พิมพ์หน้านี้
|
พอดีมีเพื่อนบางคนเข้ามอ่านแล้วถามมาไทยธุรกิจ ภาคใต้ หน้าตาเป็นยังไง เลยขอโอกาสใช้พื้นที่ตรงนี้แนะนำตัวสักนิดนึง สำหรับไทยธุรกิจ ภาคใต้ เป็นหนังสือพิมพ์วิเคราะห์ข่าวเศรษฐกิจฉบับภูมิภาคราย 15 วัน วางแผงทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน ทุกแผงหนังสือชั้นนำทั่วภาคใต้ ปลุกผี เอสเอ็มอี หลายภาคส่วนเริ่มมองเห็นทิศทางพัฒนาชาติ เร่งสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจฐานราก กสิกรไทย ลุยเอสเอ็มอี แคร์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เร่งสร้างพี่เลี้ยงเป็นที่ปรึกษาธุรกิจขนาดเล็ก ส่วนเอสเอ็มอี แบงค์ อัดงบกระตุ้นรากหญ้าอีก 3 พันล้าน ยกเครื่อง เอสเอ็มอี แบงก์ เอสเอ็มอีแบงก์ ปรับโครงสร้างสาขาใหม่ 99 สาขาทั่วประเทศ เพื่อรองรับแผนปฏิบัติการเชิงรุกของธนาคารในปี 2551 โดยยึดยุทธศาสตร์ปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับศักยภาพของที่ตั้งในแต่ละพื้นที่ของสาขา ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กรในการขยายสินเชื่อและทำธุรกรรมทางการเงินในรูปแบบต่างๆและทำให้ยุทธศาสตร์ หลักของธนาคาร 4 ด้านในปีนี้ คือ การเพิ่มรายได้ลดเอ็นพีแอล การควบคุมค่าใช้จ่าย และการบริหารจัดการโดยยึดหลักธรรมาภิบาล ตลอดจนการสนับสนุนนโยบายภาครัฐ สามารถเดินหน้าเป็นไปตามเป้าหมายของธนาคาร นายพงษ์ศักดิ์ ชิวชรัตน์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอี แบงค์) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับโครงสร้างบทบาทหน้าที่ศูนย์ธุรกิจของธนาคารทั้งหมด 99 แห่ง โดยได้เปลี่ยนชื่อจากเดิมเรียก ศูนย์ธุรกิจ เป็น สาขา และ สำนักงานผู้แทน และมีการกำหนดบทบาทหน้าที่ของสาขาออกเป็น 3 ประเภท คือ สาขาเต็มรูปแบบ (Full Branch) สาขาทั่วไป (Branch) และสำนักงานผู้แทน (Representative Office) ทั้งนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2551 เป็นต้นไป สำหรับสาขาเต็มรูปแบบ จะเป็นสาขาขนาดใหญ่ของธนาคารซึ่งจะทำหน้าที่ให้บริการครบวงจรแก่ลูกค้า ทั้งการให้บริการด้านสินเชื่อและการจัดกิจกรรมการตลาดในรูปแบบต่างๆ รวมถึงในอนาคตจะให้บริการแก่ลูกค้าเป็น Counter Payment รับชำระหนี้สินเชื่อและค่าธรรมเนียมต่างๆ และให้บริการเงินฝากแก่ลูกค้าที่เป็นลูกค้าสินเชื่อของธนาคารด้วย โดยสาขาที่เข้าข่ายสาขาเต็มรูปแบบนี้ ประกอบด้วย 1 สำนัก และ 9 สาขา คือ สำนักพหลโยธิน สาขาเชียงใหม่ นครสวรรค์ นครปฐม ชลบุรี ขอนแก่น นครราชสีมา สมุทรปราการ สุราษฎร์ธานี และสงขลา ส่วนสาขาทั่วไปซึ่งประกอบด้วย 52 สาขา สำนักงานผู้แทน จำนวน 37 สำนักงานผู้แทน โดยการจัดแบ่งสาขาเป็น 3 รูปแบบดังกล่าว ได้คำนึงถึงเรื่องความเหมาะสมของศักยภาพแต่ละพื้นที่ในการให้บริการแก่ลูกค้าเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนงานของธนาคารต่อไป อย่างไรก็ตามลูกค้าสามารถใช้บริการด้านสินเชื่อและการให้คำปรึกษาแนะนำในด้านต่างๆได้ทุกสาขาและสำนักงานผู้แทน ที่เคยใช้บริการได้ตามปกติเช่นเคย ซึ่งการปรับเปลี่ยนโครงสร้างสาขาครั้งนี้ จะช่วยให้การทำงานของสาขากระชับ รวดเร็ว มีความชัดเจน และสามารถให้บริการที่ดีกับผู้ประกอบการในแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป สร้างที่ปรึกษาธุรกิจ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม โดยศูนย์ส่งเสริมออุตสาหกรรมภาคที่ 11 เล็งเห็นความสำคัญและบทบาทของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จึงได้มีโครงการช่วยเหลือด้วยการสร้างที่ปรึกษาธุรกิจ ในทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อให้ธุรกิจทำหน้าที่ให้คำแนะนำ และชี้แนวทรางที่ถูกต้องแก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของการพัฒนาประเทศได้ดำเนินการอย่างราบรื่น และได้มีการจัดอบรมธุรกิจในพื้นที่จังหวัดสงขลา จำนวน 28 คน เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ที่ต้องการเป็นที่ปรึกษาในพื้นที่จังหวัดสงขลาและใกล้เคียง นายกิตติพัฒน์ ปณิฐาภรณ์ ผู้อำนวยการ สำนักพัฒนาหน่วยบริการอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงโครงการ สร้างที่ปรึกษาธุรกิจขนาดเล็ก สำหรับที่ปรึกษาใหม่ ซึ่งเป็นโครงการสร้างที่ปรึกษาธุรกิจในระดับภูมิภาค จากที่ก่อนหน้านี้มีการสร้างที่ปรึกษาธุรกิจ ส่วนใหญ่อยู่ในเขตกรุงเทพ และในปีนี้เป็นปีที่ 2 ของการขยายออกสู่ภูมิภาค โดยปีนี้จัดขึ้นที่จังหวัดสงขลา และจังหวัดนครราชศรีมา สำหรับที่ปรึกษาธุรกิจ เป็นการอบรมให้ความรู้ด้านการให้คำปรึกษาในการพัฒนาธุรกิจ สำหรับนักธุรกิจ ผู้ประกอบการรายย่อย และขนาดกลาง โดยผู้ที่เข้ามาอบรมในการทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาต้องผ่านการอบรมตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ - กรกฎาคม 2551 โดยจัดอบรมทุกศุกร์และวันเสาร์ ในส่วนของจังหวัดสงขลามีผู้เข้าร่วมอบรมทั้งสิ้น 28 คน มากจากภาคธุรกิจอุตสาหกรรม และข้าราชการในพื้นที่ ซึ่งเมื่อผ่านการอบรมแล้วทั้ง 28 ก็จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้แก่ภาคธุรกิจในพื้นที่ใกล้เคียง "ที่ผ่านมาเราต้องยอมรับว่าผู้ประกอบการรายย่อยส่วนใหญ่มีความชำนาญทางด้านการผลิต แต่ขาดความรู้ทางด้านการตลาด การปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกก็มีน้อย ส่งผลให้เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ มีผู้ประกอบการจำนวนมากไม่สามารถที่จะแข่งขันกับตลาดได้ ทั้งนี้เนื่องจากขาดความรู้ ขาดทักษะ และปรับตัวเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ทัน ส่วนหลักสูตรที่ใช้ในการเตรียมความพร้อมทในการเป็นที่ปรึกษามี 11 หลักสูตร คือ จริยธรรมและจรรรยาบรรณวิชาชี การตลาด พาณิชย์อิเลคทรอนิกส์ การบริหารการผลิต การวิเคราะห์ทางบัญชีและการเงิน ความรู้ทางกฎหมายและระเบียบข้อปฏิบัติ การวางแผนธุรกิจ ทักษะการสร้างสัมมพันธภาพและการให้คำปรึกษา ทักษะการประเมินผู้ประกอบการ ทักษะการแก้ไขปัญหาและตัดสินใจ การบริหารทรัพยากรบุคคล การฝึกภาคปฏิบัติจริง และสิ่งที่เราเน้นย้ำมากที่สุด คือการสร้างความรู้และจรรยาบรรณ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด" นายกิตติพัฒน์ กล่าว เร่งสร้างทักษะธุรกิจ ทางด้านนายทวี แก้วมณี ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 11 กล่าวถึงเรื่องนี้ว่าการพัฒนาขีดความสารถทางธุรกิจ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาประเทศไทยยังขาดการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ทรัพยากร โดยเฉพาะผลผลิตทางการเกษตร อย่างยางพาราที่มีการแปรรูปเพียง 10 % เท่านั้นส่วนที่เหลือ 90 % เป็นการส่งออก ซึ่งเป็นการเสียโอกาสทางการใช้ทรัพยากรอย่างยิ่ง "การพัฒนาทักษาะความรู้ ความสามารถ การสร้างที่ปรึกษาทางธุรกิจ ช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีที่ปรึกษาที่เป็นมืออาชีพ ชี้แนวทางการพัฒนาธุรกิจที่ถูกต้อง ชัดเจน และสามารถสร้างความเป็นธรรม พร้อมที่จะแข่งขันในทางธุรกิจได้ อย่างจังหวัดสงขลา เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพหลายด้าน มีทรัพยากรที่แข็งแกร่งจังหวัดหนึ่งของประเทศ การพัฒนาต่าง ๆ เหล่านี้จึงเป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจให้แก่ธุรกิจรายย่อยในพื้นที่ โดยเฉพาะธุรกิจด้านอุตสาหกรรม" กสิกรไทย เดินหน้า ธนาคารกสิกรไทยสานต่อโครงการ K SME Care จับมือ 7 มหาวิทยาลัยชั้นนำ เปิดหลักสูตรสอนเอสเอ็มอีทั่วประเทศ ปีหน้ารวม 4 รุ่น เน้นหลักสูตรเข้มข้นในแต่ละพื้นที่ หวังช่วยเอสเอ็มอีโตอย่างมั่นคงพร้อมสร้างชุมชมความร่วมมือทางธุรกิจ และสังคมที่เข้มแข็ง ในปี 2551 นี้ธนาคารกสิกรไทยจะดำเนินการโครงการดังกล่าวต่อเนื่อง และได้ขยายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยของรัฐ ชั้นนำ 7 แห่ง คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ และเขตการศึกษาภูเก็ต จัดหลักสูตรอบรมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รุ่นที่ 4-7 ให้สามารถดำเนินธุรกิจ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ และไม่ต้องเป็นลูกค้าของธนาคารกสิกรไทยมาก่อน ทั้งนี้ธนาคาร กสิกรไทยจะเปิดรับสมัคร ผู้ประกอบการเข้ารับการอบรมในปี 2551 ประมาณ 2,400 คน หรือรุ่นละประมาณ 600 คน สำหรับความพิเศษของหลักสูตรโครงการส่งเสริมการจัดการที่ยั่งยืนของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมปี 2551 คือ หัวข้อในการอบรมจะมีทั้งหัวข้อหลักที่ผู้ประกอบการทุกท่านจะได้เรียนเหมือนกันหมด โดยใช้การถ่ายทอดสดผ่าน ดาวเทียม จากกรุงเทพฯ ไปสู่ภูมิภาค และหัวข้อที่มหาวิทยาลัยในภูมิภาคกำหนดขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการ ทำธรุกิจ ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในแต่ละพื้นที่ เช่น การอบรมการจัดการธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้เรียน ในภาคใต้ ฝั่งทะเล อันดามัน การอบรมเรื่องการทำธุรกิจการค้าชายแดน และลงพื้นที่ธุรกิจจริงสำหรับผู้เรียนในภาคตะวันออก เฉียงเหนือ และการให้ผู้เรียนในภาคตะวันออกเยี่ยมชมกิจการนิคมอุตสาหกรรม เพื่อศึกษาในเรื่อง Supply Chain Management ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ตรงกลุ่มเป้าหมายสำหรับผู้ประกอบการในพื้นที่ นอกจากการเรียนรู้ด้านวิชาการ และการปฏิบัติอย่างเข้มข้นแล้ว ธนาคารยังจะให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมที่เน้นการ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียน ทั้งที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกันและต่างภูมิภาคกันด้วยกันมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นพื้นฐานในการสร้าง ชุมชนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เข้มแข็ง มีความร่วมมือในการช่วยเหลือเกื้อกูลทางธุรกิจและทางสังคม ซึ่งจะเป็นหนึ่งใน แนวทางที่จะทำให้ เอสเอ็มอีมีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันในตลาดได้ ซึ่งแนวความคิดดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างสูง กับเอสเอ็มอีที่เข้าอบรม ในรุ่น 1-3 ในปี 2550 ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางถึงขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอีมากถึง 90% ของธุรกิจที่ประกอบ กิจการในประเทศไทย หรือคิดเป็นจำนวนประมาณ 2 ล้านราย ทำให้เอสเอ็มอีเป็นเส้นเลือดสำคัญในระบบเศรษฐกิจของไทย ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีถือเป็นลูกค้าหลักของธนาคารกสิกรไทย ดังนั้นตั้งแต่ต้นปี 2550 ทางธนาคารกสิกรไทย จึงได้ดำเนินโครงการ K SME Care ที่จะช่วยให้ธุรกิจของผู้ประกอบการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยโครงการส่งเสริมการจัดการ ที่ยั่งยืนของผู้ประกอบการ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2550 นั้น มีผู้สำเร็จหลักสูตรทั้งสิ้น 3 รุ่น จำนวน 1,095 ราย
ดร.สุรชัย จิตภักดีบดินทร์ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่าหอการค้าจังหวัดสงขลา ได้กำหนดหการสัมมนาจรรยาบรรณเรื่อง "จรรยาบรรณหอการค้าไทย สร้างธุรกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน โดยรองประธานกรรมการหอการค้าไทย นายดุสิต นนทะนาคร และการปาถกถาพิเศษเรื่อง "จริยธรรมทางการค้า เศรษฐกิจพอเพียงในภาคธุรกิจ" โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา โดกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 8 มีนาคม 2551 ณ โรงแรมลีการ์เด้นพล่าซ่า หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สำหรับโครงการในครั้งนี้จัดขึ้น เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับสมาชิกหอการค้าและผู้ประกอบการได้ตระหนักถึงความสำคัญในการประกอบธุรกิจในยุคปัจจุบัน และในวันเดียวกันทางหอการค้าจังหวัดสงขลา ได้จัดงานฉลองรางวัลหอการค้ายอดเยี่ยม และการฉลองคณะกรรมการหอการค้าฯ ประจำปี 2550-2551 สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการดังกล่าว สอบถามรายละเอียดได้ที่หอการค้าจังหวัดสงขลา โทรศัพท์ 074-246583 ,074-246388 และ 081-7666275 (รับจำนวนจำกัด)
ไทยธุรกิจ ภาคใต้ ฉบับวันที่ 1 - 15 มีนาคม 2551 |
| fed | ||
ภาพบรรยากาศบริเวณริมบึงศรีภูวนารถ |
||
|
View All |
||
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |