั้นก็คืองาน Dynamo ในปี 1999 [ เป็นงานที่รวบรวมวงจำพวก เมตัล ,ฮาร์ดคอร์ , จนไปถึงเดธ ]ซึ่ง Akira และ Loundess ก็ทำหน้าที่ได้อย่างไม่ผิดหวังจากชาวยุโรป ซึ่งคอนเสริตครั้งนี้วงที่เข้าร่วมก็มี Angra , Candle Of Filth ,Biohazard ,Fear Factory , System Of Down ,Over Kill ร่วมไปถึง Metallica
ความยิ่งใหญ่ของ Loundess ทั้งในประเทศของตัวเองนั้นก็เรียกได้ว่าเป็นตำนานไปแล้วและในต่างประเทศเองพวกเขาก็ได้รับการยอมรับและประสบความสำเร็จอย่างสูง เรียกว่าสามารถลบคำสบประมาทว่าฝรั่งจะเก่งกว่าชาวเอเชีย ปัจจุบันมีข่าวมาว่าจะมีการรวมตัวกันอีกครั้งสำหรับสมาชิกในยุคแรกเริ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็นยุคคลาสสิคของวง อย่างไรก็ตามคงต้องรอดูกันต่อไป แต่ที่แน่ๆชื่อของ Akira Takasaski ก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเทพเจ้าของเหล่าบรรดามือกีต้าร์ทั้งหลายไปอีกคนโดยปริยาย ที่มาจาก : www.guitarthai.com
|